- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 41 จางเหม่ยเหม่ยยั่วยวนจางเล่อ
บทที่ 41 จางเหม่ยเหม่ยยั่วยวนจางเล่อ
บทที่ 41 จางเหม่ยเหม่ยยั่วยวนจางเล่อ
บทที่ 41 จางเหม่ยเหม่ยยั่วยวนจางเล่อ
จางเล่อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องสั่งสอนเถียนไห่เทาให้เข็ด
เขาปรายตามองจางเหม่ยเหม่ยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในใจก็คิดว่าจางเหม่ยเหม่ยรู้สึกยังไงกับพฤติกรรมของเถียนไห่เทา เธอจะรังเกียจแฟนตัวเองที่กล้าลวนลามผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาหรือเปล่านะ?
แต่ดูเหมือนจางเหม่ยเหม่ยก็ไม่มีสิทธิ์ไปรังเกียจใครหรอกนะ เพราะเมื่อกี้ตอนที่ปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ ในขณะที่แฟนของเธอแอบใช้สายตาวาจาลวนลามคนอื่น ตัวเธอเองก็แอบไปยั่วยวนจางเล่อในห้องน้ำเหมือนกัน ทั้งคู่ก็ไม่ใช่คนดีอะไรพอกันนั่นแหละ จะมารังเกียจกันเองก็คงตลกดี
แต่ที่ต่างกันก็คือ เรื่องที่จางเหม่ยเหม่ยแอบยั่วยวนจางเล่อในห้องน้ำเมื่อกี้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากจางเล่อกับเธอ ดังนั้นเถียนไห่เทาที่เป็นแฟนของเธอก็เลยยังไม่รู้เรื่อง
สถานการณ์ตอนนี้ก็คือ จางเหม่ยเหม่ยยั่วยวนจางเล่อแต่ยังไม่ถูกจับได้ ในขณะที่เรื่องที่เถียนไห่เทาลวนลามจ้าวมานกลับแดงขึ้นมาจนทุกคนรู้กันหมดแล้ว ในเมื่อความแตกต่อหน้าสาธารณชน ก็ต้องรับบทลงโทษไปตามระเบียบ เรื่องพวกนี้มันก็เหมือนคนแอบเป็นชู้กันนั่นแหละ ถ้าแอบทำเรื่องบัดสีกันลับ ๆ แล้วไม่มีใครรู้ มันก็คงดูเป็นเรื่องปกติของพวกเขา แต่ถ้าเรื่องเป็นชู้ถูกจับได้ แล้วโดนแฉต่อหน้าคนอื่น ก็ต้องโดนสังคมประณามอย่างแน่นอน
บางเรื่องถึงแม้มันจะเกิดขึ้นจริง แต่ผลลัพธ์ระหว่างการที่คนอื่นรู้กับไม่รู้ มันต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็เหมือนกับสถานการณ์ตอนนี้ จางเหม่ยเหม่ยแอบยั่วยวนจางเล่อ แต่ไม่มีใครรู้ เธอเลยยังปลอดภัย แต่เรื่องที่เถียนไห่เทารังแกจ้าวมานมันเป็นความจริง และทุกคนก็รู้แล้ว พวกเขาต้องไม่ปล่อยหมอนี่ไปง่าย ๆ แน่
จางเล่อมองหน้าจางเหม่ยเหม่ยก็เห็นว่าเธอกำลังจ้องเถียนไห่เทาตาเขม็ง ดูท่าทางในใจของเธอคงจะโกรธและไม่พอใจกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน พอเห็นแบบนี้ ในใจจางเล่อก็ยิ่งอยากจะอัดเถียนไห่เทามากขึ้นไปอีก เพราะหมอนี่ไม่เพียงแต่รังแกจ้าวมานที่เป็นเพื่อนของเขา แต่ยังหักหลังจางเหม่ยเหม่ยที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเขาด้วย เหตุผลสองข้อนี้รวมกัน งานนี้เขาต้องสั่งสอนไอ้เถียนไห่เทาให้หลาบจำซะหน่อยแล้ว
อีกอย่าง ตั้งแต่แรกจางเล่อก็รู้สึกไม่ถูกชะตากับหมอนี่อยู่แล้วด้วย
แต่จางเล่อก็ยังไม่ยอมลงมือสักที รู้สึกว่าการไปชกต่อยคนในร้านอาหารมันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เดี๋ยวถ้าคนชอบดูเรื่องสนุกแห่กันมามุงดู มันจะไม่ยิ่งน่าอายไปกันใหญ่เหรอ แล้วถ้าเกิดมีพลเมืองดีคนไหนบังเอิญโทรแจ้งตำรวจ 110 ขึ้นมา เขาก็ต้องกลายเป็นคนผิดข้อหาทำร้ายร่างกาย แล้วก็ต้องโดนจับเข้าซังเตงอีกน่ะสิ
อีกสามคนอธิบายเรื่องราวกันจนเคลียร์หมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นจางเล่อขยับตัวทำอะไรสักที ทุกคนเลยรู้สึกแปลกใจ อย่างน้อยจ้าวมานกับจางเหม่ยเหม่ยก็คิดว่าจางเล่อจะออกโรงปกป้องพวกเธอ แล้วซัดเถียนไห่เทาให้น่วมไปเลย
ขนาดเถียนไห่เทาเองยังรู้สึกแปลกใจ คิดในใจว่าจางเล่อนี่มันขี้ขลาดจริง ๆ เพื่อนของตัวเองโดนรังแก แถมเพื่อนร่วมงานก็โดนหักหลัง แต่หมอนี่กลับนั่งนิ่งไม่ทำอะไรเลย
แต่ทั้งสามคนไม่รู้หรอกว่าในใจจางเล่อกำลังวางแผนจะสั่งสอนเถียนไห่เทายังไง พวกเขาจะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่าก่อนที่จางเล่อจะลงมือซัดใครสักคน เขาต้องคิดคำนวณผลดีผลเสียในหัวซะตั้งมากมายขนาดนี้ สิ่งที่จางเล่อกำลังคิดอยู่ก็คือ ต้องหาเหตุผลที่ดูชอบธรรมในการอัดเถียนไห่เทาสักตั้ง ยังไงซะเขาก็ต้องทำให้ตัวเองดูเป็นคนดีมีคุณธรรมเหนือกว่าหมอนี่ให้ได้
เมื่อมีเหตุผลที่ฟังขึ้น ก็ไม่ต้องกลัวอะไร ถึงตอนนั้นต่อให้มีคนแจ้งตำรวจ คนที่โดนจับก็มีแค่เถียนไห่เทาคนเดียว ส่วนตัวเขาอาจจะกลายเป็นพลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ หรือไม่ก็เป็นฮีโร่ผดุงความยุติธรรมก็ได้
จู่ ๆ จางเล่อก็นึกแผนการดี ๆ ออก เขาพูดกับทั้งสามคนว่า "ทุกคนก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ถอยกันคนละก้าวเถอะครับ จะมาทำตัวมีปัญหาใส่กันทำไมล่ะครับ"
พอได้ยินแบบนั้น จางเหม่ยเหม่ยกับจ้าวมานก็หน้ามุ่ย คิดในใจว่าทำไมจางเล่อถึงได้เป็นคนอ่อนแอแบบนี้ ไม่ยอมออกโรงปกป้องพวกเธอเลย แม้แต่เถียนไห่เทาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยังแอบรู้สึกเก้อเขิน เขาไม่คิดเลยว่าจางเล่อจะขี้ขลาดขนาดนี้ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแท้ ๆ ยังกล้าบอกให้ถอยกันคนละก้าวอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขำ
เถียนไห่เทายังไม่รู้ตัวว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาตกลงไปในหลุมพรางที่คนอื่นขุดไว้แล้ว จางเล่อพูดต่อ "ทุกคนนั่งลงก่อนเถอะครับ ใจเย็น ๆ กันก่อน อย่าถือสากันเลย เดี๋ยวผมไปสั่งไวน์ดี ๆ มาให้ดื่มกันสักขวดนะครับ เรื่องนี้ก็ให้มันจบ ๆ ไปแค่นี้แหละครับ"
