เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ทะลุมิติ คฤหาสน์หล่นทับ

บทที่ 1 ทะลุมิติ คฤหาสน์หล่นทับ

บทที่ 1 ทะลุมิติ คฤหาสน์หล่นทับ


บทที่ 1 ทะลุมิติ คฤหาสน์หล่นทับ

ภายในร้านกาแฟที่จอแจ เซียวถิงผ่อนลมหายใจยาว แววตาที่เคยกระจ่างใสค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนงุนงง

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

เขาเพิ่งจะถูกเลิกจ้างและกำลังเมาหัวราน้ำอยู่ใต้ตึกอพาร์ตเมนต์ไม่ใช่เหรอ?

ขณะที่เขากำลังยกมือขึ้นเกาหัว ความทรงจำมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกในห้วงคำนึง

เขานึกออกแล้ว มีอันธพาลขี้เมาสองคนกำลังจะหาเรื่องเด็กนักเรียนคนหนึ่ง และตัวเขาที่กำลังเมามายก็ได้เข้าไปขัดขวางเพื่อช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ

จากนั้น... ภาพขวดเบียร์ที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตรงหน้า ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสและความมืดมิด เซียวถิงก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที

เขาถูกตีจนตายเพราะเข้าไปทำตัวเป็นฮีโร่

หึ ก็ดีเหมือนกัน

อายุสามสิบแล้วยังโดนไล่ออก จะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็คงไม่มีความหมายอะไรนัก

แล้วตอนนี้... สายตาของเซียวถิงเริ่มจับโฟกัสได้ เขาเห็นกาแฟลาเต้ควันฉุยอยู่ตรงหน้า และชายวัยกลางคนในชุดสูทที่กำลังถือปึกเอกสารนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"คุณเซียว? คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"

ชายวัยกลางคนมองเซียวถิงที่มีสีหน้าสับสนและเจ็บปวด ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

"ผม..."

เซียวถิงนวดคลึงขมับ กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง

ทว่าความทรงจำที่แสนจะแปลกหน้ากลับไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับทำนบแตก

ความเจ็บปวดแปลบปลาบในหัวทำให้เซียวถิงต้องขมวดคิ้ว เขาค้อมศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอโทษชายวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นและเดินโซเซตรงไปยังห้องน้ำ

หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำเย็น เซียวถิงก็ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ สีหน้าของเขาดูพิลึกพิลั่นขณะพยายามเรียบเรียงความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยเหล่านั้น

"นี่ฉัน... ทะลุมิติมาเหรอ?"

ยิ่งนึกทบทวน สีหน้าของเซียวถิงก็ยิ่งแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

โลกใบนี้แทบจะไม่มีอะไรต่างจากโลกในชาติที่แล้วของเขาเลย

ประวัติศาสตร์ดำเนินไปในทิศทางคล้ายคลึงกัน กวีที่ควรจะมีก็มี และนักร้องชื่อดังที่เคยโด่งดังพลุแตกในชาติก่อนก็ปล่อยผลงานชิ้นเอกออกมากันหมดแล้ว

นอกเหนือจากผืนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าที่ตอนนี้ถูกเรียกว่า 'ต้าเซี่ย' แล้ว ทุกอย่างล้วนเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่าเซียวถิงเหมือนกัน ปีนี้อายุยี่สิบสอง และเพิ่งเข้าร่วมงานเลี้ยงจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยไปเมื่อสองวันก่อน

เขาเป็นเด็กกำพร้า มีนิสัยเก็บตัว และไม่ค่อยมีเพื่อนนัก

เหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่ในวันนี้ก็คือ... "มารับมรดกเป็นคฤหาสน์เนี่ยนะ? หา?"

สีหน้าของเซียวถิงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ

หรือว่าร่างนี้จะเป็นลูกเมียน้อยของเศรษฐีที่ถูกทิ้งไว้นอกบ้าน?

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลยสิ!

ในชาติก่อน เขาใช้ชีวิตอย่างราบเรียบและไร้ค่ามาตลอดสามสิบปี สุดท้ายแม้แต่ห้องน้ำสักห้องยังไม่มีปัญญาซื้อ

แต่ในชาตินี้... เอ๊ะ ไม่ใช่สิ

เมื่อความทรงจำหลั่งไหลเข้ามา เซียวถิงก็รู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นเฉียบ หัวใจที่เต้นโครมครามสงบลง และสีหน้าของเขาก็กลับมาดูพิลึกพิลั่นอีกครั้ง

เมื่อหกเดือนก่อน เจ้าของร่างเดิมซึ่งยังเรียนอยู่ ได้ออกไปเดินเล่นย่อยอาหารตอนกลางคืน แล้วบังเอิญไปเจอหญิงชราคนหนึ่งหัวใจวายอยู่ริมถนน

ด้วยความใจดี เจ้าของร่างเดิมไม่มีเวลามานั่งคิดว่านี่เป็นมิจฉาชีพจัดฉากหรือเปล่า เขารีบแบกหญิงชราคนนั้นไปส่งโรงพยาบาลทันที

หลังจากควักเงินเก็บที่ได้จากการทำงานพาร์ตไทม์ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัยมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนหมด เขาก็ยังอุตส่าห์ไปเฝ้าไข้ดูแลหญิงชราคนนั้นอย่างดีนานถึงครึ่งเดือน

ทว่าในท้ายที่สุด หญิงชราคนนั้นกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่ทิ้งไว้ให้

แน่นอนว่าค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมก็สูญเปล่า

หลังจากนั้น เจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ

แค่ทำความดี ก็ไม่ต้องไปถามหาผลตอบแทน!

"พับผ่าสิ..."

เมื่อนึกถึงคติประจำใจของเจ้าของร่างเดิม เซียวถิงก็อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ตัวเอง

พูดกันตามตรง ให้เขาทำแบบนั้นเขาทำไม่ได้หรอก

จากนั้นชีวิตก็วนเวียนอยู่กับการเรียนและการทำงานตามปกติ

ความดีครั้งนี้ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

จนกระทั่งเมื่อวาน จู่ๆ ก็มีทนายความติดต่อมา บอกว่ามีคฤหาสน์หลังหนึ่งรอให้เขาไปรับมรดก

หญิงชราคนนั้นเสียชีวิตแล้ว และในพินัยกรรม เธอได้บริจาคทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่องค์กรการกุศล โดยทิ้งคฤหาสน์เพียงหลังเดียวของเธอไว้ให้กับชายหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งเคยพบกันแค่ครั้งเดียวคนนี้

เขาไม่ต้องเตรียมอะไรเลย เพียงแค่นำบัตรประชาชนและสำเนามาที่ร้านกาแฟแห่งนี้

เจ้าของร่างเดิมไม่ได้นึกสงสัยอะไรแม้แต่น้อย เขารีบสะพายเป้พกบัตรประชาชนตรงดิ่งมาทันที

แล้ว... ความทรงจำก็สิ้นสุดลงตรงนั้น วินาทีที่เจ้าของร่างเดิมนั่งลง จิตวิญญาณของเขาก็ถูกแทนที่โดยเซียวถิงจากอีกโลกหนึ่งอย่างสมบูรณ์

เซียวถิงที่ทบทวนความทรงจำมาถึงตรงนี้ : "..."

แม้จะไม่รู้ว่าเทพเจ้าองค์ไหนเป็นคนพาเขาทะลุมิติมาที่นี่

แต่ขอตกลงกันหน่อยได้ไหม เอาร่างคืนให้เขาไปเถอะ!

เจ้าของร่างเดิมทำดีมาตลอดยี่สิบกว่าปี และก็ยากจนมาตลอดยี่สิบกว่าปีเช่นกัน

จังหวะที่กำลังจะได้เริ่มต้นเสวยสุขอย่างไม่ต้องกังวล จู่ๆ เขาที่เป็นคนแปลกหน้ากลับมาชุบมือเปิบไปซะงั้น... เซียวถิงไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดีอะไร ชีวิตอันแสนจืดชืดสามสิบปีในชาติก่อนได้ขัดเกลาเหลี่ยมมุมในใจเขาจนมนไปหมดแล้ว

แต่การมาแย่งรังนกแบบนี้ มันก็ออกจะทำใจยอมรับได้ยากอยู่สักหน่อย

น่าเสียดายที่เซียวถิงเฝ้าสวดภาวนาและร้องตะโกนในใจอยู่นาน

กลับไม่มีเสียงใดตอบรับเขากลับมาเลย

"ชิ... ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยล่ะกัน!"

