- หน้าแรก
- มอนสเตอร์ฮันเตอร์ มังกรไฟตัวนี้ช่างแปลกประหลาด
- บทที่ 8: ถูกขับไล่ ลูกมังกรเติบโตขึ้น
บทที่ 8: ถูกขับไล่ ลูกมังกรเติบโตขึ้น
บทที่ 8: ถูกขับไล่ ลูกมังกรเติบโตขึ้น
บทที่ 8: ถูกขับไล่ ลูกมังกรเติบโตขึ้น
ใช่แล้ว ในสายตาของพูเคพูเค ราเธียนตัวนี้บ้าไปแล้วชัดๆ หล่อนตัวเล็กกว่ามันเห็นๆ แต่กลับกล้ามาไล่มัน แถมพอมันไม่ไป ยังกล้าพุ่งเข้าใส่อีก
เป็นที่รู้กันดีว่าพูเคพูเคประเมินพลังการต่อสู้จากขนาดตัว หากศัตรูตัวเล็กกว่า มันก็สามารถเอาชนะได้ หากศัตรูตัวใหญ่กว่า มันก็จะหันหลังเดินหนีและยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
ด้วยเหตุนี้ พูเคพูเคบางตัวในบางพื้นที่จึงถึงขั้นกล้าเปิดฉากโจมตีราจัง ซึ่งเป็นตัวอันตรายที่สามารถคุกคามมังกรโบราณขนาดเล็กบางตัวได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าจุดจบของพูเคพูเคเหล่านั้นคือการโดนราจังอัดจนน่วมอย่างง่ายดาย
หากไม่ใช่เพราะเนื้อของพูเคพูเคมีรสชาติห่วยแตกแถมยังมีพิษ มันคงกลายเป็นมื้อค่ำของพวกราจังไปแล้ว
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในฐานะไวเวิร์นนกกินพืช มันถึงยังคงสู้กับย่าจีต่อไปแม้จะได้รับบาดเจ็บขนาดนี้
หากเป็นลั่วหยุนคนก่อนที่พึ่งพาแค่คุณลักษณะเร่งความเร็ว เขาคงทำได้แค่ฝากรอยขีดข่วนไว้บนตัวพูเคพูเคตัวนี้รอยเดียวเท่านั้น รอยนั้นจะเจาะทะลุผิวหนังได้หรือไม่ก็พูดยาก แต่โอกาสที่กรงเล็บของเขาจะหักนั้นมีไม่น้อยเลย
แต่ลั่วหยุนในตอนนี้ต่างออกไป คุณลักษณะพละกำลังมหาศาลผสานกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น บวกกับสถานะลูกมังกรที่ใช้หลอกตาได้อย่างแนบเนียน สามารถมอบเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ให้กับพวกที่ประเมินเขาต่ำเกินไปได้
อย่างเช่นพูเคพูเคตัวนี้ ที่แผ่ขนพองตรงคอเพื่อเพิ่มความน่าเกรงขาม แต่กลับเปิดแผ่นหลังโล่งโจ้งให้ลั่วหยุน มันจะต้องชดใช้ให้กับความประมาทของตัวเอง
กรงเล็บเดียว!
เพียงแค่กรงเล็บเดียวเท่านั้น!
แผ่นหลังที่เปิดโล่งถูกกรงเล็บกรีดเป็นแผลยาวลึก เนื้อฉีกขาด และเกล็ดถูกกระชากหลุดออกมาอย่างแรง
ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากทำให้ดวงตากลมโตราวกับกบของพูเคพูเคเบิกกว้าง ท่าทางที่เตรียมรับมือกับการพุ่งชนของย่าจีในตอนแรกก็เสียศูนย์ และมันก็ถูกแรงกระแทกอันมหาศาลของย่าจีชนจนปลิวหงายเก๋ง
ต้องยอมรับเลยว่าสัตว์ยักษ์ในโลกนี้ที่เติบโตมาด้วยพลังงานชีพจรโลกนั้น มีกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
หลังจากโดนการพุ่งชนเต็มแรงของย่าจีเข้าไปเต็มๆ พูเคพูเคก็ยังสามารถลุกขึ้นมายืนได้อย่างรวดเร็ว และพุ่งสวนกลับใส่ย่าจีได้อีก
ลั่วหยุนที่ฝากรอยกรงเล็บไว้บนตัวศัตรูยังไม่ทันร่อนลงแตะพื้น เขากระพือปีกอย่างรวดเร็ว ร่อนถลาไปได้ระยะหนึ่งก่อนจะไต่ระดับความสูงขึ้นไปอีกครั้ง
ในเวลานี้ อุ้งเท้าของเขาปวดตุบๆ เล็กน้อย แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น เขาก็เมินเฉยต่อความเจ็บปวดระดับนี้ไปโดยสิ้นเชิง
ความคิดของเขาชัดเจนมาก หากเข้าไปปะทะตรงๆ เขาจะเป็นแค่ตัวถ่วงของย่าจีเปล่าๆ มีเพียงการบินวนเวียนอยู่กลางอากาศแล้วคอยโฉบลงมาโจมตีศัตรูเป็นระยะๆ ด้วยยุทธวิธีก่อกวนเท่านั้น เขาถึงจะช่วยเหลือย่าจีได้อย่างแท้จริง
เบื้องล่าง สัตว์ยักษ์ทั้งสองกลับมาห้ำหั่นกันอีกครั้ง ทั้งการต่อสู้ระยะประชิด การกัด การสาดพิษ การฟาดหาง และการพุ่งชน
ทุกการปะทะคือการวัดกันด้วยพละกำลัง พิษของพูเคพูเคนั้นรุนแรง แต่ความต้านทานพิษของราเธียนก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน เปลวไฟของย่าจีอาจเป็นภัยคุกคามได้ แต่พูเคพูเคตัวนี้ก็เก๋าเกมและคอยคลุกวงในกับย่าจีอยู่ตลอดเวลา ทำให้หล่อนไม่มีเวลาตั้งตัวพ่นไฟเลย
การต่อสู้ของพวกมันจึงกลายเป็นการตะลุมบอนระยะประชิดล้วนๆ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวจากก่อนหน้านี้คือ ในการปะทะอันดุเดือดนี้ มักจะมีมือที่สามโฉบลงมาราวกับอีกาล่าเหยื่อ คอยลอบโจมตีพูเคพูเคเป็นระยะ แล้วเชิดหัวบินขึ้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูได้ตอบโต้
ลั่วหยุนไม่ได้สร้างความเสียหายได้ในทุกครั้งที่โฉบลงมา แต่การโจมตีแต่ละครั้งของเขาจะเล็งไปที่จุดอ่อนอย่างเช่นลำคอหรือดวงตา บังคับให้พูเคพูเคต้องคอยป้องกันตัวอยู่ตลอดเวลา
จากนั้นย่าจีก็จะฉวยโอกาสนี้ซัดการโจมตีหนักๆ ใส่มัน
ในการรุมกินโต๊ะแบบสองต่อหนึ่งนี้ แม้ว่าพูเคพูเคตัวนี้จะมีพละกำลังล้นเหลือ มีพลังชีวิตที่เหนียวแน่น และผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน แต่การพลาดพลั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ทำให้มันตระหนักถึงอันตราย
ดังนั้น หลังจากการปะทะครั้งหนึ่ง พูเคพูเคตัวนี้ก็ฝืนรับการฟาดหางของย่าจี อ้าปากกว้าง แล้วพ่นกลุ่มหมอกพิษออกมาโดยตรง
ชั่วพริบตา ย่าจีและคู่ต่อสู้ก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษหนาทึบ และลั่วหยุนที่บินอยู่บนฟ้าก็สูญเสียเป้าหมายไปชั่วคราว
วินาทีต่อมา พูเคพูเคก็พุ่งพรวดออกมาจากอีกฝั่งของหมอกพิษ และรีบหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าศัตรูถอดใจไม่สู้ต่อ ยอมรับความพ่ายแพ้ และทิ้งอาณาเขตนี้ไปดื้อๆ
ในเมื่อพูเคพูเคยังมีเรี่ยวแรงและมุ่งมั่นที่จะหนี ลั่วหยุนและย่าจีในตอนนี้ก็ไม่มีทางฆ่ามันได้ ลั่วหยุนจึงไม่คิดที่จะบินตามไป
เบื้องล่าง ย่าจีกระพือปีกเพื่อพัดหมอกพิษให้กระจายออกไป พิษระดับนี้ไม่มีผลกับหล่อน มันแค่บดบังวิสัยทัศน์เท่านั้น
เมื่อมองไปรอบๆ และไม่เห็นร่องรอยของพูเคพูเค ย่าจีก็แผดเสียงคำรามลั่นเพื่อประกาศชัยชนะ
แต่เมื่อสายตาของหล่อนเหลือบไปเห็นลั่วหยุนที่กำลังบินโฉบลงมาหา แววตาของหล่อนก็ดูซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย
ลั่วหยุนตื่นเต้นมาก นี่เป็นการต่อสู้จริงๆ ครั้งแรกของเขา แม้จะเป็นแค่บทบาทสนับสนุน แต่มันก็คือการต่อสู้ของจริง
นี่หมายความว่าเขาจะไม่ถูกพวกแอพโตนอทไล่ขวิดเหมือนเมื่อเดือนก่อนอีกแล้ว ตอนนี้เขามีความสามารถพอที่จะเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้ได้แล้ว
เดิมทีเขาคิดว่านี่จะเป็นฉากการรวมตัวที่น่าซาบซึ้งใจ ย่าจีคงจะเข้ามาคลอเคลียเขาอย่างรักใคร่ และเฉลิมฉลองชัยชนะในการต่อสู้ด้วยกัน
แต่สิ่งที่รอต้อนรับเขาหลังจากร่อนลงจอด กลับเป็นย่าจีที่กำลังแสดงความมุ่งร้าย
"ก-เกิดอะไรขึ้น?"
ลั่วหยุนไม่เข้าใจว่าทำไมย่าจีถึงแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับเขา
ทันทีที่เขาขยับเข้าไปใกล้ ย่าจีก็ส่งเสียงขู่คำรามในลำคอ และถึงขั้นย่อตัวลงต่ำในท่าเตรียมพร้อมขับไล่
"ย่าจี..."
ลั่วหยุนขยับเข้าไปใกล้อีกนิด แต่ลูกไฟดวงหนึ่งกลับตกกระทบและระเบิดขึ้นตรงหน้าเขาอย่างจัง ย่าจีที่เพิ่งพ่นลูกไฟออกมามองลั่วหยุนด้วยสายตาเย็นชา เมื่อหล่อนเห็นสีหน้าไม่อยากจะเชื่อและสับสนของเขา แววตาที่เย็นชาก็สั่นไหวด้วยความรู้สึกลังเลอยู่แวบหนึ่ง
แต่แล้วแววตาของหล่อนก็กลับมาแน่วแน่อีกครั้ง หล่อนจ้องมองลั่วหยุนอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่ลังเล
เมื่อเห็นดังนั้น ลั่วหยุนก็เดินตามไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกย่าจีที่หันขวับกลับมาแผดเสียงคำรามใส่ เสียงนั้นสื่อถึงการขับไล่ไสส่งและการปฏิเสธ
ลั่วหยุนดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ และแอบเดินตามย่าจีไปห่างๆ
เขาเห็นย่าจีล่าเหยื่อได้อย่างง่ายดาย แม้ร่างกายจะบาดเจ็บก็ตาม
เขาเฝ้ามองย่าจีกินเหยื่อตัวนั้นจนหมดเกลี้ยงเพียงลำพัง โดยไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้ลั่วหยุนเลย
เขามองดูย่าจีเร่งฝีเท้า กลับเข้าไปในอาณาเขตของตัวเอง และมาถึงป่าที่อยู่เหนือรังของหล่อน
ที่นั่น มีพูเคพูเคตัวหนึ่งซึ่งมีขนาดเล็กกว่าย่าจีเล็กน้อย พร้อมกับดวงตากลมโตแสนฉลาดหลักแหลม กำลังเผชิญหน้ากับย่าจีที่เพิ่งกลับมา
หลังจากอึ้งไปหนึ่งวินาที พูเคพูเคตัวนี้ก็สะดุ้งตกใจ มันคายเห็ดพิษในปากทิ้ง แล้ววิ่งหนีเตลิดไปอย่างลุกลี้ลุกลน โดยไม่มีความคิดที่จะต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
"นี่สิพูเคพูเคตัวที่ฉันรู้จัก? แล้วไอ้ตัวเมื่อกี้มันใครวะ?"
ย่าจีเองก็อึ้งไปเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเมื่อกี้ หล่อนอาจจะ... จำมังกรผิดตัว... แต่ช่างเถอะ สู้ก็สู้ไปแล้ว อาณาเขตก็ยึดมาได้แล้ว จำผิดตัวแล้วมันจะทำไมล่ะ?
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ลูกมังกรของหล่อนบินได้แล้ว และสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเองแล้ว
เขาไม่ต้องการการดูแลจากหล่อนอีกต่อไป