- หน้าแรก
- วิถีเซียนจ้าวอสูร เมื่อระบบเปลี่ยนสัตว์ป่าเป็นสัตว์เทวะบรรพกาล
- ตอนที่ 11 ดินปั้นยังมีไฟสามส่วน!
ตอนที่ 11 ดินปั้นยังมีไฟสามส่วน!
ตอนที่ 11 ดินปั้นยังมีไฟสามส่วน!
"ได้รับการเสริมพลังจากพรสวรรค์เขี้ยวเหล็กแบบนี้ ข้าจะถือว่ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศกว่าคนทั่วไปได้ไหมนะ? ต่อไปถ้าฝึกวรยุทธ์ ก็น่าจะไปได้เร็วกว่าคนอื่นสิ!"
ในขณะที่กู้หย่วนกำลังคิดเพลินๆ เขาก็หูแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากข้างหลัง
ใจของเขากระตุกวูบ
"ตามมาทันแล้วรึ?!"
เมื่อครู่นี้ เขาใช้เวลาในการจ่ายแต้มเต๋าให้อาหวงวิวัฒนาการเป็นหนูเขี้ยวเหล็ก รวมถึงช่วงเวลาที่ร่างกายของเขาผลัดเปลี่ยนโครงกระดูก รวมๆ แล้วยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยซ้ำ
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายตามมาถึงที่ แถมยังมีเจตนาร้ายแอบแฝง กู้หย่วนก็ไม่คิดจะออมมือให้เหมือนกัน
"อาหวง เจ้าซ่อนตัวก่อน"
กู้หย่วนส่งกระแสจิตสั่งการอาหวง หนูเขี้ยวเหล็ก
อาหวงที่เพิ่งวิวัฒนาการเสร็จดูฉลาดขึ้นมาก มันไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว รีบวิ่งไปหลบมุมอยู่ในซอกตึกอย่างเงียบเชียบ รอคอยจังหวะลงมือ
จากนั้น กู้หย่วนก็หันขวับกลับมา ชักมีดตัดฟืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาเตรียมพร้อมรับมือ!
ไม่นานนัก ชายฉกรรจ์วัยกลางคนจมูกงุ้ม หน้าตาเหี้ยมเกรียม ก็เดินก้าวเข้ามาในตรอก
รูปร่างของมันกำยำล่ำสัน ทุกย่างก้าวแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายความดุร้าย หากเป็นคนธรรมดาทั่วไป แค่มองหน้าก็คงขาสั่นแล้ว อย่าว่าแต่จะกล้าลงมือต่อสู้ด้วยเลย
เมื่อเห็นกู้หย่วน ชายฉกรรจ์ก็แค่นหัวเราะเย็นชา
"ที่แท้แกก็มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่เอง ปล่อยให้ข้าตามหาซะตั้งนาน!"
"ทำไม ยังคิดจะขัดขืนอีกงั้นรึ?"
พอเห็นกู้หย่วนถือมีดตัดฟืนในมือ ท่าทางเตรียมพร้อมสู้ตาย ชายฉกรรจ์ก็หักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม:
"ไอ้หนู ข้าขอเตือนให้แกยอมจำนนแต่โดยดี ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวโดนข้าบีบกระดูกแตกคามือ จะมาหาว่าข้าโหดร้ายไม่ได้นะโว้ย!"
"แกเป็นใครกันแน่!"
กู้หย่วนไม่สนใจคำขู่ จ้องหน้าชายฉกรรจ์เขม็งแล้วถามกลับ
"ข้าไม่เคยรู้จักมักจี่กับแก มั่นใจว่าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ไม่เคยไปล่วงเกินแกด้วยซ้ำ แล้วแกจะมาจับข้าทำไม?"
"ไม่เคยมีความแค้นต่อกันงั้นเรอะ?"
ชายฉกรรจ์แค่นเสียงหยัน เดินก้าวเข้ามาหาอย่างช้าๆ
"ไอ้หนู เอ็งมันโลกสวยเกินไปแล้ว ใครบอกว่าต้องมีความแค้นต่อกันข้าถึงจะจับแกได้ ถ้าจะโทษ ก็ไปโทษไอ้แก่แซ่สวีนั่นเถอะ มันเป็นคนหมายหัวแก ข้าก็แค่รับจ้างทำงานแลกเงินเท่านั้นแหละ"
พูดจบ มันก็โบกมืออย่างรำคาญใจ
"เอาล่ะ เลิกพล่ามได้แล้ว แค่แกยอมตามข้าไปดีๆ ข้ารับรองว่าจะไม่ทำอะไรแก"
"เป็นไอ้หมาแก่แซ่สวีนั่นจริงๆ ด้วย!"
แววตาของกู้หย่วนเย็นเยียบลง เขาถอนหายใจยาว ความรู้สึกตลกร้ายผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง
เขาแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มีข้าวกิน มีเสื้อผ้าใส่ ไม่ได้คิดจะไปหาเรื่องใครเลยสักนิด แต่ทำไมถึงมีแต่คนคอยมารังควาน บีบคั้นจนเขาแทบจะไม่มีที่ยืนอยู่ร่ำไป?
ก่อนหน้านี้ก็เฉียนอวิ๋นเจี๋ยกับพ่อบ้านอู๋แห่งจวนสกุลเฉียน!
ต่อมาก็ไอ้ซุนเอ้อกับต่งกุ้ย!
แล้วตอนนี้ ก็มาเจอหลงจู๊สวี กับไอ้ถึกตรงหน้านี่อีก!
แค่เพราะความโลภอยากได้หวงจิงที่มีอายุเก่าแก่ ถึงกับต้องใช้วิธีสกปรกคิดจะเล่นงานเขา สันดานละโมบไม่รู้จักพอ แถมยังเห็นชีวิตคนอื่นเป็นผักปลาแบบนี้ ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!
"โลกบัดซบเอ๊ย! แล้วก็ไอ้พวกสวะพวกนี้ด้วย!"
จิตสังหารอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นมาในใจของกู้หย่วน!
จนถึงตอนนี้ เขาถึงเพิ่งจะได้สัมผัสกับความโหดร้ายของโลกใบนี้อย่างแท้จริง!
บางทีอาจเป็นเพราะอาหวงวิวัฒนาการเป็นหนูเขี้ยวเหล็ก และร่างกายของเขาได้รับการผลัดเปลี่ยนโครงกระดูก ทำให้กู้หย่วนมีความมั่นใจพุ่งปรี๊ด ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่มีอาวุธร้ายกาจอยู่ในมือ จิตสังหารก็ย่อมพลุ่งพล่านขึ้นมาเป็นธรรมดา
ประกอบกับความคับแค้นใจ ความอึดอัด และความกดดันที่สะสมมาตลอดตั้งแต่ตระหนักรู้ถึงความทรงจำ ตอนนี้มันได้ระเบิดออกมาจนหมดสิ้น
ดินปั้นยังมีไฟสามส่วน นับประสาอะไรกับมนุษย์ปุถุชนที่มีเลือดมีเนื้ออย่างเขา? (หมายถึง คนที่ดูไม่มีพิษมีภัย ถึงจุดหนึ่งก็สามารถโกรธแค้นและตอบโต้ได้)
ตอนนี้ กู้หย่วน......อยากจะฆ่าคนจริงๆ!
"ในเมื่อพวกแกไม่ยอมให้ข้ามีชีวิตรอด..."
กู้หย่วนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงื้อมีดตัดฟืนในมือขึ้น แล้วฟันฉับเข้าที่ก้านคอของชายฉกรรจ์อย่างสุดแรงเกิด:
"งั้นข้าก็จะส่งพวกแกไปลงนรกซะ!"
เดิมทีชายฉกรรจ์เห็นกู้หย่วนยืนนิ่งไม่ขยับ ก็หลงนึกว่าเด็กหนุ่มถูกข่มขู่จนกลัวหัวหด จึงหัวเราะหึๆ
"แบบนี้สิถึงจะถูก ไอ้หนู ข้าจะบอกให้เอาบุญ ข้าคือรองหัวหน้าแก๊งชิงจู๋ ข้า..."
ยังไม่ทันขาดคำ กู้หย่วนก็ฟาดมีดลงมาเต็มแรง ชายฉกรรจ์ตกใจสุดขีด รีบกระโดดถอยหลังหลบวูบ
ทว่าเมื่อดาบแรกพลาดเป้า กู้หย่วนก็ไม่รอช้า เงื้อมีดฟันซ้ำลงมาที่หัวของมันทันที!
"ไอ้เด็กเวร รนหาที่ตายนักนะ!"
เมื่อหลบดาบที่สองพ้น ชายฉกรรจ์ก็โกรธจัด พุ่งตัวเข้าประชิดตัวกู้หย่วนราวกับเสือตะปบเหยื่อ คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเด็กหนุ่มไว้แน่น
มันใช้วิชาคว้าจับ บีบข้อมือกู้หย่วนอย่างแรง!
มันกะว่าต้องได้ยินเสียงกระดูกแตกหักดังกร๊อบแน่ๆ แต่ผิดคาด มันกลับรู้สึกเหมือนกำลังบีบท่อนเหล็กตันๆ กระดูกของกู้หย่วนไม่มีทีท่าว่าจะร้าวเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่กู้หย่วนเริ่มดิ้นรนขัดขืน ด้วยพละกำลังของมัน ถึงกับเกือบจะกดเขาเอาไว้ไม่อยู่ด้วยซ้ำ
"ไอ้เด็กนี่อายุก็แค่นี้ ดูท่าทางก็ไม่น่าจะเคยฝึกวรยุทธ์มาก่อน ทำไมแรงมันเยอะนักวะ?!"
