- หน้าแรก
- ย้อนยุค อัปเดตดวงชะตารายวัน เริ่มต้นจากการขุดโสมอายุร้อยปี
- บทที่ 01.คัมภีร์เหอลั่ว
บทที่ 01.คัมภีร์เหอลั่ว
​บทที่ 01.คัมภีร์เหอลั่ว
​"พี่คะ รีบตื่นเร็ว หนูแอบขโมยข้าวมาให้พี่ด้วย" เสียงเล็กๆ ไร้เดียงสาของเด็กน้อยปลุกหลี่อวิ้นให้ตื่นจากการหลับใหล
​เขาฝืนลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เห็นเด็กหญิงตัวน้อยอายุราวหกขวบกำลังฟุบอยู่ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง บนใบหน้าซูบตอบยังมีคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท
​พอเห็นหลี่อวิ้นตื่นขึ้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความกังวลเป็นความดีใจ เธอประคองชามกระเบื้องส่งมาให้อย่างทุลักทุเล ของข้างในไม่ใช่ของล้ำค่าอะไร เป็นแค่หมั่นโถวแป้งข้าวโพดที่กินเหลืออยู่สองก้อนเท่านั้น
​"พี่คะ พี่กินสิ"
​เวลานี้หลี่อวิ้นที่กำลังหิวโซกลับไม่ได้มองอาหารเลยแม้แต่น้อย ในสายตาของเขามีเพียงเด็กหญิงที่ผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกตรงหน้าเท่านั้น
​"หมิงเยวี่ย!" น้ำตาของเขาไหลทะลักราวกับทำนบแตก เขาโผเข้ากอดหลี่หมิงเยวี่ยผู้เป็นน้องสาวแน่น แทบไม่อยากจะเชื่อสายตากับทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
​"จะเป็นไปได้ยังไง ก็ฉันตายไปแล้วนี่..."
​พูดได้เพียงครึ่งประโยค หลี่อวิ้นก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เขาหันขวับไปมองปฏิทินข้างเตียง
​วันที่ 13 กรกฎาคม ปี 1983
​รูม่านตาของหลี่อวิ้นเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
​นี่ฉัน... เกิดใหม่แล้ว!
​ตอนนี้เขามีอายุเพียงสิบหกปี เมื่อไม่นานมานี้ หลี่ฉือไห่ผู้เป็นพ่อสละชีพในหน้าที่ ส่วนไช่หยาโหรวผู้เป็นแม่ก็ทอดทิ้งพวกเขาแล้วหนีตามผู้ชายคนอื่นไป
​หลังจากนั้นไม่นาน หลี่เต๋อโฮ่วผู้เป็นอาก็ตบเท้าเข้ามาหา ถึงขั้นตบอกรับปากต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านว่าจะดูแลพวกเขาดุจลูกในไส้
​ทว่าทันทีที่ได้เงินบำนาญของหลี่ฉือไห่และทรัพย์สินทั้งหมดที่เหลืออยู่ในบ้านไป หลี่เต๋อโฮ่วก็เผยธาตุแท้ออกมา
​ไม่เพียงแต่จะจิกหัวใช้สองพี่น้องเยี่ยงทาส หากขัดขืนแม้แต่นิดเดียวก็จะถูกทุบตีและด่าทอ ซ้ำยังโยนพวกเขาให้ไปนอนในห้องเก็บฟืน
​สภาพแวดล้อมที่นี่เลวร้ายมาก ผ่านไปไม่นานหลี่หมิงเยวี่ยก็ล้มป่วยด้วยไข้สูง
​เขายอมลดศักดิ์ศรีไปขอเงินหลี่เต๋อโฮ่วเพื่อมารักษาน้องสาว แต่กลับถูกอีกฝ่ายทุบตีจนสลบไปโดยไม่ฟังอีร้าค่าอีรม
​พอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ตรงหน้าก็มีเพียงร่างอันเย็นเฉียบของหลี่หมิงเยวี่ยเท่านั้น
​ตอนนี้เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เขาสาบานเลยว่าจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วซ้ำรอยเด็ดขาด!
​เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่อวิ้นก็รีบเอื้อมมือไปแตะหน้าผากหลี่หมิงเยวี่ย ตอนนี้เธอยังไม่มีไข้ เขาจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "หนูรู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างไหม?"
​หลี่หมิงเยวี่ยกะพริบตาปริบๆ ด้วยความไร้เดียงสา ใบหน้าซับสีเลือดฝาดด้วยความเขินอาย ก่อนจะตอบเสียงแผ่วราวกับยุงบิน "พี่คะ หนู... หนูหิว"
​เขารีบรับชามกระเบื้องมา บิหมั่นโถวเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วป้อนให้หลี่หมิงเยวี่ย
​แม้ว่าท้องของหลี่หมิงเยวี่ยจะร้องจ๊อกๆ ด้วยความหิวโหย แต่เธอก็ดื้อดึงที่จะแบ่งครึ่งกับหลี่อวิ้นให้ได้
​หมั่นโถวสองก้อนตกถึงท้องอย่างรวดเร็ว ทว่าท้องของสองพี่น้องก็ยังคงส่งเสียงร้องประท้วงอยู่ดี
​หลี่หมิงเยวี่ยกะพริบตา ความลังเลสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว "พี่คะ เดี๋ยวหนูไปแอบหยิบของกินในครัวมาให้อีกนะ"
​หลี่อวิ้นคว้าตัวน้องสาวไว้ทันที ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ยอม
​หากหลี่เต๋อโฮ่วจับได้เข้าละก็ โดนทุบตีปางตายแน่นอน
​หลังจากได้ชีวิตใหม่ เขาจะไม่ยอมให้น้องสาวต้องทำเรื่องอันตรายใดๆ อีกแล้ว
​แต่ตอนนี้ทั้งสองคนต่างก็ท้องกิ่วกันทั้งคู่ จะทำยังไงดีล่ะ?
​หลี่อวิ้นยกมือขึ้นเกาหลังคอตามสัญชาตญาณ แล้วจู่ๆ เขาก็พบว่าที่คอของตนมีกระดองเต่าสลักจากหยกขาวชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รูปลักษณ์ของมันดูโบราณและทรงพลัง
​วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนกระดองเต่า สติสัมปชัญญะก็ราวกับถูกดึงหลุดออกไปในฉับพลัน
​ภาพตรงหน้ามืดดับลง ร่างกายของเขามาโผล่อยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้า
​เสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ดังขึ้นข้างหู
​[ผูกมัดคัมภีร์เหอลั่วสำเร็จ]
​หลี่อวิ้นเบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
​คัมภีร์เหอลั่ว นี่มันของวิเศษที่กษัตริย์ฝูซีใช้ทำนายความเป็นไปของโลกหล้าเลยไม่ใช่หรือ!
​คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่ากระดองเต่าหยกขาวที่เขาบังเอิญได้มา จะมีที่มาที่ไปอันลึกลับถึงเพียงนี้
​หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจของหลี่อวิ้นก็พลันเต้นระรัว
​ในเมื่อคัมภีร์เหอลั่วสามารถคำนวณสรรพสิ่งในใต้หล้าได้ แล้วมันจะช่วยเขาหาอาหารได้หรือเปล่า?
​ราวกับรับรู้ได้ถึงความปรารถนาของหลี่อวิ้น มิติแห่งนี้ก็สั่นสะเทือนขึ้นมากะทันหัน หลี่อวิ้นยกมือขึ้นกุมขมับตามสัญชาตญาณพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้สึกได้เพียงว่าพลังกายพลังใจของตนถูกสูบออกไปไม่น้อย
​จากนั้น ตัวอักษรเล็กๆ สองสามบรรทัดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ดวงชะตาวันนี้: โชคดีเล็กน้อย]
​[โชคลาภวันนี้ 1: บริเวณริมฝั่งแม่น้ำหมู่บ้านไห่หนิง ปลาสากสีเงินน้ำหนักสิบชั่งเกยตื้น และกำลังจะดิ้นหลุดรอดไปได้]
​[โชคลาภวันนี้ 2: ห่างจากหมู่บ้านเยวี่ยวานไปทางทิศตะวันตกสิบกิโลเมตร กวางซีกาตัวหนึ่งเขาติดอยู่ในพุ่มไม้ บริเวณใกล้เคียงมีหมาป่าล้อมรอบ]
​[โชคลาภวันนี้ 3: ริมถนนดินเชิงเขาหลังหมู่บ้านไห่หนิง กระต่ายป่าครอกหนึ่งกำลังหลับใหล จำเป็นต้องขุดดินลึกลงไปสามฉื่อ]
​[โชคลาภทั้งสามสาย ไม่สามารถเลือกทั้งหมดได้]
​เมื่อออกจากมิติลึกลับ หลี่อวิ้นก็รู้สึกตาพร่าลายจนแทบจะล้มลง
​หลี่หมิงเยวี่ยรีบเข้ามาประคองเขาไว้ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ "ไม่ได้การแล้ว พี่หิวจนยืนไม่ไหวแล้วนะ!"
​"หนูจะไปที่ครัวเดี๋ยวนี้แหละ ถ้าคุณอามาเจอ จะตีก็ให้ตีหนูคนเดียวพอ"
​หลี่อวิ้นสูดหายใจเข้าลึก ฝืนฉีกยิ้มออกมา "พี่ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ขอออกไปข้างนอกแป๊บเดียวนะ หนูรอพี่อยู่ในห้องอย่างนี้นะ เป็นเด็กดีล่ะ เดี๋ยวพี่จะเอาของอร่อยๆ กลับมาฝาก"
​พูดจบ หลี่อวิ้นก็รีบผลุนผลันออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังชายหาดทันที
​ในบรรดาข้อมูลทั้งสามข้อ มีเพียงข้อแรกเท่านั้นที่เหมาะสมกับเขามากที่สุด
​กวางซีกาให้ผลตอบแทนมหาศาลก็จริง แต่หมาป่าที่อยู่ข้างๆ นั้นอันตรายยิ่งกว่า
​กระต่ายป่าอยู่ใกล้ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอของเขาในตอนนี้ อย่าว่าแต่ขุดดินลึกสามฉื่อเลย แค่ฉื่อเดียวก็คงไม่ไหว
​มีเพียงปลาตัวใหญ่ที่กำลังเกยตื้นตัวนี้แหละที่เป็นความหวังเดียวของเขา แถมยังต้องรีบไปอีกด้วย
​ระหว่างที่เร่งฝีเท้า หลี่อวิ้นก็คำนวณอยู่ในใจ
​วันนี้วันที่สิบสามตามปฏิทินสุริยคติ ตรงกับวันขึ้นสี่ค่ำตามปฏิทินจันทรคติ น้ำขึ้นช่วงค่ำอย่างช้าที่สุดก็ราวๆ สี่ทุ่ม
​จากสีของท้องฟ้าตอนที่เขาตื่นขึ้นมา คาดว่าน่าจะประมาณสามทุ่มครึ่ง จากบ้านไปถึงชายหาดต้องใช้เวลาอีกยี่สิบนาที
​กระทั่งดวงจันทร์ค่อยๆ ลอยเด่นขึ้นสู่ฟากฟ้า หลี่อวิ้นที่เร่งรีบอย่างหนักก็เดินทางมาถึงชายหาดในที่สุด
​แม้จะไม่มีตะเกียง แต่โชคดีที่แสงจันทร์กระจ่างใส สาดส่องผืนทรายจนขาวโพลน
​เขาเดินลัดเลาะค้นหาไปตามแนวชายหาด มองแต่ไกลก็เห็นปลาสากสีเงินตัวมหึมากำลังเกยตื้นอยู่บนริมฝั่ง
​ความยาวของมันพอๆ กับท่อนแขนของผู้ชายตัวโตๆ ลำตัวที่อวบอ้วนกำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต พยายามตะเกียกตะกายมุ่งหน้าไปยังทิศทางของท้องทะเล
​หลี่อวิ้นซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้มากพอที่จะทำให้เขากับน้องสาวได้กินเนื้อไปอีกหลายมื้อ เขาไม่รอช้า รีบเอื้อมมือออกไปตะครุบมันทันที
​เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย ปลาสากตัวนั้นก็สะดุ้งเฮือกและดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย เมือกบนตัวปลาลื่นไหลจนจับไม่อยู่ มันจึงดิ้นหลุดรอดจากมือของหลี่อวิ้นไปได้
​จังหวะนั้นน้ำทะเลกำลังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปลาสากสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเค็มของน้ำทะเล ทันทีที่ตกลงพื้น มันก็ตะเกียกตะกายหนีลงทะเลอย่างสุดชีวิต
​หลี่อวิ้นมีหรือจะยอมปล่อยให้มันหนีไปได้ ขอบตาของเขาแดงก่ำ กระโจนเข้าใส่และใช้แรงทั้งหมดกดตัวปลาสากเอาไว้แน่น
​ปลาสากตัวนั้นก็เริ่มโกรธเกรี้ยวเช่นกัน มันสะบัดหางไปมา เกล็ดอันแข็งกร้าวบาดมือทั้งสองข้างของหลี่อวิ้นจนเลือดสาด ท่อนแขนก็ถูกหางฟาดจนเขียวช้ำไปหมด
​เมื่อบาดแผลสัมผัสกับน้ำทะเล ความเจ็บปวดก็แล่นปลาบจนหลี่อวิ้นต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
​ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด เขาคว้าก้อนหินที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา แล้วกระหน่ำทุบหัวปลาสากอย่างบ้าคลั่ง
​ได้ยินเพียงเสียง "พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!" ดังทึบๆ หลี่อวิ้นทุบหัวปลาสากจนเละเป็นโจ๊ก ในที่สุดร่างของปลาก็หยุดดิ้นรนขัดขืน
​"ฮ่าๆๆ ฉันจับปลาได้แล้ว!"
​หลี่อวิ้นเปี่ยมไปด้วยความดีใจ เขาถอดเสื้อออกมารองรับตัวปลาสากแล้วรีบวิ่งกลับบ้าน ในใจคิดถึงแต่ภาพน้องสาวที่กินอิ่มอย่างมีความสุข
​แต่ทว่า ทันทีที่เข้าใกล้ห้องเก็บฟืน เขากลับได้ยินเสียงร้องไห้ตะโกนอย่างสิ้นหวังของหลี่หมิงเยวี่ยดังลอดออกมาจากข้างใน
​เสียงแหลมปรี๊ดด่ากราดอย่างเกรี้ยวกราด "ดีจริงๆ กล้าขโมยของเชียวเหรอ ไอ้เด็กเปรตบ้านหลี่สองตัวนี่มันเป็นพวกงูเห่าเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ!"