เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 : ทูตผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลโอแลนเดอร์!

บทที่ 62 : ทูตผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลโอแลนเดอร์!

บทที่ 62 : ทูตผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลโอแลนเดอร์!


บทที่ 62 : ทูตผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลโอแลนเดอร์!

"ครืนนน~~*

เสียงหิวโหยดังขึ้นอีกครั้ง และนีน่าก็ทนไม่ไหวเเล้ว

ตอนนี้เธอหิวมาก...

“ลืมไปเถอะ….คงไม่เป็นไรหรอก”

นีน่าพึมพำ, จากนั้นเธอก็คว้าชิ้นเนื้อและเริ่มเคี้ยวมันอย่างรวดเร็ว​

แค่กัดคำแรก….หูแมวขนปุกปุยของเธอก็สั่นสะท้าน

“มันอร่อยมาก…”

เนื้อสัตว์เวทย์….เธอไม่เคยกินมันเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สิ่งที่ดีที่สุดที่พี่น้อง​สองคนเคยกินก็คือแค่ข้าวต้มและโจ๊กเนื้อ

ดังนั้นอารมณ์และความรู้สึกในปัจจุบันของเธอ…..มันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้จริงๆ

“พี่สาว…..มนุษย์คนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเลว” ในขณะนี้, จู่ๆมินาก็อดไม่ได้ที่จะพูด

“ไม่ใช่คนเลวงั้นเหรอ?” นีน่าบ่นพึมพำ​

แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธน้องสาวของเธอ….เธอแค่กินเนื้ออย่างเงียบๆ และเพลิดเพลินกับทุกสิ่ง

จริงๆแล้ว,​ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นคนดีหรือไม่….มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

เพราะตอนนี้พวกเธอเป็นทาสของเขาแล้ว

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดีหรือไม่ดี….พวกเธอก็ทำได้แค่ยอมรับเท่านั้น​

แต่ถึงอย่างนั้น, เเม้เเต่เธอเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นว่าสีหน้าในปัจจุบันของเธอดีขึ้นมาก

ดีกว่าความสิ้นหวังที่เธอเคยมีเมื่อก่อน

ชีวิต​ของพวกเธอตอนนี้ดีกว่าที่จินตนาการไว้มาก

นีน่ากินเนื้ออย่างเงียบๆ….แต่ดวงตาของเธอก็เริ่มเปล่งประกายเล็กน้อย

เขาเป็นคนดีจริงๆเหรอ?

พวกเธอสองพี่น้องได้เจอเจ้านายที่ดีงั้นหรือ?

นี่เป็นเรื่องจริงใช่ใหม?

…….

ในวันต่อๆมา….ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มีแค่งานก่อสร้างในเมืองได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ และกำลังดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง

บ้านเริ่มเพิ่มขึ้นทีละหลัง

ถนนอันกว้างใหญ่เเละงดงามเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง​

ทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวัง ความสุข และรอยยิ้ม!

ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มมองเห็นอนาคตที่สดใส...

เเต่….อย่างไรก็ตาม

วันดีๆเเบบนี้กลับอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน

ในวันนี้

วิงเกอร์แมนได้กลับมาที่เมืองใหม่ของหมู่บ้านเกรย์สโตนด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

เพราะวันนี้….เขาได้นำข่าวร้ายมาด้วย

“ข้าขอโทษ บารอนเรย์มอนด์…..ข้าพบปัญหาเข้าเเล้ว!”

"ข้าไม่คิดเลยว่าไวเคานต์เคลย์จะหันมาต่อต้านข้า….เขายกเลิกการขายวัสดุก่อสร้างในเมืองและกีดกันทีมขนส่งของข้า​ เเละ….."

"และอะไร?" เรย์มอนด์เหลือบตามองเขาแล้วถาม

“และเขายังบอกอีกว่า, เขาจะไม่ขายอะไรให้เราอีกในอนาคต และเราต้องคืนหินกับวัสดุก่อสร้างชุดก่อนหน้านี้……ไม่เช่นนั้นเราจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้เขา!”

