- หน้าแรก
- สำนักงานปราบมาร รับจบทุกงานเพราะเป็นหนี้มังกร
- บทที่ 20 รับกระบี่!
บทที่ 20 รับกระบี่!
บทที่ 20 รับกระบี่!
ภายในห้องใต้ดินอันมืดสลัว ประกายแสงจากอาวุธสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ
จ้าวซิงเอ๋อร์น่าจะมีของวิเศษประเภทจัดเก็บของติดตัวมาด้วย ไม่อย่างนั้นก็ยากที่จะอธิบายได้ว่า เธอพกพาง้าวสามแฉกสองคมความยาวร่วมสองเมตรติดตัวมาได้ยังไง
โดยปกติแล้ว ของวิเศษประเภทจัดเก็บของมักจะเป็นไอเทมที่ศิษย์สำนักเซียนหรือยอดฝีมือของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติเท่านั้นถึงจะมีไว้ในครอบครอง สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป ไม่ใช่ปัญหาว่ามีปัญญาซื้อหรือเปล่า แต่ปัญหาคือคุณต้องมีสมบัติล้ำค่ามากมายให้พกติดตัว ถึงจะมีความจำเป็นต้องใช้ของวิเศษมาเก็บรักษามันต่างหาก
ส่วนของจุกจิกทั่วไป แค่สะพายเป้ใบเดียวก็จบเรื่องแล้ว
ง้าวสามแฉกสองคมของจ้าวซิงเอ๋อร์เล่มนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าคมกริบเย็นเยียบและคุณภาพสูงส่ง เมื่อได้รับการหนุนนำจากแสงสีแดงแห่งวิญญาณวรยุทธ์ของเธอ เพียงตวัดวาดออกไปก็เกิดเป็นเส้นโค้งแสงรูปครึ่งดวงจันทร์ขนาดใหญ่ บีบให้เสือกล้ามและเสือทองต้องล่าถอยกลับไปทั้งหมด
หากปีศาจเสือทั้งสองตัวถอยช้าไปเพียงเสี้ยววินาที แล้วไปปะทะเข้ากับคมมีดสีแดงฉานนั้น คงได้จบเห่ด้วยการที่ตัวหนึ่งหูแหว่ง อีกตัวหางด้วนเป็นแน่!
ร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหลของปีศาจเสือ เป็นสิ่งที่พวกมันภาคภูมิใจมาโดยตลอด ทว่าในชั่วขณะที่เผชิญหน้ากับง้าวสามแฉกสองคมเล่มนี้ พวกมันกลับเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาพร้อมกัน
ส่วนเสือหูฟังอีกตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เยว่เหวิน เยว่เหวินตัดสินใจสะบัดมือ ซัดกระบี่บินในมือขวาออกไปทันที
วิชาควบคุมกระบี่!
กระบี่บินพริบตาเดียวก็กลายเป็นแสงเย็นเยียบ ทำเอาเสือหูฟังตกใจจนต้องตีลังการ่อนลงพื้น ทว่าก็ยังหลบไม่พ้นอยู่ดี กรงเล็บซ้ายของมันปะทะเข้ากับด้านข้างของกระบี่บินดังเคร้ง เลือดพลันสาดกระเซ็นเป็นสายยาว
ฉัวะ—
การโหมโรงจู่โจมระลอกแรกอันดุดันของปีศาจเสือทั้งสามตัว กลับถูกวัยรุ่นสองคนรับมือไว้ได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้!
เดิมทีเยว่เหวินคิดจะรับหน้าพวกมันไว้เอง เพื่อเปิดโอกาสให้จ้าวซิงเอ๋อร์โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ใครจะไปคิดว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะกลายเป็นว่า จ้าวซิงเอ๋อร์แปลงร่างเป็นนักรบพุ่งทะยานไปอยู่แนวหน้า ส่วนเขากลับกลายเป็นนักเวทคอยซัพพอร์ตอยู่ด้านหลังเสียอย่างนั้น
เขาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง พอดีว่าเขารู้จักคนในสำนักงานปราบปรามความผิดปกติของเมืองหมายเลขเจ็ด จึงรีบหารายชื่อแล้วกดโทรออกทันที
"โฮก—"
เสือใส่สูทที่นั่งคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ดูเหมือนจะคอยระวังแผนการนี้ของพวกเขาอยู่ตลอด เมื่อเห็นเยว่เหวินกำลังจะโทรศัพท์ มันก็แผดเสียงคำรามลั่นสะท้านฟ้าสะเทือนดินออกมาทันที
เสียงคำรามของมันทรงพลังยิ่งกว่าการคำรามประสานเสียงของเสือสามตัวเมื่อครู่เสียอีก
ห้องใต้ดินแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม นอกจากวัสดุที่แข็งแรงทนทานแล้ว ยังมีค่ายกลต่างๆ คอยเสริมพลังอีกด้วย จุดประสงค์ก็น่าจะเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงและกลิ่นอายเล็ดลอดออกไป จนทำให้คนอื่นสังเกตเห็นปีศาจเสือฝูงนี้นั่นเอง
ทว่าเสียงคำรามของมัน กลับทำให้ทั้งบนดินและใต้ดินสั่นสะเทือนไปถึงสามครั้ง!
ตึกเล็กๆ ด้านบนสั่นไหว ลูกน้องแก๊งหัวเสือต่างก็แตกตื่นตกใจ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก "เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"
จังหวะนั้นเองพี่หกของกลุ่ม ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนเพิ่งจะวิ่งลงมาจากชั้นบน นับตั้งแต่ที่ปิดประตูห้องใต้ดินเมื่อครู่ เขาก็เดาเอาว่าวัยรุ่นสองคนนั้นกับพี่เสือ ไม่ว่าใครจะชนะ ก็คงต้องสู้กันอีกพักใหญ่แน่ๆ
ไหนๆ ก็ต้องหนีอยู่แล้ว สู้กอบโกยสมบัติไปสักรอบก่อนหนีดีกว่า!
ดังนั้นเขาจึงวิ่งขึ้นไปชั้นบน กวาดทรัพย์สินในคลังเก็บเงินของแก๊งหัวเสือมาจนเกลี้ยง
ตอนนี้ที่ไหล่ซ้ายของเขาแบกกระเป๋าเดินทางใบเขื่องที่อัดแน่นไปด้วยเงินสด แขนขวาหิ้วกล่องเครื่องประดับที่เต็มไปด้วยของมีค่า ที่เอวห้อยกุญแจรถหรูหนึ่งคันกับตุ๊กตาผ้าขนสัตว์น่าเกลียดแต่ราคาแพงหูฉี่อีกสิบกว่าตัว ส่วนบนหลังก็แบก "พี่สะใภ้" ปากแดงแปร๊ดนุ่งสั้นจู๋มาอีกสองคน...
เตรียมตัวหนีเต็มเหนี่ยว
ขณะกำลังกังวลอยู่ว่าถ้ามีคนสังเกตเห็นจะหนีลำบาก พอดีกับที่พื้นดินสั่นสะเทือน เขาจึงวิ่งพลางตะโกนเสียงหลงไปตลอดทาง "แผ่นดินไหว! หนีเร็ว! แผ่นดินไหว! หนีเร็ว!"
"แผ่นดินไหว?"
พอได้ยินเสียงตะโกนดัง ภายในศูนย์บัญชาการเลยยิ่งโกลาหลวุ่นวาย
แต่ก็ยังมีคนที่มีสติอยู่บ้าง หันไปมองทางห้องใต้ดิน "พี่เสือยังอยู่ข้างใน! ทำไงดี? จะลงไปช่วยไหม?"
"พี่เสือเก่งแค่ไหน แล้วแกเก่งแค่ไหน?" ชายฉกรรจ์ร่างบึกตะโกนสวน "ระดับพี่เสือยังต้องให้แกไปช่วยอีกเหรอ?"
