เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.9 อาจารย์ในอนาคต

EP.9 อาจารย์ในอนาคต

EP.9 อาจารย์ในอนาคต


EP.9

ร่างแยกจากวคาถาเงาแยกร่างนั้นแตกต่างจากร่างแยกธรรมดาอย่างสิ้นเชิง!

วิชานินจานี้คือการสร้างร่างจำลองที่สามารถเคลื่อนไหวและต่อสู้ได้อย่างอิสระ มีจิตสำนึกของตัวเอง และมีความต้านทานต่อการโจมตีในระดับนึง แตกต่างจากร่างแยกธรรมดาๆมาก ร่างแยกจากคาถาเงาแยกร่างนั้นยังสามารถใช้วิชานินจาขั้นสูงได้ด้วย ทำให้มีความอเนกประสงค์ทั้งในด้านการต่อสู้และกลยุทธ์

ยิ่งกว่านั้น แม้แต่นินจาระดับจูนินบางคนยังฝึกฝนวิชานี้ได้ยาก ดังนั้นการที่เด็กอายุ 6 ขวบทำได้ เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

เมื่อรวมกับพละกำลังที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของโอโรจิมารุแล้ว มันจึงไม่น่าแปลกใจที่เหล่าเด็กจากตระกูลอุจิวะจะตกตะลึง

"บ้าจริง...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ?" ชูพึมพำด้วยความตกใจ

ชูนั้นๆม่ได้อ่อนแออะไรเป็นพิเศษ แต่เขาประมาทไปหน่อย และโอโรจิมารุจึงฉวยโอกาสนั้น

จากสีหน้าของเด็กเหล่านั้น โอโรจิมารุสามารถบอกได้เลยว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่

โดยไม่พูดอะไรสักคำ เขาคลายการใช้งานร่างแยกของตน หันหลังให้พวกเขา และเดินจากไปอย่างสงบไปยังสนามฝึกซ้อม

เขาไม่มีความสนใจที่จะติดต่อกับคนที่ยอมแพ้ไปแล้ว

เหตุใดโอโรจิมารุจึงสามารถใช้วิชานี้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ?

คำตอบนั้นง่ายมาก : เพราะพ่อแม่ของเขาเป็นนินจา

คาถาเงสแยกร่างนั้นไม่ได้ถูกจำกัดมากเท่ากับคาถาเงาแยกเงาพันร่าง ซึ่งเป็นวิชาต้องห้ามที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถใช้ได้เนื่องจากต้องใช้จักระจำนวนมหาศาล

ในทางกลับกัน คาเาเงาแยกร่างกลับเป็นวิชาที่ค่อนข้างพบได้ทั่วไป นินจาผู้มากประสบการณ์จำนวนมาก แม้แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านกับดักและกลยุทธ์ก็สามารถใช้วิชานี้ได้อย่างเชี่ยวชาญ

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่พ่อแม่ของโอโรจิมารุจะถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้แก่เขา

ดังนั้น การที่โอโรจิมารุเชี่ยวชาญวิชานี้จึงไม่ใช่ความสามารถพิเศษอะไร แต่เป็นผลลัพธ์ตามธรรมชาติจากการเลี้ยงดูของเขาต่างหาก

ถึงกระนั้นก็ตาม ร่างเงาจะแบ่งจักระของผู้ใช้เท่าๆ กัน ระหว่างร่างต้นฉบับและร่างโคลน เนื่องจากร่างโคลนใช้ จักระเป็นพื้นฐาน จึงตอบสนองได้ไม่ดีเท่าร่างต้นฉบับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่โอโรจิมารุไม่ค่อยใช้ร่างเงา

ถึงแม้เขาจะสามารถสร้างร่างแยกได้ แต่การรักษาร่างแยกเไว้นานเกินไปจะทำให้พลังงานของเขาหมดลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อพูดถึงการควบคุมจักระ โอโรจิมารุไม่ได้เชี่ยวชาญเท่าอิทาจิ ซึ่งมีข้อได้เปรียบโดยธรรมชาติจากสายเลือดอุจิวะ

ที่จริงแล้ว ตระกูลอุจิฮะมีพลังวิญญาณมหาศาลอยู่แล้ว แม้กระทั่งก่อนที่จะปลุกพลังเนตรเนตรวงแหวน ทำให้พวกเขามีความได้เปรียบโดยธรรมชาติในการควบคุมจักระเมื่อเทียบกับนินจาทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อโอโรจิมารุได้ใช้เซรุ่มเพิ่มพลังทางพันธุกรรมแล้ว พลังกายและพลังวิญญาณของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้เขาสามารถลดช่องว่างด้าน พรสวรรค์ลงได้

ยกเว้นเรื่องที่ไม่มีเนตรวงแหวนแล้ว ในทุกๆด้านโอโรจิมารุก็ทัดเทียมกับอิทาจิแล้ว!

ดังนั้น การที่เขาใช้คาถาเงาแยกร่างตามอำเภอใจจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ในชาติก่อน โอโรจิมารุเคยฝันถึงการได้ใช้วิชานี้อยู่บ่อยครั้ง และตอนนี้เมื่อเขาสามารถทำได้แล้ว เขาก็อยากลองใช้มันดูเช่นกัน

ขณะที่โอโรจิมารุเดินจากไป ซึนาเดะซึ่งในที่สุดก็หายจากอาการตกใจก็ไม่สนใจพวกเด็กๆตระกูลอุจิวะ และวิ่งตามเขาไป

___

ในขณะเดียวกัน บนยอดตึกสูงแห่งนึงในหมู่บ้านโคโนฮะ...

นินจาติดเกราะ 3 คนยืนอยู่บนหลังคา มองดูเหตุการณ์บนถนนด้านล่างผ่านแสงแดดด้วยสีหน้าตกตะลึง

"สร้างร่างแยกได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเนี่ยนะ ? น่าทึ่งมาก! ฮิรุเซ็น โอโรจิมารุคนนี้เป็นอัจฉริยะตัวจริงเลย!" 1 ในนั้นพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจจนเก็บซ่อนไม่อยู่

"ฮ่าๆ น่าทึ่งจริงๆ ฉันไม่เคยเห็นใครใช้ร่างแยกได้ตอนอายุ 6 ขวบมาก่อนเลย!" อีกคนนึงเสริมขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

"ในบรรดานักเรียนปีนี้ นอกจากซึนาเดะแล้ว ฉันว่าโอโรจิมารุคงเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดใช่ไหมล่ะ ?" คนนึงถามเพื่อนของตน

"ฮ่าๆ นั่นอาจจะไม่จริงเสมอไปก็ได้!" ฮิรุเซ็นตอบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างรู้ทัน

ใช่แล้ว นี่คือซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ชายผู้ที่จะได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ในอนาคต

แต่ในตอนนี้ เขามีอายุเพียง 24 ปี เป็นนินจาหนุ่ม อนาคตไกลในโคโนฮะ

ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น (ตอนหนุ่ม)

ข้างๆเขาคืออุจิวะ คากามิและชิมูระ ดันโซ ทั้งคู่ยังหนุ่ม และเปี่ยมด้วยศักยภาพ

อุจิวะ คากามิ

ชิมูระ ดันโซ (ตอนหนุ่ม)

เมื่อได้ยินบทสนทนานั้น ดันโซก็เงียบไป สายตาของเขามองไปยังทิศทางที่โอโรจิมารุเดินจากไปอย่างครุ่นคิด

ขณะนั้นเป็นปีที่ 16 ของโคโนฮะ

มหาสงครามโลกนินจาครั้งที่ 1 ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าจะเปลี่ยนจากการสู้รบขนาดใหญ่ไปเป็นการสู้รบขนาดเล็ก ในพื้นที่จำกัดแล้วก็ตาม

ในขณะที่โคโนฮะกำลังวุ่นวายกับการทำสงคราม พวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและบ่มเพาะ นินจารุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ในโรงเรียนฝึกหัดนินจาด้วย

โอโรจิมารุเป็น 1 ในเมล็ดพันธุ์ที่มีอนาคตสดใสเหล่านั้น

วันนี้ ฮิรุเซ็นและคนอื่นๆเพิ่งกลับจากภารกิจ และบังเอิญเห็นโอโรจิมารุเดินออกไป

เมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด พวกเขาก็พบกลุ่มเด็กๆตระกูลอุจิวะซุ่มโจมตีอยู่