พูดจบเขาก็ลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ เขาหยิบไวน์ชั้นดีมาขวดหนึ่ง พร้อมกับควักเงิน 1,000 หยวน ยัดใส่มือพนักงานเสิร์ฟสาว แล้วกระซิบกระซาบบางอย่างกับเธอ จากนั้นพนักงานเสิร์ฟคนนั้นก็เดินตามจางเล่อกลับมาที่โต๊ะ
"พี่จางนี่ตาถึงจริง ๆ นะครับ รสนิยมดีไม่เบาเลย" เถียนไห่เทาเอ่ยปากชม
จางเล่อตอบกลับ "ไม่หรอกครับ ๆ ก็แค่ไวน์ธรรมดา ๆ ขวดนึงเท่านั้นเอง มาครับน้องสาว รบกวนรินไวน์ให้พวกเราทุกคนหน่อยนะครับ"
พนักงานเสิร์ฟได้ยินแบบนั้น ก็ส่งสายตาให้จางเล่อ แล้วเริ่มรินไวน์ให้ทุกคนทีละคนอย่างช้า ๆ เริ่มจากรินให้จ้าวมานก่อน แล้วก็รินให้จางเหม่ยเหม่ย พอรินให้จ้าวมานเสร็จ เธอก็เดินไปที่ข้าง ๆ เถียนไห่เทา เถียนไห่เทากำลังมองพนักงานเสิร์ฟสาวค่อย ๆ รินไวน์ให้ตัวเอง
เพล้ง!
จู่ ๆ พนักงานเสิร์ฟคนนั้นก็ปล่อยขวดไวน์ร่วงแตกกระจายเต็มพื้น แล้วตะโกนลั่น "ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! มีคนลวนลามฉัน!"
เสียงตะโกนนั้นทำเอาทุกคนที่โต๊ะถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน แน่นอนว่ายกเว้นจางเล่อ เพราะความจริงเรื่องทั้งหมดนี้จางเล่อเป็นคนจัดฉากขึ้นมาเอง โดยเฉพาะเถียนไห่เทาที่กำลังนั่งดูพนักงานเสิร์ฟรินไวน์เพลิน ๆ ไม่คิดเลยว่าจู่ ๆ ขวดไวน์จะร่วงแตก ขวดไวน์ตกแตกก็ช่างมันเถอะ อย่างมากก็แค่เปิดขวดใหม่ แต่ไม่คิดเลยว่าพนักงานเสิร์ฟจะตะโกนลั่นว่าโดนลวนลาม
เถียนไห่เทาร้องถามเสียงหลง "ใคร! ใครลวนลามเธอ!" เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าพนักงานเสิร์ฟกำลังหมายถึงตัวเขาเอง
จ้าวมานกับจางเหม่ยเหม่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ตกใจไม่แพ้กัน พวกเธอไม่คิดว่าพนักงานเสิร์ฟที่กำลังรินไวน์ให้ลูกค้าอยู่ดี ๆ จะโพล่งประโยคแบบนี้ออกมา แถมยังปาขวดไวน์ทิ้งอีก
ลูกค้าคนอื่น ๆ ในร้านได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็หันมามองเป็นตาเดียว แน่นอนล่ะ พอมีคนร้องว่าโดนลวนลาม ธรรมดาของคนชอบดูเรื่องสนุกก็ต้องหันมามองเป็นธรรมดา
พอจางเล่อได้ยินพนักงานเสิร์ฟตะโกนบอกว่าโดนลวนลาม เขาก็รีบพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเถียนไห่เทาทันที "ไม่คิดเลยนะว่านายจะเป็นคนแบบนี้ เมื่อกี้ก็เพิ่งลวนลามเพื่อนฉันไปหยก ๆ ตอนนี้ยังกล้ามาลวนลามพนักงานเสิร์ฟอีก ความกล้านายมันจะมากเกินไปแล้วนะ!"
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! เธอกำลังรินไวน์อยู่ดี ๆ ขวดก็ร่วงแตกเอง แล้วจะมาหาว่าผมลวนลามเธอได้ยังไง" เถียนไห่เทาตะโกนเถียง เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว
"ฉันไม่ฟังคำแก้ตัวของนายหรอก มีคนบอกว่านายลวนลามเธอ แล้วเธอจะใส่ร้ายนายทำไม? วันนี้ฉันต้องสั่งสอนนายให้หลาบจำซะแล้ว!"
พลั่ก!
จางเล่อเงื้อหมัดซัดเข้าที่หน้าเถียนไห่เทาไปเต็มแรง หมัดนี้ทำเอาเถียนไห่เทาถึงกับมึนตึ้บ เขาไม่คิดเลยว่าจางเล่อจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้เร็วขนาดนี้ เมื่อกี้ยังบอกให้เลิกแล้วต่อกันอยู่เลย พอมีคนบอกว่าโดนลวนลามปุ๊บ หมอนี่ก็พุ่งเข้ามาซัดเขาทันที แถมเขายังรู้สึกได้เลยว่าน้ำหนักหมัดที่ซัดมามันไม่ใช่แค่ชกขู่ ๆ แต่มันคือหมัด
ฮุกแบบจัดเต็มเลยล่ะ
เถียนไห่เทารู้สึกได้เลยว่าฟันกรามซ้ายของตัวเองเริ่มโยกแล้ว แก้มซ้ายชาหนึบไปทั้งแถบ เถียนไห่เทายังพยายามจะอ้าปากเถียงอะไรสักอย่าง
พลั่ก!
แต่จางเล่อก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ซัดหมัดที่สองตามไปติด ๆ
จ้าวมานกับจางเหม่ยเหม่ยที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เห็นจางเล่อรัวหมัดใส่เถียนไห่เทาไม่ยั้ง ก็รู้สึกงงงวยไปตาม ๆ กัน เมื่อกี้ตอนที่พวกเธอโดนเถียนไห่เทาลวนลาม จางเล่อยังบอกให้เห็นแก่ความเป็นเพื่อนแล้วเลิกแล้วต่อกันอยู่เลย แต่พอพนักงานเสิร์ฟแปลกหน้าโดนลวนลาม เขากลับพุ่งเข้าไปรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง ท่าทีเปลี่ยนไปเร็วเกินไปไหมเนี่ย ทีกับเพื่อนตัวเองล่ะไม่ค่อยจะใส่ใจ แต่พอกับคนแปลกหน้าดันกระตือรือร้นออกนอกหน้าซะงั้น
พวกเธอจะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่านี่คือแผนที่จางเล่อวางเอาไว้ เพื่อหลอกให้เถียนไห่เทาติดกับ แล้วตัวเองจะได้ฉวยโอกาสซัดหมอนี่สักสองสามหมัดเพื่อสั่งสอน
จางเล่อขึ้นคร่อมทับร่างเถียนไห่เทาไว้ ไม่เปิดโอกาสให้หมอนั่นได้ตอบโต้เลยสักนิด ลูกค้าคนอื่น ๆ ที่เห็นคนตีกันก็แห่กันมามุงดู แต่พนักงานเสิร์ฟสาวคนนั้นก็ยังคงร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตัวเองโดนผู้ชายคนนี้ลวนลาม
พอคนรอบข้างได้ยินว่าพนักงานเสิร์ฟสาวโดนลวนลาม และผู้ชายคนนี้กำลังออกโรงปกป้องเธอด้วยการสั่งสอนไอ้โรคจิต พวกเขาก็รู้สึกสะใจกันใหญ่ เลยไม่มีใครคิดจะเข้าไปห้ามหรือทำอะไรวุ่นวาย และที่สำคัญคือไม่มีใครคิดจะโทรแจ้งตำรวจเลย
จางเล่อยิ่งชกก็ยิ่งมันมือ ซัดจนเถียนไห่เทาแทบจะสลบเหมือดไปแล้ว รปภ. ของร้านอาหารก็รีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นว่ามีคนตีกันในร้าน ก็ต้องรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เพราะมันจะไปรบกวนการกินข้าวของลูกค้าคน
อื่น ๆ รปภ. รีบดึงตัวจางเล่อขึ้นมา แล้ว รปภ. อีกคนก็หิ้วปีกเถียนไห่เทาขึ้นมา ดูจากสภาพแล้ว เดี๋ยวคงต้องมีคนแจ้งตำรวจให้มารวบตัวหมอนี่ไปโรงพักแน่ ๆ
พอพนักงานเสิร์ฟสาวเห็นเถียนไห่เทาถูก รปภ. หิ้วตัวออกไป ก็ขยิบตาให้จางเล่อ แล้วหันหลังเดินจากไปทันที
พอจ้าวมานเห็นพนักงานเสิร์ฟสาวขยิบตาให้จางเล่อ เธอก็พอจะเดาเรื่องราวออกแล้ว "นายนี่มันร้ายจริง ๆ นะ จะอัดคนทั้งทียังต้องวางแผนซะซับซ้อนเชียว" จ้าวมานพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคัก เพราะตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่า จางเล่อไม่ได้ไม่อยากจะปกป้องพวกเธอ แต่เขากำลังวางแผนเพื่อจะหาข้ออ้างสั่งสอนเถียนไห่เทาต่างหาก
ก่อนหน้านี้พวกเธอยังแอบคิดอยู่เลยว่าทำไมจางเล่อถึงได้กระตือรือร้นช่วยคนแปลกหน้านัก แต่กลับทำตัวเย็นชากับเพื่อนตัวเอง ไม่คิดเลยว่าพนักงานเสิร์ฟคนนั้นจะเป็นหน้าม้าที่จางเล่อจ้างมา
จางเหม่ยเหม่ยกับจ้าวมานยกแก้วไวน์ขึ้น "เพื่อเป็นการขอบคุณนาย ดื่ม!"
จางเล่อก็ยกแก้วไวน์ขึ้นมาแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า "พวกเราก็เพื่อนกันทั้งนั้น จะเกรงใจกันไปทำไม"
ตอนที่พูดประโยคนี้ เขาก็แอบปรายตามองจางเหม่ยเหม่ย เธอได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ อย่างเก้อเขิน
จางเล่อคิดในใจว่า จางเหม่ยเหม่ยจะยังตามตื๊อเขาอีกไหมนะ? บางทีหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น เธออาจจะอายจนไม่กล้ามาตื๊อเขาแล้วก็ได้ แต่ก็ไม่แน่หรอก ดีไม่ดีเรื่องนี้อาจจะยิ่งทำให้จางเหม่ยเหม่ยเกาะติดเขาแจกว่าเดิมก็ได้ ถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันอีกทีว่าเขาจะจัดการยังไง เรื่องพวกนี้ คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ แผนการมันมักจะตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทันหรอก ถึงเวลาที่เรื่องมันเกิดจริง ๆ ก็ต้องแก้ปัญหากันไปตามสถานการณ์นั่นแหละ น่ารำคาญชะมัด! คิดจบ เขาก็ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
"ก่อนหน้านี้ไอ้หมอนั่นยังปากดีบอกว่าจะเลี้ยงข้าวอยู่เลย ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะโดนซัดน่วมเพราะไม่อยากจ่ายเงิน ฉันประเมินหมอนั่นต่ำไปจริง ๆ"
"หมอนั่นหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ มื้อนี้ฉันเป็นคนเลี้ยงเองค่ะ ตอนแรกฉันยังคิดอยู่เลยว่าคงไม่มีโอกาสได้เลี้ยงข้าวคุณแล้ว ไม่คิดเลยว่าโอกาสดี ๆ แบบนี้จะลอยมาอยู่ตรงหน้า"
"คุณนี่ก็ช่างพูดจาเอาใจเก่งจริง ๆ นะครับ ให้คุณเป็นคนจ่ายเงินแท้ ๆ ยังทำหน้าตาดีใจขนาดนี้อีก"
"คุณพูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ ก็เราตกลงกันไว้แล้วนี่นาว่าฉันจะเป็นคนเลี้ยงข้าวคุณ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ถ้าฉันไม่จ่ายเงินเลี้ยงข้าวคุณ คำขอบคุณของฉันมันก็สูญเปล่าน่ะสิคะ"
"ก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่พูดขอบคุณ ๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรตอบแทนเป็นชิ้นเป็นอันเลย การได้เลี้ยงข้าวคุณมื้อนี้ ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากฉันแล้วกันนะคะ"