เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ไสหัวไปให้พ้น

บทที่ 29 ไสหัวไปให้พ้น

บทที่ 29 ไสหัวไปให้พ้น


บทที่ 29 ไสหัวไปให้พ้น

หลังมื้อค่ำ ก็ถึงเวลาเต้นสแควร์แดนซ์ที่ลานกว้าง เพียงแต่จำนวนผู้เข้าร่วมนั้นเพิ่มขึ้นจากเมื่อสองวันก่อนถึงสามเท่าตัว

พอมีคนมารวมตัวกันเยอะๆ แบบนี้ ในที่สุดก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว

เฉินเหยียนนั่งดูผู้สูงอายุเต้นรำกันอยู่ตรงนั้น รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย

เขากำลังรอให้ทุกคนเข้านอน เพราะการก่อสร้างต้องทำในตอนกลางคืน... เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้าก็เข้าสู่ช่วงกลางดึก

เฉินเหยียนเอนกายหลับอยู่บนเก้าอี้ น้ำลายยืดที่มุมปาก ประสานเสียงไปกับเสียงกรนเบาๆ

ทันใดนั้น ลมกระโชกแรงก็พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา

เฉินเหยียนสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ขยี้ตาที่ยังลืมไม่ค่อยขึ้นและปาดน้ำลายลวกๆ

เขาเหลือบมองดูเวลา ตีสองกว่าแล้ว กลุ่มผู้สูงอายุพวกนี้เรี่ยวแรงเหลือเฟือกันจริงๆ

เฉินเหยียนนั่งดูพวกเขาเต้นจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ โชคดีที่ไม่ได้ตื่นสายเกินไปนัก

หลังจากศึกษารายละเอียดบนแผนที่ระบบอยู่พักหนึ่ง เฉินเหยียนก็ตัดสินใจจะวางสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ไว้ข้างๆ กลุ่มอาคารเดิมและศูนย์กิจกรรมผู้สูงอายุที่กำลังก่อสร้างอยู่

เมื่อสร้างเสร็จ มันจะตั้งอยู่ค่อนข้างใกล้กับทั้งโรงอาหารและศูนย์กิจกรรม ทำให้สะดวกต่อการเดินทางไปไหนมาไหนมาก

【"กำหนดพื้นที่ก่อสร้างแล้ว เนื่องจากไม่มีพยานบุคคลอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงเปิดใช้งานฟังก์ชันเทเลพอร์ตบุคลากรก่อสร้าง ระยะเวลาก่อสร้าง: สามเดือน!"】

ให้ตายเถอะระบบ นี่นายไม่คิดจะปิดบังกันแล้วใช่ไหมเนี่ย!

โชคดีนะที่ฉันยังไม่มีเวลาติดกล้องวงจรปิด แถมยังไม่มีพนักงานลาดตระเวนด้วย ไม่อย่างนั้นฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่านายจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง

เฉินเหยียนถึงกับสะดุ้งกับวิธีการทำงานของระบบ ความง่วงนอนมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

แต่หลังจากบ่นเสร็จ เฉินเหยียนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ เขาลองนึกทบทวนทุกอย่างตั้งแต่ต้น ก่อนจะตระหนักได้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน

ตามหลักแล้ว มันควรจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเดินลาดตระเวนสิ! ระบบไม่น่าจะมีโอกาสงัดลูกไม้สับขาหลอกแบบนี้ออกมาใช้ได้นี่นา

แม้ตอนนี้เฉินเหยียนจะค่อนข้างโมโห แต่เขาก็ไม่กล้าด่วนสรุป และตัดสินใจรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากที่ผู้พักอาศัยสูงอายุตื่นนอน พวกเขาก็เริ่มทยอยกันไปที่โรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้าเป็นกลุ่มๆ สองสามคน

เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ผู้สูงอายุที่ตื่นเช้าจึงสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว

"คุณพระช่วย! ทำไมถึงมีรั้วมากั้นอีกที่แล้วล่ะเนี่ย?"

"คราวนี้ผู้อำนวยการน้อยแกจะสร้างอะไรอีกล่ะ? เพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่วันเองนะ ความเร็วนี่มันไวปานกามนิตหนุ่มจริงๆ!

ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่า 'วิมาน' ที่ผู้อำนวยการน้อยวาดฝันไว้ ฉันคงไม่มีบุญได้เห็นก่อนตาย แต่ไม่นึกเลยว่าวิมานของเขาจะเสิร์ฟด่วนทันใจชั่วข้ามคืนแบบนี้!"

"ก็อย่างที่ทุกคนรู้ๆ กันนั่นแหละ ผู้อำนวยการเฉินน่ะมีโปรเจกต์ใหญ่ให้ทำทุกวัน ชินซะเถอะ"

"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อีกสักสองปี คนที่อยากจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านพักคนชราของเราคงได้ตบตีแย่งชิงที่กันแน่ๆ..."

...เฉินเหยียนถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงจอแจจากข้างนอก เมื่อคืนนี้เขาโมโหจัดจนนอนไม่หลับ เกือบจะสว่างคาตาถึงได้เผลอหลับไป

เพื่อไม่ให้เป็นการปรักปรำใครผิด เขาจึงจงใจเฝ้าสังเกตการณ์ตลอดทั้งคืน ปรากฏว่าไม่มีใครออกมาเดินลาดตระเวนเลยจริงๆ

เฉินเหยียนโกรธจนควันออกหู นี่เขาเสียเงินจ้างคนพวกนี้มาเพื่อเกษียณอายุตัวเองหรือไงเนี่ย?

เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่ามันเป็นความบกพร่องในการจัดการของพี่รองจู หรือว่าคนพวกนี้มันแกล้งทำเป็นเชื่อฟังกันแน่!

เฉินเหยียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรหาพี่รองจู

"อรุณสวัสดิ์! เถ้าน้อย มีเรื่องอะไรแต่เช้าเนี่ย?"

เสียงอู้อี้ของพี่รองจูดังลอดมาตามสาย ฟังดูเหมือนกำลังกินข้าวเช้าอยู่

เฉินเหยียนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า! ไอ้บ้าเอ๊ย แกยังมีอารมณ์มากินข้าวเช้าอยู่อีกเหรอ?

เฉินเหยียนพยายามสะกดกลั้นความโกรธอย่างสุดความสามารถ พยายามทำน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด

"มาที่ห้องทำงานผมเดี๋ยวนี้เลย!"

"ได้ๆ เดี๋ยวไป!"

พี่รองจูสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของเฉินเหยียน เขารีบทิ้งตะเกียบแล้ววิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องทำงานของเฉินเหยียนทันที

"เก็บชามไว้ให้ฉันด้วย! เดี๋ยวฉันกลับมากินต่อ!"

ก่อนไป พี่รองจูก็ยังไม่ลืมที่จะหันกลับไปตะโกนสั่งเสีย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานของเฉินเหยียน

"เข้ามา!"

พี่รองจูปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินเหยียน เขาก็เดินย่องเข้ามาเงียบๆ ราวกับขโมย

เมื่อเห็นใบหน้าของเฉินเหยียนเย็นชาประดุจน้ำแข็ง พี่รองจูก็งุนงงไปหมด ใครบังอาจไปกระตุกหนวดเสือบรรพบุรุษคนนี้เข้าล่ะเนี่ย?

"เถ้าน้อย เกิดอะไรขึ้น?"

เฉินเหยียนจ้องมองพี่รองจูด้วยใบหน้าเรียบเฉย

"ผมขอถามหน่อย คุณได้จัดคนไปเดินลาดตระเวนตอนกลางคืนทุกคืนหรือเปล่า?"

"จัดสิ! ฉันแบ่งเป็นสองกะ กะแรกกับกะดึก ผลัดกันเดิน!"

พี่รองจูถอนหายใจด้วยความโล่งอก นึกว่าเป็นเรื่องอะไรซะอีก! เรื่องนั้นเขาจัดการไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

"อ้อ? แน่ใจนะ? ลองนึกดูดีๆ อย่าให้พลาดล่ะ!"

"ฮ่าฮ่า เรื่องแค่นี้ต้องใช้สมองคิดด้วยเหรอ? ฉันจัดตารางให้พวกนั้นอย่างเป๊ะ..."

พี่รองจูชะงักไปกลางคัน รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เฉินเหยียนน่าจะจับพิรุธบางอย่างได้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ถามเจาะจงแบบนี้

"ผู้อำนวยการ... ไม่มีใครออกไปลาดตระเวนเลยเหรอ?"

"คุณมาถามผม? แล้วจะให้ผมไปถามหมาที่ไหนล่ะฮะ?!"

"ขอโทษด้วยเถ้าน้อย ฉันผิดเองแหละ! นายจะลงโทษฉันยังไงก็ว่ามาเลย!"

"เรื่องของคุณเอาไว้ทีหลัง ก่อนอื่นไปจัดการเรื่องนี้ซะ"

"ไล่ออกให้หมด ทั้งคนที่เกี่ยวข้องแล้วก็คนที่รู้เห็นเป็นใจแต่ไม่ยอมรายงาน ไล่พวกมันออกไปให้พ้นๆ หน้าผมเดี๋ยวนี้เลย!"

ความโกรธของเฉินเหยียนแทบจะปะทุออกมาเป็นลาวา ผมอุตส่าห์จ่ายเงินเดือนให้พวกคุณตั้งแพง

มาเห็นผมเป็นไอ้โง่ให้หลอกใช้หรือไง? คิดว่าผมเปิดสถานสงเคราะห์หรือไง?

"ไอ้พวกที่เกี่ยวข้องน่ะต้องไล่ออกอยู่แล้ว แต่คนที่ไม่รายงาน... อาจจะมีเหตุผลอื่... ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!"

พี่รองจูตั้งใจจะพูดแก้ต่างแทนคนอื่นๆ แต่พอสบตาอันเย็นชาของเฉินเหยียน เขาก็จำต้องกลืนคำพูดพวกนั้นลงคอไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเฉินเหยียนฟิวส์ขาด และมันก็น่ากลัวจนขนหัวลุกจริงๆ!

นอกจากพี่รองจูแล้ว ที่ศูนย์ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 10 คน ประกอบด้วยระดับ 2 ดาวสี่คน และระดับ 1 ดาวหกคน

ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่หกคนกำลังนั่งจับกลุ่มอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงอาหาร ล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง

ชายวัยกลางคนที่สวมหมวกแก๊ปกลับหลัง ถือซาลาเปาไว้ในมือ พร้อมกับเผยรอยยิ้มอันลึกล้ำบนใบหน้า

"เป็นไงล่ะ? เมื่อคืนหลับสบายดีไหม? ตอนนี้เชื่อพวกพี่แล้วหรือยัง?"

เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าหน้าที่หนุ่มทั้งสี่ก็ยกนิ้วโป้งให้เขา

"ลูกพี่ นายแน่มาก พวกเรามือใหม่ยังต้องเรียนรู้อะไรจากนายอีกเยอะเลย!"

"ที่คุณลุงบอกไว้ไม่มีผิดเลย! ไปสอบใบอนุญาต รปภ. หลังเรียนจบ แล้วมาทำงานยามเนี่ย งานสบายรายได้ดีจริงๆ"

"แถมพวกเรายังโชคดีด้วย เงินเดือนที่นี่ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ!"

"บวกกับได้เรียนรู้วิชามารจากลูกพี่อีก ยิ่งสบายเข้าไปใหญ่!"

ชายสวมหมวกแก๊ปและชายวัยกลางคนอีกคนมองหน้ากันแล้วยิ้ม

"พี่เป็นยามมาตั้งหลายปี ไม่เคยต้องออกไปเดินกะดึกเลยสักครั้ง"

"ไม่มีใครเขาสนใจหรอกน่า! มีแต่ไอ้โง่สี่คนกะแรกนั่นแหละที่บ้าจี้ทำตามระเบียบ"

"พี่สอนพวกนายหมดเปลือกแล้วนะ อย่าหาว่าพี่ไม่ดูแลล่ะ"

"ตราบใดที่กลางคืนไม่มีเรื่องอะไร พวกนายก็ชิลกันได้ตามสบายเลย"

"แล้วถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาล่ะ? ถึงตอนนั้นพี่จะสอนวิธีเอาตัวรอดให้เอง!"

"อย่ากั๊กสิลูกพี่! สอนพวกเราเลย! เดี๋ยวมีงานอะไรพวกเราจัดการเอง ลูกพี่สองคนนั่งพักไปเลย!"

ชายวัยกลางคนทั้งสองเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมา

"เอาล่ะ ถ้างั้นวันนี้พี่จะอธิบายให้ฟังชัดๆ เลยแล้วกัน วงการนี้มันมีทริคอยู่เยอะ!"

...พี่รองจูแอบซุ่มอยู่หลังเสา ใบหน้าของเขาดำทะมึนราวกับหมึกหยด

คิดไม่ถึงเลยว่าฉันเพิ่งจะตั้งใจจะพูดขอร้องแทนพวกแกไปเมื่อกี้!

พี่รองจูปิดเครื่องบันทึกเสียงในโทรศัพท์แล้วเดินก้าวออกไป

กลุ่มคนกำลังคุยกันอย่างออกรส แต่พอเห็นพี่รองจูเดินเข้ามา พวกเขาก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วรีบลุกขึ้นยืน

"หัวหน้าจู มีลมอะไรหอบมาถึงนี่ครับเนี่ย? มีงานอะไรให้พวกเราทำหรือเปล่าครับ?

"สั่งมาได้เลยครับ พวกเราพร้อมลุยน้ำลุยไฟไม่เกี่ยงเลย!"

เมื่อได้ยินคำพูดประจบสอพลอพวกนี้ มุมปากของพี่รองจูก็กระตุก

ถ้าเขาไม่ได้เพิ่งเห็นธาตุแท้ของแก๊งนี้มากับตา เขาคงจะโดนพวกมันหลอกไปแล้วจริงๆ

พี่รองจูปรายตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา

"ไปที่แผนกการเงินแล้วไปรับค่าจ้างของช่วงที่ผ่านมาซะ!"

"พวกแกเก็บของแล้วไสหัวไปได้เลย! พวกแกถูกไล่ออก!"

จบบท

จบบทที่ บทที่ 29 ไสหัวไปให้พ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว