- หน้าแรก
- ข้ามมิติสองยุค ความช่วยเหลือของผมมีเยอะไปหน่อย
- บทที่ 7: อุ้ยเสี่ยวป้อแห่งยุคสาธารณรัฐ
บทที่ 7: อุ้ยเสี่ยวป้อแห่งยุคสาธารณรัฐ
บทที่ 7: อุ้ยเสี่ยวป้อแห่งยุคสาธารณรัฐ
ในช่วงเวลาชั่วบุหรี่หมดมวน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【ภารกิจทดลองเสร็จสมบูรณ์: 80%, ระดับคะแนน: A,
รางวัลภารกิจ: 5,300 แต้ม, ยันต์เปิดใช้งานพื้นที่เก็บของส่วนตัว, การ์ดสุ่มความสามารถสีเขียว 1 ใบ】
เมื่อสิ้นเสียงแจ้งเตือนที่เหมือนเครื่องจักร ไอเทมสองชิ้นก็ปรากฏขึ้นบนแผงหน้าจอระบบในหัวของลู่ฟาน
มันคืออักขระรูนสีเงินและตัวการ์ดสีเขียวเข้ม
เพียงแค่ขยับความคิด รูนสีเงินก็แตกสลายและหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา ทำให้เขารับรู้ข้อมูลและวิธีการใช้งานได้ในทันที
นี่คือ พื้นที่มิติเก็บของ ขนาด 0.5 ลูกบาศก์เมตร
แม้ความจุจะน้อย แต่สามารถขยายเพิ่มได้ตามเลเวลที่สูงขึ้น หรือจะซื้อพื้นที่เพิ่มจากร้านค้าของระบบก็ได้
วินาทีนั้น ลู่ฟานฉีกยิ้มกว้างจนเก็บทรงไม่อยู่ ยิ่งกว่าแรงดีดของปืน AK เสียอีก
เขากำลังกังวลอยู่พอดี
เขาอยู่ในยุคสมัยที่ทองคำล้นเมือง แต่กลับไม่มีถุงย่ามดีๆ ไว้ขนสินค้า
นี่มันเหมือนมีคนเอาหมอนมาส่งให้ถึงที่ในตอนที่กำลังง่วงนอนชัดๆ
เมื่อมีพื้นที่นี้ บวกกับเงิน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐในมือ
โหมด "ช้อปแหลก" ก็ถูกเปิดใช้งานทันที การใช้หนี้ก้อนเล็กๆ ของเขาจะกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่าคือพื้นที่นี้ช่วยอัปเกรดอุปกรณ์ของเขาในพริบตา
จากเดิมที่ต้องแบกห่อผ้าแอบเข้าบ้านคนอื่น ตอนนี้เขาได้กลายเป็นพ่อค้าส่งเต็มตัวแล้ว
คราวหน้าถ้าข้ามเวลามาอีก เขาจะใช้เพชรสังเคราะห์ของดีจากเจ๋อเฉิง ต้มตุ๋นไอ้ยามาโมโตะคนญี่ปุ่นนั่นให้กางเกงหลุดเลยคอยดู
วิธีการเดิม แผนการเดิม
เมื่อการ์ดสีเขียวหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ความสามารถก็โหลดเสร็จสิ้น
ลู่ฟานลืมตาขึ้น แววตาแฝงไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
ความสามารถที่เขาสุ่มได้คือ 【ปลอมตัว】
เขาสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ตามใจนึกโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ ระยะเวลาคงอยู่หนึ่งชั่วโมง
มันเป็นทักษะที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในมหานครปีศาจที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเช่นนี้
แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่มิติเก็บของแล้ว ความสามารถนี้ดูด้อยกว่ากันเยอะ จึงอดผิดหวังไม่ได้
ก็นะ ใครบ้างล่ะที่ไม่ยากก้าวเดียวขึ้นสวรรค์ หรืออยากอ้วนท้วนสมบูรณ์ในการกินเพียงคำเดียว?
หลังจากสูดหายใจเข้าออกสองสามครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์ เสียงแจ้งเตือนต่อเนื่องจากระบบก็ดังขึ้น
【ระบบเปิดใช้งานโดยสมบูรณ์ เปิดระบบร้านค้า เริ่มต้นระบบภารกิจ】
【ช่องทางข้ามเวลาคู่ขนานคงที่แล้ว โปรดตั้งจุดยึดเหนี่ยวพิกัดเวลา พื้นที่ต้องไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตร】
【เริ่มนับถอยหลังการส่งตัวกลับ: 23:59:59】
จากที่เคยงงๆ อยู่บ้าง ตอนนี้เขาถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว
การตั้งจุดยึดเหนี่ยวนี้เกี่ยวข้องกับจุดที่เขาจะลงจอดในการข้ามเวลาครั้งต่อไป ดังนั้นเขาจำเป็นต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์แน่นอน
เพราะสำหรับเรื่องสำคัญขนาดนี้ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยึดไว้กับทรัพย์สินที่เป็นของตัวเองเท่านั้น
ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ การกว้านซื้อตึกสไตล์ตะวันตกหลังเล็กๆ นั้นไม่ใช่เรื่องยาก
แต่สำหรับพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร มันต้องเป็นระดับคฤหาสน์เท่านั้น
ตามราคาตลาดปัจจุบัน การซื้อคฤหาสน์จะทำให้เงินที่เขาถืออยู่ในมือเหลือเพียงน้อยนิด
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาก็กระชั้นชิดและงานก็ด่วน การจะหาของถูกคงเป็นไปไม่ได้
เขาต้องใช้เงินทั้งที่มันยังไม่ทันอุ่นในกระเป๋าเลย ความเสียดายนี้คือของจริง
เขาตั้งใจจะใช้เงินดอลลาร์เหล่านี้ไปกว้านซื้อทองคำและของโบราณกลับไปยังยุคปัจจุบันเพื่อช่วยพยุงวิกฤตล้มละลาย
แต่สิ่งที่ควรจ่ายก็ต้องจ่าย ถ้าไม่ยอมเสียเหยื่อก็คงจับหมาป่าไม่ได้
เขาเรียกผู้จัดการธนาคารเข้ามา และบอกความต้องการที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง
ทันทีที่ผู้จัดการได้ยินเรื่องซื้อที่ดิน เขาก็รีบวิ่งออกไปจัดการทันที
ผู้จัดการออกไปไม่ทันชั่วบุหรี่หมดมวน เสียงเคาะประตูห้องวีไอพีก็ดังขึ้น
"เข้ามา~~"
ลู่ฟานรำพึงในใจว่าประสิทธิภาพช่างสูงลิ่วจริงๆ
มันเป็นไปตามคำกล่าวที่ว่า: ถ้าเงินถึง พวกเขาจะยอมทุบหม้อข้าวตัวเองเพื่อคุณเลยทีเดียว
"คุณลู่ ขออภัยที่รบกวนครับ! ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์"
หวังเทียนสี่ผลักประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นและบอกจุดประสงค์ตรงๆ
เมื่อเห็นลู่ฟานพยักหน้า เขาจึงพูดต่อ: "ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินครับ ลูกค้าของผมคนหนึ่งต้องการปล่อยอสังหาริมทรัพย์ที่เขาถือครองอยู่พอดี
ผมเลยนึกถึงคุณทันทีว่ามันเหมาะมาก และตัวลูกค้าก็อยู่ที่นี่ด้วย คุณสนใจจะลองคุยดูไหมครับ?"
เดิมทีลู่ฟานไม่อยากเข้าร่วมการซื้อขายที่ดูรีบร้อนแบบนี้ ในโลกธุรกิจสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวที่สุดคือคำว่า "รีบ"
แต่ในตอนนี้ เวลาของเขามีจำกัดและเขาก็ยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่ การพูดคุยดูก็ไม่เสียหาย ถือซะว่าเรียนรู้สถานการณ์ตลาดไปในตัว
"งั้นก็รบกวนผู้จัดการหวังด้วยครับ"
ไม่นานหลังจากลู่ฟานตกลง หวังเทียนสี่ก็หมุนตัวพาลูกค้าคนนั้นเข้ามา
ความเร็วช่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนหูดับ
เมื่อเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้น ลู่ฟานก็เห็นว่าคนที่มาคือคุณชายสี่ตระกูลถัง คนที่เขาเพิ่งเจอแวบๆ ที่ห้องโถงนั่นเอง
"เพื่อน เราเจอกันอีกแล้ว ช่างบังเอิญจริงๆ!"
ทันทีที่คุณชายสี่ตระกูลถังเข้ามา เขาก็แสดงความสนิทสนมตามนิสัยคนอัธยาศัยดีเข้ากับคนง่าย
จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมาอย่างสุภาพชนและแนะนำตัวเอง
"ฉันชื่อถังจี้เฟิง เป็นลูกคนที่สี่ในตระกูล คนที่ให้เกียรติกันเขาก็เรียกฉันว่าคุณชายสี่ตระกูลถัง"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมลู่ฟาน เพิ่งมาถึงมหานครปีศาจได้ไม่นาน ฝากตัวด้วยครับ"
ลู่ฟานผู้ที่มีออร่าทรงพลังยามเผชิญหน้ากับไอ้พวกญี่ปุ่นและพวกต่างชาติอังกฤษ
กลับทำท่าทีนอบน้อมอย่างมากในวินาทีนี้ พร้อมกับยื่นบุหรี่ให้หลังจากจับมือเสร็จ
อย่าถามว่าทำไม
เพราะชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือลูกชายคนเล็กของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลเซียง และเป็นน้องชายของนายพลผู้โด่งดังในการต่อต้านญี่ปุ่น
เป็นนักเรียนดีเด่นที่ได้รับคำชมเชยเป็นการส่วนตัวจากจอมยุทธ์หัวล้านเจียงเจี๋ยซือ
เป็นเพื่อนซี้ของหัวหน้าหน่วยสืบสวนและสถิติในตำนาน
เป็นศิษย์ก้นกุฏิของหวังเหล่าอู่ คาสโนว่าแห่งยุคสาธารณรัฐ
เป็นนักเรียนคนแรกของ "ท่านอาจารย์" และได้รับการติวเข้มแบบตัวต่อตัว
ไม่เพียงแค่นั้น ชายคนนี้ยังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพลโทและผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์
เขาเป็น "คนทรยศ" ที่ปฏิบัติภารกิจลับตามราชโองการ และเป็นแขกผู้ทรงเกียรติที่พวกญี่ปุ่นนับถือ
เขายังเป็นเพื่อนที่ไวใจได้ของผู้บัญชาการกองพล และเป็นคนขับรถคู่ใจของท่านนายก
นี่คืออุ้ยเสี่ยวป้อแห่งยุคสาธารณรัฐ ดาวนำโชคที่พระเจ้าเลือกมาโดยแท้
คนธรรมดาแค่ทำได้เพียงอย่างเดียวจากที่กล่าวมาก็เพียงพอจะบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ตระกูลหนึ่งหน้าเต็มๆ แล้ว แต่ชายคนนี้มีเรื่องราวให้เขียนได้เป็นเล่มๆ
ต่อหน้าตำนานเช่นนี้ ท่าทีนอบน้อมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
"เพื่อน เมื่อกี้ฉันวู่วามไปหน่อย ถ้ามีอะไรที่ทำให้พี่ชายขุ่นเคืองก็อย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยนะ"
ถังจี้เฟิงรับบุหรี่และกล่าวขอโทษอย่างใจกว้างอีกครั้ง
เขาใช้คำว่า "เพื่อน" และ "พี่ชาย" บ่อยครั้งเพื่อรวบหัวรวบหางลดช่องว่างความสัมพันธ์ สมกับเป็นยอดคนในวงสังคมจริงๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับไอดอล ลู่ฟานจึงตอบกลับอย่างจริงใจว่า "คุณชายสี่ตระกูลถัง ท่านเกรงใจเกินไปแล้วครับ"
"เชิญนั่งก่อนครับทั้งสองท่าน ยืนคุยกันทำไมล่ะ?"
หวังเทียนสี่รีบช่วยจุดบุหรี่ให้และพูดแทรกขึ้นมาในจังหวะที่เหมาะสม
คนหนึ่งเป็นจอมอัธยาศัยดี อีกคนเป็นผู้จัดการธนาคาร และอีกคนคือเก๋าเกมที่คร่ำหวอดในโลกธุรกิจมานานกว่าทศวรรษ
หลังจากเปิดฉากสนทนา ทั้งสามก็คุยกันอย่างถูกคอท่ามกลางควันบุหรี่
เมื่อพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันจนได้ที่ หวังเทียนสี่ก็ฉวยโอกาสวกกลับเข้าหาเรื่องธุรกิจ
"คุณลู่ อสังหาริมทรัพย์ของคุณชายสี่บนถนนเซี่ยเฟยตรงตามความต้องการของคุณทุกประการเลยครับ เชิญดูรายละเอียดดูว่าคุณพอใจไหม"
ว่าแล้วเขาก็ยื่นเอกสารสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ให้อย่างคล่องแคล่ว
"คฤหาสน์เฟยเสีย บล็อกที่ 7 และ 8 พื้นที่ดิน 1,080 ตารางเมตร พื้นที่สิ่งปลูกสร้าง 317 ตารางเมตร..."
ลู่ฟานเหลือบมองเพียงแวบเดียว คุณพระช่วย! นี่คือหมู่บ้านพักอาศัยที่หรูหราเป็นอันดับหนึ่งในมหานครปีศาจยุคสาธารณรัฐเลยนี่นา
โครงการนี้ก่อตั้งในปี 1919 โดยมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ชาวอังกฤษชื่อเอริค และสร้างเสร็จในปี 1930
ผู้อยู่อาศัยที่นี่มีแต่เหล่านักธุรกิจยุโรปผู้ทรงอิทธิพลและนักการเมืองระดับสูงในมหานครปีศาจ
ต่อให้มหานครปีศาจจะล่มสลาย สถานที่แห่งนี้ก็จะยังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัย
มันเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในเมืองนี้ที่พวกญี่ปุ่นไม่กล้าแตะต้อง
การตั้งจุดยึดเหนี่ยวพิกัดเวลาไว้ที่นี่รับประกันความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พอใจไหมน่ะเหรอ? เกินกว่าพอใจเสียอีก
แต่ลู่ฟานยังคงรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย ก้มหน้าพิจารณาเอกสารสิทธิ์อย่างละเอียด
"พี่ชาย ทั้งทำเลและตัวโครงการถือเป็นระดับท็อปของมหานครปีศาจเลยนะ
บ้านพวกนี้เป็นทาวน์เฮาส์ นายจะซื้อแยกหลังก็ได้ หรือจะซื้อทั้งสองหลังแล้วทลายกำแพงเชื่อมเป็นหลังเดียวก็ได้
ถ้านายสนใจ เราไปดูด้วยกันตอนนี้เลยก็ได้นะ"
ถังจี้เฟิงดูจะเป็นคนใจร้อน ชัดเจนว่าถ้าเขาไม่รีบจริง เขาคงไม่มาจัดการเรื่องบ้านที่มหานครปีศาจด้วยตัวเองแบบนี้
ลู่ฟานค่อยๆ วางเอกสารลง จังหวะเวลามันช่างพอดีเหลือเกิน