เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 อย่าหลงเชื่อคำโกหกของหล่อน

บทที่ 19 อย่าหลงเชื่อคำโกหกของหล่อน

บทที่ 19 อย่าหลงเชื่อคำโกหกของหล่อน


บทที่ 19 อย่าหลงเชื่อคำโกหกของหล่อน

"บ้าเอ๊ย! เฉินโย่วหนาน แกหมายความว่ายังไงวะ?!" บนใบหน้าของเซี่ยจิงถิงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

เฉินโย่วหนานวางสาย หมุนโทรศัพท์เล่นบนนิ้วแล้วยักไหล่ "นายเกลียดพี่สะใภ้ของนายที่สุดไม่ใช่หรือไง? เราเป็น 'เพื่อน' กันมาตั้งหลายปี ฉันก็ต้องเข้าข้างนายอยู่แล้ว ถ้ากำจัดยัยนั่นไปได้ นายก็จะได้พี่สะใภ้แบบที่นายต้องการไม่ใช่เหรอ?"

"ใครบอกว่าฉันเกลีย..."

ยังไม่ทันที่เซี่ยจิงถิงจะพูดจบ เสียงดังโครมครามก็ดังมาจากชั้นล่าง ตามมาด้วยเสียงจานชามแตกกระจาย

ทั้งสองคนมองลงไปชั้นล่างตามเสียงนั้น

พวกเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ชั้นสอง ผลักพนักงานเสิร์ฟชายล้มลงกับพื้นแล้วพูดด้วยความรังเกียจ "อย่าเอามือสกปรกๆ ของนายมาแตะต้องตัวฉัน อยากให้ฉันขอโทษนายงั้นเหรอ? นายมันไม่คู่ควรหรอก"

พนักงานเสิร์ฟหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ท่าทางเหมือนคนถูกรังแกแต่ไม่กล้าตอบโต้

หลายคนรอบๆ กำลังถ่ายคลิปเหตุการณ์นั้นไว้

ทว่าหญิงสาวกลับไม่อธิบายอะไรเลย เธอเพียงแค่นั่งนิ่งเฉย มองเหยียดพนักงานเสิร์ฟที่กองอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นชา

เซี่ยจิงถิงรู้สึกว่าน้ำเสียงนี้คุ้นหูมาก เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน?

ตอนนั้นเอง ผู้จัดการร้านหม้อไฟก็วิ่งเข้ามา

หนิงฮ่าวมองเธอราวกับเห็นพระมาโปรด และรีบฟ้องทันที:

"พี่เสวี่ยเหนียนครับ ลูกค้าคนนี้บอกว่าเงินไม่พอแล้วขอจ่ายแยกบิล ผมก็บอกไปว่าร้านเราไม่มีนโยบายให้จ่ายแยกบิล แล้วเธอก็แช่งให้ผมตาย แถมยังบอกว่าผมจะต้องตกนรกด้วย ผมไม่อยากให้เรื่องใหญ่โตจนรบกวนการทานอาหารของลูกค้าคนอื่นๆ ก็เลยกะว่าจะเข้าไปขอโทษเธอก่อน แต่เธอกลับลงมือทำร้ายผมครับ!"

พูดจบ น้ำตาสองหยดที่คลอเบ้าอยู่ก็ร่วงเผาะลงมาพอดี

ช่างเป็นฉาก 'หนุ่มหล่อเจ้าน้ำตา' ที่สมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร

ผู้จัดการร้านเป็นหญิงสาวผมยาวประบ่า สวมชุดยูนิฟอร์มสูทสีดำเรียบร้อย ดูอายุราวๆ ต้นสามสิบ ท่าทางเหมือนผู้หญิงเก่งและแกร่งพึ่งพาตัวเองได้

เธอยื่นมือไปดึงเขาขึ้นมา "ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ"

หนิงฮ่าวทำปากยื่น ฮึดฮัด และเบี่ยงตัวหลบมือของหวังเสวี่ยเหนียนเพื่อแสดงความไม่พอใจ

หวังเสวี่ยเหนียนลอบถอนหายใจ แววตาปวดใจวาบผ่านดวงตาของเธอ

หลังจากหนิงฮ่าวลุกขึ้น หวังเสวี่ยเหนียนก็ตบแขนเขาเบาๆ "เดี๋ยวพี่จัดการเรื่องนี้เอง เธอไปทำงานต่อเถอะ"

"เดี๋ยวก่อน" ถูซานจิ่วที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยขึ้น "ฉันบอกให้เขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"

ประกายตาอาฆาตวาบผ่านดวงตาของหนิงฮ่าว "แล้วคุณยังต้องการอะไรอีก? ผมไม่บังคับให้คุณขอโทษก็ดีแค่ไหนแล้ว คุณยังจะ..."

หวังเสวี่ยเหนียนตวัดสายตาดุๆ ใส่เขา หนิงฮ่าวจึงจำใจต้องหุบปากลง

เธอหันไปหาถูซานจิ่วและกล่าวด้วยรอยยิ้ม:

"ต้องขออภัยด้วยนะคะคุณลูกค้า ที่ทำให้เสียบรรยากาศในการทานอาหาร จากที่พนักงานของเราเล่าให้ฟังเมื่อครู่ ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยัน ฉันขอเวลาตรวจสอบกล้องวงจรปิดสักครู่นะคะ หากเป็นความผิดของพนักงานเราจริง ทางเราจะลงโทษอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าหากคุณเป็นฝ่ายดูหมิ่น ด่าทอ และแช่งชักหักกระดูกพนักงานของเราจริง ก็รบกวนช่วยกล่าวคำขอโทษด้วยนะคะ มิฉะนั้น ทางเราคงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิพนักงานของทางร้านค่ะ"

ถูซานจิ่วหัวเราะเบาๆ "ไม่เลวนี่ ดูเหมือนว่าคุณจะยังไม่ได้หลงผู้ชายจนหน้ามืดตามัวไปซะทีเดียวนะ"

หวังเสวี่ยเหนียนขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไงคะ?"

ถูซานจิ่วไม่ได้ตอบคำถามของเธอ และไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างด้วย เธอหยิบกรรไกรตัดเล็บออกมาจากกระเป๋าอย่างใจเย็นแล้ววางลงบนโต๊ะ สบตาหวังเสวี่ยเหนียนพลางเอ่ยเสียงเรียบ:

"คุณหวัง ขอยืมมีดหน่อย คุณไม่ได้กำลังสงสัยอยู่หรอกเหรอว่าเขากำลังปิดบังอะไรคุณอยู่? มีดคือหลักฐาน คำพูดคือพยาน ฉันจะเก็บเงินก็ต่อเมื่อคำทำนายเป็นจริงเท่านั้น"

สีหน้าของหนิงฮ่าวเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารีบพูดขึ้นมา "คำทำนายอะไรกัน? พูดจาไร้สาระ เชื่อไหมว่าผมจะโทรเรียกตำรวจมาจับคุณข้อหาหลอกลวงงมงาย?!"

หวังเสวี่ยเหนียนหันไปมองเขา หนิงฮ่าวจึงลดเสียงลง "ผม... ผมคิดว่าเธอแค่ตั้งใจจะมากินฟรีแน่ๆ ไม่มีปัญญาจ่ายก็เลยกะจะมาหลอกให้พี่เสวี่ยเหนียนปล่อยตัวไป พี่ห้ามไปหลงเชื่อเรื่องไร้สาระของหล่อนเด็ดขาดเลยนะครับ!"

ทันทีที่เขาพูดจบ เสียงตวาดกร้าวก็ดังมาจากชั้นสอง "แกหาว่าใครพูดเรื่องไร้สาระวะ?!"

ทุกคนพากันหันไปมองตามเสียง

ถูซานจิ่วเงยหน้าขึ้น แววตาฉายแววประหลาดใจ "อ้าว น้องสาม บังเอิญจังเลยนะ นายก็มากินหม้อไฟที่นี่เหมือนกันเหรอ"

เซี่ยจิงถิงโบกมือให้เธอ "พี่สะใภ้ รอผมแป๊บนึง ผมกำลังลงไป"

เมื่อกี้เขาก็รู้สึกว่าเสียงมันคุ้นๆ อยู่แล้ว ยิ่งตอนที่เห็นกรรไกรตัดเล็บอันนั้น เขาก็จำได้ทันที... นั่นมันพี่สะใภ้ของเขา ถูซานจิ่วนี่นา!

เหอะ อารมณ์เดือดปุดๆ พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

กล้ารังแกคนของตระกูลเซี่ย แถมยังเป็นพี่สะใภ้ของเขาอีก คิดว่าเซี่ยจิงถิงคนนี้ตายไปแล้วหรือไง?!

เขาชักหัวกลับแล้วรีบพุ่งตัวลงไปชั้นล่างทันที

เฉินโย่วหนานที่อยู่ข้างๆ อึ้งไปหลายวินาที ก่อนจะชะโงกหน้ามองลงไปข้างล่างพลางคิดในใจ 'นี่น่ะเหรอพี่สะใภ้ในตำนานของเซี่ยจิงถิงที่มาจากหมู่บ้านบนเขาอันห่างไกล?'

ดูเหมือนหล่อนจะเข้ากับเซี่ยจิงถิงได้ดีทีเดียวนี่

มีเรื่องสนุกให้ดู ทำไมถึงจะไม่ดูล่ะ? ยิ่งถ้าหาโอกาสทำให้เซี่ยจิงถิงหน้าแตกได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

มีพี่สะใภ้เป็น 'สิบแปดมงกุฎ' แบบนี้ ต่อให้ไม่อยากขายหน้าก็คงยากล่ะนะ~

เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว รีบหมุนตัวเดินตามลงไปข้างล่างทันที

ในขณะเดียวกันที่ชั้นล่าง หวังเสวี่ยเหนียนก็เริ่มเหงื่อตกซิกๆ แล้ว

ในฐานะผู้จัดการร้านนี้ เธอย่อมต้องรู้จักคุณชายสามแห่งตระกูลเซี่ยเป็นธรรมดา

เมื่อกี้เขาเพิ่งจะเรียกผู้หญิงตรงหน้าว่า 'พี่สะใภ้' ถ้างั้นเด็กสาวคนนี้ก็ต้องมีความสำคัญมากแน่ๆ

ดูท่าเรื่องราวในวันนี้คงจะจบไม่สวยเสียแล้ว

ทว่าวันนี้หนิงฮ่าวกลับทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลยิ่งกว่าปกติ

เขายืนเท้าสะเอว แอ่นอกบังหน้าหวังเสวี่ยเหนียนไว้อย่างกล้าหาญ "ทำไมล่ะ? อย่าคิดนะว่าหาคนมาช่วยแล้วผมจะกลัว วันนี้ผมไม่ยอมหรอก ต่อให้ต้องตกงาน ผมก็จะทวงความยุติธรรมให้กับคนระดับรากหญ้าอย่างพวกเราให้ได้!"

ทันทีที่เขาพูดจบ คนรอบข้างบางคนก็เริ่มเห็นดีเห็นงามตามไปด้วย "ใช่แล้ว พนักงานเสิร์ฟไม่ใช่คนหรือไง? จะมาด่าแช่งคนอื่นชุ่ยๆ แบบนี้ได้ยังไง?"

"หยาบคายจัง ฉันก็ได้ยินนะ! หล่อนแช่งให้พ่อหนุ่มสุดหล่อคนนั้นไปตายแล้วตกนรกด้วย!"

"ชะตาไพร่แต่วางก้ามเป็นคุณหนู เมื่อกี้ฉันเห็นหล่อนกินเนื้อเข้าไปตั้งสิบจานคนเดียว เหมือนคนตายอดตายอยากมาจากไหน"

"นั่นสิ ฉันว่าที่พ่อหนุ่มคนนั้นพูดก็ถูกนะ ยืมมงยืมมีด ทำนงทำนายอะไรกัน หล่อนก็แค่อยากจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้มากินฟรีมากกว่า ผู้จัดการคะ คุณห้ามไปเชื่อเรื่องโกหกไร้สาระของหล่อนเด็ดขาดเลยนะคะ!"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไม่ขาดสาย สถานการณ์เริ่มร้อนระอุถึงขีดสุดอย่างรวดเร็ว

ถูซานจิ่วยังคงนั่งนิ่งสงบดั่งขุนเขา ไม่ได้แยแสคำพูดของคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย พวกเขาก็เป็นแค่ 'หุ่นเชิดโง่เง่าที่ถูกชักใย' เท่านั้น

อีกเดี๋ยวเธอจะทำให้พวกเขารู้ซึ้งว่าการไว้ใจคนต้องระมัดระวังแค่ไหน และการหลับหูหลับตาเชื่อก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

เซี่ยจิงถิงวิ่งลงมาถึง พอได้ยินเสียงชาวบ้านซุบซิบนินทาก็แทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห

เขาเดินอาดๆ เข้าไปบังสายตาของคนพวกนั้น ก่อนจะล้วงแบล็คการ์ดออกมาฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง

"พี่สะใภ้ของเซี่ยจิงถิงคนนี้เนี่ยนะจะลดตัวไปโกงค่าอาหารพวกแก? วันนี้พวกแกต้องให้คำอธิบายกับฉันมาให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องร้านของพวกแกแน่!"

หวังเสวี่ยเหนียนรีบดึงตัวหนิงฮ่าวที่ขวางหน้าเธออยู่ให้หลบไปด้านหลัง

เธอยอมลดท่าทีลง "ต้องขออภัยด้วยค่ะคุณชายสาม เป็นความผิดของทางเราเองที่ทำให้คุณผู้หญิงท่านนี้ต้องลำบากใจ ฉันจะให้หนิงฮ่าวขอโทษคุณผู้หญิงเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

"หนิงฮ่าว รีบขอโทษคุณผู้หญิงท่านนี้เร็วเข้า!"

จบบทที่ บทที่ 19 อย่าหลงเชื่อคำโกหกของหล่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว