เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1168 คณะลิ่วล่อที่แส่หาความตาย.

Chapter 1168 คณะลิ่วล่อที่แส่หาความตาย.

Chapter 1168 คณะลิ่วล่อที่แส่หาความตาย.


"อืม ข้าเองก็ไม่สามารถมองเห็นเจ้าผีร้ายนั่นกำลังคิดอะไร ตั้งแต่แรกแล้วข้าเห็นพวกเขาก็รู้สึกไม่ดีแล้ว!"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาเสียงสั่น.

หากเทียนเสิ่นจื่อได้ยินประมุขกล่าวเช่นนี้กับเขา คงต้องน้ำตาไหลพรากแน่นอน เจ้าผีร้าย เทียนเสิ่นจื่อคงจะไม่คิดว่าลูกหลานสายโลหิตตรงเองก็ไม่ได้เชื่อใจเขา.

แน่นอน เทียนเสิ่นจื่อเองก็ไม่เป็นไม่ได้ที่จะไม่รับรู้ว่าเทียนหลิงเอ๋อนั้นเป็นเช่นไร และพวกเขาเองก็อยู่ในการจับตาของจงซานเช่นกัน.

"ดังนั้นเจ้าควรจะอยู่ภพหยินชั่วคราวก่อน ไว้ร่างหลักของข้ากลับมาค่อยพูดกันอีกที!"จงซานกล่าว.

"อืม!"เทียนหลิงเอ๋อที่พยักหน้ารับ.

ในเวลาเดียวกันนั้น จงซานที่จ้องมองไปยังฝ่ามือของเทียนหลิงเอ๋อ เสียวหงที่เหมือนกับเผยยิ้มเล็กน้อย ราวกับว่าได้ยินเข้าใจอะไรบางอย่างได้.

"หืม?"ในเวลาเดียวกันนั้นใบหน้าของจงซานที่เปลี่ยนเป็นเล็กน้อย.

เทียนหลิงเอ๋อที่ชำเลืองมองด้วยความตกใจไปยังทิศทางด้านนอก.

"เป็นกลิ่นอายที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก!"เทียนหลิงเอ๋อที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

จงซานที่ก้าวออกไป ปรากฎตัวด้านนอกในทันที.

ในเวลานี้ บนภพหยินเมืองซ่าง มีกลิ่นอายที่หนักหน่วงทรงพลัง กำลังกดทับลงมาทำให้ประชาชนทั่วเมืองซ่างกำลังสั่นสะท้าน.

เหล่าขุนนางนับร้อยที่หยุดทำงาน เร่งรีบออกมานอกตำหนัก พร้อมกับจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้า.

ก่อนหน้านี้จงซานได้นำเทียนหลิงเอ๋อออกมาจากตำหนักปู่ซือ.

ที่ด้านหน้าของตำหนักปู่ซือนั้นมีขุนนางหลายคนที่ออกมาก่อนเรียบร้อยแล้ว.

"คารวะเซิ่งหวัง!"เหล่าขุนนางที่เร่งรีบแสดงความเคารพ.

จงซานพยักหน้า ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาองท้องฟ้า.

ในเวลานั้น หนานกงเซิ่ง อี้เหยี่ยน และหวังจิงเหวินที่เดินทางมาถึงตำหนักปู่ซือ ขณะจ้องมองขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับจงซาน.

บนอากาศ เวลานี้ผู้มีเยือนราว ๆ  300 คนได้ปรากฎขึ้นอย่างคาดไม่ถึง.

คนที่มีพลังฝึกตนต่ำสุดคือระดับมหาเซียน นอกจากนี้ยังมีเซียนโบราณเป็นจำนวนมาก แม้แต่ห้าเซียนบรรพชนด้วย.

มหาเซียนและเซียนโบราณกำลังใช้วิชาลับสร้างม่านแสงขึ้นบนอากาศ ม่านแสงที่ขยายออกไปเรื่อย ๆ  ปกคลุมทั่วอากาศคลุมเมืองซ่างช้า ๆ .

ค่ายกล คนกลุ่มนี้ต้องการใช้ค่ายกลปกคลุมต้าเจิ้ง?

"ค่ายกลคุกร้อยทบ?ชิ~~~~~~~~~~~!”

เสียงของหนานกงเซิ่งที่เผยท่าทางดูแคลนออกมาในทันที.

คนกลุ่มดังกล่าวได้เข้าปิดล้อมต้าเจิ้งด้วยค่ายกลอย่างงั้นรึ?

เหล่าเสนาธิการที่ไม่ได้จ้องมองไปยังหนานกงเซิ่ง ที่เวลานี้เผยรอยยิ้มเหยียดหยันออกมา ภายในใจของทุกคนที่กำลังสั่นไหว.

"ค่ายกลคุกร้อยทบ?หนานกงเซิ่ง เจ้าสามารถทะลวงได้หรือไม่?"เทียนหลิงเอ๋อที่เอ่ยออกมาด้วยความสงสัย.

"เรียนหวงโหว เฉินสามารถทำลายได้ด้วยมือเดียว!"หนานกงเซิ่งที่เอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ.

นี่ไม่ใช่เพราะว่าหนานกงเซิ่งอหังการแต่อย่างใด ทว่าทักษะค่ายกลของหนานกงเซิ่งนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า ก่อนหน้านี้หนานกงเซิ่งที่สามารถสร้างค่ายกลด้วยดวงดาราบนอวกาศ ตอนนี้เพียงค่ายกลเล็ก ๆ ง่าย ๆ  ต้องการจะล้อมกรอบต้าเจิ้ง? กลุ่มคนนี้เป็นใครมาจากใหน? พวกเขาไม่ได้รับรู้สืบความอะไรมาก่อนอย่างงั้นรึ?

"ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ อย่าให้พวกเขามารบกวนการตั้งค่ายกลได้!"ชายที่เป็นผู้นำสั่งการเสียงดัง.

พวกเขาที่กังวลว่าจะมีคนที่มาทำลายค่ายกลคุกร้อยทบของพวกเขาเช่นกัน.

อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้าเจิ้งหาได้สนใจ?โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหน้านี้หลังจากที่สามปราชย์เทพเข้าล้อมกรอบ อี้เหยี่ยน หนานกงเซิ่งและคนอื่น ๆ ย่อมมีมุมมองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองอย่างเย็นชาไปยังด้านบน.

ส่วนจงซานที่จ้องมองไปยังคนหนึ่งในกลุ่มพวกเขา.

กลิ่นอายที่ทรงพลังที่แผ่ออกมา น่าจะเป็นเซียนบรรพชน นอกจากนี้จงซานพอจะคาดเดาคนอื่น ๆ ได้เช่นกัน.

ศิษย์ของปราชญ์เทพสังสารวัฏ จุนหมอจื่อ!

ในอดีตในแดนโครงกระดูก ราชาโครงกระดูกที่ยึดครองตำแหน่งจากหวังคูได้เชิญผู้ฝึกตนเซียนบรรพชนมาด้วย เป็นคนที่สามารถใช้วิถีสวรรค์สังสารวัฏวิถีสวรรค์ ต่อสู้กับจงซาน ในเวลานี้เขาได้มาปรากฎกายอีกแล้ว.

สี่ผู้พิทักษ์เซียนบรรพชนคุ้มกันค่ายกล สี่คนที่สวมชุดสีแดง และคนที่นำมานั้นจดจ้องมองมายังจงซานด้วยสายตาที่ดุร้าย.

"จงซาน!เจ้าคงไม่คิดว่าจะเป็นข้า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"จุนหมอจื่อที่หัวเราะออกมาด้วยความพอใจ.

ในอดีต การประจันหน้ากับจุนหมอจื่อ จงซานค่อนข้างระมัดระวัง ทว่าในเวลานี้พลังฝึกตนของจงซานเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก แม้นว่าจุนหมอจื่อ และสี่เซียนบรรพชน จงซานยังจดจ้องมองอย่างไม่แยแส.

เซียนบรรพชนมากกว่าสิบคน จงซานก็เผชิญหน้ามาแล้ว แม้แต่มีปราชญ์เทพอีกหลายคนก็จัดการมาแล้ว ในเวลานี้ห้าเซียนบรรพชน ยังอยู่ในสายตาจงซานอีกรึ? จงซานไม่เชื่อว่าเซียนบรรพชนที่มานี้จะเป็นตัวตนที่ร้ายกาจอันใด.

จุนหมอจื่อ? มีพลังที่ดาด ๆ ให้เห็นกราดเกลื่อน ส่วนอีกสี่คนต้องฟังความเห็นเขาด้วยซ้ำ กล่าวได้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีพลังมากกว่าเขาอย่างแน่นอน.

"จุนหมอจื่อ?"จงซานที่เอ่ยปากออกมาเบา ๆ .