แม้ว่าในตอนแรกคากามิจะรู้สึกอายเล็กน้อยที่เห็นเด็กคนอื่นรังแกกัน แต่ดันโซเชื่อว่าการที่เด็กๆมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นเรื่องปกติ และไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงเว้นแต่จะมีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้น

ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเฝ้าดูเหตุการณ์นั้นจนจบ และสิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นช่างน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง

___

โอโรจิมารุยังคงไม่รู้ตัวว่ามีคนกำลังจับตามองเขาอยู่จากระยะไกล เขายังคงเดินต่อไป โดยมีซึนาเดะเดินตามหลังเขาไปราวกับผู้ติดตามที่ภักดี

"เฮ้ ทำไมถึงตามฉันมาล่ะ ?" โอโรจิมารุถามโดยไม่หันหลังกลับ

"เอ๊ะ?" สึนาเดะกระพริบตา แล้วรีบทำหน้าไม่สนใจ "ใครบอกว่าฉันตามนาย ? ฉันก็แค่จะไปสนามฝึกเหมือนกัน นายต่างหากที่ตามฉันมา!"

จากนั้น เธอก็เอามือไขว้หลังอย่างไม่ละอายแล้วเดินนำหน้าเขาไป ราวกับว่ากำลังนำทางอยู่

นี่คือเส้นทางไปยังสนามฝึกซ้อม และเธอก็เชื่อว่าโอโรจิมารุก็กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่นเช่นกัน เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเขาวางแผนจะทำอะไรเมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่น

เมื่อเห็นท่าทางของสึนาเดะ โอโรจิมารุก็ถอนหายใจในใจ

เธอยังเด็กเกินไปที่จะโกหกได้อย่างแนบเนียนด้วยซ้ำ เขาไม่สนใจเธอและเดินต่อไปยังสนามฝึกซ้อม

___

"436... 437... 438..."

เสียงเยาะเย้ยดังลั่นมาจากสนามฝึกซ้อมขณะที่โอโรจิมารุและซึนาเดะเดินเข้ามาใกล้

"ฮ่าๆ! เด็กที่ไม่รู้จักวิชานินจาหรือวิชาลวงตาเลย คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นนินจาได้เหรอ ? ไร้สาระ!"

"ถูกต้อง! ยอมแพ้เถอะไอหนุ่ม! นายมันไม่เหมาะที่จะเป็นนินจาเลย!"

"อย่าไปว่าเขาเลย อย่างน้อยเขาก็พยายามอย่างเต็มที่!"

"จะทำงานหนักไปทำไมถ้าสุดท้ายก็เป็นคนขี้แพ้ ? ต่อให้จะพยายามแค่ไหนคนขี้แพ้ก็ยังคงเป็นคนขี้แพ้! ฮ่าฮ่าฮ่า!"

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น โอโรจิมารุจึงก้าวเข้าไปในลานฝึกซ้อม โดยมีซึนาเดะเดินตามไปติดๆ

สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นเป็นภาพที่แปลกประหลาด

เด็กชายคนนึงอายุไล่เลี่ยกับพวกเขากำลังออกกำลังกายด้วยการซิทอัพ เหงื่อของเขาไหลหยดจากหน้าผาก เขานั้นใส่ชุดจั้มสูทสีเขียวและผ้าพันคอสีแดง ทรงผมบ๊อบสั้นอัน เป็นเอกลักษณ์ทำให้เขาดูโดดเด่น

เด็กคนอื่นๆอีกหลายคนล้อมรอบตัวเขา และต่างก็เยาะเย้ยถากถางเขา

"นั่น....ไมโตะ ไกไม่ใช่เหรอ ? ไม่สิ นั่นไมโตะ ไดต่างหาก!" โอโรจิมารูรู้ตัวเมื่อจำเด็กคนนั้นได้

แท้จริงแล้ว เด็กที่กำลังซิทอัพอยู่นั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก ไมโตะ ได พ่อของไมโตะ ไก ในอนาคต ซึ่งทั้ง 2 คนต่างก็กลายเป็นตำนานในเวลาต่อมา

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.9 อาจารย์ในอนาคต

คัดลอกลิงก์แล้ว