เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 610 อานุภาพวิชาเนตร

บทที่ 610 อานุภาพวิชาเนตร

บทที่ 610 อานุภาพวิชาเนตร


"หือ? ยังไม่ตาย?"

ซูจื่อโม่กดศีรษะของเถาอู้จมลงในพื้นดิน ฝ่ามือสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตในร่างของเถาอู้ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

สัตว์ดุร้ายตนนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ

ไม่ต้องพูดถึงพละกำลังมหาศาล ร่างกายเนื้อก็แข็งแกร่งจนน่าตกใจ แม้จะถูกกระแทกจนใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป แต่ก็ยังไม่ตกตาย

ซูจื่อโม่นิ่งเงียบไม่ส่งเสียง นิ้วมือเกร็งกำลัง หมายจะขยี้ศีรษะของเถาอู้ให้แหลกคามือ

ทันใดนั้น!

สัญชาตญาณเตือนภัยในใจของซูจื่อโม่พลันวาบขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายอย่างถึงขีดสุด!

ซูจื่อโม่เงยหน้าขึ้นมองโดยสัญชาตญาณ

เห็นเพียงไม่ไกลออกไป ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงเงยหน้าขึ้นแล้ว กำลังจ้องมองเขาเขม็ง สีหน้าเย็นชา แววตาแผ่ซ่านไอหนาวเหน็บยะเยือก

ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงไม่ได้ขยับเขยื้อน

มือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกมือหนึ่งยังคงถือ 'พระสูตรสัทธรรมปุณฑริก' เอาไว้ ดูแล้วไม่มีเจตนาจะลงมือเลยแม้แต่น้อย

แต่ซูจื่อโม่กลับรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว!

รูม่านตาของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง กำลังหดตัวลง!

การหดตัวของรูม่านตา เดิมทีเป็นปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ใด เมื่อถูกกระตุ้น ตกใจ หรือแสดงความเป็นศัตรูอย่างรุนแรง รูม่านตาก็จะหดตัวลง

แต่การหดตัวตามปกติ คือการหดจากวงกลม ค่อยๆ เล็กลง จนกลายเป็นรูขนาดเท่ารูเข็ม

ทว่ารูม่านตาของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง กลับเหมือนกับดวงจันทร์กลมโต ที่ค่อยๆ ถูกกลืนกิน กระบวนการทั้งหมดราวกับเกิดจันทรคราส

สุดท้าย ในดวงตาทั้งสองข้างของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง ก็สะท้อนภาพจันทร์เสี้ยวสองดวงออกมา ดูแปลกประหลาดน่าสะพรึงกลัว!

เมื่อเห็นรูม่านตาคู่นี้ สีหน้าของหมิงเจินก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

ในหัวสมองของซูจื่อโม่ ปรากฏคำสี่คำขึ้นมาทันที... เนตรจันทรคราส!

เนตรจันทรคราสเป็นหนึ่งในวิชาเนตรที่มีชื่อเสียงความดุร้ายเลื่องลือที่สุดในโลกแห่งการฝึกเซียน ต้องสืบย้อนไปถึงยุคไท่กู่

แม้วิชาเนตรบทนี้จะมีอานุภาพมหาศาล แต่กระบวนการฝึกฝนนั้นอันตรายอย่างยิ่งยวด!

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คนที่ฝึกฝนจนสำเร็จมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ในหมื่นคนจะหาได้สักคนก็ยากนัก ส่วนใหญ่ล้วนฝึกจนตาบอดกันไปหมด!

มาจนถึงปัจจุบัน ต่อให้มีผู้ฝึกตนโชคดีได้รับวิธีฝึกเนตรจันทรคราสไป ก็ไม่มีใครกล้าฝึก

นึกไม่ถึงว่า ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงผู้นี้จะฝึกวิชาเนตรบทนี้จนสำเร็จ!

คนที่ฝึกวิชาเนตรได้ เดิมทีก็มีน้อยอยู่แล้ว

คนที่ฝึกเนตรจันทรคราสจนสำเร็จ ยิ่งหายากราวกับขนหงส์เขากิเลน ทุกคนล้วนเป็นยอดคนฟ้าประทานผู้เป็นเลิศ และมีความมั่นใจในตนเองอย่างเปี่ยมล้น!

ทันทีที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูม่านตาผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง ซูจื่อโม่ก็ตระหนักได้ว่า คนผู้นี้ต้องไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงเรียงนามในทวีปเทียนฮวงอย่างแน่นอน!

ในดวงตาทั้งสองข้างของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง พลันส่องประกายแสงอันหนาวเหน็บสองสายออกมา

วินาทีถัดมา รูม่านตาของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงก็กลับคืนสู่ปกติ

แต่แสงอันหนาวเหน็บสองสายนั้น กลับเปรียบเสมือนมีดโค้งที่คมกริบสองเล่ม พุ่งลงมาตรงหน้าซูจื่อโม่อย่างเงียบเชียบ รวดเร็วถึงขีดสุด

ในสายตาของหมิงเจินและจิ้งจอกน้อย

ความว่างเปล่าระหว่างซูจื่อโม่และผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง ราวกับเป็นผืนผ้าแพร ที่ถูกแสงหนาวเหน็บสองสายนี้กรีดจนขาดสะบั้น!

อุณหภูมิภายในลานวัดลดฮวบลงอย่างฉับพลัน!

"ระวัง!" หมิงเจินทำได้เพียงร้องเตือนเสียงหลง

ทันใดนั้น!

ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น!

ท่ามกลางลานวัดที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดและหนาวเหน็บ พลันระเบิดแสงสว่างจ้ากลุ่มหนึ่งออกมา เจิดจ้าบาดตา

ราวกับมีดวงอาทิตย์ดวงหนึ่ง ร่วงหล่นลงมา ณ ที่แห่งนี้ สาดแสงอันร้อนแรงออกมา!

เนตรสุริยา!

ดวงตาข้างขวาของซูจื่อโม่ ขาวราวกับหยก ไม่มีสีอื่นเจือปนแม้แต่น้อย

แสงสว่างที่ส่องประกายออกมาจากดวงตาข้างขวา สาดส่องจนวัดโบราณสว่างไสวราวกับกลางวัน!

ดวงตาข้างขวาของซูจื่อโม่ พลันยิงลำแสงที่แข็งแกร่งร้อนแรงสายหนึ่งออกมา ปะทะเข้ากับแสงหนาวเหน็บสองสายที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง!

พลังสองชนิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงปะทะกัน แต่กลับไร้สุ้มเสียง

พลังวิญญาณระหว่างคนทั้งสอง ระเหยไปจนหมดสิ้น สลายกลายเป็นความว่างเปล่า!

ในสายตาของหมิงเจินและจิ้งจอกน้อย ความว่างเปล่าระหว่างซูจื่อโม่และผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง ดูเหมือนจะเกิดการบิดเบี้ยว และกำลังพังทลายลง!

อานุภาพที่ระเบิดออกมาจากการปะทะกันของสองสุดยอดวิชาเนตร ทำให้การมองเห็นของผู้อื่นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง!

ตึก ตึก ตึก!

ซูจื่อโม่ถอยหลังไปสามก้าว แสงสว่างในดวงตาข้างขวาจางหายไป

การปะทะด้วยวิชาเนตรในครั้งนี้ ท้ายที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายตกเป็นรอง

แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ไอความเย็นสายหนึ่งที่แทรกซึมเข้ามาในดวงตาข้างขวา ถูกหินสุริยาภายในสลายไปจนหมดสิ้น

ซูจื่อโม่ยังพอนับว่าสงบนิ่ง

แต่ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงกลับจิตใจสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

พระรูปนี้ฝึกวิชาเนตรอะไรกัน ถึงสามารถต้านทานเนตรจันทรคราสของเขาได้?

เขาฝึกฝนเนตรจันทรคราสมานานถึงร้อยกว่าปีแล้ว!

แต่ภิกษุชุดเทาตรงหน้านี้อายุเท่าไหร่กัน?

ดูแล้วยังไม่ถึงสี่สิบปี

ต่อให้คนผู้นี้ฝึกวิชาเนตรชนิดนี้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ อย่างมากก็แค่สี่สิบปี

แต่วิชาเนตรที่ฝึกมาสี่สิบปีนี้ กลับสามารถปะทะกับเนตรจันทรคราสที่เขาฝึกมาร้อยกว่าปีได้อย่างสูสี เพียงแค่ถอยหลังไปสามก้าวเท่านั้น!

ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ

ในร่างของภิกษุชุดเทาผู้นี้ เขาไม่สัมผัสถึงคลื่นพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย!

ภิกษุชุดเทาผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่?

แสงสว่างในดวงตาของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงยิ่งมายิ่งเจิดจ้า มันดูเหมือนสายตาของนายพรานที่เจอเหยื่อที่ถูกใจเสียมากกว่า

ร่างของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงขยับวูบ ก็มาถึงตรงหน้าซูจื่อโม่แล้ว

รวดเร็วเป็นอย่างมาก!

การระเบิดความเร็วระดับนี้ ถึงขั้นเลือนรางจนเกินขีดจำกัดสายตาของซูจื่อโม่ไปแล้ว!

"แข็งแกร่งมาก!"

ไม่มีเวลาให้คิดมาก ซูจื่อโม่สูดลมหายใจเข้าลึก ปากเปล่งเสียงธรรม

"โอม!"

ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน เสียงดังสนั่นฟ้าดิน!

ร่างของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงชะงักไปเล็กน้อย หูทั้งสองข้างขยับวูบหนึ่ง แล้วแนบชิดติดกับแก้มอย่างน่าประหลาด!

นี่เท่ากับเป็นการปิดกั้นเสียงทั้งหมดจากภายนอก

ลดอิทธิพลของมนต์ต้าหมิงลงจนถึงขีดสุด!

เมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดนี้ ซูจื่อโม่ก็หรี่ตาลง สีหน้าเคร่งขรึม

ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงผู้นี้ น่ากลัวกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก!

อย่าเห็นว่าเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ มีเพียงซูจื่อโม่ที่รู้ดีแก่ใจว่า การจะทำเช่นนี้ได้ ยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด!

นี่คือเครื่องแสดงถึงการควบคุมกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายของตนเองจนถึงขีดสุด!

ซู่ซู่!

เลือดลมในกายของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงพุ่งพล่าน ระเบิดเสียงคลื่นสมุทรออกมา!

โลหิตดั่งคลื่นสมุทร!

ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงผู้นี้ ก็นับว่าฝึกฝนจนถึงขั้น 'โลหิตดั่งคลื่นสมุทร' แล้วเช่นกัน!

ในเวลานี้ จิตใจของซูจื่อโม่กลับสงบนิ่งลง

เมื่อเห็นผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงสามารถควบคุมหูให้ปิดลงได้ตามใจนึก เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่า คนผู้นี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะฝึกฝนจนถึงขั้นโลหิตดั่งคลื่นสมุทร

ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงแผ่กลิ่นอายกดดัน เหวี่ยงแขนออกมาโดยตรง ราวกับเป็นแส้เหล็กเส้นหนึ่ง ฟาดลงมาจากเบื้องบน ทุบใส่ศีรษะของซูจื่อโม่อย่างโหดเหี้ยม!

ลมพายุหวีดหวิว!

ในอากาศ ล้วนคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายอันดุเดือด!

ซู่ซู่!

ภายในร่างของซูจื่อโม่ ก็มีเสียงคลื่นสมุทรดังกึกก้องเช่นเดียวกัน

ในสายตาของหมิงเจินและจิ้งจอกน้อย การปะทะกันระหว่างสองคนนี้ ก็เหมือนกับมหาสมุทรสองแห่ง ที่ปะทะเข้าหากันอย่างกะทันหัน ต่างฝ่ายต่างต้องการจะกลืนกินอีกฝ่ายให้สิ้นซาก!

สายเลือดของทั้งสองคน น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

เห็นเพียงซูจื่อโม่ย่อตัวลงเล็กน้อย เข่าข้างหนึ่งคล้ายคุกเข่าแต่ก็ไม่ได้คุกเข่า สองมือยกขึ้นเหนือศีรษะ ราวกับยอมสยบต่อผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง เพื่อถวายผลไม้เซียน

เมื่อเทียบกับการโจมตีดั่งแส้เหล็กของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงแล้ว ท่วงท่านี้ของซูจื่อโม่ ดูธรรมดาสามัญ ไร้ซึ่งพลังอำนาจใดๆ

แต่ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงกลับสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรง!

ปัง!

แขนของเขา ปะทะเข้ากับฝ่ามือทั้งสองข้างของซูจื่อโม่

การปะทะกันระหว่างเลือดเนื้อกับเลือดเนื้อ ไม่ได้สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แต่หนักแน่นมั่นคง ราวกับตีลงบนหนังฟอก

หากเป็นก่อนหน้านี้ ผู้ฝึกตนคนใดถูกเขาฟาดใส่เช่นนี้ เส้นเอ็นและกระดูกคงแตกละเอียด ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!

แต่ทว่าในตอนนี้ การเหวี่ยงแขนของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง ไม่เพียงไม่สามารถสะกดข่มซูจื่อโม่ได้ กลับรู้สึกว่าแขนของตนเองถูกดีดกลับมา ทำให้ช่วงอกเปิดโล่งเผยช่องโหว่ขนาดใหญ่!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 610 อานุภาพวิชาเนตร

คัดลอกลิงก์แล้ว