- หน้าแรก
- ศิษย์รับใช้วิถีมาร
- บทที่ 34 สินค้าราคาแพง
บทที่ 34 สินค้าราคาแพง
บทที่ 35 หลอมโอสถครั้งใหญ่
เมื่อเห็นราคาสินค้าในร้าน เขาถึงเพิ่งรู้ว่าการบำเพ็ญเพียรของคนธรรมดานั้นยากลำบากเพียงใด มิน่าล่ะที่เมืองต้าเหยาผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกลมปราณขั้นสามขึ้นไปถึงมีอยู่น้อยนิดจนแทบนับหัวได้
นี่ขนาดอยู่แค่ตีนภูเขาเซียนนะ
หากอยู่ภายนอกภูเขาเซียนย่อมเทียบเมืองต้าเหยาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียรถูกพวกเซียนบนยอดเขาผูกขาดไว้จนหมดสิ้น ต่อให้ราคาจะแพงหูฉี่แค่ไหนเจ้าก็ต้องทนรับให้ได้
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างทั้งหมดล้วนกลายเป็นเพียงวัสดุสิ้นเปลือง
จางผิงอันหมดอารมณ์และไม่อยากจะดูอะไรอีกต่อไป
การเดินดูของในร้านค้าทั้งที่ไม่มีเงินเป็นเรื่องที่เจ็บปวดรวดร้าวมากจริงๆ
เขาเดินลงบันไดตรงไปยังชั้นหนึ่ง
จู่ๆ ชั้นหนึ่งก็เกิดความโกลาหลขึ้นมา เดิมทีก็มีเสียงผู้คนจอแจอยู่แล้วแต่ตอนนี้กลับบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม มีคนกรีดร้อง มีคนเป็นลมล้มพับ ผู้คนทั้งหมดล้วนเบียดเสียดกันไปทางประตูใหญ่
เชี่ยเอ๊ย!
เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?
ได้ยินเสียงคนตะโกนลั่น "เถ้าแก่มาแล้ว รีบไปดูเร็วเข้า..."
หืม?
"...เถ้าแก่... มีอะไรน่าดูนักหนา? คนพวกนี้บ้าไปแล้วหรือไง?" เขาต้องการจะออกไปข้างนอกจึงไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ต้องเบียดเสียดตามกระแสฝูงชนไปทางประตูใหญ่
"ทุกคนโปรดหลีกทางหน่อย ขอบคุณขอรับ!"
พรึบพรับ ผู้คนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาจากด้านนอก ผู้บำเพ็ญเพียรในชุดหรูหราสิบกว่าคนกำลังคุ้มกันหญิงงามนางหนึ่งเดินผ่านประตูใหญ่เข้ามาในหอเทียนเป่า
หญิงงามที่อยู่ตรงกลางมีท่วงท่าสง่างาม รูปร่างสูงโปร่ง ทุกอิริยาบถล้วนเปี่ยมไปด้วยสง่าราศีของเซียน ที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นอายพลังของนางแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้นางในรัศมีสามจั้งได้เลย
น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
งดงามก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เจ้ายังแข็งแกร่งขนาดนี้อีกรึ?
จางผิงอันอดไม่ได้ที่จะมองดูอีกหลายตา
มีคนด้านข้างกระซิบกระซาบ "นั่นคือเซียนจื่ออวิ๋น เถ้าแก่ของหอเทียนเป่า เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน วันนี้พวกเราโชคดีจริงๆ ที่ได้เห็นมหาเซียนลงเขามาด้วยตาตัวเอง..."
มีคนกล่าวเสริม "ใช่แล้ว เซียนจื่ออวิ๋นแทบจะไม่ลงเขาเลย ธุรกิจทั้งหมดล้วนให้พ่อบ้านเป็นคนดูแล วันนี้ได้เห็นท่านเซียนตัวเป็นๆ ช่างเป็นบุญวาสนายิ่งนัก!"
มีคนกระซิบอีกว่า "ได้ยินมาว่าเซียนจื่ออวิ๋นผู้นี้มีความสัมพันธ์บางอย่างที่ไม่ค่อยชัดเจนกับเจ้าสำนักกระบี่เจินอู่ของพวกเรา มันเป็นเรื่องจริงหรือ?"
"ชู่ว เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง เรื่องแบบนี้ยังกล้าพูดส่งเดช รีบหุบปากไปเลย..."
ซี้ด...
ตัวเขาได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินเข้าหรือเปล่านะ?
จางผิงอันรีบถอยห่างจากคนเหล่านั้นออกมาอีกหน่อย ตัวเขาเป็นคนดีมีเมตตาแต่กำเนิด ไม่ได้ยินอะไรเลยจริงๆ นะ...
นี่เป็นครั้งแรกที่จางผิงอันได้เห็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน
ทั้งงดงาม ทั้งดูเป็นมิตร แถมยังแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ผู้คนรอบด้านล้วนมองดูนางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
มีเพียงจางผิงอันที่เอาแต่หลบไปด้านหลัง ถอยห่างออกไปจนไกลลิบ
เขาหวาดกลัวจริงๆ
เพราะสิ่งที่เขาฝึกฝนคือวิชามาร ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปไม่มีทางดูออกแน่นอน แต่ใครจะรู้ล่ะว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันจะมีอิทธิฤทธิ์มากขนาดไหน
เขาไม่มั่นใจเลยสักนิด จึงตัดสินใจหลบเข้าไปอยู่ตรงมุมลับตา
เซียนจื่ออวิ๋นดูอ่อนโยนและทักทายทุกคนอย่างเป็นมิตร แต่ผู้คุ้มกันหลายคนที่อยู่ข้างกายนางกลับดูดุดันเป็นอย่างมาก ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อคนเหล่านี้เดินเข้าไปด้านใน ฝูงชนรอบด้านก็แหวกทางเปิดเป็นช่องทางเดินให้โดยอัตโนมัติ
พลังปราณก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนเพื่อคุ้มกันอยู่ข้างกายเซียนจื่ออวิ๋น
ชายร่างผอมผู้หนึ่งสวมชุดหรูหรากำลังโค้งคำนับเดินนำทางอยู่ด้านหน้า เขาคือพ่อบ้านของเซียนจื่ออวิ๋น และเป็นหลงจู๊ที่คอยดูแลหอเทียนเป่าให้นางนั่นเอง
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน
เป็นที่จับตามองของผู้คนนับหมื่น
ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดล้วนมีแต่สายตาแห่งความอิจฉาริษยา
เด็กน้อยแซ่หลิวคนหนึ่งเบียดสู้คนอื่นไม่ได้จนถูกฝูงชนดันมาทางจางผิงอัน เขากระโดดหย็องแหย็งมองดูความยิ่งใหญ่ของผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันด้วยความอิจฉาสุดขีด อดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดังว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องเป็นให้ได้อย่างนี้สิ!"
เจ้านี่กลัวคนอื่นจะไม่สังเกตเห็นหรืออย่างไร
จางผิงอันแทบอยากจะบีบคอเขาให้ตายนัก
เขาหลบเลี่ยงเด็กน้อยคนนี้ จางผิงอันแอบอ้อมฝูงชนเดินเลาะไปตามริมกำแพงจนถึงทางออก แล้วรีบเผ่นหนีออกจากหอเทียนเป่าทันที
เขาพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด
อากาศข้างนอกยังคงถ่ายเทได้สะดวกกว่า
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันให้ความรู้สึกกดดันต่อเขามากเกินไป
เขาไม่กล้ารั้งอยู่ที่นี่นานนัก ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่เขาควรมา จึงมุ่งหน้าตรงไปยังตลาดสมุนไพรทันที
……
...
หานเสี่ยวเริ่มรู้สึกหมดความอดทน เขามาที่ตลาดสมุนไพรทุกวัน ในใจคิดว่านี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้วทำไมพี่ใหญ่จางถึงยังไม่มาเก็บดอกบุปผาเบญจรงค์เสียที แผงลอยแทบจะไม่มีที่วางแล้วเนี่ย
"เฮ้!"
ในขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลินๆ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นจางผิงอันเดินเข้ามาและกำลังทักทายเขาอยู่
"พี่ใหญ่จาง ในที่สุดท่านก็มาเสียที ข้านึกว่าท่านเดินทางออกจากเมืองต้าเหยาไปแล้วเสียอีก"
หานเสี่ยวในตอนนี้แตกต่างจากเด็กน้อยที่เคยหวาดกลัวตัวสั่นในวันวานอย่างสิ้นเชิง เขาสวมชุดรัดกุมที่ดูดีและมีท่าทางกระปรี้กระเปร่า
มองดูปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นลูกหลานของครอบครัวชนชั้นกลางอย่างแน่นอน
ล้วนเป็นเพราะหาเงินจากจางผิงอันได้ทั้งนั้น...
"เอ๊ะ หัวเจ้าไปโดนอะไรมา ได้รับบาดเจ็บหรือ?" จางผิงอันเห็นบนหัวของหานเสี่ยวมีบาดแผลและมีผ้าพันแผลพันเอาไว้ แถมยังมีรอยเลือดอีกด้วย
"พี่ใหญ่จาง ข้าไม่ปิดบังท่านหรอกนะ บุปผาเบญจรงค์แถวเมืองต้าเหยาถูกข้าขุดมาจนเกือบหมดแล้ว ข้าไม่มีทางเลือกเลยต้องเดินไปไกลหน่อย จนไปถึงแปลงสมุนไพรปราณของพวกเซียน"
"พูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อ บุปผาเบญจรงค์ชนิดนี้ชอบขึ้นอยู่ตรงกลางแปลงสมุนไพรปราณเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นวัชพืชในแปลงสมุนไพรปราณเลยล่ะ"
"ข้าก็เลยคิดว่าข้าไม่ได้ไปขโมยของในแปลงสมุนไพรปราณเสียหน่อย แถมยังช่วยพวกเขาถอนวัชพืชอีกด้วย ก็เลยลงไปเด็ดในแปลงมาสองสามดอก ผลปรากฏว่าถูกศิษย์รับใช้คนหนึ่งใช้จอบไล่ตะเพิดออกมา เขายืนกรานหาว่าข้าเป็นหัวขโมยลักข้าวปราณ ไม่ยอมฟังเหตุผลของข้าเลย..."
หานเสี่ยวรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก หัวถูกตีจนแตกแถมยังถูกคนไล่ตะเพิดออกมาอีก
จางผิงอันส่ายหน้า
"บุปผาเบญจรงค์พวกนี้ราคาเท่าไหร่? เจ้าลองคิดเงินมาสิ"
"พี่ใหญ่จาง ตรงนี้มีบุปผาเบญจรงค์ทั้งหมดสองร้อยสามสิบดอก ท่านจ่ายมาแค่สองเหรียญเซียนแล้วเอาไปให้หมดเลยขอรับ"
จางผิงอันล้วงเงินออกจากกระเป๋า
มือของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง พบว่าเผลอแป๊บเดียวเงินของเขาก็ใกล้จะหมดแล้ว เหลือเพียงสามสิบกว่าเหรียญเซียนเท่านั้น
เขาล้วงออกมาสองเหรียญแล้วยื่นส่งให้หานเสี่ยว
หานเสี่ยวรับเงินมาเก็บไว้ด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนตอนแรกๆ อีกแล้ว
จางผิงอันถึงเพิ่งจะตระหนักได้
เด็กหนุ่มตรงหน้าในตอนนี้มีเงินมากกว่าเขาเสียอีก ตัวเขาต่างหากล่ะที่เป็นไอ้ยาจก
เหรียญเซียนพันกว่าเหรียญ หากเอาไปกินดื่มเที่ยวเล่นคงเป็นเงินที่ใช้ได้ทั้งชาติ แต่พอเริ่มบำเพ็ญเพียร ขนาดเขาประหยัดอดออมถึงเพียงนี้ก็ยังใช้ได้แค่ปีกว่าๆ เท่านั้น
การบำเพ็ญเพียรทำให้คนล้มละลายได้จริงๆ!
จางผิงอันพลันบรรลุสัจธรรมข้อหนึ่ง เงินไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ถูกถ่ายโอนไปอยู่ในกระเป๋าของคนอื่นก็เท่านั้น
นี่แหละคือกฎการอนุรักษ์มวล!
ในตลาดมีผู้คนพลุกพล่านหูตามากมาย เขาจึงไม่กล้าเก็บดอกบุปผาเบญจรงค์เหล่านี้เข้าไปในกล่องดำของตัวเอง บุปผาเบญจรงค์สองร้อยดอกก็ไม่ได้หนักหนาอะไร จางผิงอันหิ้วตะกร้าดอกไม้เดินมุ่งหน้าไปยังห้องหลอมโอสถที่อยู่ด้านข้างอีกครั้ง
"เอ๊ะ เสี่ยวหง เมื่อกี้เจ้าไม่ได้แจกใบปลิวอยู่ที่หน้าประตูหอเทียนเป่าหรอกรึ?"
"แหะๆ ตอนที่เซียนจื่ออวิ๋นมา พ่อบ้านกลัวว่าพวกเราจะส่งเสียงดังรบกวนท่านเซียนก็เลยไล่พวกเราให้แยกย้ายกันไป ข้าก็เลยรีบวิ่งกลับมาที่นี่พอดี ไม่อย่างนั้นเถ้าแก่ได้หักค่าจ้างข้าแน่ๆ"
"เจ้าก็ลำบากเหมือนกันนะ..." จางผิงอันกล่าวรำพึงออกมาประโยคหนึ่ง
"ล้วนเป็นคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำ มีใครบ้างที่ไม่ลำบาก..." เสี่ยวหงมีใบหน้าสดใส ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย นางหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า "จริงสิ ไม่ได้มาตั้งนาน มาหลอมโอสถอีกแล้วรึ?"
จางผิงอันพยักหน้า "ใช่แล้ว!"
เสี่ยวหงเหลือบมองตะกร้าของจางผิงอันแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า "วันนี้เอาสมุนไพรมาไม่น้อยเลยนะ ดูท่าคงกะจะลุยงานใหญ่เลยสิเนี่ย?"
จางผิงอันพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม