- หน้าแรก
- งูตัวใหม่ในโลกนินจา
- EP.10 แอบมอง
EP.10 แอบมอง
EP.10 แอบมอง
EP.10
ในยุคนั้นเป็นช่วงสงคราม เด็กๆในหมู่บ้านนินจาเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และมีสิทธิ์สอบจบการศึกษาได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ!
เมื่อมองไปยังเด็กชายตรงหน้า โอโรจิมารุก็ตระหนักว่า ได เด็กชายที่จะกลายเป็นพ่อของไกในอนาคตน่าจะมีอายุไม่มากไปกว่าตัวเขาเอง
กล่าวอีกนัยนึง...เขาอายุเพียง 6 ขวบและเพิ่งเริ่มเข้าเรียนได้ไม่นาน
"นายรู้จักเขาเหรอ ?" ซึนาเดะถามขึ้น เมื่อสังเกตเห็น สีหน้าตั้งใจของโอโรจิมารุและรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาเล็กน้อย
"เปล่า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขา" โอโรจิมารุตอบ โดยพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นไดด้วยตาตัวเองในโลกนี้ แต่แน่นอนว่า ความรู้เกี่ยวกับอนาคตของโอโรจิมารุทำให้เขารู้ว่าเด็กคนนี้คือใคร ได "เกะนินตลอดกาล" ชายผู้จะใช้เวลาถึง 20 ปีในการฝึกฝนวิชาไทจูสึที่ทรงพลังที่สุด นั่นคือวิชา เปิดด่าน 8 ประตู
โอโรจิมารุจะไม่มีวันลืมคนแบบนั้นเด็ดขาด
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้ซึนาเดะฟัง ในตอนนี้ไดเป็นเพียงเด็กชายอายุ 5 ขวบที่เพิ่งเริ่มต้นการเดินทางในโลกนินจาเท่านั้น เขายังไม่อยู่ในสายตาของโอโรจิมารุ และโอโรจิมารุก็ไม่มีความสนใจที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิชานินจากับเด็กที่ยังไม่พิสูจน์ตัวเอง
โอโรจิมารุไม่สนใจเรื่องนั้น แล้วเดินไปยังสนามฝึกและเริ่มฝึกขว้างดาวกระตาย โดยใช้เทคนิคที่ฝังอยู่ในความทรงจำของเขา
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ขว้างดาวกระจายด้วยร่างกายนี้จริงๆ แต่มันกลับรู้สึกเป็นธรรมชาติราวกับการหายใจ เป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ!
ดาวกระจายทั้ง 3 อันพุ่งเข้าเป้าหมด ไม่มีอันไหนพลาดเลย
ตุ๊บ!
มีอันนึงที่เข้าเป้าตรงกลางเป๊ะเลย!
โอโรจิมารุยิ้มเยาะอย่างพอใจในตัวเอง
เขาเก่งกว่าเพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่ไปมากแล้ว!
นี่เป็นเรื่องดี โอโรจิมารุเก็บดาวกระจายและคุไนจากเป้าแล้วเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง พัฒนาทักษะของเขาด้วยการฝึกฝนซ้ำๆ
การฝึกฝนอาจน่าเบื่อ แต่โอโรจิมารุกลับพบว่าตัวเองสนุกกับมัน นี่เป็นประสบการณ์จริงครั้งแรกของเขาในการเรียนรู้การใช้เครื่องมือนินจาอย่างแท้จริง
“สมกับเป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดในห้องจริงๆ” ซึนาเดะพึมพำขณะนั่งลงบนพื้นหญ้าใกล้ๆ เสียงของเธอเจือไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย “ว่าแต่ ในเมื่อนายมาถึงสนามฝึกแล้ว ทำไมไม่ลองมาประลองฝีมือกับฉันดูบ้างล่ะ”
"การต่อสู้จริงๆเหรอ ? การประลองไทจูสีเหรอ ? ฉันสู้ เธอไม่ได้หรอกในเรื่องไทจูสี" โอโรจิมารุตอบ 'อย่างตรงไปตรงมา' ขณะที่ยังคงขว้างคุในต่อไป
ในแง่ของพละกำลังและความสามารถด้านไทจูสึ แม้ในอนาคตซึนาเดะก็ยังคงเป็น 1 ในผู้ที่เก่งที่สุด
ในที่สุดเธอก็จะแข็งแกร่งพอที่จะทำลายชูชาโนะโอะของมาดาระได้ด้วยหมัดเดียว!
ในโลกนินจาทั้งใบจะมีสักกี่คนที่สามารถทำแบบนั้นได้ ?
แม้ในวัยเพียง 6 ขวบ พรสวรรค์ด้านไทจูสีของเธอก็เหนือกว่าโอโรจิมารุอย่างมาก และเขาก็ยังไม่มีความสนใจที่จะต่อสู้กับเธอในระยะประชิดในตอนนี้
เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของเขา ซึนาเดะก็ยิ่งดูเศร้าลงไปอีก "นายจะไม่ยอมสู้กับฉันเพียงเพราะคิดว่าตัวเองจะแพ้เหรอ ? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนนายไม่เป็นแบบนี้เลยนี่นา!"
"คนเราเปลี่ยนแปลงได้" โอโรจิมารุตอบ พลางยังคงจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนการขว้างคุในให้สมบูรณ์แบบ
ซึนาเดะถึงกับพูดไม่ออกอยู่ครู่นึง “ก็ได้! ในเมื่อนายไม่สนใจจริงๆ ฉันก็จะไม่รบกวนนายอีกแล้ว แต่หลังจากสอบจบการศึกษาในอีก 1 สัปดาห์ เราจะถูกจัดทีม แล้วเราก็จะมีโอกาสได้ต่อสู้กันมากมาย!”
"อยู่ทีมเดียวกันเหรอ ? ดูมั่นใจจังเลยนะ" โอโรจิมารุกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความสงสัยเล็กน้อย
"แน่นอน! โฮคาเงะรุ่นที่ 2 เป็นปู่รองของฉัน!" ซึนาเดะประกาศอย่างภาคภูมิใจ
โฮคาเงะคนปัจจุบันคือปู่รองของเธอเอง นั่นก็คือ เซ็นจู โทบิรามะ ด้วยสายสัมพันธ์เช่นนี้ เธอจึงสามารถใช้เส้นสายได้อย่างง่ายดาย
ถ้าโอโรจิมารุเป็นนินจาธรรมดา การจะให้พวกเขาอยู่ทีมเดียวกันอาจจะหาเหตุผลมาสนับสนุนได้ยากกว่านี้ แต่ในฐานะอัจฉริยะ เขาจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ สำหรับความทะเยอทะยานของซึนาเดะ
"ฉันบอกแล้วไงว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว" ซึนาเดะพูด อย่างมั่นใจ "ยังไงก็เถอะ นายฝึกซ้อมต่อไปนะ ฉันจะไม่รบกวนนายอีกแล้ว บาย!" เธอส่งยิ้มขี้เล่นให้เขา โบกมือแล้วหันหลังเดินจากไป พร้อมพึมพำกับตัวเองขณะเดินจากไป
"เขาเป็นผู้ชายแบบที่ฉันชอบเลย... อัจฉริยะที่ทำงานหนักกว่าคนอื่นๆทุกคน!"
เธอไม่ได้พยายามลดเสียงลง ราวกับว่าตั้งใจให้โอโรจิมารุได้ยิน เมื่อได้ยินเสียงเธอพึมพำ ดวงตาของโอโรจิมารุ ก็หรี่ลงเล็กน้อย
เริ่มล้อเล่นกับผู้ชายตั้งแต่อายุ 6 ขวบเลยเหรอ ?
"เด็กๆในโลกนี้ฉลาดเกินวัยจริงๆ" โอโรจิมารุพึมพำกับตัวเองพร้อมถอนหายใจ
ที่จริงแล้ว โอโรจิมารุไม่ได้แปลกใจเลยกับท่าทีตรงไปตรงมาของซึนาเดะ
จากความทรงจำที่เขาได้รับสืบทอดมา ซึนาเดะเคยแสดงความชื่นชมต่อเขาหลายครั้งในอดีต
แน่นอนว่า ความชื่นชมของเธอเป็นเพียงเพราะพรสวรรค์ของเขาเท่านั้น ไม่ใช่ความรู้สึกโรแมนติก เพราะในวัยของพวกเขา พวกเขาเป็นแค่เด็ก และไม่เข้าใจความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ การปฏิสัมพันธ์ของพวกเขามีจำกัดและผิวเผิน
แต่จิตใจของโอโรจิมารุเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาจึงไม่สนใจเกมเด็กๆเหล่านั้น
สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำความคุ้นเคยกับความสามารถของตนเองและพัฒนาความแข็งแกร่งให้ดียิ่งขึ้น
เมื่อโชคชะตาได้มอบโอกาสครั้งที่ 2 ในชีวิตให้เขาแล้ว เขาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้เสียไป เขาคือโอโรจิมารุแล้ว และการใช้ชีวิตที่น่าสมเพชเหมือนในชาติก่อนนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่เขาต้องการอย่างแน่นอน
หากเขาต้องการก้าวขึ้นไปเหนือกว่านั้น เขาจะต้องเหนือกว่าแม้กระทั่งโอโรจิมารุในไทม์ไลน์เดิม
เป้าหมายของเขาเรียบง่าย คือพัฒนาความสามารถของตัวเองให้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด สำเร็จการศึกษา และจากนั้นก็หาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับของเซรุ่มหลักต่อไป
เมื่อเขาทำเรื่องนั้นได้คืบหน้าแล้ว การวิจัยในขั้นตอนต่อไปก็จะง่ายขึ้นมาก
และด้วยความแข็งแกร่งและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น เขาจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างไม่หยุดยั้ง
ในที่สุด เขาจะมีอำนาจมากจนสามารถเหยียบย่ำใครก็ตามที่กล้าขวางทางเขาได้
ด้วยความคิดนั้น โอโรจิมารุจึงคว้าคุในและฝึกฝนต่อด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น
เขาผานอินอย่างรวดเร็ว มือของเขาเคลื่อนไหวราวกับภาพเบลอ
คาถาลม : คลื่นพิฆาต!
ลมพัดแรงออกมา แต่ก็ไม่แรงพอ ระยะทางและพลัง การตัดเฉือนยังไม่เพียงพอ และพลังจักระก็ถูกใช้ไปอย่างสิ้นเปลืองมากเกินไป
"อีกครั้ง"
คาถาลม : คลื่นพิฆาต!
ครั้งนี้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ
"อีกครั้ง!"
โอโรจิมารุจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนอย่างเต็มที่จนไม่ได้สังเกตว่าซึนาเดะนั้นแท้จริงไม่ได้ไปไหนไกลนัก
เธอซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นนึงในระยะไกล เฝ้ามองโอโรจิมารุอย่างเงียบๆราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________