เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1169 ด้านนอกวิหารใต้เหล่ยหยิง.

Chapter 1169 ด้านนอกวิหารใต้เหล่ยหยิง.

Chapter 1169 ด้านนอกวิหารใต้เหล่ยหยิง.


ภพหยาง ทวีปตะวันออก.

กลุ่มของจงซานที่เดินทางด้วยความเร็วสูงสุดต้องใช้เวลาหลายปีในการเดินทางมา ท้ายที่สุดก็มาถึงทวีปตะวันออก สถานที่กำลังเกิดความโกลาหล.

กลุ่มคน 12 คน ที่สวมชุดดำปกปิดกลิ่นอาย ทำให้ผู้คนรอบ ๆ ไม่สามารถสืบสวนได้ ยิ่งเป็นหวนจีด้วยแล้วที่ไม่ต่างจากความว่างเหล่า แทบไม่สามารถสัมผัสได้เลย.

หวนจี ที่ไม่ต่างจากเงาไร้รูป ติดตามมาด้วยตลอดทาง แม้ว่าจะเป็นความลับ ทว่าจงซานก็ไม่ได้กังวลอะไรนัก.

รากฐานของนางนั้น หากจะกล่าวล่ะก็ นางคือส่วนหนึ่งของอารมณ์ที่ทำให้เกิดตัวตนขึ้นในใจของทุกคน ทำให้ทุกคนสัมผัสและคิดว่านางมีชีวิต.

อีกอย่างหนึ่ง จงซานได้คิดดูแล้ว นับตั้งแต่เกิดการต่อสู้ในสวนสวรรค์ลอยฟ้าในครั้งนั้น จงซานก็สามารถบอกได้ แม้คนอื่นไม่สามารถมองเห็นนางได้ ทว่าปราชญ์เทพสามารถมองเห็นและรับรู้ได้.

หยวนจีที่เป็นเหมือนกับคนทั่วไป สามารถเห็นได้ แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะว่าหวนจีนั้นคล้ายดั่งแสงเงาสำหรับคนทั่วไป แม้แต่สามารถซ่อนตัวได้ตลอดเวลา ทว่าปราชญ์เทพนั้นแตกต่างออกไป หากปราชญ์เทพพบพวกเขา ย่อมไม่ยินยอมแน่และจะต้องเล็งเป้ามายังนาง ซึ่งอาจจะทำให้นางได้รับอันตราย.

จงซาน ที่ให้หวนจีเผยรูปร่างให้คนอื่น ๆ ได้เห็น เพื่อที่จะสามารถป้องกันนางได้จากปราชญ์เทพ ในเมื่อนางมีตัวตนจะทำให้คนอื่น ๆ ไม่เห็นความผิดปรกติ และสามารถป้องกันปัญหาได้.

"เซิ่งหวัง พวกเรามายังทวีปตะวันออก จะไปที่ใดก่อน?"จินเผิงสอบถามออกไป.

"อาณาเขตซือหนิวเหอ วิหารใต้เหล่ยหยิน!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความจริงจัง.

"ไปยังวิหารใต้เหล่ยหยิน?"จินเผิงที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

คนอื่นที่จ้องมองไปยังจงซานพร้อม ๆ กัน.

"เซิ่งหวัง เกิดสิ่งใดขึ้น?"เซียนเซิงซือสอบถามออกไป.

"ใช่ ระหว่างทางนั้นหลายปีที่พวกเราเดินทาง ในทวีปตะวันออกเกิดเรื่องสำคัญขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีการต่อสู้หนึ่งเกิดขึ้น!"จงซานกล่าว.

"การต่อสู้อย่างงั้นรึ?

"ยูไลวิหารใต้เหล่ยหยิง กับ ซา ตำหนักไป่โหยว ต่อสู้กันอยู่!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ซา?เขาคือศพปราชญ์เทพจากโลกใบเล็กครั้งนั้น?ศพของทงเทียน?"เซียนเซิงซือที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ยูไลต่อสู้กับซา?"จินเผิงที่แสดงท่าทางไม่เข้าใจ.

แม้นว่าจินเผิงจะเคยถูกเทพอรหันต์ยูไลกำราบ เขาที่เป็นวิหคยักษ์ปีกทองในตำนาน ที่เต็มไปด้วยความอหังการ ทว่าก็เคยอาศัยในวิหารใต้เหล่ยหยิน ดังนั้นเวลานี้ย่อมมีความรู้สึกเช่นกัน.

"ไม่สามารถบอกได้ หลายปีมานี้ การต่อสู้ในทวีปตะวันออกเกิดขึ้นเรื่อย ๆ  บุญคุณความแค้นที่เหมือนว่ามันได้ปะทุขึ้นในทันที มีการต่อสู้หลายแห่ง จนมาถึงเทพอรหันต์ยูไลและซา ก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่มีใครรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"ผลเป็นอย่างไรบ้าง?"จินเผิงที่สอบถามออกไป.

"ซานั้นทรงพลังมาก ยูไลได้รับบาดเจ็บและหลบเข้าไปในวิหาร ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"แฮก ๆ !"จินเผิงที่สูดหายใจลึก แววตาที่เผยท่าทางตื่นตระหนก ความแข็งแกร่งของยูไลนั้น จินเผิงรับรู้ดี แม้นว่าจะตัวคนเดียว ความแข็งแกร่งของเขาก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน.

ยูไลที่แข็งแกร่งทรงพลังถึงเพียงนั้น คาดไม่ถึงเลยว่าจะพ่ายแพ้! ทำให้ยูไลบาดเจ็บหนีกลับไปรักษาตัวอย่างงั้นรึ?

"ซาอย่างงั้นรึ?"จินเผิงที่สอบถามออกไป.

"ซา? ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย!"จงซานที่กล่าวออกมาเบา ๆ .

จินเผิงที่เอ่ยปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าซาจะทรงพลังขนาดนั้น?

"ซานั้น ผิดปรกติมากนัก!"เซียนเซิงซือที่ครุ่นคิดและส่ายหน้าไปมา.

"ผิดปรกติ? ผิดปรกติอย่างไร?"ทุกคนที่จ้องมองไปยังเซียนเซิงซือ.

"เกี่ยวกับข้าที่เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับศพ หลังจากที่พวกมันเปิดเชาว์ปัญญาได้ ก็จะไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งได้เท่าเดิม ถึงจะเป็นศพปราชญ์เทพก็ตาม ข้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่มันจะแข็งแกร่งขนาดนั้น เทพอรหันต์ยูไล แม้นว่าจะไม่เห็นด้วยตัวเอง แต่ก็เป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างคาดไม่ถึง การจะพ่ายแพ้ แม้แต่ได้รับบาดเจ็บทั้งที่ซาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรกลับไปเลย ซาคนนี้ดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งเกินกว่าที่ควรจะเป็น!"เซียนเซิงซือที่ส่ายหน้าไปมา.

"ซานั้นแปลกไปจริง ๆ  ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเนตรเทียนชูปรากฎ เหล่าปราชญ์เทพที่ร่วงหล่นจากสวรรค์ที่จุติกลับมา ควรที่จะตกตายไปหมดแล้ว ไท่ซ่าง จุนถี เจี่ยหยิน ทุกคนต่างก็ถูกทำลายสิ้น ทว่าซาเป็นเพียงศพของทงเทียน กลับยังปลอดภัยไร้รอยขีดขวด มีเล่ห์กลอันใดกัน!"จินเผิงที่พยักหน้ารับ.

"ในครั้งนี้มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในทวีปตะวันออกแห่งนี้ เกี่ยวพันธ์กับเรื่องที่ใหญ่โตอย่างแน่นอน ซาเองก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน เราควรที่จะเริ่มสืบจากเขา!"จงซานพยักหน้ารับและกล่าว.

"รับทราบ!"ทุกคนที่พยักหน้ารับ.

จื่อหยางจิงหงเองก็ไม่มีความคิดเห็นเช่นกัน ดูเหมือนว่า คงจะเป็นเช่นนั้น?

แม้นว่าจะเพิ่งมาถึง ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ล่าช้าแม้แต่น้อย เรื่องราวต่าง ๆ ในทวีปตะวันออกนั้น จงซานรับรู้อย่างดีอย่างงั้นรึ? เขาได้คำนวณทุกอย่างไว้แล้ว? น่าเหลื่อเชื่อ แม้นว่าจะยังไปไม่ถึง แต่ก็สามารถวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว? หากเป็นคงอื่นคงยากที่จะทำได้.

จื่อหยางจิงหงยิ่งรู้จักยิ่งจ้องมองจงซานด้วยความอัศจรรย์ใจ.

"เช่นนั้น เซิ่งหวัง พวกเราเดินทางไปยังวิหารใต้เหล่ยหยินเวลานี้เพื่ออะไรอย่างงั้นรึ?"หวังคูที่เผยท่าทางสงสัย.

"วิหารใต้เหล่ยหยิน? ตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน!"จงซานเอ่ย.

"หืม?"ทุกคนที่ไม่เข้าใจ.

"ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนต้องการสังหารพวกเขาให้สิ้น!"จงซานกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น.

"มีบางคนต้องการสังหารทุกคนของวิหารใต้เหล่ยหยินอย่างงั้นรึ?"จินเผิงที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

วิหารใต้เหล่ยหยิน นับตั้งแต่ในอดีตก็ไม่ได้สร้างความขัดแย้งกลับใครอย่างชัดเจนนัก วันนี้กลับมีคนต้องการสังหารพวกเขาให้สิ้นอย่างงั้นรึ? เป็นใครกัน?

"หากไม่รีบไป ทุกคนคงถูกสังหาร!"จงซานที่กล่าวออกมา.

สังหาร ทุกคนจะถูกสังหารอย่างงั้นรึ?

"บุกเข้าไปยังวิหารใต้เหล่ยหยินอย่างงั้นรึ?"ดวงตาของจินเผิงที่สั่นไหวไปมา ยังมีคนที่อหังการเช่นนี้อยู่อีกรึ?

"เดินทาง ดูเหมือนว่าจะมียอดฝีมือมากมายที่มารวมตัวกัน จินเผิงนำทาง!"จงซานที่กล่าวออกมา.

"รับทราบ!"

กลุ่มคนทั้ง 12 คน ในเวลานั้นพุ่งตรงไปยังวิหารใต้เหล่ยหยินด้วยความเร็วสูง.

เป้าหมายสถานที่แรกของทวีปตะวันออก คือวิหารใต้เหล่ยหยิน!

ความเร็วของพวกเขานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ภายใต้การนำของจินเผิง จึงใช้เวลาเพียงแค่สองวันเท่านั้น พวกเขาก็สามารถเดินทางไปถึงอาณาเขตซือหนิวเหอ ทวีปซือตาปู่.

กลับมาอีกครั้งแล้ว.

หลังจากผ่านมาหลายร้อยปี กลุ่มของจงซานก็กลับมาที่นี่อีกแล้ว ทว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ พวกเขากลายเป็นกลุ่มที่ทรงพลังมากแตกต่างจากเดิมลิบลับ.

เหมือนดังที่จงซานกล่าว มียอดฝีมือมากมายจากทั่วทุกสารทิศ ประจำเต็มไปหมดบนเทือกเขาต่าง ๆ รอบ ๆ .

การสังหารที่ไม่หยุดหย่อน! กลิ่นคาวโลหิตที่คละคลุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า.

วิหารใต้เหล่ยหยิน คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีผู้มาเยือนมากมายขนาดนี้.

ในนั้นมีคนกลุ่มหนึ่ง ทุกคนที่สวมชุดสีขาวล้วน ถือกระบี่ยาวสีฟ้า กระบี่ดังกล่าวเพียงแค่ตวัด ฟ้าดินก็เปลี่ยนแปลงเต็มไปด้วยปราณกระบี่ มากมายปกคลุมท้องฟ้า ราวกับพายุแห่งปราณกระบี่ มากมายน่าตื่นตะลึง.

กลุ่มมือกระบี่ในชุดสีขาวนั้นกำลังบุกเข้าไปในวิหารใต้เหล่ยหยิน ทว่าที่ด้านหน้าวิหารใต้เหล่ยหยินก็มีบางคนช่วยวิหารใต้เหล่ยหยินเอาไว้ ขวางพวกเขาที่ด้านนอก.

ที่ด้านนอกนั้นมีราชวงศ์ชื่อเสียงวาสนาขนาดใหญ่ และยังมียอดฝีมืออีกหลายคน ที่กำลังต้านกลุ่มมือกระบี่ขวางเอาไว้ด้านนอก.

ทว่าก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังคงจ้องมองอยู่รอบ ๆ  ไม่เร่งรีบรุกเข้าไป.

เหล่าคนที่มีพลังฝึกตนอ่อนแอจะถูกต้านเอาไว้ด้านนอก ส่วนมือกระบี่ที่มีฝีมือสูงกำลังรุกเข้าไปด้านใน.

จงซานไม่ได้เข้าร่วมความขัดแย้งนี้แต่อย่างใด ขณะที่บินไปหยุดที่เทือกเขาแห่งหนึ่ง.

บนเทือกเขาดังกล่าว มีผู้ฝึกตนผมสีแดง ดวงตาสีแดงเข้ม เห็นชัดเจนว่าเป็นคนที่ดุร้ายมาก ที่ด้านหลังมีศิษย์ของเขาอยู่หลายคน เวลานี้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีจับจ้องมองลงไปยังด้านล่าง.

"ไปให้พ้น!"เต้าเหรินถูที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"หืม?"ผู้ฝึกตนผมสีแดงที่ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองด้วยความเย็นชากลับกลุ่มคนที่มาใหม่.

ใครคือผู้ฝึกตนผมแดง? ในเขตแดนแห่งนี้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในฉายา ดาวปิศาจ สังหารเซียนบรรพชนมาหลายคนเมื่อไม่นานมานี้ มีกระบี่โลหิตที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ใครกันที่แส่หาความตายหาเรื่องเขา?

ขณะทีเขาหันหน้าไปมอง มีคนชุดดำ 12 คน ที่ไม่พูดไม่จาบุกเข้ามา เห็นชัดเจนว่าคนที่เอ่ยปากเมื่อกี้นี้เป็นเพียงแค่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่คิดเลยว่าแค่ผู้ใต้บังคับบัญชากลับกล้าหาเรื่องเขา?

"แส่หาความตาย!"

ผู้ฝึกตนผมแดงชักกระบี่ออกมา ก่อนที่จะตวัดออกไป กลายเป็นริ้วแสงสีแดงพุ่งออกไปด้านหน้าในทันที.

"ซี่!!!"เสียงชักกระบี่พร้อมกับโจมตีออกไป ส่วนเต้าเหรินถูเองก็ชักดาบออกมาฟาดฟันออกไปเช่นเดียวกัน.

ดาบโลหิตที่ทำให้พื้นที่รอบ ๆ กลายเป็นสีโลหิต ทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยจิตสังหารและกลิ่นคาวโลหิต เป็นกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงไปถึงแก่นพุ่งตรงไปยังชายในชุดสีแดง.

"ตูมมมมมมมมม!"

กระบี่ที่ลอยกระดอนออกไป ผู้ฝึกตนผมแดงถึงกับลอยละลิ่วกระเด็นออกไป เหล่าศิษย์ของเขาที่เร่งรีบบินตามไปในทันที.

"อาจารย์!"ศิษย์ของเขาที่เร่งรีบบินตามมาด้วยความตื่นตกใจ.

ตกใจ? ชายผมแดงรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงจิตวิญญาณ.

กลิ่นอายจิตสังหารนั่น ทรงพลังมากกว่าเขาหลายเท่า แม้แต่กระแทกเขาลอยออกมาหลายพันจั้ง?

นี่เพียงแค่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างงั้นรึ?

ชายในชุดสีแดงที่มือสั่นสะท้าน จดจ้องมองขึ้นบนบนท้องฟ้าหวาดตาไปรอบ ๆ  ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป.

หากแต่คนกลุ่มดังกล่าวกลับไม่สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย เพียงแค่หยุดอยู่บนยอดเขาดังกล่าว จ้องมองออกไปยังพื้นที่ไกลออกไป.

บุรุษผู้หนึ่งที่เป็นหัวหน้า มีชายสามคนและหญิงสาวหนึ่งคนที่ยืนด้านข้าง ส่วนคนอื่น ๆ ที่ยืนห่างออกไปด้านหลัง ไม่กล้าเข้าไปใกล้ คอยอารักษ์ขาความปลอดภัยของคนทั้งสี่ ดูเหมือนว่าคนสามคนด้านหน้าจะมีสถานะสูงกว่าอย่างชัดเจน ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้ามีสถานะสูงสุด ส่วนชายสามคนและสตรีหนึ่งคนคงมีสถานะรองลงมา และมีคนอีกเจ็ดคนที่คอยปกป้องมีสถานะลำดับสาม.

อีกทั้งคนที่ล้มเขาก่อนหน้านี้ กลับเป็นเพียงกลุ่มคนที่มีสถานะเพียงลำดับสาม.

ผู้ใต้บังคับบัญชาลำดับสาม ล้มเขาด้วยกระบวนท่าเดียว.

ชายผมแดงที่เผยท่าทางหวาดหวั่น คนกลุ่มนี้เป็นใครกัน? ผู้ใต้บังคับบัญชาลำดับสามยังเอาชนะเขาได้อย่างงั้นรึ?

"อาจารย์ ฆ่ามันเลยไหม คาดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลอบโจมตีพวกเรา!"

"อาจารย์ พวกมันข่มเหงสำนักปิศาจโลหิตของพวกเรา แสดงให้มันได้เห็นว่าสำนักปิศาจโลหิตของพวกเราไม่ใช่ว่าใครจะยุแหย่ได้."

"อาจารย์ พวกเราร่วมมือสังหารพวกมันเลย!"

........................

..................

......

คนกลุ่มดังกล่าวที่ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย ชัดเจนพวกเขาคิดว่าเต้าเหรินถูก่อนหน้านี้ลอบโจมตี.

"หุบปาก!"ชายผมแดงที่ตะคอกออกไปเสียงดัง.

"อา อาจารย์?"เหล่าศิษย์ที่ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย.

"พวกเราไป!"ชายผมแดงที่กล่าวออกมาด้วยความเย็นชา.

"?"เหล่าศิษย์ที่เผยท่าทางประหลาดใจ ก่อนที่จะเร่งรีบจากไป.

กลุ่มคนของสำนักปิศาจโลหิต ที่จากไปเงียบ ๆ .

ทว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สร้างความสนใจให้กับคนรอบ ๆ เช่นเดียวกัน ทุกคนที่คิดว่าชายผมแดงถูกลอบโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ ทว่าหลังจากนั้นชายผมแดงกลับจากไป ทว่าหลายคนเองก็รับรู้ว่านี่ไม่ใช่การลอบโจมตี ทว่าคนกลุ่มดังกล่าวทรงพลังอย่างแท้จริง.

สำหนักปิศาจโลหิตนับว่าถูกลูบคมตบหน้าต่อหน้าผู้คนมากมาย ทว่ากลับเร่งรีบจากไปไม่คิดที่จะต่อต้านแม้แต่น้อย เห็นชัดเจนว่าคนกลุ่มนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก.

อีกทั้ง จื่อหยางจิงหงที่ใช้สวรรค์ลี้ลับปกปิดมันเอาไว้ ทำให้ไม่มีใครสามารถพยากรณ์ได้ พวกเขาเป็นใคร มาจากใหน ทำให้ได้แต่มองด้วยความสนใจ.

ที่ไกลออกไป บนยอดเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งมีศาลาที่งดงามตั้งอยู่ ที่ด้านนอกนั้นมียอดฝีมือคอยป้องกัน ศาลาดังกล่าวนั้นมีม่านไม้ไผ่ปิดกั้น ทำให้สามารถมองจากด้านในออกมาด้านนอก ด้านนอกไม่สามารถมองเข้าไปด้านในได้.

ที่ด้านในนั้น มีชายในชุดสีดำที่หรูหรา ใบหน้าที่ดูประณีต กำลังดื่มชาอยู่.

หากจงซานได้เห็นแน่นอนว่าจะต้องประหลาดใจออกมา คนผู้นี้ก็คือปราชญ์เทพม่อจื่อ.

"จงซาน? คาดไม่ถึงเขาจะมาทวีปตะวันออก จริง ๆ ....."ม่อจื่อที่วางถ้วยชาเบา ๆ  ไม่กล่าวสิ่งใด.

ทว่าจงซานในเวลานี้ ไม่ได้สนใจที่จะมองม่อจื่อ ยังคงจ้องมองไปยังด้านหน้า จ้องมองไปยังสนามรบบนวิหารใต้เหล่ยหยิน.

จบบทที่ Chapter 1169 ด้านนอกวิหารใต้เหล่ยหยิง.

คัดลอกลิงก์แล้ว