เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ดูเหมือนเธอจะต้องหาเวลาไปตามเก็บหนี้บ้างแล้วล่ะ

บทที่ 18 ดูเหมือนเธอจะต้องหาเวลาไปตามเก็บหนี้บ้างแล้วล่ะ

บทที่ 18 ดูเหมือนเธอจะต้องหาเวลาไปตามเก็บหนี้บ้างแล้วล่ะ


บทที่ 18 ดูเหมือนเธอจะต้องหาเวลาไปตามเก็บหนี้บ้างแล้วล่ะ

ถูซานจิ่วไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ย เธออยากกินหม้อไฟมาตั้งแต่ตอนที่ออกมาแล้ว จึงโทรบอกนายท่านเซี่ยว่าจะไม่กลับไปทานมื้อเที่ยง

เซี่ยจิงโจวโอนเงินรางวัลหนึ่งพันหยวนมาให้เธอตอนที่เขากลับถึงบ้านเมื่อช่วงเช้ามืด เมื่อรวมกับอีกหนึ่งพันของจางเสวี่ยเฟิงเมื่อครู่นี้ ยอดเงินติดตัวของเธอตอนนี้จึงมีอยู่สองพันหยวน

เธอรู้ดีว่าค่าครองชีพในเมืองอวิ๋นนั้นสูงลิ่ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะสูงขนาดนี้

ตอนที่พนักงานเสิร์ฟนำบิลมาให้ ถูซานจิ่วถึงกับชะงักไป

เพราะกินหม้อไฟไปแค่มื้อเดียว เงินสองพันหยวนของเธอถึงกับไม่พอจ่าย!

เธอต้องควักเงินเก็บส่วนตัวเพิ่มไปอีกห้าร้อย

เธอยอมรับว่าตัวเองกินจุกว่าคนทั่วไป แต่หม้อไฟมื้อเดียวราคาตั้งสองพันห้าร้อยหยวนเนี่ย มันก็ออกจะแพงไปหน่อยจริงๆ

เมื่อก่อนตอนลงเขาไปกินหม้อไฟในตัวเมือง เธอจ่ายแพงสุดก็แค่เก้าร้อยหยวนเอง

ถูซานจิ่วเบะปาก ใบหน้าฉายแววเจ็บปวดใจ

ดังคำกล่าวที่ว่า ความลับสวรรค์ห้ามแพร่งพราย แต่คนขายมีดเร่นั้นกลับเปิดเผยความลับสวรรค์อยู่ตลอดเวลา

สำหรับคนของตระกูลถูซาน การมีอายุขัยสั้นถือเป็นเรื่องปกติ หากใครมีอายุยืนยาว ชะตาชีวิตย่อมต้องประสบกับ 'เบญจวิบัติและไตรพร่อง'

และที่เธอบอกว่ากว่าคุณปู่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แท้จริงแล้วความยากลำบากนั้นมาจาก 'ความยากจน' ต่างหาก

ดังนั้น การใช้ชีวิตอยู่กับคุณปู่ เธอจึงคุ้นชินกับการกินอยู่อย่างประหยัดมัธยัสถ์

โชคดีที่เธอได้รับสืบทอดสมุดบัญชีทั้งหมดของคุณปู่และบรรพบุรุษมาด้วย เธอเคยเปิดดูและพบว่าหลายคนใน 'บัญชีขาว' นั้นอาศัยอยู่ในเมืองอวิ๋น และด้วยคำพยากรณ์ในอดีต ตอนนี้พวกเขาทุกคนล้วนได้ดีมีสุขกันทั้งนั้น

เมืองอวิ๋นเป็นเมืองใหญ่ แน่นอนว่าค่าครองชีพย่อมสูงกว่าเมืองเล็กๆ ตามชนบทหลายเท่า

คืนนั้นคุณปู่ยังบอกอีกว่า อย่าลืมไป 'ทวง' สินสอดให้ตัวเองด้วยล่ะ เวลาแต่งงานจะได้ไม่ดูน้อยหน้าใคร

ดูเหมือนเธอจะต้องหาเวลาไปตามเก็บหนี้บ้างแล้วล่ะ

หนิงฮ่าว พนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่ใกล้ๆ มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจนเกินไป

จากตอนแรกที่หลงใหลในหน้าตาของถูซานจิ่วและกำลังคิดแผนการบางอย่างในใจ เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงเมื่อเห็นว่าถูซานจิ่วสั่งเนื้อแกะสไลด์มาถึงสิบจานแถมยังสั่งวัตถุดิบอื่นๆ มาจนเต็มโต๊ะ จนกระทั่งเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเธอตอนดูบิล เขาก็เปลี่ยนมาแสดงท่าทีเหยียดหยามทันที ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย

เขาคิดในใจ ยัยบ้านนอกจอมตะกละนี่มาจากไหนกัน? กินจุก็เรื่องนึงเถอะ แต่ท่าทางดูไม่ประสีประสาเอาซะเลย ไม่รู้หรือไงว่าร้านนี้เป็นร้านหม้อไฟแฟรนไชส์ยอดฮิตในอินเทอร์เน็ตที่ดังที่สุดน่ะ?

โชคดีที่เขายังไม่ได้ลงมือจีบ ผู้หญิงสวยๆ มีถมเถไป ถ้าเปย์เงินให้เขาไม่ได้ก็ไม่เอาหรอก เขาไม่ยอมเสียเวลาเปล่าแน่

ถูซานจิ่วกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง จึงไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าที่หนิงฮ่าวมองมาที่เธอ

เสียง 'ปัง' ดังขึ้นจากการกระแทกแท็บเล็ตลงบนโต๊ะอย่างแรง ดึงถูซานจิ่วให้กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

เมื่อความคิดถูกขัดจังหวะ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง

พนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่ข้างๆ กรอกตาใส่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "คุณลูกค้าครับ ยอดรวมสองพันห้าร้อยแปดสิบหยวน จะชำระแบบไหนดีครับ? ทางร้านเราไม่รับผ่อนชำระนะครับ แล้วข้างนอกก็มีลูกค้ารอโต๊ะอยู่ รบกวนช่วยชำระเงินค่าอาหารให้เร็วหน่อยได้ไหมครับ?"

ความรังเกียจของหนิงฮ่าวถูกแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง และถูซานจิ่วก็รับรู้ได้ทันที

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "วีแชทครึ่งนึง อาลีเพย์ครึ่งนึง"

เงินเก็บส่วนตัวของเธออยู่ในยอดเงินอาลีเพย์ ส่วนเซี่ยจิงโจวกับจางเสวี่ยเฟิงโอนเงินเข้าวีแชทให้เธอ

หนิงฮ่าวกรอกตาอีกรอบ "ชิ~ จะวีแชทหรืออาลีเพย์ก็เลือกมาสักอย่างเถอะครับ ทางร้านเราไม่รองรับการแยกจ่าย!"

ถูซานจิ่วขมวดคิ้ว เธอชักจะเริ่มโมโหขึ้นมานิดๆ แล้ว

เธอเปิดวีแชทแล้วโอนเงินเข้าบัตรธนาคาร จากนั้นก็โอนเงินจากอาลีเพย์เข้าบัตรธนาคารเช่นกัน

เงินเข้าบัญชีทันที ถูซานจิ่วพูดขึ้นขณะที่กำลังสแกนจ่ายเงิน "คนที่เดินริมแม่น้ำบ่อยๆ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่รองเท้าจะเปียกน้ำ ฉันขอแนะนำให้คุณสร้างกรรมชั่วให้น้อยลงหน่อย ไม่อย่างนั้นหลังจากตายไป นอกจากจะต้องไปทนทุกข์ทรมานในขุมนรกเตียงเหล็กแล้ว คุณยังจะถูกส่งไปขุมนรกถอนลิ้นอีกด้วย"

ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของหนิงฮ่าวก็เปลี่ยนไปทันที ความโกรธเกรี้ยวพาดผ่านใบหน้า แต่ไม่นานดวงตาของเขาก็แดงรื้นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วพูดว่า:

"คุณครับ คุณออกมาทานข้าวแต่พกเงินมาไม่พอเอง ผมก็แค่บอกว่าทางเราไม่ให้แยกจ่าย แล้วคุณมาแช่งให้ผมไปตายเนี่ยนะ? พวกเราคนทำงานบริการ สมควรโดนคุณด่าทอแบบนี้ด้วยเหรอครับ?"

เขาจงใจขึ้นเสียงดัง ดึงดูดความสนใจของทุกคนรอบๆ ให้หันมามองที่ถูซานจิ่ว

ถูซานจิ่วถึงกับอึ้ง ปากอ้าค้างเล็กน้อย แววตาเป็นประกายด้วยความรู้สึก 'สุดยอดไปเลย~'!

วันนี้เธอเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าการบิดเบือนความถูกผิดมันเป็นยังไง

มิน่าล่ะ เขาถึงหลอกลวงผู้หญิงพวกนั้นได้ง่ายดายนัก!

เห็นได้ชัดว่าเป็นเขาที่ทำกิริยามารยาทแย่ๆ ใส่เธอก่อน แต่หลังจากที่เขาแสดงความ 'น้อยเนื้อต่ำใจ' ออกมา มันกลับกลายเป็นความผิดของเธอไปซะอย่างนั้น

จู่ๆ ประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของถูซานจิ่ว: ข้าน้อยทำไม่ได้จริงๆ~

ในเวลานี้ มีคนหันมามองมากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ที่ริมระเบียงชั้นสอง มีคนสองคนบังเอิญมาประจันหน้ากันพอดี

ชั้นสองของร้านหม้อไฟนี้เป็นแถวของห้องส่วนตัว และจากทางเดินสามารถมองเห็นโถงชั้นหนึ่งได้อย่างชัดเจน

เซี่ยจิงถิงเพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ เตรียมจะกลับไปทานอาหารกับเพื่อนๆ ต่อ

จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงคนพูดเสียงดังมากจากชั้นหนึ่ง ฟังดูเหมือนกำลังจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน

เขากำลังจะชะโงกหน้าไปดูความวุ่นวาย แต่ประตูห้องส่วนตัวข้างๆ ดันเปิดออกเสียก่อน พร้อมกับคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดเดินออกมา ศัตรูคู่อาฆาตของเขา เฉินโย่วหนาน

เมื่อวานเฉินโย่วหนานเพิ่งเสียรถคันโปรดให้กับเซี่ยจิงถิง เขาได้ยินมาว่าเซี่ยจิงถิงถึงกับให้คนเอารถไปจอดไว้ในจุดที่สะดุดตาที่สุดในคลับแถมยังแขวนป้ายประกาศไว้อีก ดังนั้นพอเห็นหน้าเขา สีหน้าของเฉินโย่วหนานก็มืดทะมึนลงทันที

เซี่ยจิงถิงดันแว่นกันแดดบนจมูกขึ้นแล้วพูดกวนประสาท "โอ๊ะ นี่ไอ้ขี้แพ้ไม่ใช่เหรอ? มิน่าล่ะ พี่สะใภ้ถึงบอกว่าวันนี้ฉันไม่ควรออกจากบ้าน ที่แท้ก็ต้องมาเจอเรื่องซวยๆ นี่เอง"

เฉินโย่วหนานถลึงตาใส่ด้วยความโกรธจัด แต่เขาก็สะดุดกึกกับคำว่า 'พี่สะใภ้' ในคำพูดของเซี่ยจิงถิงอย่างรวดเร็ว

พี่สะใภ้?

คู่หมั้นบ้านนอกคอกนาของเซี่ยสืออวี้ที่มาจากบนเขา เข้ามาในเมืองอวิ๋นแล้วเหรอ?

ใครๆ ก็รู้ว่า เซี่ยสืออวี้ หลานชายคนโตของตระกูลเซี่ย ถูกหมั้นหมายมาตั้งแต่เด็ก และคู่หมั้นของเขาก็เป็นคนขายมีดเร่อะไรสักอย่างที่มาจากซอกเขาห่างไกล

เขาได้ยินคนอื่นบอกว่า คนขายมีดเร่คือพวกที่แบกมีดเดินเร่ขายไปตามตรอกซอกซอย โดยใช้คำพยากรณ์เป็นลูกเล่นในการขาย

นั่นมันก็แค่กลยุทธ์การขายดาดๆ ไม่ใช่หรือไง?

ไอ้เรื่องคำพยากรณ์อะไรนี่ก็เหมือนแมวตาบอดตะครุบหนูตาย ถ้าทายถูกก็กำไรบานเบอะ เรียกเงินเป็นแสนเป็นล้าน แต่ถ้าทายไม่ถูก ต้นทุนมีดเล่มนึงมันจะสักเท่าไหร่กันเชียว?

ดังนั้น คนส่วนใหญ่ในแวดวงถึงได้แอบซุบซิบกันว่า ไม่คิดเลยว่าคนฉลาดหลักแหลมอย่างนายท่านเซี่ยจะถูกหลอกลวงจนทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของหลานชายคนโตต้องพังทลาย

ใครบ้างที่ไม่รู้ว่า เซี่ยสืออวี้คืออัจฉริยะที่หาตัวจับยากในวงการธุรกิจ ภายนอกดูอ่อนโยนและสุภาพ แต่กลับมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมไม่เหมือนใครและลงมือจัดการในตลาดการค้าได้อย่างเด็ดขาด?

เขารับช่วงต่อเซี่ยคอร์ปอเรชั่นตั้งแต่อายุยี่สิบ และในเวลาเพียงสี่ปี เขาก็สามารถเพิ่มมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทจากหนึ่งหมื่นล้านเป็นหนึ่งแสนล้านหยวน ก้าวขึ้นเป็นชายที่รวยที่สุดในเมืองอวิ๋นได้อย่างมั่นคง

ส่วนตระกูลเฉินของเขา แม้จะหยั่งรากลึกมานานกว่าตระกูลเซี่ยมาก แต่ตอนนี้กลับถูกตระกูลเซี่ยบดบังรัศมี กลายเป็น 'เศรษฐีอันดับสอง' ในสายตาคนอื่นไปเสียแล้ว

แม้แต่ตัวเขาเองยังอิจฉาเซี่ยจิงถิงที่มีพี่ชายอย่างเซี่ยสืออวี้เลย

อย่างไรก็ตาม พวกเขาทำได้แค่เอาไปพูดกันลับหลังเท่านั้น ไม่มีใครกล้าเอามาเยาะเย้ยต่อหน้าหรอก

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฉินโย่วหนานก็กระตุกยิ้มมุมปาก เซี่ยจิงถิงเองก็ดูจะเก็บความแค้นเคืองเรื่องการแต่งงานของพี่ชายเอาไว้ไม่น้อยเลย

ตอนนี้แหละดีเลย จะได้มีละครสนุกๆ ให้ดู

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคนต่อหน้าเซี่ยจิงถิง

"ฮัลโหล กระจายข่าวหน่อยสิ พี่สะใภ้คนขายมีดเร่ของเซี่ยจิงถิงเข้ามาในเมืองอวิ๋นแล้วนะ~"

จบบทที่ บทที่ 18 ดูเหมือนเธอจะต้องหาเวลาไปตามเก็บหนี้บ้างแล้วล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว