- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 609 อาตมาจะช่วยสั่งสอนแทนท่านเอง
บทที่ 609 อาตมาจะช่วยสั่งสอนแทนท่านเอง
บทที่ 609 อาตมาจะช่วยสั่งสอนแทนท่านเอง
ต่อให้ชายฉกรรจ์ขนยาวปะทะกับหมิงเจิน ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองแม้แต่แวบเดียว สีหน้าเรียบเฉย วางตัวอยู่นอกวงเรื่องราวอย่างสมบูรณ์
ราวกับว่าเรื่องราวเหล่านั้น ไม่มีความสำคัญใดๆ เลย
ในสายตาของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง มีเพียง ‘พระสูตรสัทธรรมปุณฑริก’ ในมือเล่มนี้เท่านั้น
แต่ในวินาทีที่เสียงนี้ดังขึ้น ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงก็ขมวดคิ้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของเขาเกิดความเปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวัดโบราณแห่งนี้
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองไปตามเสียง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ในลานวัดได้มีภิกษุเพิ่มขึ้นมาอีกรูปหนึ่ง
สวมชุดคลุมภิกษุสีเทา หน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลา สีหน้าสงบเงียบ ดวงตาทั้งสองข้างใสกระจ่าง ทอประกายสว่างไสว ราวกับซุกซ่อนปัญญาที่มองทะลุสรรพสิ่งในโลกหล้า
วินาทีที่เห็นภิกษุชุดเทา ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง
รูม่านตาในดวงตาทั้งสองข้างของเขา หดตัวลงอย่างประหลาด
ภิกษุชุดเทาก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน
สายตาของทั้งสองคน ปะทะกันกลางอากาศ
มุมปากของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงยกขึ้นเล็กน้อย ในแววตาฉายแววสนุกสนานวูบหนึ่ง
ภิกษุชุดเทาสีหน้าไม่เปลี่ยน เข้าไปประคองหมิงเจินที่อยู่ด้านข้างให้ลุกขึ้น ปัดฝุ่นดินตามตัวให้อย่างเบามือ
หมิงเจินเช็ดเลือดสดๆ ที่มุมปาก เอ่ยเสียงเบาว่า "ศิษย์น้อง ท่านระวังด้วย สัตว์อสูรตนนี้พละกำลังมหาศาลนัก!"
ภิกษุชุดเทาผู้นี้ ก็คือซูจื่อโม่ที่เดินอ้อมมาจากลานหลังนั่นเอง
ตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวเข้ามาในลานหน้า เขาก็มองเห็นผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงแล้ว
หรือจะพูดว่า ต่อให้อยู่ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงก็จะเป็นคนที่ทำให้ผู้คนมองเห็นเป็นคนแรก!
ไม่มีใครสามารถมองข้ามเขาไปได้
ซูจื่อโม่ได้กลิ่นอายอันตรายอย่างยิ่งจากตัวของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง!
ในวินาทีที่เห็นคนผู้นี้ ขนทั่วร่างของซูจื่อโม่ก็ลุกชันขึ้นมาทันที!
เพียงแต่เขาบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมมาสิบปี จิตใจสงบเยือกเย็น จึงไม่เผยพิรุธใดๆ ออกมา
แม้จะยังไม่ได้ประมือด้วย แต่ซูจื่อโม่กล้ายืนยันว่า นี่คือจินตันเจินเหรินที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอ!
คนผู้นี้ น่ากลัวกว่าซีอู๋หยาเมื่อสิบปีก่อนมากนัก!
ซูจื่อโม่ถึงขั้นมีความรู้สึกว่า หากพบเจอคนผู้นี้เมื่อสิบปีก่อน เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
ต่อให้งัดไพ่ตายออกมาทั้งหมด กลายร่างเป็นอสูรเข้าต่อสู้ เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย!
ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงเพียงแค่ปรายตามองซูจื่อโม่เรียบๆ แวบหนึ่ง ก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง อ่านคัมภีร์ในมือต่อไป
สายตาแวบนั้น แฝงไว้ด้วยความหมายของการตักเตือนอย่างชัดเจน!
ชายฉกรรจ์ขนยาวที่อยู่ด้านข้างส่ายหัวไปมา
เสียงของภิกษุชุดเทาตรงหน้านี้ ดูเหมือนจะมีพลังลึกลับบางอย่าง ที่สามารถขจัดไอสังหารในใจของเขา ทำให้เขาสงบลงโดยไม่รู้ตัว
"อาถรรพ์นัก!"
ส่วนลึกในลำคอของชายฉกรรจ์ขนยาว เปล่งเสียงคำรามออกมา
"เจ้าพระน้อย เจ้าก็อยากแส่หาเรื่องด้วยหรือ?"
ชายฉกรรจ์ขนยาวจ้องมองซูจื่อโม่ แววตาฉายแสงดุร้าย บิดลำคอที่หนาตันไปมา ส่งเสียงดังกรอบแกรบ
ซูจื่อโม่ไม่แม้แต่จะมองเขา สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างของผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วง ยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยถามว่า "ประสกท่านนี้ สัตว์วิเศษที่ท่านเลี้ยงไว้ ทำร้ายผู้คนและอาละวาดอยู่ที่นี่ ท่านจะไม่สั่งสอนสักหน่อยหรือ?"
ผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงทำราวกับไม่ได้ยิน ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ยังคงอ่านคัมภีร์ในมือต่อไป
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" ชายฉกรรจ์ขนยาวหัวเราะลั่น กล่าวว่า "ไอ้พระเหม็น เจ้ายังคิดจะยั่วยุนายท่านของข้า ช่างไม่รู้จักที่ตายจริงๆ!"
ซูจื่อโม่เห็นผู้ฝึกตนชุดคลุมม่วงนิ่งเฉย จึงหุบยิ้มลง กล่าวเรียบๆ ว่า
"ในเมื่อประสกเลือกที่จะปล่อยปละละเลย เช่นนั้นก็ขออภัย..."
ภายในวัดโบราณ พลันเงียบสงัดลงในทันที
อากาศราวกับแข็งค้าง!
"อาตมาจะช่วยสั่งสอนแทนท่านเอง!"
คำว่า 'อาตมา' เพิ่งหลุดจากปาก ซูจื่อโม่ก็หายไปจากที่เดิม
สิ้นเสียงคำว่า '...มา' ซูจื่อโม่ก็มาถึงตรงหน้าชายฉกรรจ์ขนยาว ฝ่าเท้ากระทืบลงบนพื้นอย่างแรง ตูม! ฟ้าดินสั่นสะเทือน!
อย่าว่าแต่ชายฉกรรจ์ขนยาวที่อยู่ตรงหน้าเลย แม้แต่หมิงเจินที่อยู่นอกวง ยังรู้สึกเข่าอ่อน ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่างอย่างควบคุมไม่ได้
จิ้งจอกน้อยยิ่งย่ำแย่ ร่างเล็กๆ ถึงกับกระดอนขึ้นจากพื้น
ชายฉกรรจ์ขนยาวสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยความตื่นตระหนก!
ดุร้ายเหลือเกิน!
เมื่อครู่ยังเป็นภิกษุที่สีหน้าสงบเงียบ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ชั่วพริบตาเดียว กลับดูเหมือนกลายร่างเป็นอสูรยักษ์บรรพกาลที่จ้องจะกินคน!
กลิ่นอายอันดุเดือดเลือดพล่าน พุ่งกระแทกเข้าใส่หน้า
ชายฉกรรจ์ขนยาวรู้สึกเพียงหน้าอกอึดอัด หายใจไม่ออก
ภิกษุผู้นี้ดูตัวเตี้ยกว่าเขาตั้งช่วงใหญ่ๆ แต่ในด้านกลิ่นอาย กลับเหมือนเหยียบเขาไว้ใต้ฝ่าเท้า!
คำว่า 'ช่วย' หลุดจากปาก
ซูจื่อโม่ยื่นฝ่ามือขนาดใหญ่ออกมา เลือดเนื้อขยายตัว บดบังผืนฟ้าและดวงอาทิตย์ ฟาดลงมาจากเบื้องบน ระเบิดกลิ่นอายอันดุเดือดออกมา ราวกับจะสะกดข่มสรรพชีวิตทั้งมวลไว้ในฝ่ามือ!
แม้จะไม่มีพลังวิญญาณ แต่มุทรานี้ คือท่าเริ่มต้นของ 'ตราประทับสยบปีศาจ'!
มีอำนาจสะกดข่มสัตว์อสูรโดยธรรมชาติ!
"อ๊าก!"
ชายฉกรรจ์ขนยาวคำรามลั่น เลือดลมในกายพวยพุ่ง เผยเขี้ยวเล็บที่แหลมคมดุร้าย ยื่นแขนอันกำยำล่ำสันทั้งคู่ไขว้กัน ต้านรับขึ้นด้านบน!
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
ระหว่างคนทั้งสอง ปราณพลังพุ่งพล่านกระจัดกระจาย
เพียงแค่ปะทะกัน ชายฉกรรจ์ขนยาวก็หน้าเปลี่ยนสีทันที รู้สึกเพียงแขนทั้งสองข้างเจ็บปวดรวดร้าวแทบทนไม่ไหว จนเกือบจะหักสะบั้น!
แม้ซูจื่อโม่จะใช้มือเดียว แต่ชายฉกรรจ์ขนยาวกลับสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันน่าตื่นตะลึงสะท้านโลก ราวกับคลื่นสมุทรระเบิดออก ถาโถมเข้ามา ยากจะต้านทานได้!
คำว่า 'ท่าน'!
จนถึงตอนนี้ ซูจื่อโม่เพิ่งจะพูดคำที่สี่ออกมา!
ชายฉกรรจ์ขนยาวโคจรแก่นในอย่างบ้าคลั่ง ระเบิดไออสูร เส้นเอ็นและกระดูกในร่างส่งเสียงลั่น ขนทั่วร่างงอกยาวอย่างบ้าคลั่ง เลือดเนื้อปูดโปน รูปร่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นใบหน้าอันดุร้ายน่ากลัว
ชายฉกรรจ์ขนยาวต้านทานไม่ไหว ปฏิกิริยารวดเร็วอย่างยิ่ง เผยร่างจริงออกมาทันที
หลังจากก้าวเข้าสู่วิถีแห่งแก่นโอสถ แม้สัตว์อสูรจะสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ แต่มีเพียงตอนที่คืนสู่ร่างจริงเท่านั้น ถึงจะสามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้
พลังการต่อสู้จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วน!
"คือเถาอู้!"
หมิงเจินเห็นร่างจริงของชายฉกรรจ์ขนยาว ก็อดหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยไม่ได้ ร้องอุทานออกมา
เถาอู้ หนึ่งในสัตว์ดุร้ายยุคบรรพกาล
สัตว์อสูรมีหลากหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ล้วนถือสายเลือดเป็นราชา
และในบรรดานั้น สัตว์ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด!
แต่ในหมู่สัตว์ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์ ก็ยังมีการแบ่งแยกความแข็งแกร่ง
เถาอู้ จัดอยู่ในประเภทที่แข็งแกร่งที่สุด น่าสะพรึงกลัวที่สุดในบรรดาสัตว์ดุร้ายสายเลือดบริสุทธิ์ พละกำลังมหาศาล ในยุคไท่กู่ มันเคยอาละวาดไปทั่วทวีปเทียนฮวง ดุร้ายป่าเถื่อนอย่างยิ่ง!
ร่างจริงของเถาอู้ ในระดับขั้นนี้ อย่างน้อยต้องสูงหลายสิบจั้ง
แต่ตอนนี้ ภายใต้ฝ่ามือบดบังฟ้าของซูจื่อโม่ ร่างของเถาอู้ตัวนี้ กลับเหมือนถูกเขาพระสุเมรุสะกดข่มเอาไว้ สูงไม่ถึงหนึ่งจั้ง ไม่สามารถขยายใหญ่ขึ้นได้เลย!
ในที่สุดเถาอู้ก็ตื่นตระหนกแล้ว
มันตระหนักได้ว่า ช่องว่างระหว่างทั้งสองคนนั้นห่างชั้นกันเกินไป!
ต่อให้มันคืนสู่ร่างจริง ก็ยังไม่อาจต่อกรกับภิกษุตรงหน้านี้ได้!
คำว่า 'สั่งสอน'!
คำสุดท้ายของซูจื่อโม่ร่วงหล่นลงมา
กร๊อบ!
ภายใต้การสะกดข่มของพลังอันน่าสะพรึงกลัว แขนทั้งสองข้างของเถาอู้ ถูกฝ่ามือของซูจื่อโม่กดจนหักสะบั้นโดยตรง!
ฝ่ามือของซูจื่อโม่ ตกลงบนกระหม่อมของเถาอู้ กดกระแทกลงไปด้านล่างอย่างแรง!
ตูม!
ซูจื่อโม่ถึงกับกดหัวของเถาอู้ อัดกระแทกลงไปในพื้นดินโดยตรง
พื้นที่ตรงนั้นถูกทุบจนเกิดหลุมขนาดใหญ่ในพริบตา เลือดสดๆ สาดกระเซ็น!
ใบหน้าของเถาอู้เละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้
อาตมาจะช่วยสั่งสอนแทนท่านเอง!
นับตั้งแต่ซูจื่อโม่ลงมือ จนกระทั่งกดหัวของเถาอู้จมลงไปในดิน กระบวนการทั้งหมดดูเหมือนจะเชื่องช้า แต่ในความเป็นจริง ก็เป็นเพียงเวลาแค่ประโยคเดียวเท่านั้น!
เมื่อคำสุดท้ายของซูจื่อโม่ร่วงหล่นลงมา เถาอู้ก็สลบเหมือดไปแล้ว
สิบปีที่ซ่อนเร้น
ซูจื่อโม่มุ่งมั่นบำเพ็ญพุทธธรรม ไอสังหารในตัวลดน้อยลงไปมาก จิตใจก็สงบเยือกเย็นลงมากเช่นกัน
ดังนั้น หลังจากเห็นเถาอู้รังแกจิ้งจอกน้อยและทำร้ายหมิงเจิน เขาถึงไม่ได้ลงมือในทันที
ทว่า เขาก็คือซูจื่อโม่
เด็ดขาดเหี้ยมหาญ!
ในเมื่อจะลงมือ ก็จะไม่มีวันลังเล
สยบเจ้าด้วยท่วงทำนองดั่งสายฟ้าฟาด ไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน!
เขาคือดาบอันคมกริบเลิศภพเล่มหนึ่ง!
เมื่อชักออกจากฝัก ก็สามารถแทงทะลุฟ้าจนเป็นรูได้!
-สองสิงห์:ผู้แปล-