- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 312 เทพธิดาผู้ประทานบุตรแด่จักรพรรดิผู้ไร้ทายาท 2
บทที่ 312 เทพธิดาผู้ประทานบุตรแด่จักรพรรดิผู้ไร้ทายาท 2
บทที่ 312 เทพธิดาผู้ประทานบุตรแด่จักรพรรดิผู้ไร้ทายาท 2
บทที่ 312 เทพธิดาผู้ประทานบุตรแด่จักรพรรดิผู้ไร้ทายาท 2
เสี่ยวม่านกับตงหลีนั่งอยู่บนบันไดหิน ทั้งสองกระซิบกระซาบเรื่องสาวงามที่เพิ่งเข้ามาในจวน
สาวงามผู้นี้เป็นพ่อค้าคนหนึ่งนำมาถวาย บอกว่าบังเอิญพบหญิงงามดั่งนางฟ้า ตนรู้ตัวว่าฐานะต่ำต้อย ไม่อาจปกป้องหญิงงามปานนี้ได้ จึงนำมาถวายแด่ผิงซีโหว
หลังจากผิงซีโหวทราบข่าว ก็หัวเราะกับข้ารับใช้คนสนิท "แค่ลูกพ่อค้า วิสัยทัศน์คับแคบ เคยเห็นหญิงงามสักกี่คนกันเชียว? เกรงว่าแค่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ก็กล้าเรียกว่านางฟ้าแล้ว"
แต่พ่อค้ามีของดี สิ่งแรกที่นึกถึงคือนำมาถวายเขา เรื่องนี้ทำให้ผิงซีโหวพอใจมาก
เพราะความพอใจนี้ เขาจึงเจียดเวลาไปพบพ่อค้าคนนั้น แล้วรับ "หญิงงาม" ผู้นี้ไว้
ว่ากันว่าพ่อค้าคนนั้นตอนส่งตัวนางเข้าจวนโหว ตอนกลับยังร้องไห้โฮ พูดอะไรทำนองว่า "ชาตินี้คงไม่มีสตรีใดเข้าตาอีกแล้ว"
ผิงซีโหวใช้ฝักดาบเลิกผ้าคลุมหน้าของสาวงามขึ้น รอบด้านพลันเงียบกริบ
หลังจากนั้นจู๋อินก็ถูกส่งตัวมาที่ห้องนี้
มีสาวใช้คอยปรนนิบัตินางสี่ห้าคน อาหารการกินและเสื้อผ้าล้วนเป็นของชั้นเลิศ แต่ไม่อนุญาตให้นางก้าวออกจากประตูห้อง
เสี่ยวม่านกับตงหลีที่อยู่หน้าห้อง ก็คือหนึ่งในคนที่รับผิดชอบเฝ้านาง
นอกจากสาวใช้ในที่แจ้งเหล่านี้ ในที่ลับยังมีองครักษ์ของจวนผิงซีโหวเฝ้าอยู่ด้วย
ผิงซีโหวกำลังเผชิญกับการตัดสินใจที่ทรมานที่สุดในชีวิต
หญิงงามล่มเมือง ผู้ชายคนไหนบ้างไม่อยากครอบครอง?
ยิ่งเขาชอบเปรียบเทียบตัวเองกับวีรบุรุษในอดีต ข้างกายวีรบุรุษ จะขาดสาวงามได้อย่างไร?
แต่ทว่าตอนนี้ ตำแหน่งประมุขวังหลังว่างเปล่า บ้านเมืองไร้ทายาท วังหลังของฝ่าบาทก็ไม่มีข่าวลือว่ามีสาวงามคนไหนเป็นที่โปรดปราน
หญิงงามระดับนี้ หากถวายแด่ฝ่าบาท ใช้ให้ดี ๆ ย่อมนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าให้แก่เขา
เฮ้อ!
น่าเสียดาย!
สาวงามกับอำนาจช่างไม่อาจครอบครองพร้อมกันได้!
เขาลังเลอยู่แบบนี้มาสองวันแล้ว
จู๋อินก็รอมาสองวันแล้วเช่นกัน
นางเริ่มจะหงุดหงิดนิดหน่อยแล้ว
ผิงซีโหวคนนี้ โตปานนี้แล้ว ทำไมทำงานชักช้ายืดยาดแบบนี้?
ถ้าเกิดฮ่องเต้คิดว่านางเบี้ยวนัดจะทำยังไง?
จู๋อินตัดสินใจลงมือเอง
เมื่อเห็นนางทานมื้อเที่ยงเสร็จ เหล่าสาวใช้ก็ก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม เก็บโต๊ะอย่างรวดเร็วและไร้เสียง ชงชารสเลิศให้นางหนึ่งถ้วย
เห็นร่างของพวกนางกำลังจะหายวับไป จู๋อินก็เอ่ยปาก "หยุดก่อน"
สาวใช้ค้อมตัวลง ถามอย่างนอบน้อม "นายหญิงมีอะไรจะสั่งหรือเจ้าคะ?"
จู๋อิน "ไปบอกให้ผิงซีโหวมาพบข้า"
สาวใช้ตะลึงไปนิดหนึ่ง ย่อกายคำนับ "เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเรียนท่านโหว"
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ผิงซีโหวก็ได้ยินว่าสาวงามต้องการพบตน
เขาดีใจทันที เก็บยิ้มบนหน้าไม่อยู่ "อะแฮ่ม! เจ้าบอกว่า สาวงามเป็นฝ่ายเอ่ยปาก ว่าอยากพบข้า?"
องครักษ์ที่ได้ยินสาวใช้มารายงาน ...จริง ๆ แล้วคือให้นท่านไปพบนางต่างหาก
แต่ในฐานะลูกน้องที่ดี แน่นอนว่าต้องพูดในสิ่งที่เจ้านายชอบฟัง
ยังไงความหมายก็เหมือนกัน
เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ผิงซีโหวใช้เวลาอาบน้ำครึ่งชั่วยาม ลองเสื้อใหม่ไปสี่ชุด แม้แต่หนวดเล็ก ๆ บนคางยังหวีอย่างประณีตหลายรอบ ถึงได้เดินหน้าบานไปยังเรือนเล็กที่สาวงามพักอยู่
— แล้วก็ถูกนังหนูไม่รู้ความสองคนขวางไว้ที่หน้าประตู
เสี่ยวม่านมีเสียงที่ไพเราะ เวลาพูดเสียงจะใสกังวานเหมือนนกขุนทอง ตอนนี้นกขุนทองจงใจกดเสียงต่ำ ดูมีพิรุธหน่อย ๆ "ท่านโหว นายหญิงกำลังพักกลางวันเจ้าค่ะ"
นางเหลือบมองผิงซีโหวแวบหนึ่ง แล้วกระซิบ "ท่านโหว นายหญิงรอท่านอยู่นานมาก รอจนง่วงไปแล้วเจ้าค่ะ"
ผิงซีโหว: ...
ดูเหมือนว่า เวลาที่เขาเตรียมตัว จะนานไปหน่อยจริง ๆ
เขาเคาะหัวเสี่ยวม่านทีหนึ่ง "ไปยกเก้าอี้มาให้ข้าตัวหนึ่ง นั่งรอสาวงามตื่น"
เขานึกถึงภาพที่เห็นเพียงแวบเดียวในวันนั้น อดไม่ได้ที่จะเริ่มจินตนาการถึงท่วงท่านอนหลับของสาวงาม... ซี้ด
เขากุมหน้าอย่างเจ็บปวด
หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะ!
สาวงามที่ไม่ใช่ของเจ้า การคิดถึงนางคือความทรมาน!
เสี่ยวม่านแบกเก้าอี้ตัวใหญ่มาอย่างทุลักทุเล ผิงซีโหวแปลกใจ "นังหนูจอมถึกนี่ แรงเยอะใช้ได้เลยนะ"
เสี่ยวม่านยิ้มอย่างภูมิใจ
เดิมทีนางไม่ใช่สาวใช้ในจวน พ่อของนางเป็นทหารในสังกัดผิงซีโหว ตายในสนามรบ
ราชวงศ์ปัจจุบันสนับสนุนให้หญิงม่ายแต่งงานใหม่ นางติดตามแม่ไปแต่งเข้าบ้านใหม่ บ้านนั้นจนเกินไป เลี้ยงปากท้องตั้งหลายคน แม้แต่โจ๊กใส ๆ ยังไม่มีกิน
ผิงซีโหวได้ยินลูกน้องคุยกันเรื่องนี้ ก็เลยรับนางมาอยู่ที่จวนโหว
เรียกว่าเป็นสาวใช้ แต่จริง ๆ วัน ๆ ก็ไม่ต้องทำอะไร ให้ข้าวให้น้ำ แต่ละเดือนยังให้เงินเล็กน้อย ถือว่าช่วยพ่อที่ตายในสนามรบเลี้ยงดูนาง
ตงหลีกับนางก็ตกอยู่ในสถานการณ์คล้าย ๆ กัน
ดังนั้นเสี่ยวม่านจึงไม่กลัวผู้ชายหน้าตาดุร้ายแต่ให้ข้าวให้คนนี้
จู๋อินตื่นตั้งแต่ตอนที่ผิงซีโหวมาถึงแล้ว
หรือจะพูดว่า หลับหรือไม่หลับ สำหรับนางแล้ว แทบไม่มีอะไรแตกต่าง
ที่นางรอจน "หลับ" ก็แค่เลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์เวลาเบื่อหน่าย
ฟังคนสองสามคนคุยกันเสียงเบาในลานด้านนอกสักพัก นางก็ลุกขึ้น
ประตูห้องเปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง
ผิงซีโหวเหลือบมองอย่างแปลกใจ ไม่เห็นคนอยู่ที่ประตู สงสัย "ประตูเสียรึ?"
เสียงผู้หญิงเย็นชาดังออกมาจากในห้อง "ผิงซีโหว เข้ามาพบข้า"
ใบหน้าหยาบกร้านของผิงซีโหวแดงก่ำขึ้นมาทันที ลืมสังเกตคำว่า "ไม่เคารพ" ในถ้อยคำของจู๋อินไปเสียสนิท ในหัวเต็มไปด้วยความคิดแปลก ๆ
เขาตัวแข็งทื่อ ก้าวเท้าเข้าประตู แต่กลับชะงักอยู่ที่ธรณีประตู อึกอัก "จะ จะดีกว่าไหม ถ้าสาวงามออกมา เราคุยกันในลาน?"
ชายหญิงอยู่กันลำพัง... อะแฮ่ม ถ้าเกิดสาวงามมีใจให้เขา เขาอดใจไม่ไหวจะทำยังไง?
สิ่งที่ตอบกลับเขาคือลมกรรโชกแรง พัดผ่านแก้มเขาไปหวีดหวิว ดัง "ปัง" ประตูห้องปิดสนิท
ปฏิกิริยาแรกของผิงซีโหวคือ อันตรายจริง เกือบโดนตบหน้าแล้ว
จากนั้นถึงเป็น: ???
ใบหน้าที่แดงก่ำของเขาพลันเคร่งขรึม จ้องมองหญิงงามที่นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ด้วยความสงสัยและระแวดระวัง
บอกว่าลมนั้นไม่เกี่ยวกับนาง ให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ
จู๋อินเอ่ยเสียงเรียบ "ผิงซีโหว ให้ราชาแห่งมนุษย์มาพบข้า"
ผิงซีโหว: ?
เขานึกขึ้นมาได้ดื้อ ๆ ว่า: ประโยคนี้ทำไมฟังดูคุ้น ๆ จังนะ?
อ้อ เขานึกออกแล้ว ตอนที่องครักษ์ในจวนมารายงานรอบแรก เหมือนจะพูดว่า "นายหญิงท่านนั้นให้ท่านไปพบนาง"
เขาตื่นเต้นจนฟังไม่ชัด ให้องครักษ์พูดอีกรอบ อีกฝ่ายก็เปลี่ยนเป็น "นายหญิงอยากพบท่าน"
ช่างเป็นสาวงามที่อวดดีนัก!
เขาเป็นถึงผิงซีโหว ใช่คนที่ใครนึกอยากจะเจอก็เจอได้หรือ?
ถอยมาหน่อย เขาเป็นคนรักหยกถนอมบุปผา ไม่ถือสาเรื่องหยุมหยิมพวกนี้
แต่ลองฟังประโยคหลังสิ?
ให้ฝ่าบาทมาพบนาง?
ผิงซีโหวอดคิดไม่ได้ ข้าเอาผลงานการรบทั้งชีวิตมาเดิมพัน ยังไม่กล้ากำเริบเสิบสานขนาดนี้สักครั้งเลย
เขาหน้าบึ้งตึงอย่างสมบูรณ์ "บังอาจ! กล้าลบหลู่ฝ่าบาทหรือ?"
สาวงามอะไรกัน? ต่อให้สวยแค่ไหน กล้าลบหลู่ฝ่าบาท ก็คือกบฏ—
หืม?
หือ หือ หือ???
มีอะไรบางอย่าง สว่างจ้ามาก แสบตาข้าไปหมด
ทำไมนางถึงเรืองแสงได้ล่ะ?
ผิงซีโหวอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเองแรง ๆ ขยี้จนขอบตาแดงก่ำ แบกตากระต่ายมองดูอีกครั้ง —
นางเรืองแสงจริง ๆ ด้วย!
สิ่งที่จู๋อินสวมอยู่ เดิมทีเป็นเสื้อผ้าแพรพรรณที่จวนผิงซีโหวเตรียมให้ในช่วงไม่กี่วันนี้ บนศีรษะก็ประดับด้วยเครื่องประดับหยกมุก
ร่างกายนี้ที่ถูก "ถวายตัว" หน้าตาเดิมทีก็นับเป็นโฉมงามที่หาได้ยากอยู่แล้ว พอถูกจวนผิงซีโหวจับแต่งตัวอย่างประณีต ก็ยิ่งงดงามล่มเมือง สวยสะกดตา
ผิงซีโหวเป็นผู้ชาย และยิ่งเป็นผู้ชายที่ชอบของสวย ๆ งาม ๆ
ตั้งแต่เข้าประตูมา เขาก็ใช้สายตาแบบผู้ชายมองผู้หญิง จับจ้องจู๋อินมาตลอด
จนกระทั่งวินาทีนี้
หญิงสาวผู้เย้ายวนถอดเครื่องประดับและเสื้อผ้าหรูหราออกท่ามกลางแสงเทพ ตะวันจันทราดวงดาวไหลเวียนเข้าสู่ชุดคลุมยาวของนาง ดอกไม้สวรรค์กลายเป็นมงกุฎสูง
บารมีเคร่งขรึม ไม่อาจมองตรง ๆ
นางนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ชัด ๆ มองไปยังผิงซีโหวที่ตัวสูงกว่านางมาก ซึ่งยืนตะลึงงันอยู่กับพื้น
ทว่าท่าทางกลับเหมือนเทพเจ้าบนกลีบเมฆ คิ้วงามเลิกขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองฝุ่นผงในโลกมนุษย์
สูงส่งจนไม่อาจเอื้อมถึง