"วันนั้นนับตั้งแต่ข้าออกไปจากเขตแดนโครงกระดูก ข้าก็สาบานว่าจะล้างอายครั้งนี้ให้ได้ ข้าจะตอบแทนมันคืนให้เจ้านับร้อยเท่า! ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องร้องขอให้ศิษย์พี่ใหญ่มาด้วยก็เกินพอแล้ว ชิ วันนี้ ข้าจะดูว่าจะทำลายล้างต้าเจิ้งเจ้าอย่างไร!"จุนหมอจื่อที่กล่าวออกมาด้วยความดุร้าย.

จงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

ศิษย์ลำดับสองของปราชญ์เทพ หาได้ทำให้จงซานสนใจแม้แต่น้อย.

กับปราชญ์เทพสามคนจงซานก็เผชิญมาแล้ว กับลูกศิษย์ปราชญ์เทพมีอะไรที่ต้องตื่นตกใจ?

"ข้าให้เวลาเจ้าสิบลมหายใจ นำกลุ่มลิ่วล่อของเจ้าไปให้พ้นจากเมืองซ่าง!"จงซานที่กล่าวออกมาเล็กน้อย.

กลุ่มลิ่วล่อ?

ใบหน้าของสี่เซียนบรรพชนที่กระตุก แม้แต่เซียนโบราณและมหาเซียนยังเผยความเหยียดหยัน เซิ่งหวังต้าเจิ้งช่างไม่รู้ความ?

ใบหน้าของจุนหมอจื่อที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดำมืด.

ผ่านมากี่ปีกัน คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากมายขนาดนั้นเลยรึ? จงซานที่เพิ่งก่อตั้งต้าเจิ้งได้กี่ปีกันเชียว?

"ถุยยย ต้าเจิ้ง? ก่อนหน้าที่ข้าจะมา ข้าได้สืบมาหมดแล้ว ต้าเจิ้งมีหกพื้นที่ แต่ละแห่งต่างก็มีเซียนบรรพชนประจำ เมืองซ่างของเจ้ามีความแข็งแกร่งขนาดใหนกัน? เพียงแค่จินเผิง? วันนี้ พวกเรามีเซียนบรรพชนห้าคนก็พอทำลายต้าเจิ้งจนสิ้นซากแล้ว! แน่นอน หากเจ้ายอมจำนนในเวลานี้ ศาลเทพหลุนฮุย(สังสารวัฏ)จะยอมให้เจ้าเป็นข้าราชบริพาร เว้นโทษตายให้!"จุนหมอจื่อที่กล่าวออกมาด้วยความเย็นชา.

"พรึด ๆ  คริ ๆ !"ที่ด้านหน้าตำหนักปู่ซือ เทียนหลิงเอ๋อที่แอบหัวเราะออกมาในทันที.

เทียนหลิงเอ๋อที่หัวเราะออกมา ทำให้อี้เหยี่ยน หวังจิงเหวินและคนอื่น ๆ พลอยหัวเราะตาม.

ความจริง ห้าเซียนบรรพชนสามร้อยยอดฝีมือที่มีระดับสูงกว่ามหาเซียน ในภพหยินนั้นนับว่าเป็นหนึ่งกลุ่มอิทธิพล ต้องไม่ลืมว่าหากเป็นต้าเจิ้งแต่ก่อน ก็ยากที่จะต้านทาน ในอาณาเขตจวงหลุนนั้น โหลวซิงเฉินที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีเพียงระดับเซียนโบราณเท่านั้น.

ทว่าในเวลานั้น กับวันนี้มันได้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง กองกำลังภพหยางที่สามารถส่งมายังภพหยินได้ตลอดเวลา สิบเซียนบรรพชนที่เซิ่งกงเป้านำมาเองสามารถประจำการไปกลับระหว่างสองภพได้.

จงซานที่จ้องมองขึ้นไปยังจุนหมอจื่อที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แววตาที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

"มีอะไรหัวเราะ ทุกคนในเมืองซ่างจะไม่มีใครสามารถหนีไปใหนได้!"จุนหมอจื่อที่ตะโกนออกมาเสียงดัง.

ค่ายกลคุกหนึ่งร้อยทบที่ปกคลุมเมืองซ่างเป็นเหมือนกับลูกบอลทรงกลมขนาดใหญ่ปกคลุมเมืองซ่างเอาไว้ทั้งหมด.

หนานกงเซิ่งถึงกับต้องมองบน เขาสามารถทะลวงค่ายกลเช่นนี้ ได้เพียงแค่มือเดียว เรื่องนี้ควรค่าให้เขาดีใจหรือไม่?

"ในดินแดนโครงกระดูก ข้าเห็นแก่หน้าปราชญ์เทพสังสารวัฏครั้งหนึ่งแล้ว!"จงซานกล่าวออกมาเบา ๆ .

"ชิ ปล่อยข้าครั้งหนึ่ง แล้วอย่างไร? เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้ารึอย่างไร?กลับการทำให้ข้าต้องอับอายเจ้าต้องรับคืนไปอย่างสาสม!"จุนหมอจื่อที่กล่าวออกมาด้วยความเย็นชา.

จงซานที่จ้องมองจุนหมอจื่อที่เต็มไปด้วยความมั่นใจมากมาย.

ถึงกับข่มขู่เขา และคิดว่าเขากล่าวขอความเมตตา.

ใบหน้าจงซานที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ไม่มีเวลาพูดคุยกับขยะมูลฝอยอีกต่อไปแล้ว.

"จับทุกคนเอาไว้ อย่าให้หนีไปได้!"จงซานที่กล่าวออกมาเบา ๆ .

"รับทราบ!"ทุกคนที่อยู่บนลานตำหนักปู่ซือที่กล่าวรับคำในทันที.

หนานกงเซิ่งลงมือเป็นคนแรก เขาที่ชี้นิ้วปล่อยแสงสีแดงยิงออกไปยังค่ายกลคุกร้อยทบทันที.

ค่ายกลคุกร้อยทบที่สั่นไหว จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดง.

หนานกงเซิ่งที่ไม่ได้ทำลายค่ายกล ทว่าในเวลานี้กลับทำให้เหล่ามหาเซียนที่ควบคุมค่ายกลต้องร้องออกมา.

"ไม่ได้การแล้ว ค่ายกลคุกร้อยทบไม่สามารถควบคุมได้!"

"ไม่ได้การ พวกเราถูกขัง บุกออกไป!"

"ไป!"

"ตูมมมมมม!"

"ค่ายกลโจมตีข้า ............!”

บนท้องฟ้าเกิดเสียงดังกระหึ่ม เหล่ายอดฝีมือต่างเผยท่าทางตื่นตกใจ ค่ายกลของพวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ หนำซ้ำยังทำร้ายตัวเองอีกรึ?

เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

ในเวลาเดียวกัน เมืองซ่างมียอดฝีมือมากมายโผล่ออกมา ทุกคนที่บินขึ้นไป บนอากาศพุ่งเข้าหากลุ่มของจุนหมอจื่อ.

"เซียนบรรพชน? ต้าเจิ้งมีเซียนบรรพชนด้วย?"ใบหน้าของจุนหมอจื่อที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

"แปดเซียนบรรพชน? เมืองซ่างมีเซียนบรรพชนแปดคน?"เหล่าผู้คุ้มกันที่อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

"หวังเย่ หนีเร็วเข้า!"เซียนบรรพชนที่ร้องเอ่ยบอกจุนหมอจื่อในทันที.

"ตูมมมม!”

ค่ายกลที่ระเบิดแตกออก เปิดทางให้จุนหมอจื่อหนีออกจากต้าเจิ้ง.

สี่เซียนบรรพชนที่เข้าขวาง ป้องกันเซียนบรรพชนทั้งแปดคนของต้าเจิ้ง.

จุนหมอจื่อที่หนีออกจากค่ายกล ก่อนที่จะหันหน้ากลับมามอง ด้วยใบหน้าไม่อยากเชื่อ เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? มันกลับตาลปัตรได้อย่างไร?

ต้าเจิ้งมียอดฝีมือมากมาย? ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาบนกบาลของเขา.

"หวังเย่ รีบหนีเร็วเข้า หนี หนี หนี!"ผู้คุ้มกันที่ร้องตระกูลเสียงดัง.

เสียงของผู้คุ้มกันที่ร้องตะโกนบอกจุนหมอจื่อให้ดีไป พวกเขาต่างก็เพิ่งเป็นเซียนบรรพชนระดับต้น ฝ่ายตรงข้ามที่เป็นเซียนบรรพชนที่เหนือกว่า พวกเขาจะต้านได้อย่างไร?

"หนีรึ? ข้าบอกให้เจ้าหนีอย่างงั้นรึ?"จงซานที่กล่าวออกมาเบา ๆ .

"ฝากไว้ก่อน ข้าจะไปเรียกศิษย์พี่ใหญ่ ข้าจะไปขอให้อาจารย์ช่วย!"จุนหมอจื่อที่ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ.

จากนั้น จุนหมอจื่อขณะที่เตรียมจะหนีจากไป.

"เซิ่งหวังมีคำสั่ง ห้ามใครหนีไปใหน!"

ที่ด้านหน้าจุนหมอจื่อ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงใครที่กล่าวเสียงดัง.

จากนั้น จุนหมอจื่อที่รู้สึกเย็นยะเยือบ.

"ทำไมเป็นเช่นนี้? ต้าเจิ้งมีเซียนบรรพชนมากมายขนาดใหนกัน? สวรรค์ไม่ยุติธรรม สวรรค์ไม่ยุติธรรม~~~~~~~~!"จุนหมอจื่อที่คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความหวาดกลัว.

ที่ด้านหน้าของจุนหมอจื่อ ปรากฎเงาแสงของเซียนบรรพชนเผ่าโครงกระดูกแปดคนที่ออกมาขวางจุนหมอจื่อทันที.

หนี? หนีอย่างไร? ตัวเขาที่อยู่ในระดับเซียนบรรพชนขั้นต้น ฝ่ายตรงข้ามกลับเป็นเซียนบรรพชนถึงแปดคน จะสังหารเขานั้นง่ายยิ่งกว่าบดเต้าหู้!

สี่ผู้คุ้มกันในเวลานี้ถึงกับตื่นตะลึง ไม่สามารถรับความจริงได้ เป็นไปไม่ได้? ตามข้อมูล ไม่ใช่ว่าต้าเจิ้งมีสามเซียนบรรพชนและจินเผิงหรอกรึ?

แล้ว 16 เซียนบรรพชนมาจากใหนกัน? กองกำลังที่แม้แต่สามารถป้องกันปราชญ์เทพได้ พวกเขาเป็นข้าราชบริพารของต้าเจิ้ง?

จุนหมอจื่อที่ถูกจับอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ที่หนักหน่วง สี่ผู้คุ้มกันของเขาได้รับบาดเจ็บถูกผนึกพลังฝึกตน ส่วนเซียนโบราณและมหาเซียนแน่นอนไม่สามารถหนีได้ พลังเขาที่ได้รับบาดเจ็บและผนึกพลังฝึกตน พร้อมกับถูกส่งไปยังคุกของต้าเจิ้ง.

"การต่อสู้ที่น่าเบื่อชะมัด!"เทียนหลิงเอ๋อที่บ่นอุบอิบ ชัดเจนว่าคนเหล่านี้ไร้ซึ่งแก่นสารนัก.

เหล่าคนของจุนหมอจื่อถึงกับปากสั่น งุนงง ต้าเจิ้งผิดปรกติเกินไปแล้ว.

เป็นพวกเขาที่แส่เข้ามาหาความตาย วิ่งเข้ามาให้ถูกจับตัว.

"หลิวอู๋ซ่าง!"จงซานเอ่ย.

หลิวอู๋ซ่าง ผู้บัญชาการจินอี้เหว่ยของต้าเจิ้ง.

"เฉินอยู่นี่แล้ว!"หลิวอู๋ซ่างที่ตอบกลับในทันที.

"คนกลุ่มนี้มอบให้เจ้าเป็นคนสืบสวน!"จงซานกล่าว.

"น้อมรับประสงค์!"หลิวอู๋ซ่างที่เผยท่าทางตื่นเต้นเล็กน้อย.

หลิวอู๋ซ่างที่เป็นเหมือนกับหน่วยลงทัณฑ์ที่ชื่นชอบการทรมานเป็นอย่างมาก ดังนั้นภายในคุกสวรรค์ของต้าเจิ้ง หลิวอู๋ซ่างจึงถูกโจษจันมีชื่อเสียงได้รับฉายา ปิศาจแห่งการทรมาน.

จุนหมอจื่อและคณะลิ่วล่อที่ได้แต่กัดฟันจ้องมองจงซานด้วยความเกลียดชัง ชัดเจนว่าพวกเขาเวลานี้คงจะยังไม่รู้ว่าว่าหลิวอู๋ซ่างจะทรมานอะไรพวกเขาบ้าง.

จบบทที่ Chapter 1168 คณะลิ่วล่อที่แส่หาความตาย.

คัดลอกลิงก์แล้ว