เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 926 ตำหนักสังสารวัฏที่ถูกเปิด.

Chapter 926 ตำหนักสังสารวัฏที่ถูกเปิด.

Chapter 926 ตำหนักสังสารวัฏที่ถูกเปิด.


สามปีหลังจากนั้น ภายในตำหนักเทียนซี.

"เหล่าราชวงศ์สวรรค์ที่อยู่รอบ ๆ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการเคลื่อนทัพอย่างงั้นรึ?"ไท่จื่อสามที่เอ่ยออกมาเบา ๆ .

ในเวลานี้ ไท่จื่อสามที่รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ไม่หุนหันพลันแล่นเหมือนกับเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้อีกแล้ว.

"ครับ! ทำไมไม่รู้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่รู้เลย? ทำไมพวกเขาไม่ยินดีที่จะร่วมมือกำจัดต้าเจิ้งพร้อมกันกับพวกเรากัน?"เสนาธิการคนหนึ่งที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางเป็นกังวล.

"พวกเขาไม่ต้องการถูกกำจัด นอกจากนี้ บางทีราชวงศ์สวรรค์เหล่านั้น อาจจะมีคนของต้าเจิ้งแทรกซึมอยู่ด้วย พวกเขาไม่ต้องการก่อสงคราม เพราะภายในเอง ก็มีการต่อสู้ที่รุนแรงอยู่!"ไท่จื่อสามที่เผยรอยยิ้มที่ขมขื่นออกมา.

"ไท่จื่อสาม พวกเราควรจะทำอย่างไรดี? อาณาเขตภาคใต้ ตอนนี้พวกเราเสียให้กับต้าเจิ้งไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว หากเป็นเช่นนี้ พวกเราจะต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเราขอกำลังเสริมจากเมืองหลวงดีหรือไม่?"

"ไม่จำเป็น ก้าวต่อไป ถึงจะขอกำลังเสริมเวลานี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปทางเหนือ พร้อมกับเซียนโบราณอีกสองคนเพื่อทำลายเมืองหลวงของต้าเจิ้ง ด้วยเซียนโบราณสามคน การจะทะลวงเมืองซ่างนั้นไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด!"ไท่จื่อสามที่กล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา.

การต่อสู้ของราชวงศ์วาสนา การที่เลือกบุกเดี่ยวเพื่อเข้าไปต่อสู้ระหว่างผู้นำและผู้นำในทันทีนั้น จะไม่สามารถยึดครองวาสนาของอีกฝ่ายได้ สิ่งสำคัญ การประกาศอย่างชอบธรรมไปทั่วแผ่นดินนั้นจะไม่สามารถทำได้ ทำให้ไม่สามารถยืมอำนาจของแผ่นดินมาเป็นกำลังของตัวเองได้ การกระทำเช่นนี้เป็นการละเมิดข้อบังคับของสวรรค์ คนปรกติทั่วไปยังจะทำการเช่นนี้อย่างงั้นรึ?

ทว่าในเวลานี้ ตอนนี้ ไท่จื่อสามนั้นไม่ต้องการออกไปจากสถานที่เช่นนี้ หากว่าไม่ได้กำจัดจงซาน เขาที่ตัดสินใจจะละทิ้งแผ่นดินแห่งนี้เพื่อกลับไปอาณาเขตอู๋เซี่ยงคงไม่สามารถสงบใจได้ตลอดไป.

"รับทราบ!"เสนาธิการที่กล่าวออกมาด้วยความหนักใจ.

หากไท่จื่อสามไม่สามารถกำจัดจงซาน และป้องกันแผนการก้าวต่อไปของต้าเจิ้ง หลังจากนี้ศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของเขาก็จะเสียหายไปหมด แม้ว่าตำแหน่งไท่จื่ออาจจะยังอยู่ แต่แผ่นดินทิศใต้ของอาณาเขตอู๋เซี่ยงก็จะเสียไปทั้งหมด หรือบางทีในกรณีที่เลวร้ายที่สุดตำแหน่งไท่จื่อเองก็จะเสียไปด้วย

เมืองซ่าง.

"เซิ่งหวัง เนี่ยนเปิ่นได้นำเซียนโบราณสองคนออกจากตำหนักเทียนซีแล้ว เป็นไปได้ว่าจะมาถึงเมืองซ่างของพวกเราในอีกห้าวัน!"อี้เหยี่ยนที่กล่าวออกมาด้วยความเคารพ.

ด้วยการสื่อสารด้วยหยกสัญญาณชีวิต ทำให้จงซานสามารถรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั่วแผ่นดินได้ในทุกเวลา.

"อืม!"

.......

ห้าวันหลังจากนั้น คนทั้งสามก็มาปรากฎขึ้นที่เมืองซ่าง.

เนี่ยนเปิ่นในชุดสีทอง ที่ด้านข้างนั้นมีชายในชุดสีม่วงสองคน.

คนทั้งสามที่มาปรากฎขึ้นที่ด้านหน้าเมืองซ่าง แววตาของเนี่ยนเปินเต็มไปด้วยความเย็นชา.

"ต้าเจิ้งมีวาสนาทั่วแผ่นดิน พวกเจ้าทั้งสองระมัดระวังด้วย เริ่มเตรียมการได้!"เนี่ยนเปินกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา.

"รับทราบ!"คนทั้งสองที่รับคำในทันที.

"ไท่จื่อสาม ศาลเทพอู๋เซี่ยง เข้ามายังต้าเจิ้งของข้า คิดว่ามีความผิดสถานใด?"เสียง ๆ หนึ่งที่ดังผ่านออกมาตามอากาศออกมา.

ดวงตาของเนี่ยนเปิ่นที่ส่ายไปมา จงซานพบแล้วอย่างงั้นรึ? นี่เขาพบแล้วรึ?

จากที่ไกลออกไปที่เมืองซ่าง ที่ทางเข้าตำหนักปู่ซือ จงซานนำเหล่าเสนาธิการก้าวออกมาช้า ๆ .

หลังจากก้าวออกมา บัลลังก์มังกรที่เหินออกมา รับจงซานที่นั่งลงไป จดจ้องมองเนี่ยนเปินอย่างเฉยเมย.

เหล่าเสนาธิการเองที่ยื่นอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเคารพ.

"จงซาน!"เนี่ยนเปิ่นที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

กับความเกลียดมากมายที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้ใบหน้าของเนี่ยนเปินบิดเบี้ยวมืดครึ้ม.

"มีปัญหาอะไร? ไท่จื่อสามถึงกับข้ามแดนมา ก่อนหน้านี้มอบบัวเพลิงหัวใจวิถีให้ข้า ครั้งนี้ เจ้าจะทิ้งอะไรให้กับข้าอีกอย่างงั้นรึ?"จงซานที่เผยยิ้มด้วยความชั่วร้ายออกมา.

"ชิ จงซาน เจ้าได้แส่หาเรื่องใส่ตัวแล้ว ถึงแม้ว่าจะสามารถใช้อำนาจของแผ่นดินต้าเจิ้งได้ และมีโหลวซิงเฉินอยู่ก็ตาม แต่ก็เทียบได้แค่ระดับเซียนโบราณสองคน วันนี้ข้าจะทำลายเมืองซ่างของเจ้าซะ วันนี้คือวันตายของเจ้า!"เนี่ยนเปิ่นที่กล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา.

"กับคำพูดเหล่านั้น ข้าได้ยินมามากมายแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีใครทำสำเร็จสักคน อย่ามาพูดจาใหญ่โตต่อหน้าข้า ข้าเหนื่อยที่จะฟัง!"จงซานกล่าวออกมาด้วยความเหยียดหยัน.

"เหนื่อยที่จะฟัง? ข้าจะมอบคำพูดเหล่านั้นให้กับเจ้าอย่างสาสม ออกมา ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสอีก!"เนี่ยนเปิ่นเอ่ย.

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า คำพูดเหล่านั้นคิดว่าตัวเป็นเซิ่งหวังอู๋เซี่ยงรึไง สำหรับเจ้า? ไกลห่างเกินไป!"จงซานกล่าวหยัน.

"ชิ เริ่ม!"เนี่ยนเปิ่นที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

เนี่ยนเปินที่กล่าวออกมาเสร็จ ชายในชุดคลุมสีม่วงทั้งสองคนก็ลงมือทันที ประกายแสงสีเขียวที่ปรากฎ ส่องประกายสีเขียวสว่างจ้า บนอากาศที่ว่างเปล่ากลายเป็นเหมือนกับเถาวัลย์ ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า กระจายออกไปทั่วเมืองซ่าง.

รอบ ๆ เมืองซ่างนั้น ปรากฎค่ายกลมากมายผุดออกมา ทำให้เถาวัลย์ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเมืองซ่างทันที.

พริบตาเดียว เมืองซ่างขนาดใหญ่เป็นเหมือนกับเปลือกไข่ที่ถูกเถาวัลย์มากมายปกคลุม กระจายรกรุงรังไปทั่วเมืองซ่าง.

หลังจากที่เถาวัลย์ปกคลุมทั่วเมืองซ่าง ก็ปลดปล่อยพลังบีบรัดอย่างรุนแรง ราวกับว่าต้องการจะระเบิดค่ายกลเมืองซ่างให้แตกสลายหายไป.

หนี่ปู่ซาที่ยืนอยู่ด้านหน้าจงซานขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปในทันทีเช่นกัน.

ที่ด้านนอกนั้น เถาวัลย์สีเขียวที่น่าเกรงขาม ราวกับว่ามันสามารถเติบโตได้บนกฎเกณฑ์ฟ้าดิน เป็นสิ่งมีชีวิตที่กลืนกินอำนาจฟ้าดิน.

ดูเหมือนว่าเถาวัลย์เหล่านี้ จะเป็นทักษะเทวะ ทักษะเทวะของยอดฝีมือในชุดคลุมสีม่วงทั้งสองครอบครองอยู่ ทักษะเทวะที่เพิกเฉยต่อพลังแห่งกฎ อำนาจที่กำลังรุกล้ำเมืองซ่าง ไม่เพียงแค่ปิดล้อมเมืองซ่างเอาไว้ ยังผนึกอำนาจของวาสนาของแผ่นดินของจงซานเอาไว้ด้วย.

เนี่ยนเปินที่แค่นเสียงเย็นชา.

อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกันนี้ ช่องว่างเล็กมากมายระหว่างเถาวัลย์ ทันใดนั้นก็ปรากฎวารีสีดำทมิฬปรากฎผุดขึ้นมาในทันที.

วารีสีดำที่ปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ  ทำให้เถาวัลย์เหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็ว เถาวัลย์ที่ดูเหมือนว่ามีจิตวิญญาณเมื่อถูกวารีสีดำ ก็ตะเกียกตะกายร้องโหยหวน เจ็บปวดทรมาน ส่งเสียงดังกึกก้องกังวานไปทั่วแผ่นดิน.

วารีสีดำ ทำให้เถาวัลย์มากมายเหี่ยวเฉาลง วารีสีดำที่กระจายตัวออกไปรอบ ๆ  ส่องประกายแสงเงาวับวาว ทักษะเทวะของยอดฝีมือในชุดคลุมสีม่วง ถูกวารีสีดำทำลายลงในทันที.

เถาวัลย์ที่ปกคลุมท้องฟ้า เพียงไม่นานก็หายไปทั้งหมด.

บนท้องฟ้า วารีสีดำที่รวมตัวกันเป็นเหมือนกับผืนทะเล ที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนที่เป็นระลอกคลื่น บนผืนทะเลนั้นมีร่างในชุดคลุมสีดำยืนอยู่.

หนี่ปู่ซา!

วารีสีดำที่มีหนี่ปู่ซาควบคุม บนผืนวารีนั้นราวกับมีเจตภูตมากมายกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ด้านบน เป็นปิศาจร้ายที่น่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก.

"นี่มัน?"ดวงตาของเนี่ยนปิงที่ส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง.

คนผู้นี้เป็นใคร? ไม่ใช่จงซาน ไม่ใช่โหลวซิงเฉิน เถาวัลย์สวรรค์ก่อนหน้านี้ เป็นทักษะเทวะที่ร้ายกาจมาก คาดไม่ถึงเลยว่าจะทำลายไปได้ในทันที? เขาเป็นใคร?

"เนี่ยนเปิ่น เซิ่งหวังอู๋เซี่ยงไม่เคยสั่งสอนเจ้าเลยรึ? ไม่คิดจะหาข้อมูลของคนอื่น แต่เร่งรีบเข้ามาหาเรื่อง เรื่องนี้ไม่ต่างจากแส่หาความตาย เจ้ารู้เรื่องเกี่ยวกับต้าเจิ้งของข้ามากเท่าไหร่กัน?"จงซานที่กล่าวดูแคลน.

"ไท่จื่อสาม นี่มัน โคลนกร่อนชีวิตหนึ่งในห้ามลทิน ความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์ของตำหนักสังสารวัฏตะวันออก!"ชายในชุดคลุมสีม่วงที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางหวาดหวั่น.

"อะไร? ความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์?"เนี่ยนเปินที่กล่าวออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ.

"ใช่!"ชายในชุดคลุมสีม่วงที่กำลังขมวดคิ้วไปมา.

เนี่ยนเปิ่นจ้องมองไปยังหนี่ปู่ซา จ้องมองไปยังจงซาน.

"จงซาน เจ้าใจกล้าเกินไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ามันใจกล้าจริง ๆ !"เนี่ยนเปิ่นที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดและหัวเราะออกมาเสียงดัง.

"กล้าไม่น้อยกว่าเจ้าหรอก!"จงซานกล่าวหยัน.

"ตำหนักสังสารวัฏ เป็นหนึ่งในสิบตำหนัก ไม่มีใครกล้ายุ่งเกี่ยว ทำไมอาณาเขตจวงหลุนแห่งนี้ถึงไม่ได้มีกลุ่มอิทธิพลใหญ่ เพราะกลัวตำหนักสังสารวัฏไงล่ะ ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นคนปล่อยตัวกัวซือฝูรึ? ได้ยินมาว่ากู่ซือฝูเป็นศัตรูของคนทั่วหล้า เพราะว่าเขาถูกผนึกเอาไว้ไม่มีใครต้องการสังหารเขาในตำหนักสังสารวัฏ ต้าเจิ้งช่างใจกล้านัก ที่กล้าทำตัวเองให้เปรอะเปื้อนกรรม เคลื่อนย้ายความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์!"เนี่ยนเปิ่นที่ราวกับว่ายินดีในโชคร้ายของคนอื่น.

ได้ยินคำพูดของเนี่ยนเปิน ดวงตาของจงซานที่หดเกร็ง.

กัวซือฝู? ในอดีตก่อนหน้านี้เหล่าปราชญ์เทพที่หวาดกลัวแปดเปื้อนกรรมของต้าโจว ทำให้เพิกเฉย กัวซือฝูอย่างงั้นรึ? ไม่ใช่ ในเวลานั้นมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ต้องมีความจริงบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้มากกว่านี้.

ตำหนักสังสารวัฏ? นี่คือหนึ่งในตำหนักสังสารวัฏ? เป็นหนึ่งในตำหนักที่เหล่าปราชญ์เทพไม่ต้องการเปรอะเปื้อนกรรมอย่างงั้นรึ?

"หนี่ปู่ซา ลงมือ!"จงซานเที่เอ่ยออกมาในทันที.

"รับทราบ!"หนี่ปู่ซาที่เอ่ยออกมาด้วยความเคารพ.

ทันทีที่รับคำ วารีสีดำก็พุ่งตรงไปยังเซียนโบราณทั้งสาม ปกคลุมเอาไว้ วารีสีดำที่ปกคลุม อำนาจความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์ที่มากมาย กักขังกลุ่มของเนี่ยนเปิ่นทั้งสามเอาไว้.

นี่คือหนึ่งในความสามารถของหนี่ปู่ซาหลังจากที่คลายผนึกบางส่วนของตำหนักสังสารวัฏได้แล้ว.

วารีสีดำน่าหวาดกลัวมาก ทรงพลังไร้เทียมทานอย่างที่สุด อำนาจของความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์ที่หนี่ปู่ซาระดับเซียนสวรรค์กับสามารถต่อกรกับเซียนโบราณสามคนได้อย่างคาดไม่ถึง.

"ตูมมม~~~~~~~~~~~~~~!”

วารีสีดำที่ปกคลุมเซียนโบราณทั้งสาม ซึ่งด้านในกำลังขัดขืนโจมตีออกมาสุดแรง ทว่ากลับไม่สามารถสะเทือนความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์ได้ และพวกเขาเองก็ไม่กล้าที่จะขัดขืนหนีออกมา ในเวลานี้พวกเขาถูกกักขังเอาไว้อย่างคาดไม่ถึง.

คิดถึงโหลวซิงเฉินที่ยังไม่ลงมือด้วยซ้ำ ต้าเจิ้งมียอดฝีมือที่แปลกประหลาดอยู่มากมายเท่าไหร่กัน? หนี่ปู่ซา? ผู้ฝึกตนฮวงจิ้นของต้าเจิ้ง? เขาแข็งแกร่งขนาดนี้เลยรึ?

"ตูมมม~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

สามเซียนโบราณ ที่ถูกความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์กักขังเอาไว้ จดจ้องมองหนี่ปู่ซาด้วยความอัศจรรย์ใจ.

"ใช้ความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์กักขังข้าอย่างงั้นรึ? เจ้าไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้วรึ? ไม่ว่าจะเป็นใครที่เคลื่อนย้ายความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์ ชีวิตของพวกมันจะต้องสิ้นภายในหนึ่งร้อยลมหายใจ เจ้าต้องตายแน่!"เนี่ยนเปิ่นที่จ้องมองไปยังหนี่ปู่ซาด้วยความเย็นชา.

หนี่ปู่ซาไม่สนใจเนี่ยนเปิน เขาที่ใช้ความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์กักขังคนทั้งสามเอาไว้ ด้วยวิชาลับบางอย่างที่เขาใช้ออกมา ทำให้วารีสีดำทมิฬนั้น กลายเป็นสีแดงทีละน้อย ๆ  ได้กลิ่นเหมือนกับโลหิตที่ส่งกลิ่นคาวตลบอบอวลไปทั่ว.

ทะเลสีดำทมิฬบนท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงช้า ๆ  ราวกับเป็นธารโลหิตขนาดใหญ่.

"ความเสื่อมแห่งกิเลส? นี่คือความเสื่อมแห่งกิเลส?"ยอดฝีมือในชุดคลุมสีม่วงที่กลายเป็นบ้าคลั่งในทันที.

"ความเสื่อมแห่งกิเลส?"เนี่ยนเปิ่นที่ร้องออกมาด้วยความตกใจ.

ธารโลหิตที่ย้อมท้องฟ้า บนอากาศตอนนี้กลายสีแดงโลหิต และทันใดนั้นเสียงบางอย่างที่ดังออกมา เป็นภูตโลหิตมากมายที่กำลังส่งเสียงน่าหวาดกลัวข่มขู่เนี่ยนเปิ่นและพรรคพวก.

"เป็นไปไม่ได้ เจ้าเป็นเพียงเซียนสวรรค์ จะเคลื่อนย้ายความเสื่อมแห่งกิเลสได้อย่างไร? ทำไมเจ้ายังไม่ตายอีก?"เนี่ยนเปิ่นกล่าวออกมาเสียงดัง.

เห็นได้ชัดเจนว่ามันได้ทำลายความรู้ทั้งหมดของเนี่ยนเปิ่นเกี่ยวกับห้ามลทินไปทั้งหมด สิ่งที่หนี่ปู่ซาแสดงออกมานี้ทำให้เนี่ยนเปิ่นกลายเป็นโง่งมในทันที.

ในเวลาเดียวกันนี้ ธารโลหิตที่ห่อหุ้มคนทั้งสามเอาไว้ในทันที ปิดแน่นทุกทิศทางทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะหนีไปใหนได้ คนทั้งสามที่ถูกตรึงเอาไว้.

"ตูมม~~~~~~!”

ชายในชุดสีม่วงคนหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอย่างรุนแรงจากธารโลหิต.

ดวงตาของหนี่ปู่ซาที่เป็นประกาย พร้อมกับยื่นมือออกไป พร้อมกับทำสัญลักษณ์ผนึกในทันที ผนึกที่พุ่งออกไปอย่างรุนแรงไปยังธารโลหิต.

"ตูมมม ~~~~~~~~~~~~~~~~!”

เกิดระเบิดดังสนั่น อากาศที่สั่นไหวไปมา พื้นที่รอบ ๆ ที่สั่นไหวไปด้วย.

ทันทีที่ผนึกหายไป ธารโลหิตที่ปกคลุมร่างชายในชุดสีม่วงคนดังกล่าวปกคลุมร่างของเขาทั้งหมดและระเบิดแตกสลายหายไปในทันที.

หายไปแล้ว?

"เจ้าสังหารเขาไปแล้วรึ?"ชายในชุดสีม่วงอีกคนที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ.

"ผนึกสังสารวัฏ ไม่สงสัย ไม่แปลกใจเลย นี่เจ้าได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตำหนักสังสารวัฏอย่างงั้นรึ?เจ้ารู้วิธีใช้งานตำหนักสังสารวัฏได้อย่างไร?"เนี่ยนเปิ่นเอ่ยออกมาด้วยความหวาดผวาตื่นตระหนก.

"นี่เจ้ารู้จักผนึกสังสารวัฏอย่างงั้นรึ?"หนี่ปู่ซาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ.

"ซือตาน?(ตำหนักทั้งสิบ) ตำหนักที่หกเปิดแล้ว นี่คือตำหนักที่หก ตำหนักสังสารวัฏเปิดอีกแล้วอย่างงั้นรึ?"เนี่ยนเปิ่นที่กล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัว.

..........

อมิตาภสูตร ๑๗

พระกุมารชีวะ แปลจากภาษาสันสกฤตเป็นจีน

ทองแถม นาถจำนง แปลจากภาษาจีนเป็นไทย

‘舍利弗,如我今者,称赞诸佛不可思议功德,彼诸佛等,亦称赞我不可思议功德,而作是言:“释迦牟尼佛能为甚难希有之事,能于娑婆国土,五浊恶世,劫浊、见浊、烦恼浊、众生浊、命浊中,得阿耨多罗三藐三菩提。为诸众生,说是一切世间难信之法。’

๐ ศารีบุตร ดังที่ตถาคตกล่าวสรรเสริญพระคุณาธิคุณอันมิอาจคิดคาดได้ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายอยู่ขณะนี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างก็กำลังกล่าวสรรเสริญพระคุณาธิคุณอันมิอาจคิดคาดได้ของตถาคต เป็นวจนะว่า : “พระศากยมุนีพุทธเจ้าสามารถทำเรื่องที่แสนยากเย็น มีขึ้นได้น้อยแสนน้อย ในสหโลกธาตุ (于娑婆国)อันเป็นโลกแห่งปัญจกษัย(ความเสื่อมห้าประการ)ได้แก่

• ความเสื่อมแห่งกัลป์ 劫浊
• ความเสื่อมแห่งทิฏฐิ见浊
• ความเสื่อมแห่งกิเลส 烦恼浊
• ความเสื่อมแห่งสรรพสัตว์ 众生浊
• และความเสื่อมแห่งชีวิต 命浊

คือได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิ แล้วได้เทศนาธรรมะซึ่งในโลกทั้งปวงยากจะยอมเชื่อถือ ๐

จบบทที่ Chapter 926 ตำหนักสังสารวัฏที่ถูกเปิด.

คัดลอกลิงก์แล้ว