เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 05.ชิงฟ้องก่อน

บทที่ 05.ชิงฟ้องก่อน

บทที่ 05.ชิงฟ้องก่อน


​หลี่อวิ้นรีบเอาตัวเข้าไปขวางหน้าเยี่ยอวี่ปิง ปล่อยให้แส้หวายฟาดลงบนตัวเขาจนต้องหลุดเสียงร้องอู้อี้ออกมาจากลำคอ

​หลี่เต๋อโฮ่วกระหน่ำฟาดแส้สลับซ้ายขวา ปากก็สบถด่าไม่หยุด

​"ไอ้เด็กเปรตชาติหมา เอ็งมันงูเห่าเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ!"

​"ข้าอุตส่าห์ไม่รังเกียจที่พวกเอ็งไม่มีพ่อมีแม่ อุตส่าห์ตรากตรำลำบากเลี้ยงดูพวกเอ็งมา!"

​"เอ็งไม่รู้จักบุญคุณก็แล้วไปเถอะ แต่นี่เอ็งกล้าดีมาตีอาสะใภ้ของเอ็งได้ยังไงวะ!"

​ระหว่างที่ด่าทอ เขาก็ดึงตัวหลิวซิ่วซิ่วที่กำลังร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายเข้ามายืนข้างๆ

​ผู้หญิงคนนี้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว หล่อนจงใจทำตัวให้ดูซอมซ่อ ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับเพิ่งโดนซ้อมมาอย่างหนัก

​หล่อนทำทีเป็นดึงแขนหลี่เต๋อโฮ่วไว้ แล้วเอ่ยเตือนสติ "ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้ว ว่าเรื่องน่าอายในบ้านอย่าเอาไปป่าวประกาศให้คนนอกรู้!"

​"ยังไงเสียฉันก็ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของหลี่อวิ้น เด็กมันจะมีความขุ่นเคืองใจต่อฉันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา"

​"แต่ตอนนี้คุณมาทำเรื่องเอะอะโวยวายจนรู้กันไปทั้งหมู่บ้านแบบนี้ แล้วต่อไปเด็กมันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะคุณ!"

​สองสามีภรรยาทำทีเป็นว่าหวังดีต่อหลี่อวิ้นเหลือเกิน ทว่าเสียงกลับดังลั่นไปแปดบ้านสิบบ้าน

​เวลานี้มีชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์กันไม่น้อยแล้ว และจากคำบอกเล่าของสองสามีภรรยา หลี่อวิ้นก็กลายเป็นไอ้เด็กเนรคุณที่ไม่รู้จักบุญคนไปเสียสนิท

​หากเป็นหลี่อวิ้นในชาติก่อน ป่านนี้เขาคงทำตัวไม่ถูก และไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี

​แต่ตอนนี้ ภายในร่างของเขาคือวิญญาณที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน

​เขาแย่งแส้หวายมาจากมือหลี่เต๋อโฮ่ว แล้วตวาดลั่น "อาเอาแต่พร่ำบอกว่าลำบากอย่างนั้นลำบากอย่างนี้ งั้นผมขอถามอาคำนึงเถอะ"

​"หลังจากที่พ่อผมสละชีพ ทางอำเภอส่งเงินบำนาญมาให้เดือนละสามสิบหยวน เงินตั้งเยอะแยะขนาดนั้น อาเคยเจียดมาใช้จ่ายให้พวกผมสองพี่น้องบ้างไหม"

​ดวงตาของหลี่เต๋อโฮ่วเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาหันไปตะคอกใส่หลิวซิ่วซิ่วตามสัญชาตญาณ "นี่แกบอกมันเหรอว่าเงินบำนาญได้เท่าไหร่?"

​หลิวซิ่วซิ่วมีสีหน้าตื่นตระหนก หล่อนส่ายหน้าเป็นพัลวัน "ฉัน... ฉันไม่ได้บอกนะ!"

​ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ ก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน

​"โอ้โห แม่เจ้าโว้ย เงินตั้งสามสิบหยวน ฉันตากแดดตากลมทำงานทั้งเดือนได้แค่สิบหยวนก็ดีใจตายแล้ว"

​"พวกคนงานในเมืองเดือนนึงก็ได้แค่สามสิบหยวนเองมั้ง?"

​"มิน่าล่ะ ไอ้หลี่เต๋อโฮ่วถึงได้ดิ้นรนแทบตายเพื่อขอรับเลี้ยงตัวภาระสองคนนี้ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง"

​ใบหน้าของหลี่เต๋อโฮ่วแดงก่ำไปถึงใบหู เขาอ้าปากพะงาบๆ ฝืนฉีกยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้หลี่อวิ้น "หลานยังเด็กอยู่ เงินพวกนี้อาเลยเก็บสะสมไว้ให้พวกหลานก่อนไงล่ะ"

​"ตอแหล!" ขอบตาของหลี่อวิ้นแดงก่ำในพริบตา

​ในชาติก่อน หลังจากที่หลี่หมิงเยวี่ยป่วยตาย เขาถึงขั้นยอมคุกเข่าโขกหัวอ้อนวอนหลี่เต๋อโฮ่ว เพื่อขอเงินมาทำศพให้น้องสาว