เซียวถิงจำใจยอมรับผลลัพธ์นี้ แม้จะไม่ได้รู้สึกสบายใจนักก็ตาม

ทว่าบนใบหน้ากลับปรากฏร่องรอยของความยินดีแอบแฝงอยู่

คฤหาสน์เชียวนะ!

ของที่ต่อให้คนสองคนจากสองชาติภพ ทำงานงกๆ ไปอีกแปดสิบชาติก็ยังซื้อไม่ได้!

"ไม่ต้องห่วงนะเพื่อน..."

เซียวถิงยกแขนขึ้นกอดอก ตบไหล่ตัวเองเบาๆ และปลอบประโลมด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฉันติดหนี้นายที่ได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันจะใช้ชีวิตให้มันมีสีสันขึ้นอีกนิดอย่างแน่นอน... จะพยายามอย่างเต็มที่เลยล่ะ!"

เซียวถิงลุกออกจากห้องน้ำ มายืนอยู่หน้ากระจกและพิจารณารูปลักษณ์ของตัวเองในชาตินี้อย่างละเอียด

บังเอิญเหลือเกินที่เซียวถิงในชาตินี้หน้าตาแทบจะถอดแบบมาจากตัวเขาในชาติก่อน

คิ้วดุจกระบี่ นัยน์ตาดั่งดวงดาว ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากแดงและฟันขาวสะอาด

ผนวกกับพุงพลุ้ยๆ ที่ยังไม่ปรากฏขึ้นในชาตินี้ ส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรพอดิบพอดี และความซื่อบื้อที่เห็นได้ชัดจากแววตา นี่มันไอดอลหนุ่มตัวเป็นๆ ชัดๆ

ประเภทที่ว่าถ้าไปแข่งในรายการเซอร์ไววัลไอดอล ต่อให้ไม่ได้เดบิวต์ก็ต้องตกแฟนคลับได้เพียบแน่นอน

น่าเสียดายจริงๆ... "เฮ้อ!"

เซียวถิงถอนหายใจพลางหยิกแก้มหล่อๆ ของตัวเองเบาๆ

"เราทั้งคู่เสียของกันจริงๆ หน้าตาออกจะดีขนาดนี้ รวมกันสองชาติยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคนเดียว มันช่าง... เฮ้อ!"

เซียวถิงถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะเช็ดมือแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำไป

ไม่เคยมีแฟนแล้วมันยังไงล่ะ!

ต่อให้เขาได้รับสืบทอดคฤหาสน์มา... เขาก็ยังไม่คิดจะมีความรักอยู่ดี

จะมีไปทำไม?

เอาเวลาไปหาเงินไม่ดีกว่าเหรอ?

ผู้หญิงมีแต่จะทำให้ความเร็วในการชักกระบี่ของเขาลดลงก็เท่านั้น!

"คุณเซียวครับ?"

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเจือความสงสัยของทนายความ เซียวถิงที่กำลังจะหยิบพินัยกรรมและขั้นตอนการรับมรดกตรงหน้าขึ้นมาอ่านอีกรอบ ก็เงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง "มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

ทนายความลูบปลายคาง "ไม่มีอะไรครับ ผมแค่รู้สึกว่า... คุณดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย"

เมื่อสามนาทีก่อน เขายังมองเห็นคนตรงหน้าเป็นเพียงนักศึกษาจบใหม่ที่มีนิสัยเก็บตัวและมีแววตาสับสนอยู่เลย

ทำไมหลังจากเดินไปเข้าห้องน้ำถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กลายเป็นคนที่ดูสงบนิ่งเยือกเย็น แถมยังแผ่กลิ่นอายของคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน... คฤหาสน์หลังหนึ่งสามารถเปลี่ยนคนได้มากขนาดนี้เลยเชียวหรือ?

มันเปลี่ยนได้จริงๆ นั่นแหละ!

ทนายความก้มลงมองราคาประเมินของคฤหาสน์ในเอกสารแล้วพยักหน้าเบาๆ

อย่าว่าแต่นักศึกษาคนนี้เลย ต่อให้เป็นทนายความระดับท็อปอย่างเขา ทำงานมาทั้งชีวิตก็อาจจะไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ

ถ้ามันไม่ทำให้คนเปลี่ยนไปสิถึงจะแปลก!

ถ้าฉันมีคฤหาสน์แบบนั้นบ้าง... "เซ็นตรงนี้ได้เลยใช่ไหมครับ?"

