- หน้าแรก
- ศิษย์รับใช้วิถีมาร
- บทที่ 30 ภัยพิบัติวายุคืบคลาน
บทที่ 30 ภัยพิบัติวายุคืบคลาน
บทที่ 31 กล่องดำ
เขานั่งอยู่ในลานบ้าน
เขารู้สึกเหม่อลอยอยู่บ้าง คนอื่นอาจไม่รู้ แต่รูโหว่ขนาดใหญ่ในห้องนั้น เป็นเพราะเขาใช้ปลดปล่อยอัสนีเทพออกมาในตอนที่ทดลองปล่อยพลังปราณออกนอกร่าง
แต่อาจารย์ช่างกลับจำได้ในพริบตาว่านี่คือพลังจากเขตแดนมาร...
เดชะบุญที่วันนี้มีลมทมิฬพัดผ่านพอดี เลยยังพอแถไถกลบเกลื่อนไปได้
ถึงตอนนี้เขาถึงเพิ่งจะมารู้สึกหวาดกลัวย้อนหลัง
ลมพายุครั้งนี้ช่วยชีวิตเขาไว้ชัดๆ หากเป็นเวลาปกติ ในตอนที่เขาไม่รู้ตัวแล้วถูกคนพบว่ามีวิชามารอยู่ในตัวละก็...
ถูกถลกหนังเลาะกระดูกคงถือเป็นโทษสถานเบาแล้ว...
พวกเซียนทั้งหลาย ไม่ใช่พ่อพระแม่พระใจดีที่ไหนหรอก...
เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ในใจว่า วันหน้าจะไม่ใช้อานุภาพของอัสนีเทพตามอำเภอใจเด็ดขาด ในโลกของพวกเซียนแห่งนี้ มันอันตรายเกินไปจริงๆ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
แล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน
ล้วงเอาถุงวิเศษที่เก็บได้ออกมาจากอกเสื้อ
วางมันลงบนโต๊ะ หมายจะหยิบของบางอย่างออกมาจากข้างใน
ผลปรากฏว่าเขาไม่สามารถเอาอะไรออกมาได้เลย
ถุงวิเศษใบนี้ แม้จะเป็นระดับคุณภาพที่ย่ำแย่ที่สุด
แต่ทว่า ถุงวิเศษใบนี้ถูกลงอาคมปิดล็อกไว้ ทำให้ไม่สามารถเปิดออกได้เลย
เอ่อ?
ที่แท้ถุงวิเศษก็ลงกลอนได้ด้วยรึ?
บัดซบ!
หากฝืนใช้กำลังทำลายอาคม ถุงวิเศษใบนี้ก็จะเสียหาย ของที่อยู่ข้างในก็จะพังพินาศตามไปด้วย
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะมีระดับพลังที่สูงส่ง เป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่ระดับจินตัน
แต่ทว่า กว่าจะถึงวันที่กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับจินตัน เขายังจะเห็นของในถุงวิเศษซังกะบ๊วยนี่อยู่ในสายตาอีกรึ?
อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเก็บถุงมาได้ใบหนึ่ง ผลคือใช้งานไม่ได้ แม้แต่ของข้างในก็เอาออกมาไม่ได้
จางผิงอันเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
โลกแห่งการบำเพ็ญเซียนนี่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีจริงๆ
ถุงวิเศษเน่าๆ แบบนี้ยังจะอุตส่าห์ล็อกไว้อีก ไอ้เซียนยาจกเอ๊ย ช่างไร้ยางอายสิ้นดี
เอ๊ะ?
ขณะที่ถือถุงวิเศษอยู่ จางผิงอันก็นึกขึ้นมาได้ว่า ของสิ่งนี้... ก็นับเป็นของวิเศษอย่างหนึ่งนี่นา แม้จะเป็นเพียงของวิเศษระดับต่ำสุดก็ตาม...
ถึงเขาจะใช้งานไม่ได้ แต่ถ้าเอาไปสังเวย... ก็น่าจะได้ไม่ใช่รึ?
ท่านราชามารแม้จะเข้มงวด แต่ดูเหมือนจะรับของทุกอย่างไม่เกี่ยงว่าเป็นขยะหรือเปล่า...
ในตอนนี้ภายนอกยังคงวุ่นวายโกลาหล จางผิงอันจึงยังไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไร รอจนกระทั่งดึกดื่นค่อนคืน เมืองต้าเหยาถึงได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เหล่าท่านเซียน หลังจากผนึกบึงมารเสร็จสิ้น ต่างก็แยกย้ายกันกลับขึ้นเขาไปแล้ว
จางผิงอันลงกลอนประตูหน้าต่างจนแน่นหนา รูดม่านปิดมิดชิด แล้วจุดตะเกียงน้ำมันดวงน้อยขึ้นมา
จากนั้นถึงค่อยแอบนำแท่นบูชาออกมาวางบนโต๊ะ แล้วนำถุงวิเศษใบนี้ไปวางไว้ตรงหน้าแท่นบูชา
เริ่มท่องมนตราในใจ
ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ
หลังการสังเวยเสร็จสิ้น ถุงวิเศษก็เลือนหายไป บนโต๊ะมีวัตถุสี่เหลี่ยมสีดำขนาดเล็กเพิ่มขึ้นมาแทน
จางผิงอันรู้สึกเย็นวูบที่แผ่นหลัง
ตอนที่ท่องมนตราจบ ในขณะที่อยู่ในภวังค์เลื่อนลอย ถุงวิเศษหายวับไปในพริบตา เขาแว่วได้ยินคำว่า "บัดซบ!" ออกมาคำหนึ่ง หรือว่าท่านราชามารกำลังด่าใครอยู่?
พระองค์ด่าใครกันนะ? เดายากชะมัด!
ช่างมันเถอะ ไม่เดาแล้ว โบราณว่าไว้ ใจสตรีกับใจปีศาจ ยากแท้หยั่งถึงจริงๆ
เขาหยิบวัตถุสี่เหลี่ยมสีดำขนาดเล็กนั้นขึ้นมา
สัมผัสได้ถึงความอุ่นและค่อนข้างเรียบเนียน
ในหัวพลันปรากฏข้อมูลของวัตถุสี่เหลี่ยมสีดำชิ้นนี้ขึ้นมาทันที
กล่องดำ!
ชื่อแปลกพิลึก
...ภาชนะมิติประเภทเติบโตได้?
ที่แท้ก็คือของที่อัปเกรดมาจากถุงวิเศษนี่เอง ภาชนะมิติเป็นของดี เขาเองก็จำเป็นต้องใช้มากเหมือนกัน
ประเภทเติบโตได้งั้นรึ?
หมายความว่าอย่างไร?
...หลังจากดูดซับพลังงานแล้ว สามารถเติบโตได้ พื้นที่ภายในจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น และสามารถบรรจุของได้หลากหลายประเภทมากขึ้นเรื่อยๆ
เฮ้อ ของชิ้นนี้ดีจริงๆ ขยายขนาดได้ไม่จบไม่สิ้น
แต่ว่า กล่องสี่เหลี่ยมสีดำนี่ จะเอาไปไว้ที่ไหนดีล่ะ?
พกพาก็ไม่ค่อยสะดวก ดูไปดูมายังสู้ถุงวิเศษไม่ได้เลย
เขาถือกล่องดำไว้ในมือ
กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ หลังจากยืนบื้ออยู่นาน จางผิงอันก็นึกขึ้นได้ ในเมื่อเป็นของวิเศษ ย่อมต้องใช้พลังปราณในการเปิดใช้งาน
ประจวบเหมาะกับที่เขาเพิ่งจะเรียนรู้วิธีปลดปล่อยพลังปราณออกนอกร่างมาพอดี
จางผิงอันค่อยๆ ปลดปล่อยปราณอัสนีเทพจากจุดตันเถียนออกมาทางปลายนิ้วอย่างระมัดระวัง เพียงแค่พลังปราณสัมผัสถูกกล่องดำ
ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า
อา พลังปราณของเขาดูจะรุนแรงเกินไปหรือเปล่านะ?
ยังดีที่รอบข้างไม่มีอะไรเสียหาย ดูท่าปราณอัสนีเทพนี้ ก็ไม่ได้ฝึกให้เชื่องยากจนเกินไปนัก
แต่ว่า... แต่ว่า... กล่องดำล่ะ?
ทำไมกล่องดำถึงหายไปแล้วล่ะ?
เขาพบด้วยความตื่นตระหนกว่า กล่องดำอันตรธานหายไปจากฝ่ามือของเขาเสียแล้ว
หืม?
มีบางอย่างผิดปกติ ในขณะที่กำลังตกใจ เขาก็พบว่าจุดตันเถียนมีปฏิกิริยาบางอย่าง
จางผิงอันรีบนั่งขัดสมาธิ เข้าสู่ฌานสมาธิทันที
ดวงจิตเข้าสู่จุดตันเถียน เขาก็เห็นได้ทันทีว่า กล่องดำที่หายไปเมื่อครู่ กำลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มหมอกอัสนีเทพ และกำลังดูดซับพลังงานอัสนีเทพอย่างบ้าคลั่ง
หยุดเดี๋ยวนี้!
จางผิงอันลนลานทันที เขาเพิ่งจะบำเพ็ญเพียรมาได้ไม่กี่วัน สะสมปราณอัสนีเทพมาได้แค่กระจิดริดเพียงนี้ มันง่ายนักหรือไง?
แม้ว่าการที่ของสิ่งนี้ดูดซับอัสนีเทพเข้าไปแล้วจะเติบโตขึ้นได้
แต่ตอนนี้ การบำเพ็ญเพียรของตัวเองย่อมสำคัญที่สุด
อยู่ในช่วงรอยต่อสำคัญของการฝึกฝน ไม่มีพลังงานส่วนเกินจะไปแบ่งให้มันอัปเกรดหรอกนะ
เขาตัดการส่งพลังปราณอัสนีเทพให้มันในทันที
กล่องดำดูเหมือนจะโกรธเสียแล้ว
มันดื้อแพ่งไม่ยอมออกจากจุดตันเถียน หลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มหมอกอัสนีเทพท่าเดียว
ไม่ยอมออกมาเด็ดขาด
ของวิเศษชิ้นนี้ ช่างมีนิสัยใจคอเป็นของตัวเองจริงๆ
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อดื้อแพ่งนัก และมันชอบที่นี่ ก็ปล่อยให้มันอยู่ที่นี่ไปแล้วกัน ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน เอาไว้ซ่อนของก็ไม่มีใครหาเจอได้ง่ายๆ
ดวงจิตของจางผิงอันค่อยๆ เข้าไปสำรวจภายในกล่องดำอย่างระมัดระวัง
มันสมชื่อจริงๆ ข้างในไม่มีแสงสว่างเลยแม้แต่น้อย มืดมิดสนิท ดวงจิตวนเวียนอยู่ข้างในสักพัก พื้นที่กว้างประมาณไม่กี่จั้ง แต่ก็นับว่าบรรจุของได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ขณะที่ดวงจิตล่องลอยไปถึงจุดหนึ่ง
เอ๊ะ?
มีหนังสือวางอยู่ที่มุมหนึ่งเล่ม
นี่คืออะไรกัน?
หรือว่าเป็นของที่เจ้าของถุงวิเศษคนเก่าทิ้งไว้ให้?
เขาหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมา
ถึงตอนนี้ จางผิงอันก็เข้าใจวิธีใช้งานกล่องดำอย่างถ่องแท้แล้ว เพียงแค่ใช้ความคิดก็สามารถย้ายของเข้าออกได้ตามใจชอบ ช่างสะดวกสบายเหลือเกิน
เขาออกจากฌานสมาธิ
หยิบหนังสือวิชาอาคมขึ้นมาเปิดอ่านดู หนังสือเล่มนี้บันทึกวิชาโจมตีวิชาหนึ่งไว้ เรียกว่าวิชาชิงชัย...
พอลองศึกษาดู ก็พบว่ามันไม่เหมาะกับเขาเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนจะเป็นวิชาอาคมประหลาดของปีศาจสุกรในตำนานยุคบรรพกาล
ไม่ค่อยเหมาะกับมนุษย์เท่าไหร่นัก
จางผิงอันสงสัยว่าหนังสือเล่มนี้ คงเป็นเคล็ดวิชาขยะที่หยิบมาจากหอคัมภีร์นั่นแหละ เพราะมันใช้งานไม่ได้จริง เจ้าของคนเก่าถึงได้โยนทิ้งไว้ในถุงวิเศษ
แต่ทำไมถึงมีแค่หนังสือเพียงเล่มเดียว ไม่มีเหรียญเซียนหรือของวิเศษอย่างอื่นเลยหรือไง?
หรือว่าของอย่างอื่น จะถูกท่านราชามารยักยอกไปหมดแล้ว?
จางผิงอันถึงกับอึ้ง
เรื่องกล่องดำนี้ จู่ๆ เขาก็นึกถึงอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้ หรือว่ากล่องดำใบนี้ จะถูกดัดแปลงมาจากถุงวิเศษที่เขาสังเวยไป?
เพราะเหตุนี้ ถึงได้มีสิ่งของของนักพรตคนก่อนหลงเหลืออยู่ข้างใน
ถุงวิเศษระดับต่ำสุด สามารถดัดแปลงเป็นของวิเศษสำหรับเก็บของระดับสูงได้ในพริบตา ราชามารท่านนี้ ตกลงแล้วมีพลังฝีมือระดับไหนกันแน่?
เจ้าสำนักกระบี่เจินอู่ เกรงว่าก็คงทำไม่ได้เหมือนกันกระมัง?
น่ากลัวจริงๆ!
เขาคิดอย่างอารมณ์ดี
ตัวเขาก็นับว่าเป็นศิษย์แห่งเขตแดนมารคนหนึ่งแล้ว
ในอีกสามพันปีข้างหน้า หากเขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อภัยพิบัติวายุมาเยือน ราชามารจุติลงมา ตัวเขาจะสามารถติดตามลูกพี่ออกไปแผ่อำนาจบารมีได้บ้างหรือไม่นะ?
คนอื่นกลัววันสิ้นโลกจากภัยพิบัติวายุ
แล้วข้าจะกลัวอะไร?
หรือว่า ข้าจะเป็นคนทรยศต่อโลกมนุษย์และเหล่าเซียน?
ไอ้หยา แบบนั้นมันก็ไม่ดีเท่าไหร่นะ
ช่างเถอะ คิดมากไปก็ปวดหัวเปล่าๆ เอาเป็นว่ามาคิดวิธีเอาชีวิตรอดให้ได้ก่อนจะดีกว่า
ติง!
"การสังเวยเริ่มต้นขึ้นแล้ว โปรดสังเวยคัมภีร์เคล็ดวิชาประเภทวิชาอาคมหนึ่งเล่ม..."
การสังเวยของวิเศษครั้งก่อนกินเวลานานเกินไป ดังนั้นพอสังเวยเสร็จสิ้น การสังเวยครั้งต่อไปจึงเริ่มต้นขึ้นทันที