"เออว่ะ ก็จริง"
ดังนั้น กลุ่มลูกน้องแก๊งหัวเสือจึงแตกฮือหนีออกจากตึกหลังนี้ไปคนละทิศคนละทางราวกับฝูงนกแตกรัง
...
การต่อสู้ภายในห้องใต้ดินทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งจากเสียงคำรามของเสือใส่สูท
เยว่เหวินถูกเสียงคำรามกระแทกจนตัวสั่น มือที่กำลังกดโทรศัพท์ก็สั่นตามไปด้วย เกือบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ โชคดีที่พลังจิตของเขาแข็งแกร่งพอ จึงสามารถต้านทานคลื่นเสียงที่รุนแรงที่สุดระลอกแรก แล้วกดโทรออกไปได้สำเร็จ
แต่ไม่มีเวลาให้พูดอะไรแล้ว เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าปลายสายจะรับหรือยัง รีบยัดโทรศัพท์ที่กำลังโทรออกกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทันที
วินาทีต่อมา สายลมสีดำก็พุ่งเข้าใส่!
เป็นเสือดำตัวที่หมอบอยู่ตรงมุมห้องมาตลอดนั่นเอง แม้จะดูตัวใหญ่ที่สุด แต่ก็เป็นเพราะมันยังคงอยู่ในร่างสัตว์ป่า เมื่อเทียบกับปีศาจเสือตัวอื่นๆ แล้ว มันน่าจะอายุน้อยที่สุดและมีตบะต่ำที่สุด จึงยังไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้
ทว่าความดุร้ายของเสือดำน้อยตัวนี้ก็มีมากที่สุดเช่นกัน พริบตาเดียวมันก็กระโจนจากมุมห้องอันไกลโพ้นเข้ามากัด ราวกับพายุหมุนสีดำ
เยว่เหวินตอบสนองอย่างรวดเร็ว ชูสองนิ้วมือขวาขึ้น เรียกกระบี่บินกลับมาแทงเข้าที่ด้านหลังของเสือดำ
"โฮก—" เสือดำสะบัดหาง หลบคมกระบี่ได้พ้น ขณะเดียวกันหางอันใหญ่โตของมันก็ตวัดฟาดเข้าใส่เยว่เหวินอย่างแรง
ดูจากอานุภาพแล้ว ถ้าโดนหางนี้ฟาดเข้าล่ะก็ ไม่ตายก็กระดูกหักแน่!
เยว่เหวินใช้วิชาตัวเบา หมุนตัวหลบไปได้อย่างหวุดหวิด กระบี่ที่ดึงกลับมาก็ฟันฉับเข้าที่ท่อนหางของเสือตัวนั้นขาดกระเด็นตามสัญชาตญาณ
แต่อีกด้านหนึ่ง เสือหูฟังก็กระโจนเข้ามาจู่โจมเช่นกัน กรงเล็บทั้งสองข้างกางออกราวกับดาบเหล็กสิบเล่ม ตะปบลงมาอย่างดุร้าย!
เยว่เหวินจำต้องเปลี่ยนทิศทาง ยกกระบี่ขึ้นขวางรับการโจมตีจากกรงเล็บเสือ เสียงดังเคร้งคร้างประกายไฟแลบกระจาย กรงเล็บทั้งสองข้างของเสือหูฟังถูกฟันจนเป็นแผลอีกครั้ง
จังหวะนี้เอง เสือใส่สูทที่นั่งอยู่ลุกพรวดขึ้น "วันนี้ต้องมีคนนอกแห่กันมาแน่! รีบฆ่าพวกมันซะ แล้วหนีออกจากที่นี่!"
รังที่กบดานมาหลายปีกลับถูกแขกไม่ได้รับเชิญสองคนบุกรุกเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทุกอย่างต้องจัดเตรียมใหม่หมด แววตาของมันยามนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว กระโจนตัวลอยขึ้นกลางอากาศ!