ในขณะที่ความคิดนี้กำลังแล่นผ่านหัว ชายฉกรรจ์ก็สัมผัสได้ว่ามีตัวอะไรบางอย่างปีนขึ้นมาบนบ่าของตน
วินาทีต่อมา มันก็รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นออกมา ชโลมเสื้อผ้าของมันจนเปียกชุ่ม
พร้อมๆ กับเลือดที่พุ่งกระฉูด พละกำลังของมันก็ดูเหมือนจะถูกสูบออกไปด้วย
มือที่เคยจับข้อมือของกู้หย่วนไว้แน่น ถูกกู้หย่วนสะบัดหลุดอย่างง่ายดาย
"นี่... ข้าเป็นอะไร..."
ชายฉกรรจ์เดินโซเซถอยหลัง เอามือกุมลำคอตัวเองโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องพบกับความจริงอันน่าสยดสยอง ว่าเนื้อที่ลำคอของมันถูกบางสิ่งบางอย่างกระชากขาดไปชิ้นเบ้อเริ่ม เลือดไหลทะลักราวกับน้ำพุ
หนูยักษ์ตัวสีดำทะมึน หน้าตาดุร้าย กระโดดลงมาจากตัวมัน ที่มุมปากของหนูตัวนั้นยังมีคราบเลือดติดอยู่
"ไม่! ข้ายังตายไม่ได้!"
ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง มันพยายามเอามือกดบาดแผลไว้เพื่อห้ามเลือดอย่างลนลาน
แต่นั่นเป็นไปไม่ได้เลย!
เลือดที่พุ่งกระฉูดออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังชีวิตของมันเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ร่างใหญ่โตล้มตึงกระแทกพื้น
ในห้วงสติที่กำลังจะดับวูบ มันมองเห็นกู้หย่วนที่มีสีหน้าเยือกเย็นจนน่ากลัว กำลังเดินก้าวเข้ามาหาทีละก้าว พร้อมกับเงื้อมีดตัดฟืนขึ้นสูง มันพยายามอ้าปากร้องขอชีวิตด้วยสัญชาตญาณ:
"มะ... ไม่... ไว้ชีวิตข้า... ข้า..."
ฉึบ!
ยังพูดไม่ทันจบ กู้หย่วนก็ฟันมีดลงมาฉับเดียว เสียงร้องของชายฉกรรจ์ก็เงียบหายไปตลอดกาล
กู้หย่วนยังไม่หยุดแค่นั้น เขากระหน่ำฟันซ้ำลงไปอีกหลายแผล เพื่อกลบร่องรอยบาดแผลที่อาหวงกัดเอาไว้จนเละเทะ ถึงได้ยอมหยุดมือ
"นี่น่ะหรือ ผู้ฝึกยุทธ?"
กู้หย่วนถกแขนเสื้อขึ้น มองดูรอยนิ้วมือสีม่วงคล้ำที่ประทับอยู่บนข้อมือ แค่ขยับนิดเดียวก็ปวดแปลบไปถึงกระดูก ราวกับกระดูกใกล้จะแตกหักอยู่รอมร่อ
"ถึงไอ้หมอนี่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ แต่ฝีมือมันคงไม่เท่าไหร่นักหรอก ไม่งั้นข้าคงฆ่ามันไม่ได้"
สีหน้าของเขามีแววประหลาดใจเจืออยู่ไม่น้อย:
"แต่ถึงอย่างนั้น วรยุทธ์ของมันก็เหนือกว่าข้ามาก ถ้าไม่ได้อาหวงช่วยไว้ ต่อให้ข้ามีพรสวรรค์กระดูกเหล็กไหลคุ้มกาย ก็คงเสร็จมันอยู่ดี!"
ข้อสรุปนี้ ยิ่งทำให้กู้หย่วนรู้สึกกระหายที่จะฝึกฝนวิถีแห่งวรยุทธ์มากขึ้นไปอีก!
จากนั้น เขาก็ก้มลงค้นตัวศพ ใช้เวลาไม่นานก็ล้วงเจอเศษเงินจำนวนสามตำลึง
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่มีท่าทีดีใจเลยสักนิด:
"น่าเสียดายแฮะ ไม่มีคัมภีร์วิชายุทธ์ติดตัวมาด้วย"
ถึงจะบ่นแบบนั้น แต่เขาก็เข้าใจดีว่า ถึงไอ้เจ้านี่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ แต่มันก็ไม่ใช่ยอดฝีมืออะไร การจะไม่มีคัมภีร์วิชายุทธ์พกติดตัวก็เป็นเรื่องปกติ
อีกอย่าง โดยทั่วไปแล้ว คงไม่มีใครพกคัมภีร์วิชายุทธ์ติดตัวไปไหนมาไหนด้วยหรอก