น้ำเสียงราบเรียบของเซียวถิงดึงทนายความให้หลุดออกจากภวังค์

"หา? อ้อ! ใช่ครับ คุณหลินซิวเซียงครองตัวเป็นโสดและไม่มีบุตรตลอดชีวิต ส่วนญาติเพียงคนเดียวที่อยู่ต่างประเทศก็สละสิทธิ์ในการรับมรดกแล้ว เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลเรื่องข้อพิพาทใดๆ เลยครับ เซ็นได้เลย!"

"สิ่งเดียวที่คุณต้องระวังก็คือ คุณหลินซิวเซียงได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในพินัยกรรมว่า เงื่อนไขของการมอบอสังหาริมทรัพย์นี้คือห้ามขายเด็ดขาด หากคุณนำทรัพย์สินนี้ไปลงประกาศในเว็บไซต์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ใดๆ เงินที่ได้จากการขายจะถูกสำนักงานกฎหมายของเรายึดคืน และนำไปบริจาคแก่องค์กรการกุศลเช่นเดียวกันครับ"

ทนายความกลับเข้าสู่โหมดมืออาชีพ เพียงไม่กี่ประโยคเขาก็สามารถปัดเป่าความสงสัยส่วนใหญ่ของเซียวถิงไปได้จนหมด

เซียวถิงหยิบปากกาขึ้นมา ปลายปากกาจ่อค้างอยู่เหนือสัญญาอย่างครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนที่เขาจะวางมันลงเบาๆ

"คุณทนายครับ ปกติแล้วการรับมรดกมันต้องมีภาษีการโอนไม่ใช่เหรอครับ เรื่องนี้ผม..."

พูดจบ เซียวถิงก็ยิ้มแห้งๆ

เขายังไม่รู้เลยว่าตอนนี้เจ้าของร่างเดิมมีเงินในบัญชีอยู่เท่าไหร่

แต่มันต้องไม่เกินหนึ่งหมื่นหยวนแน่ๆ

ภาษีการโอนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมรดกโดยทั่วไปคือสามเปอร์เซ็นต์

ในสัญญาระบุว่าคฤหาสน์หลังนี้มูลค่าหกล้าน ดังนั้นภาษีการโอนก็จะตกอยู่ที่... หนึ่งแสนแปดหมื่นหยวน

"เรื่องนี้คุณก็สบายใจได้เลยครับ หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว คุณจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมดำเนินการแปดสิบหยวน คฤหาสน์หลังนี้ก็จะตกเป็นของคุณทันที"

"ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ คุณหลินซิวเซียงได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายของเราเป็นผู้จัดการรับผิดชอบให้ทั้งหมดแล้วครับ"

ทนายความยังคงมีรอยยิ้มแบบมืออาชีพประดับบนใบหน้า แต่สายตาที่เขามองเซียวถิงนั้นกลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ปกติแล้ว นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ ไม่มีเบื้องหลังอะไร แล้วจู่ๆ ก็ได้คฤหาสน์มูลค่าหกล้านมาครอบครอง

ไม่ดีใจจนสติแตกก็ถือว่าเก่งแล้ว!

แต่เด็กคนนี้... กลับนิ่งสงบ เยือกเย็น

ราวกับว่าคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้มีมูลค่าหกล้าน แต่เป็นแค่หกร้อยหยวน

มีความเยือกเย็นขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย... เมื่อคิดได้ดังนี้ ทนายความก็ล้วงนามบัตรออกจากกระเป๋า เลื่อนส่งให้เซียวถิง พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่เพิ่มความจริงใจเข้าไปอีกเล็กน้อย

"ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับ ผมชื่อโจวฉีเว่ย ในอนาคตถ้าคุณมีปัญหาข้อกฎหมายอะไร สามารถโทรมาปรึกษาได้ตลอดเวลาเลยครับ... ฟรี"

การมีจิตใจที่มั่นคงตั้งแต่อายุยังน้อย อนาคตเขาจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

การลงทุนในตัวเขาแต่เนิ่นๆ ก็คงไม่เลว—

โจวฉีเว่ยผู้ซึ่งถือว่าตัวเองเป็นคนดูคนเก่งคิดในใจ

จบบทที่ บทที่ 1 ทะลุมิติ คฤหาสน์หล่นทับ

คัดลอกลิงก์แล้ว