แคว่ก! เสื้อสูทสีดำขาดวิ่น
เสื้อสูทท่อนบนของมันระเบิดออกทั้งหมด เผยให้เห็นกล้ามเนื้ออันน่าสะพรึงกลัว!
"หมัดพยัคฆ์สายฟ้าสะท้านฟ้า!"
ภายหลังเสื้อผ้าขาดกระจุย มันเหวี่ยงหมัดขวากลางอากาศ จู่ๆ ก็มีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมา ลากหางยาวเป็นทาง พุ่งเข้าใส่จ้าวซิงเอ๋อร์อย่างจัง!
ทางด้านจ้าวซิงเอ๋อร์ที่กำลังกวัดแกว่งง้าวสามแฉกสองคม อาศัยพลังการฝึกตนของวิชาวรยุทธ์และแสงสีแดงอันแข็งแกร่ง กำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้กับปีศาจเสือสองตัว พอได้ยินเสียงลมพัดแรงกระแทกเข้าใส่ร่าง ในช่วงเวลาฉุกละหุก เธอก็ทำได้เพียงยกอาวุธขึ้นมาขวางไว้
ตูม!
หมัดนี้ซัดเข้าที่ด้ามง้าว พลังทำลายล้างระเบิดออกเต็มพิกัด แต่ก็ยังกระแทกจ้าวซิงเอ๋อร์จนปลิวกระเด็นไปปะทะเข้ากับกำแพงด้านหลังอย่างแรง
อัปเกรดตัวเองเป็นวอลเปเปอร์ติดผนังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน
เยว่เหวินที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ ก็ขมวดคิ้วแน่นทันที
ปีศาจเสือตัวนี้นอกจากจะมีร่างกายและวิชาอาคมพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว มันยังเคยฝึกเคล็ดวิชาวรยุทธ์มาด้วย! แบบนี้พลังต่อสู้ต้องทะลุหลักหมื่นคุณยายไปไกลลิบเลยล่ะ!
พวกปีศาจเกิดมาโง่เขลา แถมยังสื่อสารกันคนละภาษา การจะทำความเข้าใจภาพเพ่งสมาธิของเผ่ามนุษย์เป็นเรื่องยากมาก อย่าว่าแต่วิชาอาคมวิเศษเลย แม้แต่เคล็ดวิชาวรยุทธ์ที่ง่ายที่สุด สำหรับพวกมันแล้วก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากแสนสาหัสในการฝึกฝน
แต่ถ้าฝึกสำเร็จล่ะก็ เมื่อนำมารวมกับร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือใครของพวกมันแล้วล่ะก็ มันจะกลายเป็นอีกเรื่องนึงเลยทีเดียว
จ้าวซิงเอ๋อร์ที่ปีศาจเสือสองตัวยังเอาไม่ลง กลับถูกมันต่อยจนการป้องกันแตกกระจายในหมัดเดียว!
เมื่อเห็นว่าสายตาของเสือใส่สูทหันมาทางตนเอง พบว่ากำลังจะตกอยู่ในสภาพถูกเสือห้าตัวรุมกินโต๊ะ เยว่เหวินก็รู้ตัวว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก รีบตวัดกระบี่เปิดทาง แล้วกระโดดถอยหลังไปหลายก้าวอย่างรวดเร็ว
ปีศาจเสือหลายตัวคิดว่าเขากำลังจะหนี จึงรีบแห่กันเข้ามาดักหน้าดักหลัง
ในจังหวะที่ความสนใจของปีศาจเสือทั้งหมดพุ่งเป้ามาที่เขา จู่ๆ เยว่เหวินก็ยกมือขึ้น ตวาดเสียงดังกังวาน "รับกระบี่!"
ปีศาจเสือทั้งห้าตัวต่างเพ่งสายตามองไป แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่กระบี่ แต่เป็นกลุ่มแสงสีขาวเจิดจ้าบาดตาที่เขาปล่อยออกมา!
ชั่วพริบตานั้น ราวกับมีดวงอาทิตย์ระเบิดขึ้นภายในห้องใต้ดิน!
วิชาแสงเจิดจรัส!
ตัวเขาเองหลับตาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว แสงสว่างจ้านี้จึงไม่ได้ทำให้เขาตาบอด และพอเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ตรงหน้าก็คือปีศาจเสือทั้งห้าตัวที่กำลังตื่นตระหนกลนลาน!
มันจ้าซะเหลือเกิน!
การสูญเสียการมองเห็นอย่างกะทันหันส่งผลกระทบอย่างมหาศาล กว่าพวกมันจะใช้สัมผัสกลิ่นและพลังจิตล็อกเป้าหมายเยว่เหวินได้อีกครั้ง ก็ได้กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกเตะจมูกเข้าให้แล้ว
วิชาควบคุมกระบี่และวิชาแสงเจิดจรัสถูกใช้ออกมาพร้อมกัน แสงกระบี่พลิ้วไหวดั่งมังกรล่องลอย ปาดเข้าที่ลำคอของเสือกล้ามและเสือทอง เลือดเสือร้อนระอุสาดกระเซ็นดั่งน้ำพุ ภาพห่าฝนเลือดแต่ละฉากชวนให้สยดสยอง!
เยว่เหวินไม่ได้เลือกจัดการกับเสือใส่สูทที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะกังวลว่าแม้จะใช้กระบี่ลอบโจมตีควบคู่ไปกับแสงแฟลช ก็อาจจะฆ่ามันไม่ตายในกระบี่เดียว
การลงมือด้วยความเร็วสูงสุด ตัดกำลังรบของอีกฝ่ายไปได้ถึงสองตัว ถือเป็นวิธีที่รัดกุมที่สุดแล้ว
แสงสีทองพุ่งเข้าสู่ร่างกาย เขารู้ดีว่าครั้งนี้จะต้องกอบโกยเงินสะกดสิ่งชั่วร้ายมาเป็นกอบเป็นกำแน่ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาดีใจ
มีชีวิตหาเงิน ก็ต้องมีชีวิตใช้เงินด้วย!
เมื่อเห็นพี่น้องสองตัวตายไปต่อหน้าต่อตา ปีศาจเสือที่เหลืออีกสามตัวต่างก็ตาแดงก่ำด้วยเลือด ส่งเสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นและเศร้าโศก
"โฮก—"
มนุษย์ขี้ขลาด! ใช้วิธีสกปรก!
เยว่เหวินเผยสีหน้าระแวดระวัง รีบถอยห่างจากพวกมันอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ได้ชะล่าใจเพียงเพราะฆ่าปีศาจเสือไปได้สองตัว เพราะเมื่อกี้เป็นปีศาจเสือห้าตัวที่พลังเต็มเปี่ยม แต่ตอนนี้คือปีศาจเสือสามตัวที่กำลังคลุ้มคลั่ง สถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิมก็ได้!
และในจังหวะนั้นเอง บนกำแพงด้านหลังของพวกปีศาจเสือ กลุ่มแสงสีแดงยิ่งทวีความสว่างจ้าบาดตา
จ้าวซิงเอ๋อร์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงลอยตัวอยู่กลางอากาศ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากก็ตะโกนด่าทอ "ใครมันปล่อยแสงแฟลชมั่วซั่วแถวนี้วะ ส่องตาฉันบอดหมดแล้วเนี่ย—"
ดูจากสภาพของเธอแล้ว เห็นได้ชัดว่าถึงจุดที่ควบคุมแสงสีแดงแห่งวิญญาณวรยุทธ์ไม่ได้อีกต่อไป ความโกรธพุ่งปรี๊ด แยกแยะมิตรศัตรูไม่ออก
ดังนั้นเยว่เหวินจึงชี้ไปที่ปีศาจเสือสามตัวตรงหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วตะโกนเสียงดัง "ฝีมือไอ้สามตัวนี้นี่แหละ!"