วิงเกอร์แมนพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว

“ชดเชยให้เขางั้นเหรอ?” เรย์มอนด์หัวเราะแล้วถามอีกครั้ง

“เขาต้องการให้ข้าชดเชยเท่าไหร่!”

"5000 เหรียญ​ทอง!" วิงเกอร์แมนพูดด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย​

“บารอนเรย์มอนด์ ข้าขอโทษ”

“ข้า….ข้าไม่เข้าใจ ว่าทำไมไวเ​คา​นต์​เคลย์ถึงทำเช่นนี้!”

"5,000 เหรียญทอง….นี่มันเป็นการปล้นกันชัดๆ!"

“เจ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้งั้นเหรอ?” เรย์มอนด์ยกยิ้ม

“ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นกำลังวางแผนที่จะสร้างปัญหาให้ข้า…”

“5,000 เหรียญทอง….เขากำลังฝันอยู่หรือไง!”

ไม่ต้องพูดถึงว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะชดเชยเงินจำนวนนี้!

เเละแม้ว่าเขาจะเต็มใจที่จะชดเชย….แต่มันก็ไม่น่าจะมากขนาดนี้

ดังนั้น…..

เกรงว่าอีกฝ่ายไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะสามารถชดใช้เงินได้….อีกฝ่ายแค่อยากสร้างปัญหาให้พวกเขาก็เท่านั้น​เอง

“บารอนเรย์มอนด์ ข้าขอโทษ….. มันเป็นปัญหาของข้า!” วิงเกอร์แมนพูดด้วยรอยยิ้มเบี้ยว

เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นงั้นหรอ?

แน่นอนว่าเขาเข้าใจ

แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเเล้ว….เเละนั่นมันหมายความว่าเขากำลังจัดการ​สิ่งต่างๆได้ไม่ดีนัก

อย่างไร​ก็ตาม, เรย์มอนด์ไม่ได้สนใจที่จะตำหนิเขาแบบไม่มี​เหตุ​ผล

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจทุกอย่าง​แล้ว, ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง…”

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการสร้างปัญหาให้เขา

เเต่มันก็ไม่มีปัญหา​อะไร….อย่างไรดีโวสก็ไม่มีอะไรให้ทำในทุกวันนี้

งั้นก็ปล่อยให้เขาไปออกกำลัง​กายซักหน่อย​ก็เเล้วกัน!

แต่ทันใดนั้น,​ มันก็มีเสียงของแมตช์​-เย​อร์มัน​ดังมาจากด้านนอกประตู

“เรย์มอนด์​….ข้าขอเข้าไปได้ไหม”

“ลุงแมตต์, เข้ามาสิ….มีเรื่องอะไรเหรอ?”

ทันทีที่​แมตต์-เยอร์มันเดินเข้ามา….เขาก็พูดด้วยสีหน้าจริงจัง!

“เรย์มอนด์…มีปัญหา​บางอย่างเกิดขึ้น”

“มีกองทหารกองหนึ่งมาจากเขตภาคเหนือ, มีจำนวนอย่างน้อยหนึ่งพันคน….และพวกเขาเป็นสมาชิกของตระกูลโอแลนเดอร์”

“ตระกูล​โอแลนเดอร์?”

เรย์มอนด์ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง….จากนั้นใบหน้าของเขาก็มืดลงทันที​!

เเมตต์-เย​อร์มัน​พยักหน้าเเละพูดต่อด้วยความกังวล​

“มีผู้ชายคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นทูตของตระกูลโอแลนเดอร์….ตอนนี้เขาอยู่นอกเมืองแล้ว และเขาบอกว่าเขาต้องการพบเจ้า!

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปดูหน้าเขาซักหน่อย!" เรย์มอนด์เอ่ยอย่างไม่ลังเล

ไม่กี่นาที​ต่อมา

เรย์มอนด์ก็มาถึงบริเวณรอบนอกของเมืองแล้วเดินออกจากประตูเมือง

ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้เห็นกองทัพจำนวนนับพันคนจากระยะไกล

และไม่ไกลนักมีจอมเวทย์​วัยกลางคนที่มีท่าทางเย่อหยิ่ง​ สวมเสื้อคลุมของจอมเวทย์​และขี่หมาป่าเพลิงยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่และครอบงำ

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นบารอนเรย์มอนด์….สวัสดี!”

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน….งั้นก็ขอแนะนำตัวเองก่อนละกัน”

“ข้าชื่อเมย์นาร์ด, มาจากเมืองอัมคุนเซ็ตของตระกูลโอแลนเดอร์...ยินดีที่ได้พบ” เมย์นาร์ดมองเรย์มอนด์อย่างถ่อมตัวเเต่เเอบเเฝงรอยยิ้ม​เยาะเย้ย

“ยินดีที่ได้พบข้า….จริงเหรอ?”

“เมย์นาร์ด….ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้มาที่นี่ในฐานะ​เเขกนะ?”

เรย์มอนด์ไม่ได้มองเขา เพียงแต่จ้องมองกองทหารหลายพันคนในระยะไกล

เมย์นาร์ดยกยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไร

หลังจากนั้น…เขาก็พูดต่ออย่างภาคภูมิใจ

"บารอนเรย์มอนด์….นี่คือกองพันที่หกเเห่งตระกูลโอแลนเดอร์ของเรา …ดูดีใช่ใหม?"

"ฮ่าฮ่า, เเต่จริงๆแล้วพลังของกองพันที่หกนี้ไม่ได้สูงเท่าไหร่​หรอก!"

“ในหมู่พวกเขามีจอมเวทย์เพียงห้าสิบคน และพวกเขาก็เป็นแค่ระดับสองเเละระดับสามเท่านั้น ซึ่งถือว่าธรรมดามาก.....ยิ่งกว่านั้นความแข็งแกร่งของทหารคนอื่นๆก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก”

“มันก็แค่ระดับเฉลี่ยประมาณระดับสองถึงระดับสาม”

“เจ้ารู้ไหม ด้วยความแข็งแกร่งแบบนี้….ในบรรดากองพันทั้งหมดของตระกูลโอแลนเดอร์, กองพันนี้ไม่สามารถติดอันดับหนึ่งในสามอันดับแรกได้ด้วยซ้ำ”

“​ดังนั้นเรย์มอนด์….เจ้าไม่ต้องกลัวกองพันนี้หรอก​”

“เเละอย่างน้อย….ตอนนี้ตระกูลโอแลนเดอร์ของเราจะยังไม่ทำอะไรเจ้า หรอก….แต่ถ้าเป็นในอนาคตมันก็ยากที่จะพูด ฮ่าๆๆๆๆๆ” เมย์นาร์ดหัวเราะอย่างเย่อหยิ่ง​

เเละสิ่งนี้, มันทำให้เรย์มอนด์รู้สึกไม่มีความสุขเล็กน้อย….พร้อมกันนั้นดวงตาของเขาก็เย็นชามากขึ้น​เรื่อย​ๆ

“หืมมมม….นี่เจ้ากำลังขู่ข้าอยู่งั้นเหรอ”

“ไม่สิ….ข้าแค่กำลังบอกความจริงกับเจ้า บารอนเรย์มอนด์, อย่างไรก็ตาม เจ้าควรได้รับของขวัญอีกชิ้นจากตระกูลโอแลนเดอร์​ของเราเเล้วใช่ไหม”

เมย์นาร์ดหรี่ตาลงและเยาะเย้ยอีกครั้ง

“เจ้ากำลังขาดแคลนหินและวัสดุก่อสร้างจำนวน​มากเลยไม่ใช่เหรอ?”

ทันทีที่เขาพูดแบบนี้….เรย์มอนด์ก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเช่นกัน

จากนั้นใบหน้าของเขาก็มืดมนจนถึง​ที่สุด​......

“เป็นฝีมือพวกเจ้างั้นหรอ?”​

ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ

เเต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายอวดโอ้เเบบนี้….นี่ก็เเสดงให้เห็นเเล้วว่าการกระทำของไวเ​คา​นต์​เคลย์ก่อนหน้านี้เป็นฝีมือ​ของตระกูล​โอเเลนเดอร์

"ใช่แล้ว….เป็นฝีมือพวกเราเอง!" เมย์นาร์ดยิ้มและพูดอย่างภาคภูมิใจ

“บารอนเรย์มอนด์ ข้าคิดว่าเจ้าก็คงเป็นคนฉลาดเช่นกัน….ดังนั้นข้าจะบอกเจ้าตามตรง”

“ข้าไม่สนใจว่าเจ้ามาจากไหนหรือมีภูมิหลังอะไร….ตราบใดที่เจ้าอยู่ในดินแดนของตระกูลโอแลนเดอร์ของเรา, เจ้าจะต้องเชื่อฟังและมีไหวพริบ”

“เจ้าเข้าใจดรื่องนี้ไหม?”

ทันทีที่เมย์นาร์ดพูดสิ่งนี้จบ….เรย์มอนด์ก็เงยหน้าขึ้นมองเขา,​ จากนั้นก็หัวเราะทันที

“เมย์นาร์ด….เจ้าดูหยิ่งยโส​มากเลยนะ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมย์นาร์ดก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง...จากนั้นเขาก็ยังคงหัวเราะเช่นเดิม

“ฮ่าๆๆๆๆ”

ช่วงเวลาต่อมา, เขาไม่เอ่ยคำแก้ตัวที่ไม่จำเป็นกับเรย์มอนด์ด้วยซ้ำ

เขายกมือขึ้นโดยตรงและร่ายเวทย์มนตร์ไปบนท้องฟ้า

พลังเวทย์มนตร์ระเบิดออกมา​ (เป็นสัญญาณ​เรียกพวกเฉยๆ)​

จากนั้น, กองทัพหลายพันคนในระยะไกลก็เคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมกับเสียงดังก้อง

เสียงเดินขบวนดังกึกก้องจนเเผ่นดินบริเวณ​รอบๆถึงกับสั่นสะเทือน

ท่ามกลางเสียงการเดินขบวน​…. ผู้คนนับพันเดินเข้ามาอย่างช้าๆ เเละในที่สุด​พวกเขาก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ!

ในเวลาเดียวกัน ความกดดันอันมหาศาลก็พัดปกคลุมท้องฟ้า, มันเหมือนกับพลังอันท่วมท้น….จนกระทั่งพวกเขาอยู่ห่างจากจุดที่เมย์นาร์ดและเรย์มอนด์เจรจา​กันเพียงไม่กี่ร้อยเมตร​

แล้วการเดินขบวน​ของพวกเขาก็ค่อยๆหยุดลง

เมื่อเรียกกองทัพของตนให้เข้ามาใกล้เเล้ว….เมย์นาร์ดคนนั้นมีท่าทีเยาะเย้ยและหยิ่งยโสมากขึ้น​ไป​อีก​

“บารอนเรย์มอนด์, มันไม่เเปลกที่ข้าจะเย่อหยิ่ง”

“ถ้าเจ้ามีกองทัพ​ที่ทรงพลังเหมือนข้า….เจ้าก็จะเป็นเหมือนข้าเช่นกัน​ ฮ่าๆๆๆๆ”

เมื่อเรย์มอนด์ได้ยินสิ่งนี้, เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย​

“เจ้าพูดถูก….เมย์นาร์ด”

"ตราบใดที่มีความแข็งแกร่ง มันก็เป็นเรื่องธรรมดาและสมเหตุสมผลที่จะหยิ่งผยอง" เรย์มอนด์พูดเบาๆแล้วทำการโบกมือไปทางประตูเมืองใหม่ของหมู่บ้านเกรย์​สโตน

“ดีโวส!”

เกือบจะใน​เวลา​เดียวกัน​นั้น….ดีโวสก็เดินออกมาจากประตูเมืองทันที​

เมื่อเห็นฉากนี้, เมย์นาร์ดอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย

“บารอนเรย์มอนด์….เจ้าวางแผนจะทำอะไร”

"ข้าคิดว่าข้าควรเตือนเจ้าด้วยความกรุณา….หากเจ้าต้องการต่อต้านตระกูลโอแลนเดอร์ของข้า, นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนักสำหรับเจ้า!

“ใจเย็นๆ….ข้าแค่อยากให้เจ้าได้ดูการแสดงบางอย่าง, เมย์นาร์ด”

เรย์มอนด์เหลือบมองเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

"ใจเย็นๆ….ผ่อนคลายเข้าไว้"

หลังจากพูดจบ, เรย์มอนด์​ก็มองไปทางดีโวส​ เเล้วพูดเบาๆ!

“ดีโวส….ฆ่าพวกมันซะ!”

“รับคำสั่งท่านลอร์ด”

“เจ้าพูดอะไร….บารอนเรย์มอนด์, เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ!” เมย์นาร์ดตะโกน​อย่างบ้าคลั่ง​

แต่​อย่างไร​ก็​ตาม, ในขณะนี้การแสดงได้เริ่มขึ้นแล้ว!

………

ดีโวสเดินผ่านเรย์มอนด์และเมย์นาร์ด แล้วตรงไปยังกองทัพที่มีผู้คนหลายพันคน

และหลังจากที่ได้เห็นฉากนี้….สีหน้าของเมย์นาร์ดเปลี่ยนไปชั่วขณะหนึ่ง

จากนั้นเขาก็ค่อยๆเริ่มยกยิ้มเยาะเย้ย

“เจ้านั่นเพียงคนเดียว, กลับต้องการริเริ่มที่จะต่อสู้กับกองพันที่หกของตระกูล​โอเเลนเดอร์​งั้นเหรอ…..ช่างโง่เง่าจริงๆ!”

“ฮึ่ม…..หากเป็นเช่นนี้ก็ปล่อยให้เขาตายไปซะ!”

แม้ว่าเขาจะไม่ทราบความแข็งแกร่งที่แท้จริงของดีโวส….แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าดีโวสเพียงลำพังจะสามารถทำอะไรกับกองพันที่หกของตระกูลโอแลนเดอร์ได้

ต้องรู้ว่า, นอกเหนือจากกองพันนี้จะมีคนหลายพันคนแล้ว

ท่ามกลางกองพันที่หกยังมีผู้เชี่ยวชาญระดับห้าอย่างน้อยสามคน…..เช่นเดียวกับตัวเลขอย่างน้อยสองหลักและผู้เชี่ยวชาญระดับสี่!

กล่าวอีกนัยหนึ่ง, เว้นแต่ผู้เชี่ยวชาญระดับเจ็ดจะมาด้วยตนเอง

ด้วยกองพันนี้, แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับหกก็ยังต้องล่าถอย

หรือว่าดีโวสจะเป็นขุมพลังระดับเจ็ด?

ฮ่าๆๆๆๆๆ……

เรื่องเเบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

ดังนั้นสิ่งที่เขาควรกังวลต่อไปไม่ใช่ชายคนนี้เลย….แต่เป็นบารอนเรย์มอนด์!

ต้องบอกเลยว่านี่เป็นบารอนที่โง่เขลาที่สุดเท่าที่​เขาเคยเจอมา

เป็นเเค่บารอนตัวเล็กๆกลับกล้าคิดที่จะต่อต้าน​ตระกูลโอแลนเดอร์ของเขางั้นหรือ

ฮ่าๆ…..ช่างไม่รู้จักกลัวความตายเลยจริงๆ!

………

ในขณะเดียวกัน

เมื่อดีโวสเดินตรงไปยังกองพันที่หก ทีละก้าวทีละ​ก้าว​

เหล่าผู้นำของกองพันที่หกก็เริ่มแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามทันที​

คนคนหนึ่ง?

แค่คนคนเดียว….เเต่จะมาสู้กับคนพัน

นี่ใช่​ใหมที่เรียกว่าการเเส่หาความ​ตา​ย

“ฮ่าฮ่าฮ่า, ผู้ชายคนนี้บ้าไปเเล้วหรือเปล่า?

“อย่าไปว่าสิ….อย่างน้อยเขาก็กล้าหาญจริงๆ”

“แต่ก็น่าเสียดายที่เขาประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป…”

……………..

จบบทที่ บทที่ 62 : ทูตผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลโอแลนเดอร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว