- หน้าแรก
- เมื่อโลกกลายเป็นดันเจี้ยน แต่ผมดันเปิดกล่องสมบัติได้สองครั้ง
- บทที่ 205 - ศึกหนัก (ฟรี)
บทที่ 205 - ศึกหนัก (ฟรี)
บทที่ 205 - ศึกหนัก (ฟรี)
บทที่ 205 - ศึกหนัก
ซูหรานนึกถึงวิถีดาบอันเฉียบคมของแม่ทัพคนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
มือดาบว่องไว Lv.13 ฟันดาบเดียวเด็ดหัวหมาป่าพาหนะได้ถึงสามตัว ผู้ชายคนนั้นเคยเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งราชวงศ์ แต่เพราะมีความเห็นไม่ลงรอยกันจึงพาคนสนิทแยกตัวออกมา คอยปกป้องหุบเขาเล็กๆ แห่งนี้บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ใช้ชีวิตอย่างยากไร้ข้นแค้น แต่เขากลับไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยนึกเสียใจ และไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
แล้วยังมีคุณเฉินคนนั้นอีก รูปร่างผอมบาง หัวหมอ ทำตัวสุภาพอ่อนน้อมกับทุกคน แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังก็ไม่เคยจางหายไป
รวมไปถึงพวกทหารด้วย บางคนใบหน้ายังดูอ่อนเยาว์ บางคนก็เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกร้านโลก แต่ทุกคนล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ในแววตาของพวกเขาไม่มีความสิ้นหวังหลงเหลืออยู่เลย
ถึงจะขาดแคลนเสบียง ถึงจะต้องเสี่ยงตายอยู่ทุกวินาที แต่ในแววตาของพวกเขาก็ไม่มีความสิ้นหวังแม้แต่น้อย
จู่ๆ ซูหรานก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าเขาเป็นคนของโลกใบนี้จริงๆ บางทีเขาอาจจะเลือกอยู่ที่นี่ต่อก็เป็นได้
คอยสู้รบเคียงข้างแม่ทัพ ปกป้องหุบเขานี้ ค่อยๆ บุกเบิกเส้นทางตีโต้กลับไป แล้วจุดจบ... จุดจบจะเป็นยังไงเขาก็ไม่รู้ แต่เรื่องราวทั้งหมดคงจะต้องเป็นตำนานมหากาพย์ที่ยาวนานแน่ๆ
เป็นเรื่องราวที่คู่ควรจะเล่าขานไปตลอดชีวิต แต่ทว่าเขาไม่ใช่คนของโลกนี้น่ะสิ เขาก้มลงมองหน้าต่างสถานะของตัวเอง
[เวลาภารกิจคงเหลือ: 18 ชั่วโมง 47 นาที]
อีกสิบกว่าชั่วโมง เขาก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว ไม่ใช่แค่ไปจากหุบเขาหรือทุ่งหญ้าแห่งนี้ แต่เป็นการไปจากดันเจี้ยนแห่งนี้ต่างหาก
กลับไปเขตวงแหวนชั้นใน กลับไปที่หอพัก กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ที่ต้องฟาร์มดันเจี้ยน อัปสกิล สะสมแต้มเกียรติยศทุกวี่ทุกวัน
เผ่าหมาป่าเทา ค่ายตาเหยี่ยว กองทหารลึกลับที่เหลือรอด ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวความทรงจำของเขาเท่านั้น
แม่ทัพ คุณเฉิน เหล่าทหารกล้า ชาตินี้คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
ซูหรานหัวเราะเบาๆ เบาจนมีแค่เขาคนเดียวที่ได้ยิน
"น่าเสียดายจังนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่เปื้อนชุดคลุม แล้วเดินกลับเข้าค่าย
ข้างกองไฟ โรเซนกับคาลันกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกันอยู่ ไอวี่เอนหลังพิงก้อนหินหลับตาพักผ่อน เซซิเลียกำลังรักษาคนเจ็บเป็นครั้งสุดท้าย ซูหรานเดินเข้าไปนั่งลงข้างกองไฟ โรเซนปรายตามองเขาแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ส่วนคาลันก็ยื่นเนื้อแห้งมาให้
ซูหรานรับมากัดกินยามค่ำคืนบนทุ่งหญ้านั้นหนาวเหน็บ แต่กองไฟนี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน
เขาเคี้ยวเนื้อแห้งพลางเหม่อมองเปลวไฟที่เต้นเร่า ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปอีกคืน
ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสลัวๆ ซูหรานก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงแตรศึกที่ดังกึกก้อง
เขาเบิกตาโพลง ดีดตัวลุกขึ้นจากก้อนหินทันที [การรับรู้หลากมิติ] ทำงานอัตโนมัติ ห่างออกไปสามลี้ คลื่นพลังงานอัดแน่นกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง!
ไม่ใช่หมาป่าพาหนะ แต่เป็นคน
ทหารม้าอย่างน้อยสามร้อยนาย สวมชุดเกราะครบครัน จัดกระบวนทัพมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านหน้าสุดมีธงสีดำโบกสะบัด บนธงปักลายพญาเหยี่ยวกางปีก มันคือตราสัญลักษณ์ของค่ายตาเหยี่ยว
"ศัตรูบุก!!!"
ซูหรานตะโกนลั่น ทัพม้ามืดฟ้ามัวดินก็ปรากฏตัวพ้นสันเขามาแล้ว พวกมันได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมเหนือกว่าทัพหมาป่าเทา กระบวนทัพแน่นขนัด ทุกจังหวะที่ควบม้าพุ่งทะยาน แผ่นดินถึงกับสั่นสะเทือน
ผู้นำทัพคืออัศวินหญิงในชุดเกราะเบาสีเงิน สวมผ้าคลุมไหล่สีดำ ควบม้าศึกสีดำขลับ ในมือถือธนูยาว บนสายธนูง้างลูกศรสีดำเตรียมพร้อม
ท่านหญิงตาเหยี่ยว Lv.13 เลเวลเดียวกับแม่ทัพ
ค่ายทหารเกิดความโกลาหลขึ้นในพริบตา ทหารต่างพากันวิ่งกรูกันออกมาจากเต็นท์ คว้าอาวุธขึ้นมาจัดแถวกันอย่างทุลักทุเล คาลันยกเศษโล่ที่ประกอบขึ้นมาใหม่พุ่งออกไปยืนประจันบานอยู่แถวหน้า ไอวี่ง้างธนูจนสุดสาย ไม้เท้าของเซซิเลียเปล่งแสงสว่างจ้า
โรเซนยืนอยู่ตรงกลางค่าย สองมือตวัดวูบวาบ โพชั่นขวดแล้วขวดเล่าถูกโยนออกไปตกอยู่รอบนอกค่าย สร้างเป็นแนวป้องกันหยาบๆ ขึ้นมา
แม่ทัพพุ่งพรวดออกมาจากเต็นท์ พร้อมกับชักดาบยาวออกมาแล้ว
เขาปรายตามองทัพม้าที่หลั่งไหลเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น ก่อนจะหันกลับมามองค่ายที่อยู่เบื้องหลัง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดุดัน:
"ยันไว้"
พูดจบคำ เขาก็พุ่งทะยานออกไป
การต่อสู้เอนเอียงไปฝั่งเดียวตั้งแต่เริ่ม
สามร้อยปะทะหนึ่งร้อย ชุดเกราะชั้นดีปะทะอาวุธหยาบๆ ทหารผ่านศึกที่ฝึกมาอย่างดีปะทะกองกำลังที่เพิ่งจัดขบวนเสร็จ แค่ยันไว้ได้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
คาลันคือคนแรกที่พุ่งเข้าปะทะ เขาใช้เศษโล่พังๆ นั่นรับห่าฝนธนูไปถึงห้าชุดเต็มๆ ในที่สุดโล่ก็แหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ เศษโลหะบาดลึกเข้าไปในท่อนแขน เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วร่าง แต่เขาไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เอาตัวเข้าบังอยู่ด่านหน้าสุด ขวานศึกเหวี่ยงสับศัตรูล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า
ธนูของไอวี่ไม่เคยหยุดพัก เสียงสายธนูดีดผึงๆ ดังต่อเนื่อง ทุกลูกศรหมายถึงชีวิตศัตรูที่ร่วงหล่น แต่กระบอกธนูของเธอก็ว่างเปล่าลงอย่างรวดเร็ว เธอจึงทำได้แค่คอยเก็บลูกศรจากพื้นมาใช้ยิงต่อ มือถูกสายธนูบาดจนเลือดอาบไหลรินไปตามก้านลูกศร แต่เธอก็ไม่ยอมหยุด
แสงแห่งการฮีลและพรของเซซิเลียไม่เคยขาดช่วง เธอไปยืนอยู่ตรงจุดที่อันตรายที่สุด ชูไม้เท้าขึ้นสูง เอาตัวเข้าบังทหารที่บาดเจ็บสาหัส ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งเสียบทะลุไหล่ของเธอ เธอส่งเสียงร้องอึกในลำคอ แต่เวทฮีลของเธอก็ยังคงร่ายต่อไปไม่หยุดหย่อน
โรเซนปาไอเทมเล่นแร่แปรธาตุออกไปรัวๆ ราวกับของแจกฟรี เศษโลหะระเบิดตู้มต้าม โพชั่นแตกกระจาย ระเบิดควัน ระเบิดแสง ระเบิดแก๊สพิษ เขาโกยของในช่องเก็บของออกมาจนเกลี้ยงสต็อก ระเบิดแนวรบของค่ายตาเหยี่ยวจนกระจุยกระจายไม่เป็นท่า พอโยนโพชั่นขวดสุดท้ายออกไป ในมือก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เขายืนนิ่งมองดูศัตรูที่ยังคงพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งโดยไม่ปริปากพูดอะไร
ซูหรานยืนอยู่กลางค่าย ตวัดไม้เท้าร่ายเวทไม่ยั้ง
[หอกอัสนี] ระเบิดตู้ม ศัตรูร่วงไปสามสี่คน [กระสุนพลังงาน] ยิงรัวเจ็ดนัด เด็ดหัวไปอีกห้า [ระเบิดอาร์เคน] บีบอัดจนถึงขีดสุด ระเบิดกวาดเรียบไปทั้งปาร์ตี้
แต่ศัตรูมีเยอะเกินไป
ฆ่าไปหนึ่งคน ก็มีอีกสองคนพุ่งเข้ามาแทน ฆ่าไปสอง ก็พุ่งเข้ามาอีกห้า
ทะเลมานาของเขาแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว เขากระดกโพชั่นเข้าไปขวดแล้วขวดเล่า โพชั่นฟื้นฟูมานาระดับสูงที่เหลืออยู่สองขวด เขากินเรียบไม่เหลือ
ห้วงจิตสำนึกเริ่มปวดจี๊ดๆ นั่นคือสัญญาณของการใช้พลังเกินขีดจำกัด แต่เขาหยุดไม่ได้
ห้ามหยุดเด็ดขาด ถ้าหยุดก็เท่ากับพินาศกันหมด
และในเสี้ยววินาทีนั้น ลูกศรสีดำดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกลมมาจากแดนไกล เร็วเหลือเกิน
เร็วจนเขาเห็นแค่เงาดำๆ วูบเดียว มันก็พุ่งมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว
ลูกศรของท่านหญิงตาเหยี่ยว
ซูหรานหลบไม่ทันแน่นอน และเปลี่ยนไปใช้ [โล่ธาตุ] ก็ไม่ทันแล้วด้วย
เงาสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากชุดคลุมเวท ก่อตัวเป็นโล่เงาโปร่งแสงขวางอยู่ตรงหน้าเขาในพริบตา
"แกร๊ง!"
ลูกศรสีดำพุ่งกระแทกโล่เงาอย่างแรงจนเกิดระลอกคลื่น โล่สั่นสะเทือนอย่างหนัก รอยร้าวหลายสายปรากฏขึ้น แต่มันก็ยังรับการโจมตีไว้ได้
[การคุ้มครองแห่งเงา] โอกาสติด 15% ทำงานพอดี ซูหรานรอดตายหวุดหวิด ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไร
แต่เขาไม่มีเวลามามัวดีใจ เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง แม่ทัพกับท่านหญิงตาเหยี่ยวกำลังฟาดฟันกันอยู่กลางสมรภูมิแล้ว
สองร่างเคลื่อนไหวสลับสับเปลี่ยนไปมา ประกายดาบและเงาลูกศรปลิวว่อน ทุกครั้งที่ปะทะกันจะมีเสียงโลหะเสียดสีกันดังแสบแก้วหู ดาบของแม่ทัพรวดเร็วดุจสายฟ้า ส่วนคันธนูของท่านหญิงก็พลิ้วไหวดั่งอสรพิษ ทั้งคู่สู้กันสูสีจนกินกันไม่ลง
แต่สภาพของแม่ทัพดูไม่ค่อยสู้ดีนัก บนตัวเขามีบาดแผลถึงเจ็ดแปดแห่ง แผลที่ลึกที่สุดอยู่ตรงสีข้าง เลือดไหลย้อมร่างไปซีกหนึ่งแล้ว
เมื่อคืนเพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ วันนี้ยังต้องพุ่งมารับศึกแนวหน้าอีก ต่อให้ Lv.13 จะเก่งกาจแค่ไหน ก็รับมือกับการโดนรุมแบบนี้ไม่ไหวหรอก ท่านหญิงตาเหยี่ยวมองจุดนี้ออกทะลุปรุโปร่ง เธอจึงไม่ยอมเข้าปะทะตรงๆ แต่เลือกใช้วิธีฉากหลบ คอยตอดกินแรง และถ่วงเวลาแทน
ดาบของแม่ทัพเริ่มช้าลงเรื่อยๆ ซูหรานกัดฟันกรอด ยกไม้เท้าขึ้นเตรียมจะเข้าไปช่วย...
แต่ศัตรูอีกระลอกก็พุ่งเข้ามาสมทบเสียแล้ว