เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 จุมพิตอำลา

บทที่ 28 จุมพิตอำลา

บทที่ 28 จุมพิตอำลา


บทที่ 28 จุมพิตอำลา

หมิงซีบอกว่าจะกลับ แต่เธอกลับไม่ขยับเขยื้อนไปไหนแม้แต่นิ้วเดียว ทั้งสองยังคงเอาแต่จ้องมองกันและกัน

มือของแอนนาวางอยู่บนพวงมาลัย คันไม้คันมืออยากจะบีบแตรใจจะขาด

หญิงสาวแสนสวยเรือนผมสีเงิน นัยน์ตาสีม่วงเอ่ยอย่างขวยเขิน "วันนี้... วันนี้ฉันมีความสุขมากเลยนะ"

ถังหลินยิ้มตอบ "ฉันก็เหมือนกัน"

พวงแก้มของหมิงซีแดงระเรื่อขณะมองถังหลินแล้วพูดว่า "ขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อนฉันวันนี้"

ภายใต้สายตาของเธอ ใบหน้าของถังหลินก็เห่อร้อนขึ้นมาเช่นกัน "ไม่เป็นไรหรอก"

"งั้น งั้นฉันกลับจริงๆ แล้วนะ"

หมิงซีส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ให้ถังหลินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง

ถังหลินพยักหน้ารับ

หมิงซีหันหลังกลับ ทันใดนั้นถังหลินก็ร้องเรียกเธอไว้ "ซีซี"

หมิงซีชะงักเท้าแล้วหันกลับมาทันที

ถังหลินโพล่งถามออกไป "เรา... เรากำลังคบกันอยู่ใช่ไหม?"

หมิงซี "หา?"

เขาหมายความว่ายังไงน่ะ?

เธอเบิกตากลมโตเป็นประกายแล้วถามกลับ "นี่นายคิดว่าจนถึงตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนธรรมดากันงั้นเหรอ?"

พอได้ยินแบบนั้น หัวใจของถังหลินก็พองโตด้วยความดีใจ

หมิงซีถลึงตาใส่เขาพลางพองแก้มป่องด้วยความงอน

ไม่นานความขุ่นเคืองของหมิงซีก็มลายหายไป ถังหลินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็ยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด พร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ

หมิงซีถึงกับยืนอึ้ง

"รีบกลับเถอะ!" ถังหลินผละออกพร้อมรอยยิ้ม

เขาเปิดประตูรถให้หมิงซี เธอก้าวขึ้นรถไปด้วยความมึนงง ฟังเสียงประตูรถปิดลง แล้วมองผ่านหน้าต่างรถด้วยสายตาเลื่อนลอย เห็นถังหลินกำลังยิ้มและโบกมือลา ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป

จนกระทั่งรถแล่นออกไปได้กว่าร้อยเมตร เธอก็หวีดร้องออกมาเสียงหลง สองมือกุมพวงแก้มที่ร้อนผ่าวเอาไว้แน่น

แอนนาที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับส่ายหน้าพูดไม่ออก "คุณหนูคะ มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"

"เธอไม่เข้าใจหรอก" หมิงซีเถียง

นี่เป็นครั้งแรกที่ถังหลินจูบเธอเลยนะ คราวที่แล้วจูบนั่นมันไม่นับสิ!

แอนนาพูดต่อ "เรื่องพรรค์นี้ฉันมีประสบการณ์มากกว่าคุณหนูเยอะค่ะ"

พอได้ยินดังนั้น หมิงซีก็หูผึ่งขึ้นมาทันที "เธอเคยมีแฟนมาเยอะแล้วเหรอ?"

แอนนาตอบหน้าตาย "ก็สักสิบเจ็ดสิบแปดคนได้มั้งคะ"

หมิงซีร้องอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะเร่งเร้าอย่างตื่นเต้น "เล่าให้ฟังหน่อยสิ เล่าให้ฟังหน่อย"

แอนนาปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ค่ะ"

หมิงซี "..."

คุณหนูคนสวยกอดอกแล้วบ่นอุบอิบ "งกจัง"

แสงสีขาวเงินอาบไล้ไปทั่วร่างของหมิงซี ท่ามกลางประกายแสงนั้น สรีระของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป

หญิงสาวแสนสวยเรือนผมสีเงิน นัยน์ตาสีม่วง กลายร่างกลับเป็นเด็กหนุ่มรูปงามเรือนผมสีเงิน นัยน์ตาสีม่วง

เด็กหนุ่มรูปงามเอนหลังพิงเบาะรถ ทอดสายตามองทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านไปนอกหน้าต่าง พลางหวนนึกถึงจุมพิตของถังหลินเมื่อครู่ ริมฝีปากก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมา

ในขณะเดียวกัน ถังหลินที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมก็ก้มมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์

ใกล้ถึงเวลาที่เขาต้องไปสั่งสอนไอ้หมอซ่งฉือนั่นแล้วสินะ

ได้เงินชั่วโมงละร้อยล้าน แถมยังได้อัดซ่งฉืออีก ดีลนี้มีแต่ได้กับได้อย่างเห็นๆ

ว่าแต่ ทำไมเขาถึงได้ตื่นเต้นที่จะได้ซ้อมซ่งฉือขนาดนี้นะ?

หรือว่าลึกๆ แล้วเขาจะมีรสนิยมซาดิสม์ชอบรังแกหนุ่มหล่อกันแน่?

ถังหลินเดินไปที่มุมลับตาคน เขาเทเลพอร์ตกลับไปที่โรงเรียนก่อน แวะกินข้าวมื้อเย็นที่โรงอาหารให้เรียบร้อย จากนั้นก็แปลงโฉมเป็นถังซือแล้วไปปรากฏตัวที่คฤหาสน์ของซ่งฉือ

— — — —

ภายในโถงกว้างที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดใหญ่ส่องประกายระยิบระยับ

ที่มุมหนึ่งของห้องโถงมีแกรนด์เปียโนสีดำหลังใหญ่ตั้งอยู่ เด็กหนุ่มรูปงามไร้ที่ติในชุดสีขาวกำลังนั่งบรรเลงเพลง "Canon in D Major" อยู่หน้าเปียโนหลังนั้น

เรียวนิ้วขาวผ่องพลิ้วไหวไปบนคีย์เปียโนขาวดำ ท่วงทำนองอันแสนนุ่มนวลและชวนฝันหลั่งไหลออกมาจากปลายนิ้ว ดังกังวานไปทั่วทั้งคฤหาสน์และล่องลอยออกไปสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน

แสงไฟ เปียโน เสียงดนตรี และเด็กหนุ่มรูปงาม หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนไร้ที่ติ ชวนให้จินตนาการบรรเจิดไปไกลแสนไกล

หญิงสาวผู้เย็นชาและงดงามในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาจากด้านนอก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า แววตาชื่นชมก็ฉายวาบขึ้นในนัยน์ตาสีแดงชาดชั่วขณะ

เธอหยุดยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว ยืนฟังเด็กหนุ่มบรรเลงท่อนสุดท้ายจนจบ

เด็กหนุ่มรูปงามเรือนผมสีเงินบรรเลงโน้ตตัวสุดท้ายเสร็จ เขาลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับหญิงสาวเรือนผมสีดำ นัยน์ตาสีแดงเล็กน้อย ราวกับขุนนางในยุคกลาง

"อาจารย์"

ถังซือมองซ่งฉือแล้วถามโพล่งขึ้นมา "พร้อมหรือยัง?"

ซ่งฉือสบตาถังซือพร้อมกับแย้มยิ้ม "พร้อมแล้วครับ"

สิ้นเสียงของเขา ถังซือก็คว้าตัวเขาแล้วเหวี่ยงเข้าไปในมิติอื่นทันที

ท้องฟ้าสีเลือดที่คุ้นเคย ดวงจันทร์ดวงโตราวกับดวงตายักษ์ที่คุ้นตา และเมืองร้างขนาดมหึมาที่คุ้นเคย

ซ่งฉือยืนอยู่บนพื้น ฟังน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ของถังซือที่เอ่ยขึ้น "การฝึกวันนี้จะเน้นไปที่ความเร็วในการตอบสนอง ความเร็วในการเรียกใช้พลังวิเศษของนายมันช้าเกินไป"

ถังซือคว้าจับอากาศว่างเปล่า ทันใดนั้นดาบยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือเธอ

ซ่งฉือเบิกตากว้างเมื่อเห็นประกายดาบสว่างวาบ เลือดสาดกระเซ็น พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นปลาบเข้ามาที่หน้าอก รอยแผลปรากฏขึ้นบนแผงอกของเขา

ถังซือออมมือไว้ รอยแผลนั้นจึงแค่บาดลึกเข้าที่ผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น

เธอรู้ดีว่าด้วยพลังเยียวยาตัวเองอันรวดเร็วของซ่งฉือ บาดแผลแค่นี้ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็สมานตัวจนหายสนิท

"มัวทำอะไรอยู่? นายคิดว่าศัตรูจะมานั่งนับหนึ่งสองสามก่อนโจมตีนายหรือไง? ตั้งแต่วินาทีที่นายเหยียบเข้ามาในมิตินี้ นายต้องเตรียมพร้อมรับการโจมตีจากฉันได้ทุกเมื่อ" ถังหลินกล่าวเสียงเย็นชา

บาดแผลของซ่งฉือสมานตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจ้องมองถังซือเขม็งแล้วตอบรับ "ครับ อาจารย์"

ฟุ่บ!

ประกายดาบสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง รอยเลือดปรากฏขึ้นบนร่างของเขาอีกรอย พร้อมกับรอยดาบยาวกว่าสิบเมตรที่พาดผ่านพื้นดิน

หญิงสาวแสนสวยในชุดสูทตวัดดาบอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ประกายดาบสว่างวาบ รอยเลือดก็จะเพิ่มขึ้นบนร่างของเด็กหนุ่มรูปงามเรือนผมสีเงิน

ซ่งฉือกัดฟันกรอด แม้เขาจะตั้งสมาธิจดจ่ออย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมองตามไม่ทันอยู่ดี

เร็วมาก!

ความเร็วในการใช้ดาบของถังซือนั้นรวดเร็วเกินไป

กว่าเขาจะรู้ตัวว่าเธอลงดาบ ก็ตอนที่รอยเลือดปรากฏขึ้นบนร่างของเขาแล้ว

หลังจากรับดาบที่ 991 เข้าไป ในที่สุดเขาก็มองเห็นปราณดาบที่พุ่งเข้ามา ที่แท้เขาก็บาดเจ็บเพราะปราณดาบนี่เอง

เขาแค่มองเห็น แต่มันก็หลบไม่พ้นอยู่ดี

การฝึกความเร็วในการเรียกใช้พลังวิเศษ ตอนนี้บททดสอบของจริงได้เริ่มขึ้นแล้ว

ภายใต้แสงจันทร์สีเลือด ประกายดาบยังคงสว่างวาบอย่างต่อเนื่อง

ประกายสายฟ้าสีทองพันเกี่ยวรอบตัวเด็กหนุ่มรูปงามเรือนผมสีเงิน ความเร็วในการเทเลพอร์ตของเขาจัดว่ารวดเร็วมาก แต่ก็ยังเร็วกว่าปราณดาบที่พุ่งเข้ามาไม่ได้อยู่ดี

ฟุ่บ!

วินาทีที่ประกายดาบสว่างวาบ ซ่งฉือก็กลายร่างเป็นสายฟ้าสีทองพุ่งถอยร่นอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากถอยไปได้ร้อยเมตร เขาก็พบว่าตัวเองโดนฟันเข้าเสียแล้ว

รอยแผลตื้นๆ ปรากฏขึ้นบนลำคอ เลือดสีสดไหลซึมออกมา ก่อนจะสมานตัวอย่างรวดเร็ว

นี่คือผลจากการที่ถังซือจงใจออมแรง ไม่อย่างนั้นหัวของเขาคงหลุดออกจากบ่าไปแล้ว

เวลาหนึ่งชั่วโมงของการฝึกผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว จนกระทั่งจบการฝึกในวันนี้ ซ่งฉือก็ยังไม่สามารถหลบการโจมตีของถังซือได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทันทีที่ถังซือจากไป ซ่งฉือก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงกว้างอย่างหมดสภาพ พร้อมกับส่งเสียงโอดครวญ "เหนื่อยชะมัด!"

ซ่งฉือไม่อยากจะขยับตัวแม้แต่น้อย พอได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง เขาก็พูดอย่างเกียจคร้าน "แอนนา หยิบมาให้หน่อยสิ"

แอนนาหยิบโทรศัพท์ของซ่งฉือขึ้นมาดูรายชื่อสายเรียกเข้าแล้วบอก "ถังหลินโทรมาค่ะ"

พอได้ยินว่าเป็นถังหลิน ซ่งฉือที่อยู่ในสภาพ 'เลือดแดง' ก็ 'ฟื้นฟูพลังเต็มร้อย' ทันที

เขาคว้าโทรศัพท์มากดรับสาย กำลังจะอ้าปากพูด แต่แอนนากลับเอามือตะครุบปากเขาไว้เสียก่อน

ซ่งฉือ "อื้อ..."

ถังหลิน "...???"

ซ่งฉือมองแอนนาที่เอามือปิดปากเขาไว้ด้วยความงุนงง

แอนนากวาดสายตามองไปทั่วร่างของเขา เด็กหนุ่มรูปงามเรือนผมสีเงินจึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขายังอยู่ในร่างของซ่งฉือนี่นา

จบบทที่ บทที่ 28 จุมพิตอำลา

คัดลอกลิงก์แล้ว