- หน้าแรก
- ข้อมูลรายวัน เบิกทางชีวิต
- บทที่ 17 ม้าทะยาน
บทที่ 17 ม้าทะยาน
บทที่ 17 ม้าทะยาน
บทที่ 17 ม้าทะยาน
เสิ่นเจ๋อมองดูข้อความแล้วคิดในใจ 'ให้ตายเถอะ สมกับเป็นลุงหลานกันจริงๆ รสนิยมความชอบเหมือนกันเป๊ะ น่าเสียดายที่ฉันไม่มีเบอร์โทรภรรยาของเฉินตง ไม่อย่างนั้นฉันคงสวมบทพลเมืองดี ช่วยสร้างสีสันให้ครอบครัวของเฉินตงอีกสักรอบแน่ๆ'
ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีสีสันความตื่นเต้นบ้างเป็นบางครั้ง ไม่อย่างนั้นมันจะน่าเบื่อจืดชืดเกินไป
เสิ่นเจ๋อค้นหาผลงานของสวีเปยหงทางอินเทอร์เน็ต พบว่าราคาแต่ละภาพนั้นสูงลิ่ว ช่วงไม่กี่ปีมานี้มีการประมูลขายไปหลายภาพ ราคาอยู่ราวๆ 5 ถึง 6 ล้านกว่าหยวน มีภาพ "ม้าทะยาน" ขนาด 109 × 53.5 เซนติเมตรภาพหนึ่ง ถูกประมูลไปในราคาถึง 5.75 ล้านหยวน
ภาพที่เฉินตงได้มาอาจจะขนาดเล็กกว่านั้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ขอแค่มันมีราคาก็พอ
สำหรับเขาในตอนนี้ ยุงจะตัวเล็กแค่ไหนก็ยังมีเนื้อ เขาไม่ปฏิเสธเงินหรอก
วันรุ่งขึ้น
หลังจากขับรถไปส่งภรรยาที่ทำงาน เสิ่นเจ๋อก็กลับบ้านไปเปลี่ยนเป็นชุดสีดำสนิท จากนั้นก็ไปเช่ารถกระบะเล็กจากบริษัทรถเช่าเจิ้นถู
เสิ่นเจ๋อขับรถมาจอดใต้ตึก 38 ในหมู่บ้านซินก่าง แต่ไม่ได้ขับเข้าไปจอดตรงหน้าทางเข้าตึก 4 โดยตรง
เมื่อเห็นว่าเวลายังเช้าอยู่ เสิ่นเจ๋อจึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนสิบโมงเช้า แล้วเอนเบาะนอนพักสายตา
หลังจากเสิ่นเจ๋อเข้าเฝ้าพระอินทร์จนตื่น เวลาก็ยังเช้าอยู่ เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมไพ่ 'โต้วตี้จู่' ฆ่าเวลา พลางลอบสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายนอกผ่านกระจกรถไปด้วย
จู่ๆ ก็มีเสียงคนดังเอะอะมาจากข้างนอก เสิ่นเจ๋อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นคนงานหลายคนกำลังช่วยกันแบกโซฟาตัวหนึ่งออกมา
เสิ่นเจ๋อมองดูพวกเขาทำงานจนเสร็จ แล้วจึงขับรถสะกดรอยตามพวกเขาออกจากหมู่บ้านไป
หลังจากออกจากหมู่บ้าน เสิ่นเจ๋อก็เลือกใช้ถนนอีกเส้นหนึ่ง ทำให้เขาไปถึงร้านรับซื้อของเก่าเทียนอวี่ก่อนพวกคนงานถึงสิบนาที
หลังจากจอดรถ เสิ่นเจ๋อก็ดินเข้าไปในร้าน ทำทีเป็นเดินดูเฟอร์นิเจอร์
"สวัสดีครับคุณลูกค้า มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ"
ชายวัยสามสิบต้นๆ ในชุดช่างสีน้ำเงินเดินเข้ามาทักทาย
เสิ่นเจ๋อกวาดสายตามองการตกแต่งภายในร้าน แล้วเอ่ยกับชายคนนั้น "ผมอยากได้โซฟาสักตัวครับ"
ชายคนนั้นพยักหน้า ชี้ไปที่โซฟาสีน้ำตาลตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ แล้วพูดว่า "ตัวนี้เพิ่งรับซื้อมาเมื่อวานเลยครับ สภาพใหม่เอี่ยมเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ สนใจไหมครับ"
เสิ่นเจ๋อเดินเข้าไปลูบๆ คลำๆ ลองนั่งดูความนุ่ม แล้วพูดว่า "เถ้าแก่ โซฟาตัวนี้ก็ดีอยู่หรอกครับ แต่มันใหญ่ไปหน่อย ห้องที่ผมเพิ่งเช่ามันเป็นแบบหนึ่งห้องนอน ขืนเอาตัวนี้ไปคงกินพื้นที่แย่"
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงเครื่องยนต์รถดับก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พวกคนที่ไปหมู่บ้านซินก่างเมื่อครู่นี้เดินทางมาถึงแล้ว
"คุณลูกค้า งั้นเราออกไปดูข้างนอกกันไหมครับ พวกเขากำลังไปรับซื้อโซฟาเก่ามาพอดี น่าจะตัวเล็กกว่าตัวที่คุณเพิ่งดูไปนะครับ"
เสิ่นเจ๋อลุกขึ้นยืนและพยักหน้าให้เถ้าแก่ "ได้ครับ งั้นออกไปดูกัน"
โซฟาเก่าตัวนั้นถูกคนงานแบกลงมาจากรถเรียบร้อยแล้ว
เสิ่นเจ๋อเดินเข้าไปพิจารณาดูรอบๆ แล้วหันไปถามเถ้าแก่ "เถ้าแก่ ขนาดโซฟาตัวนี้กำลังดีเลยครับ ว่าแต่ราคาเท่าไหร่ล่ะ"
"แล้วผมก็ขับรถกระบะมาเองด้วย คุณไม่ต้องเสียเวลาไปส่งหรอกครับ"
เถ้าแก่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชูสองนิ้วให้เสิ่นเจ๋อ "คุณลูกค้า 2,000 หยวน ขาดตัว เอาไปเลยครับ"
"เถ้าแก่ ผมน่าจะเป็นลูกค้ารายแรกของเช้านี้ใช่ไหมครับ เพื่อเป็นการเบิกฤกษ์เปิดบิลแรกของวัน คุณลดให้ผมอีกหน่อยเถอะ"
เถ้าแก่ทำหน้าลำบากใจ "คุณลูกค้า 2,000 นี่ก็ราคาต่ำสุดๆ แล้วนะครับ ผมยังมีค่าเช่าที่ ค่าแรงลูกน้องอีก คุณปล่อยให้ผมได้กำไรนิดๆ หน่อยๆ เถอะครับ"
"เถ้าแก่ ราคาเดียวจบ 1,800 หยวน ผมยกขึ้นรถเลย"
เสิ่นเจ๋อยื่นคำขาด
"เอาเถอะๆ ถือซะว่าประเดิมบิลแรกของวันก็แล้วกัน 1,800 ก็ 1,800 รับไปเลยครับ"
เถ้าแก่โบกมือ "ช่างหวัง พวกนายช่วยคุณลูกค้ายกโซฟาขึ้นรถหน่อยสิ"
เสิ่นเจ๋อรีบจ่ายเงินให้เถ้าแก่ จากนั้นก็ช่วยคนงานยกโซฟาขึ้นท้ายรถกระบะ
เสิ่นเจ๋อขับรถตรงดิ่งไปยังสวนอุตสาหกรรมไป๋อวิ๋น หาที่จอดรถร่มๆ แล้วกระโดดขึ้นท้ายกระบะเพื่อเริ่มค้นหาภาพวาด
ดูจากขนาดของภาพวาดแล้ว มันน่าจะถูกซ่อนไว้ใต้เบาะโซฟามากที่สุด
ที่วางแขนทั้งสองข้างสั้นเกินไปที่จะซ่อนได้ ส่วนชั้นนอกของโซฟายิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะถ้ามีคนตัวหนักๆ มานั่งหรือมีของหนักๆ มาทับ ภาพวาดก็คงพังยับเยินไปแล้ว
ในที่สุดเสิ่นเจ๋อก็มุดลงไปใต้โซฟาและล้วงเอาภาพวาดออกมาได้ เขาไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ แต่ถือมันกลับไปที่เบาะคนขับทันที
จากนั้นเขาก็ขับรถไปหาที่เปลี่ยวๆ แล้วออกแรงผลักโซฟาบนท้ายกระบะทิ้งลงไปในบ่อโคลนขนาดใหญ่
หลังจากนำรถไปคืนที่บริษัทเช่ารถ เสิ่นเจ๋อก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังถนนคนเดินของเก่า
เขาเดินตรงไปที่ร้านขายของเก่าชื่อ 'เจินผินฟาง' ซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน
คนที่ออกมารับรองเสิ่นเจ๋อเป็นชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปี สวมแว่นตาและชุดจงซานสีดำ ดูภูมิฐานและมีการศึกษา
"พ่อหนุ่ม เอาภาพวาดมาปล่อยเหรอ"
เถ้าแก่เดาทางออกทันทีเมื่อเห็นเสิ่นเจ๋อเดินถือม้วนภาพเข้ามาในร้าน
เสิ่นเจ๋อพยักหน้ารับ "ใช่ครับ ผมไปเจอภาพวาดม้วนนี้ตอนกำลังเก็บกวาดบ้านเก่าน่ะครับ พอดีช่วงนี้กำลังร้อนเงิน ก็เลยแวะมาดูว่าจะพอขายได้ราคาบ้างไหม"
"เชิญทางนี้เลยครับ"
เถ้าแก่ผายมือเชิญเสิ่นเจ๋อเข้าไปในห้องรับรอง ส่วนเรื่องที่เสิ่นเจ๋อเล่ามานั้น เขาไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร
ตราบใดที่ของชิ้นนั้นมีมูลค่า เขาก็ไม่สนหรอกว่าเรื่องราวเบื้องหลังมันจะเป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้น
หลังจากเสิ่นเจ๋อคลี่ม้วนภาพวาดออก สายตาของเถ้าแก่ก็ถูกดึงดูดด้วยม้าลักษณะสง่างามในภาพทันที
เถ้าแก่รีบก้าวเข้าไปใกล้ พิจารณางานศิลปะชิ้นนั้นอย่างละเอียดราวกับถูกมนต์สะกด
ม้าสง่างามในภาพกำลังควบทะยานจากที่ไกลๆ เข้ามาใกล้ เชิดหัวขึ้นสูงและเอียงไปทางขวาเล็กน้อย รูจมูกเบิกกว้างราวกับกำลังส่งเสียงร้องคำราม
แผงคอและหางของมันปลิวไสวไปตามสายลม ดูพลิ้วไหวและทรงพลัง
ภาพวาดสะท้อนให้เห็นถึงความสง่าผ่าเผยและพละกำลังอันไร้ขีดจำกัดของม้าตัวนี้ได้อย่างไร้ที่ติ
จู่ๆ เถ้าแก่ก็ส่ายหน้าและถอนหายใจ "พ่อหนุ่ม มองแวบแรก ภาพวาดของเธอดูเหมือนผลงานชิ้นเอกของอาจารย์สวีเปยหงมากเลยนะ แต่เทคนิคการวาดและการลงสีในภาพนี้ยังดูเพี้ยนๆ ไปหน่อย"
"นี่เป็นภาพเลียนแบบน่ะ แต่ฝีมือการวาดถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว พอจะมีคุณค่าให้เก็บสะสมอยู่บ้าง เอาอย่างนี้ ฉันรับซื้อภาพนี้ในราคา 10,000 หยวน เธอว่าไง"
เถ้าแก่พูดพร้อมรอยยิ้ม นิ้วชี้ข้างขวากำลังหมุนแหวนหยกสีเขียวเข้มบนนิ้วหัวแม่มือซ้ายเล่นเบาๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเถ้าแก่ เสิ่นเจ๋อก็เริ่มม้วนเก็บภาพวาดทันทีแล้วพูดว่า "ผมว่าไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ ในเมื่อเถ้าแก่ไม่มีความจริงใจจะทำธุรกิจ งั้นผมขอตัวไปลองดูร้านอื่นก็แล้วกันครับ"
เถ้าแก่รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วรั้งไว้ "พ่อหนุ่ม อย่าเพิ่งรีบไปสิ มาตกลงกันก่อน เอาอย่างนี้ เธอเสนอราคามาเลยดีกว่า แล้วเราค่อยมาคุยกัน"
เขาแอบคิดในใจ 'ไอ้หนุ่มนี่มันยังไงกันนะ อย่างน้อยก็น่าจะต่อราคากันสักหน่อยสิ ทำไมพอเสนอราคาปุ๊บก็ทำท่าจะเดินหนีเลยล่ะ หรือว่ามันจะรู้ราคาจริงของภาพนี้?'
เมื่อวานเพิ่งจะมีลูกค้ารายใหญ่สั่งกำชับเขาเป็นพิเศษว่าอยากได้ภาพวาดม้าทะยาน แถมยังกระเป๋าหนักสู้ราคาไม่อั้นอีกต่างหาก ถ้าปิดดีลนี้ได้ เขาไม่เพียงจะได้กำไรก้อนโต แต่ยังได้สานสัมพันธ์กับลูกค้ารายใหญ่อีกด้วย
เสิ่นเจ๋อแค่นเสียงหยัน ทำท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วเอ่ย "เถ้าแก่ อย่าทำเหมือนคนอื่นเป็นไอ้โง่สิครับ คุณกับผมต่างก็รู้ดีว่าภาพนี้เป็นของแท้หรือของเทียม เรามาปิดดีลกันที่ 1.2 ล้านหยวน"
"ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็จะเดินไปร้าน 'จี๋เสียงไจ' ที่อยู่ข้างหน้านี้แทน"
เดิมทีเถ้าแก่กะจะกดราคาลงอีกหน่อย ถึงแม้ซื้อในราคา 1.2 ล้านหยวนเขาก็ยังได้กำไรอยู่ดี แต่มันก็ไม่ได้เยอะเท่าที่ควร
ทว่าพอได้ยินเสิ่นเจ๋อหลุดชื่อร้าน 'จี๋เสียงไจ' ออกมา เถ้าแก่ก็รีบเปลี่ยนใจทันที
"โอเค 1.2 ล้านก็ 1.2 ล้าน เรามาเซ็นสัญญากันเลย แล้วเดี๋ยวฉันโอนเงินให้"
'ถึงครั้งนี้จะได้กำไรน้อยหน่อย แต่อย่างน้อยก็ได้ทำผลงานเอาใจลูกค้ารายใหญ่ ไว้วันหลังค่อยฟันกำไรคืนก็แล้วกัน' เถ้าแก่คิดคำนวณในใจ
หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อย เถ้าแก่ก็จัดการโอนเงิน 1.2 ล้านหยวนเข้าบัญชีของเสิ่นเจ๋อ