​แต่ไอ้สารเลวคนนี้กลับบ่ายเบี่ยงสารพัด สุดท้ายก็เป็นชาวบ้านที่ทนดูไม่ไหว ช่วยกันเรี่ยไรเงินมาให้ เขาถึงได้จัดงานศพให้หลี่หมิงเยวี่ยได้

​เขาพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อหลี่เต๋อโฮ่วอย่างแรง ออกแรงแขนทั้งสองข้างยกร่างเตี้ยม่อต้อของหลี่เต๋อโฮ่วลอยหวือขึ้นไปในอากาศ

​"เสื้อผ้าตี่จี๋เหลียง[1]ที่อาใส่อยู่เนี่ย ในอำเภอเขาขายกันฉื่อละหนึ่งหยวน!"

​"แค่ชุดที่อาใส่อยู่นี่ ถ้าไม่มีสิบหยวนก็คงซื้อไม่ได้หรอก!"

​"อาช่วยบอกผมหน่อยสิ ว่าคนที่เพิ่งจะอดอยากปากแห้งกันทั้งครอบครัว แถมยังมีหนี้สินติดตัวอีกบานเบอะอย่างอา เอาเงินที่ไหนมาซื้อเสื้อผ้าแพงๆ แบบนี้ใส่!"

​หลี่เต๋อโฮ่วพยายามจะอธิบายอย่างตะกุกตะกัก แต่ลำคอถูกหลี่อวิ้นบีบไว้แน่นจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา ลิ้นจุกปากราวกับหมาใกล้ตาย

​เมื่อหลี่หย่งอันเห็นสภาพอันน่าสมเพชของผู้เป็นพ่อ เขาก็พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความโมโหทันที

​"ปล่อยพ่อข้านะโว้ย!"

​หลี่อวิ้นปรายตามองอย่างเหยียดหยาม ลูกพี่ลูกน้องตัวดีคนนี้ในชาติก่อนก็รังแกเขาไว้ไม่น้อยเลย

​เขาบิดแขนหลี่เต๋อโฮ่วไพล่หลังจนอีกฝ่ายร้องเสียงหลงเหมือนหมูโดนเชือด ก่อนจะถีบก้นหลี่เต๋อโฮ่วเข้าอย่างจัง

​แรงถีบมหาศาลส่งร่างหลี่เต๋อโฮ่วให้พุ่งถลาไปข้างหน้า และชนเข้ากับหลี่หย่งอันที่กำลังพุ่งเข้ามาช่วยพ่อพอดี

​สองพ่อลูกล้มกลิ้งโค่โร่ลงไปกองกับพื้นราวกับน้ำเต้ากลิ้ง ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันหัวเราะครืน

​หลิวซิ่วซิ่วรู้ตัวว่าเสียหน้าอย่างหนัก คราวนี้หล่อนไม่สนที่จะแกล้งป่วยอีกต่อไป หล่อนกรีดร้องเสียงแหลม กางกรงเล็บทั้งสิบพุ่งเข้าข่วนหน้าหลี่อวิ้นทันที

​"พอได้แล้ว!" ทันใดนั้น เสียงแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจก็ดังแทรกขึ้นมา

​โจวเหว่ยป๋อ ผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านไห่หนิงรีบรุดหน้ามาถึง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

​"คนครอบครัวเดียวกันแท้ๆ มาทำเรื่องเอะอะโวยวายอะไรกันที่นี่ฮะ?"

​หลี่อวิ้นมองผู้ใหญ่บ้านด้วยสายตาเย็นชา ภายนอกตาเฒ่าคนนี้ดูเหมือนจะตรงไปตรงมา แต่เบื้องหลังกลับรับสินบนจากครอบครัวหลี่เต๋อโฮ่ว ถึงได้ยอมมอบสิทธิ์การเลี้ยงดูสองพี่น้องให้

​เขาถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นทางยาวเรียงรายเป็นตับ บางรอยก็ตกสะเก็ดแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นรอยฟกช้ำดำเขียวที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ

​"ผู้ใหญ่บ้านครับ คุณช่างพูดจาได้สบายใจเฉิบซะจริงนะ!"

​"ตอนที่บ้านผมเกิดเรื่อง เพื่อนทหารของพ่อผมตั้งใจจะรับพวกผมสองพี่น้องไปดูแล"

​"แต่เป็นคุณต่างหากที่ออกหน้า เอาเกียรติของตัวเองมารับประกันว่าหลี่เต๋อโฮ่วจะดูแลพวกผมเป็นอย่างดี และจะเลี้ยงดูพวกผมเหมือนลูกในไส้"

​"ผมกับน้องสาวอายุยังน้อย หลงเชื่อว่าคุณหวังดีกับพวกเราจริงๆ ถึงได้ยอมตกลงตามที่คุณเสนอ"

​"แต่วันแรกที่หลี่เต๋อโฮ่วก้าวเท้าเข้ามาในบ้านผม เขาก็ไล่พวกผมไปนอนในห้องเก็บฟืน ให้กินแต่ข้าวบูดๆ ที่แม้แต่หมายังเมิน!"

​"แค่นั้นยังไม่พอ เขายังบังคับให้พวกผมเป็นทาสรับใช้คนในบ้านเขา พอไม่พอใจก็ด่าทอทุบตี!"

​"ผมแค่อยากจะถามคุณหน่อย ว่าคุณรู้เรื่องพวกนี้บ้างหรือเปล่า!"

​โจวเหว่ยป๋อถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าเปลี่ยนสีไปมาราวกับกิ้งก่า

​เมื่อต้องเผชิญกับสายตาเคลือบแคลงของชาวบ้าน เขาก็แสร้งทำเป็นเพิ่งหูตาสว่าง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดรวดร้าว

​"เรื่องพรรค์นี้ทำไมเอ็งไม่รีบบอกข้าแต่แรกล่ะโว้ย ถ้ารู้ว่าพวกมันเลวทรามต่ำช้าขนาดนี้ ข้าไม่มีทางยอมให้พวกมันรับดูแลพวกเอ็งสองพี่น้องเด็ดขาด!"

​สายตาของหลี่อวิ้นยิ่งทวีความเย้ยหยัน หมู่บ้านไห่หนิงก็เล็กเท่าแมวดิ้นตายแค่นี้

​มีเรื่องอะไรนิดอะไรหน่อย ไม่กี่วันก็รู้กันทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว ตาเฒ่าโจวเหว่ยป๋อนี่มันตอแหลหน้าตายชัดๆ

​แต่เป้าหมายที่หลี่อวิ้นต้องการเชือดไก่ให้ลิงดูก็บรรลุผลแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องตามกัดโจวเหว่ยป๋อไม่ปล่อยในตอนนี้

​น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลง "ถ้าเมื่อก่อนผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ก็แล้วไปเถอะครับ แต่ในเมื่อตอนนี้รู้แล้ว จะไม่จัดการอะไรหน่อยเหรอครับ?"

​"จัดการสิ ข้าต้องจัดการอยู่แล้ว!" โจวเหว่ยป๋อหันไปตะคอกใส่หลี่เต๋อโฮ่ว

​"หลี่เต๋อโฮ่ว เอ็งมันเลวจริงๆ! ตอนที่หลี่ฉือไห่ยังมีชีวิตอยู่ เขาคอยช่วยเหลือเอ็งตั้งไม่รู้เท่าไหร่ แต่เอ็งกลับตอบแทนลูกกำพร้าของเขาแบบนี้น่ะเรอะ?"

​"เอ็งลืมไปแล้วหรือไง ว่าตอนนั้นเอ็งรับปากกับข้าไว้ยังไงบ้าง?"

​"ผู้ใหญ่บ้านครับ" เมื่อเห็นท่าไม่ดี หลี่เต๋อโฮ่วก็รีบยอมรับผิด "ผมรู้ตัวแล้วว่าผิดไปจริงๆ ผมขอรับรองเลยว่าต่อไปจะดูแลเด็กสองคนนี้เป็นอย่างดี..."

​ยังไม่ทันพูดจบ หลี่อวิ้นก็พูดแทรกขึ้นมา "อายังกล้าคิดถึงวันข้างหน้าอีกเหรอ ไสหัวออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

​"เงินบำนาญของพ่อผม ผมไม่สนหรอกว่าอาจะเหลืออยู่เท่าไหร่ แต่ต้องคืนให้ผมเดือนละสามสิบหยวน ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว!"

​หลี่เต๋อโฮ่วยังไม่ทันได้ตอบ หลิวซิ่วซิ่วก็แผดเสียงร้องลั่นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว

​"ฝันไปเถอะยะ! ฉันอุตส่าห์เหนื่อยยากเลี้ยงดูไอ้พวกงูเห่าอย่างพวกแกมาตั้งนาน ถึงไม่มีความดีความชอบ ก็ต้องมีความเหนื่อยยากบ้างสิ จะขอค่าเหนื่อยสักหน่อยมันจะเป็นอะไรไป!"

​"อีกอย่าง เงินบำนาญของพ่อแกน่ะมันไม่พอยาไส้หรอก เพื่อจะเลี้ยงพวกแก ฉันต้องควักเนื้อตัวเองไปตั้งเท่าไหร่ ฉันไม่ไปทวงเงินจากพวกแกก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว!"

​ใบหน้าของหลี่อวิ้นทะมึนลงทันที เขาหันไปหาโจวเหว่ยป๋อ "ผู้ใหญ่บ้าน พ่อผมสละชีพเพื่อชาตินะครับ ถือว่าเป็นวีรชน!"

​"ตอนนี้มีคนมายืนด่าทอวีรชนกับครอบครัววีรชนปาวๆ อยู่ตรงหน้าคุณ คุณจะไม่จัดการอะไรเลยเหรอครับ!"

[1] : ตี่จี๋เหลียง (的確良) คือผ้าใยสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง (Dacron) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุค 70-80 ของจีน ถือเป็นของมีราคาในยุคนั้น

จบบทที่ บทที่ 05.ชิงฟ้องก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว