เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 - เลือกหนึ่งจากสอง ไม่ ข้าจะเอาทั้งหมด

บทที่ 19 - เลือกหนึ่งจากสอง ไม่ ข้าจะเอาทั้งหมด

บทที่ 19 - เลือกหนึ่งจากสอง ไม่ ข้าจะเอาทั้งหมด


บทที่ 19 - เลือกหนึ่งจากสอง ไม่ ข้าจะเอาทั้งหมด

เดิมทีผู้อาวุโสเกิ่งตั้งใจจะไล่ตาเฒ่าผู้นี้กลับไป

แต่เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย ภายในดวงตากลับฉายแววสงสัย

ทุกครั้งที่พบกัน ทั้งสองมักจะปะทะคารมกันเสมอ ทำทีเหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน

ทว่าแท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้นต่างฝ่ายต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี

ท่าทีของตาเฒ่ามู่ในยามนี้ ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

ความยอดเยี่ยมของเจ้าหนูหลินเซียว เขาย่อมสังเกตเห็นมาตั้งแต่แรกแล้ว

แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องรับเป็นศิษย์

หอกระบี่นั้นมีความพิเศษเกินไป ตอนนั้นหลินเซียวยังไม่อยู่ในข่ายที่เขาจะพิจารณา

การที่เขาให้หลินเซียวมาพบหลังจบการทดสอบศิษย์สายนอก ก็เพียงเพื่อต้องการชี้แนะสักเล็กน้อยเท่านั้น

แต่คาดไม่ถึงเลยว่า การพบกันครั้งนี้ เจ้าหนูนี่จะนำความประหลาดใจครั้งใหญ่มาให้เขา

"ตาเฒ่าอย่างเจ้า กำลังคิดจะทำสิ่งใดกันแน่" ผู้อาวุโสเกิ่งเอ่ยถามเสียงขรึม

เขาสงสัยจริงๆ ว่าเหตุใดตาเฒ่าผู้นี้จึงดึงดันจะรับหลินเซียวเป็นศิษย์ให้ได้

การหยั่งรู้ของเจ้าหนูนี่ไม่ธรรมดา อีกทั้งยังทำความเข้าใจเจตจำนงกระบี่ถึงสองส่วน

เช่นนั้นก็ย่อมเหมาะสมกับหอกระบี่มากกว่ามิใช่หรือ

ผู้อาวุโสมู่ตอบกลับทันที

"หากเจ้าให้เจ้าหนูนี่สืบทอดหอกระบี่ เจ้าคิดว่าเขาจะอยู่รอดไปได้ถึงกี่ปีกัน" ผู้อาวุโสมู่ถามกลับ

ผู้อาวุโสเกิ่งนิ่งเงียบไป

เขาถอนใจพลางกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า "ชะตากรรมเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้ากับข้าจะตัดสินได้"

ผู้อาวุโสมู่ไม่สนใจเขา หันไปกล่าวกับหลินเซียวว่า "เจ้าหนู แสดงตราประทับโอบขุนเขาของเจ้าออกมาให้ดูหน่อยสิ ไม่ต้องออมมือนะ"

หืม

ผู้อาวุโสเกิ่งชะงักไป

ตราประทับโอบขุนเขา

หรือว่าเจ้าหนูนี่ไปเลือกเคล็ดวิชานี้มาจากหอตำรา

นี่มัน...

หลินเซียวรู้สึกว่าบทสนทนาของผู้อาวุโสทั้งสองนั้น ล้วนแฝงความนัยเอาไว้ทั้งสิ้น

ซึ่งเขาก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก

เมื่อได้ยินผู้อาวุโสมู่บอกให้เขาแสดงตราประทับโอบขุนเขา แถมยังบอกว่าไม่ต้องออมมืออีกด้วย

เขาก็อดทอดถอนใจไม่ได้

สมแล้วที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อเกิด

ขนาดเรื่องนี้ก็ยังมองออกทะลุปรุโปร่ง

หลินเซียวเดินพลังลมปราณในร่างกาย

ตราสัญลักษณ์สีฟ้าอ่อนชั้นหนึ่ง ปกคลุมร่างของเขาไว้ภายใน

"ตราประทับโอบขุนเขาขั้นที่หก" ผู้อาวุโสเกิ่งตกตะลึงอีกครั้ง

ผู้อาวุโสมู่ก็ชะงักไปเช่นกัน

เขาคิดว่าเป็นแค่ขั้นที่ห้า ไม่คิดเลยว่าจะเป็นขั้นที่หก

เจ้าหนูนี่ยังรู้จักซ่อนไพ่ตายไว้เสียด้วย

จุ๊ๆๆ

เวลาครึ่งปี ขั้นที่หก

เขายอมรับนับถือเลยจริงๆ

ใช่แล้ว

ตอนทดสอบศิษย์สายนอก หลินเซียวแสดงออกเพียงตราประทับโอบขุนเขาขั้นที่สี่เท่านั้น

แต่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนมานี้ เขาได้ฝึกฝนตราประทับโอบขุนเขาไปจนถึงขั้นที่หกแล้ว

การเก็บซ่อนไว้สองขั้น เป็นทั้งความเคยชิน และเป็นทั้งไพ่ตายที่ซ่อนไว้

ในชั่วขณะนั้น

ผู้อาวุโสมู่และผู้อาวุโสเกิ่งต่างก็นิ่งเงียบไป

เพียงแต่สีหน้าของชายชราทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ผู้อาวุโสมู่ดูมีชีวิตชีวา ตื่นเต้นและดีใจยิ่งกว่าเดิม

ส่วนผู้อาวุโสเกิ่งกลับมีสีหน้ากลัดกลุ้ม ดูเหมือนจะลำบากใจยิ่งขึ้น

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว ว่าเหตุใดตาเฒ่ามู่จึงบอกว่า ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาใด ก็ต้องรับหลินเซียวเป็นศิษย์ให้ได้

หากหลินเซียวไม่แสดงตราประทับโอบขุนเขาออกมา เขาย่อมไม่มีทางปล่อยคนไปอย่างแน่นอน

แต่ตอนนี้...

ควรจะทำเช่นไรดี

ความเงียบของทั้งสอง ทำให้หลินเซียวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

หมายความว่าอย่างไรกัน

พวกท่านทั้งสองอย่าทำตัวเป็นปริศนาสิ

รออยู่หลายนาที ก็ยังไม่เห็นทั้งสองเอ่ยปากพูดอะไร

ในที่สุดหลินเซียวก็ทนไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นว่า "ผู้อาวุโสทั้งสอง ท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่ขอรับ"

ผู้อาวุโสมู่และผู้อาวุโสเกิ่งสบตากัน

ในที่สุดผู้อาวุโสเกิ่งก็เป็นฝ่ายเอ่ยปาก

"เจ้าหนู ความแข็งแกร่งของเจ้ายังอ่อนแอนัก การบอกบางสิ่งแก่เจ้าในตอนนี้ รังแต่จะเกิดผลเสียโดยไม่มีผลดีอันใดเลย"

"หากมีทางเลือกสองทางให้เจ้าเลือก ทางเลือกแรกคือฝึกฝนกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กระบี่นั้นคมกริบเกินไป และเจ้าจะต้องจ่ายด้วยราคาที่แสนแพง อาจหมายถึงอายุขัยของเจ้าเอง"

"ทางเลือกที่สองคือฝึกฝนโล่ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ทุกครั้งที่ทะลวงผ่านระดับขั้น จะยากลำบากกว่าคนในระดับเดียวกันเป็นร้อยเป็นพันเท่า มีความเป็นไปได้สูงว่าวันข้างหน้าเจ้าจะติดแหง็กอยู่ในระดับเดิม และไม่อาจก้าวหน้าได้อีกเลยชั่วชีวิต"

"หากเป็นเจ้า เจ้าจะเลือกสิ่งใด"

ผู้อาวุโสเกิ่งเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

เป็นเรื่องยากที่ผู้อาวุโสมู่ไม่ได้ขัดจังหวะ และเขาก็มีสีหน้าซับซ้อนเช่นเดียวกัน

ผู้อาวุโสทั้งสองมองมาที่หลินเซียว เพื่อรอฟังว่าหลินเซียวจะตัดสินใจเลือกสิ่งใด

เรื่องนี้สำคัญต่อพวกเขาทั้งสองคนมาก

หลินเซียวได้ยินคำกล่าวของผู้อาวุโสเกิ่ง ก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด

เขาพอจะเดาบางสิ่งได้แล้ว กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดน่าจะหมายถึงผู้อาวุโสเกิ่ง ส่วนโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คงหมายถึงผู้อาวุโสมู่

พวกเขาจงใจโยนสิทธิ์การตัดสินใจมาให้เขา

เพื่อให้เขาเลือกด้วยตนเอง

กระบี่และโล่ที่แข็งแกร่งที่สุดหรือ...

"หากเป็นข้า..." หลินเซียวเอ่ยปาก

ผู้อาวุโสทั้งสองรวมสมาธิ ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว

"หากเป็นข้า ข้าย่อมเลือกทั้งกระบี่และโล่ การที่คนผู้หนึ่งจะครอบครองทั้งกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดและโล่ที่แข็งแกร่งที่สุด ดูเหมือนจะไม่ได้ขัดแย้งกันเลยนะขอรับ"

เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองได้ยินคำพูดของหลินเซียว ก็ชะงักไปในคราวแรก

ผู้อาวุโสเกิ่งอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า

ส่วนผู้อาวุโสมู่กลับหัวเราะร่าพร้อมกับด่าทอออกมา

"เจ้าหนูนี่ช่างโลภมากเสียจริง กำลังคนเรามีจำกัด ไม่อาจควบสองสิ่งได้ การละโมบมักจบลงด้วยความธรรมดาสามัญ"

"ข้าจะบอกตามตรงเลยแล้วกัน บรรพชนของสำนักมารกระบี่เคยค้นพบเคล็ดวิชาสองเล่มในซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง ระดับของมันไม่แน่ชัด แต่มั่นใจได้เลยว่าอยู่เหนือระดับขั้นฟ้าอย่างแน่นอน"

"เคล็ดวิชาสองเล่มนี้ฝึกฝนได้ยากยิ่ง คนธรรมดาทั่วไปอย่าว่าแต่จะฝึกฝนให้สำเร็จเลย แค่ลองฝึกก็ยังทำไม่ได้"

"ข้ามีวาสนาได้ฝึกฝนวิชาฝึกกายาหนึ่งในสองเล่มนั้น"

"วิชาฝึกกายานี้เมื่อฝึกสำเร็จ จะมีพลังป้องกันไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน แม้จะต้องต่อสู้ข้ามระดับ ผู้อื่นก็ยากที่จะทำอันตรายข้าได้ แต่ข้อเสียของมันก็ชัดเจนยิ่งนัก ทุกครั้งที่เลื่อนระดับ ความยากในการฝึกฝนก็จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ พลังลมปราณที่ต้องใช้เพื่อทะลวงระดับแต่ละครั้ง ก็มากกว่าคนทั่วไปเป็นสิบเท่า ร้อยเท่า หรือแม้กระทั่งพันเท่า"

"ฟังคำอธิบายของเคล็ดวิชาแล้วรู้สึกคุ้นๆ หรือไม่ ตราประทับโอบขุนเขา ก็คือเคล็ดวิชาย่อส่วนแบบง่ายที่ข้าดัดแปลงมาจากวิชาฝึกกายาเล่มนี้นี่แหละ"

ผู้อาวุโสมู่กล่าวถึงความจริงออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจนใจ

หลินเซียวถึงกับอึ้งไป

มิน่าล่ะ ตอนที่เขาฝึกฝนตราประทับโอบขุนเขา จึงรู้สึกว่าเคล็ดวิชานี้มีบางอย่างไม่ถูกต้อง

เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด แต่กลับทำให้เขารู้สึกได้ถึงความลึกล้ำสุดหยั่งคาด

"แล้ว แล้วกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดเล่าขอรับ" หลินเซียวเอ่ยถามต่อ

"กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างนั้นหรือ"

ผู้อาวุโสมู่ปรายตามองผู้อาวุโสเกิ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะอธิบายด้วยตนเอง เขาจึงเป็นฝ่ายอธิบายต่อ

"ตาเฒ่าคนไม่... ตาเฒ่าเกิ่งฝึกฝนเคล็ดวิชาอีกเล่มหนึ่ง มันคือเคล็ดวิชาสำหรับผู้ใช้กระบี่"

"เคล็ดวิชาทั่วไปจะดูดซับพลังลมปราณเพื่อฝึกฝน แต่เคล็ดวิชาเล่มนี้กลับต้องกลืนกินปราณกระบี่เข้าสู่ร่างกาย ผสานกับพลังลมปราณและเคล็ดวิชาเพื่อใช้ในการฝึกฝน ยิ่งระดับสูงขึ้น ก็ยิ่งต้องการปราณกระบี่ที่มีคุณภาพและปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย"

"ทำร้ายศัตรูพัน ทำร้ายตนเองแปดร้อย แม้จะได้รับความแข็งแกร่งเหนือผู้คนในระดับเดียวกัน แต่ผลกระทบและความเสียหายที่เกิดกับร่างกายและอายุขัยของตนเองนั้น ก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งเช่นกัน"

"พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ตอนที่ตาเฒ่าเกิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตห้วงธาราขั้นที่หนึ่ง เขาก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณก่อเกิดทั่วๆ ไปได้แล้ว"

"แต่เจ้าลองให้เขาออกไปเข่นฆ่าสังหารอย่างบ้าคลั่งดูสิ เขาจะกล้าหรือไม่ เขาไม่กล้าหรอก เกรงว่ายังไม่ทันฆ่าได้กี่คน ตัวเขาเองก็คงตายเพราะถูกเคล็ดวิชาสะท้อนกลับแล้ว"

"แต่พูดก็พูดเถอะ ก็เพราะมีตาเฒ่าผู้นี้อยู่ไง ตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราณก่อเกิด ก็ไม่มีผู้ใดกล้ามาหาเรื่องที่สำนักมารกระบี่ของเราอีกเลย"

"พลังข่มขู่ระดับนี้ ก็น่าอิจฉาอยู่เหมือนกันนะ"

"ทีนี้เจ้าคงเข้าใจแล้วใช่หรือไม่ แค่ฝึกฝนเคล็ดวิชาใดเคล็ดวิชาหนึ่งในสองเล่มนี้ ก็ถือว่ายากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการฝึกฝนพร้อมกันทั้งสองเล่มเลย"

หลินเซียวฟังคำอธิบายของผู้อาวุโสมู่แล้ว ก็ก้มหน้านิ่ง ราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด

ทว่ากลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นประกายแห่งความยินดีที่วาบผ่านในดวงตาของเขาเลย

เคล็ดวิชาที่ฝึกฝนด้วยการดูดซับปราณกระบี่

นี่ นี่มันเคล็ดวิชาที่สร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะชัดๆ

ประกอบกับพรสวรรค์การหยั่งรู้ขั้นสูงสุดของเขา

แค่ฝึกฝนเคล็ดวิชาสองเล่มพร้อมกัน แล้วจะทำไมเล่า

"ผู้อาวุโสเกิ่ง ผู้อาวุโสมู่ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าอยากลองฝึกฝนเคล็ดวิชาทั้งสองเล่มพร้อมกัน ขอผู้อาวุโสทั้งสองโปรดชี้แนะด้วยเถิด"

จบบทที่ บทที่ 19 - เลือกหนึ่งจากสอง ไม่ ข้าจะเอาทั้งหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว