เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 922 อดีตราชาโครงกระดูก.

Chapter 922 อดีตราชาโครงกระดูก.

Chapter 922 อดีตราชาโครงกระดูก.


สิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว.

นับตั้งแต่ต้าเจิ้งจับกุมเซิ่งซ่าง 16 ราชวงศ์สวรรค์เอาไว้ ทำให้การแย่งชิงดินแดนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ผ่านมาเพียงแค่สิบปีเท่านั้น อาณาเขตจวงหลุนท้ายที่สุดครึ่งหนึ่งก็กลายเป็นของต้าเจิ้งไปแล้ว.

เป็นความเร็วที่ร้ายกาจมาก! ศาลเทพที่มาจากโลกใบเล็ก ไม่เคยมีใครสามารถเทียบต้าเจิงได้เลย.

กับความเร็วในการขยายดินแดนในอาณาเขตต้าเจิ้ง ทำให้ราชวงศ์สวรรค์หลายแห่งเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย.

เมืองซ่าง ตำหนักปู่ซือ! ในการประชุมราชกิจ.

จงซานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร จ้องมองไปยังเหล่าเสนาธิการ.

"เซิ่งหวัง การเคลื่อนไหวของราชวงศ์ของพวกเราในเวลานี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ราบรื่นสักเท่าใดนัก!"เสี่ยวหวังที่กล่าวรายงานออกมา.

หืม?"

"อาณาเขตกว้างใหญ่เกินไป ทำให้ตอนนี้พวกเราขาดผู้มีความสามารถเพียงพอ กับการครอบครองดินแดนขนาดใหญ่ การป้องกันจะไม่ดีนัก หากไม่สามารถที่จะป้องกันได้ดี ก็ยากที่จะปกป้องรักษาขวัญกำลังใจประชาชน และจะก่อให้เกิดสงครามการเมืองขึ้นมาได้ หากว่าพวกเรายังขยายดินแดน!"เสี่ยวหวังที่กล่าวอย่างหนักแน่น.

"เฉินเองก็คิดเรื่องดังกล่าวนี้เช่นกัน! เหมือนดังที่แม่ทัพเสี่ยวกล่าว อาณาเขตของราชวงศ์ของพวกเราขยายดินแดนเร็วจนเกินไป ควรที่จะทำให้ความแข็งแกร่งและการเมืองมั่นคง ก่อนค่อยขยายดินแดนอีกครั้ง และจำเป็นต้องคัดกรองเหล่าข้าราชบริพารอีกด้วย ทั้งกองทัพและประชาชนควรจะก้าวไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนี้ อาณาเขตทางเหนือกว่าครึ่งหนึ่ง อยู่ในภาวะตึงเครียด พวกเขาที่กำลังสั่งสมกำลังต่อต้านต้าเจิ้ง หากว่าพวกเราเพิกเฉยต่อพวกเขา จะเกิดปัญหาภายหลัง พวกเราในเวลานี้ควรจะพักฟื้น ยึดครองทำให้อาณาเขตภาคเหนือของอาณาเขตจวงหลุนให้เข็มแข็งก่อน!"อี้เหยี่ยนที่กล่าวเสริม.

จงซานที่เคาะนิ้วเบา ๆ  ก่อนที่จะพยักหน้ารับ"!"

---------------------------

ในเวลาเดียวกันนี้ อาณาเขตจวงหลุนภาคใต้ ตำหนักเทียนซี.

ไท่จื่อสามเนี่ยนเปิ่น หวังจิงเหวิน เสนาธิการคนอื่น ๆ ที่แสดงความเคารพ.

ที่ด้านหน้า เป็นขันที ที่ด้านข้างนั้นมีชายสองคนที่สวมชุดคลุมสีม่วง.

ขันทีที่เดินทางมานี้ คือคนที่เป็นคนนำราชโองการมานั่นเอง.

"ไท่จื่อสาม เซิ่งหวังรู้สึกไม่พอใจกับท่านนัก!"ขันทีที่เอ่ยออกมาเบา ๆ .

เนี่ยนเปิ่นที่ขมวดคิ้ว หากแต่ก็พยักหน้ารับ.

"ยอดฝีมือเซียนโบราณนี้ถูกส่งมาช่วยเหลือท่าน หลังจากนี้ขอมอบให้กับท่านเป็นคนสั่งการ แม้ว่าเซิ่งหวังจะไม่พอใจทว่าก็รู้สึกเป็นห่วงไท่จื่อสามเช่นกัน ถึงกับตัดสินใจส่งยอดฝีมือระดับเซียนโบราณให้กับท่านเป็นคนแรก!"ขันทีที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ขอบคุณเซิ่งหวังที่เป็นห่วง!"ไท่จื่อสามที่แสดงท่าทางเบาใจออกมาเช่นเดียวกัน.

"อืม บ่าวชราหมดหน้าที่แล้ว หลังจากประกาศราชโองการ ทุกอย่างก็มอบให้กับไท่จื่อสามเป็นคนจัดการแล้ว ข้าขอกลับไปรายงานเซิ่งหวังก่อน!"ขันทีชรากล่าว.

"ข้าไปส่งเจ้า!"

"ไม่จำเป็น!"ขันทีชราที่หายไปอย่างรวดเร็วต่อหน้าทุกคน.

"คารวะไท่จื่อสาม!"ชายสองคนที่ขันทีชรานำมาได้แสดงความเคารพต่อเนี่ยนเปิ่นเล็กน้อย.

"อืม!"

"พวกเจ้าทั้งสองไปพักก่อน!"

"รบกวนไท่จื่อสามแล้ว!"

"ให้คน นำทั้งสองไปพักที่สวนสวรรค์เพื่อพักผ่อน!"ไท่จื่อสามสั่งการออกไปในทันที.

"รับทราบ!"

จากนั้น เซียนโบราณทั้งสองก็ถูกส่งออกไป.

"ไท่จื่อสาม ข้ามีแผนการใหญ่สี่แผนการจำเป็นต้องขอความเห็นจากท่าน!"หวังจิงเหวินกล่าว.

"ได้!"เนี่ยนเปิ่นกล่าว.

หวังจิงเหวินพยักหน้ารับ ก่อนที่จะก้าวออกไปเตรียมข้อมูล.

เมื่อหวังจิงเหวินจากไปแล้ว ใบหน้าของไท่จื่อสามเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม พร้อมกับกุมราชโองการแน่น ขมวดคิ้วไปมา.

"ไท่จื่อสาม ราชโองการที่มาถึง เซิ่งหวังดูเหมือนว่าจะกล่าวยกย่องหวังจิงเหวินไม่น้อย และยังแสดงท่าทางไม่พอใจไท่จื่อสาม เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน! ผู้น้อยกังวลว่า......!"เสนาธิการคนหนึ่งที่กล่าวออกมา.

"มีอะไรต้องกังวลกัน?"

"กังวลว่าเซิ่งหวังจะให้ท่านกลับ แล้วแต่งตั้งหวังจิงเหวินเป็นผู้บัญชาการแทน!"เสนาธิการคนดังกล่าวพูด.

เนี่ยนเปิ่นที่ดวงตาหดเกร็ง ส่ายหน้าไปมาและกล่าวออกมาว่า "เป็นไปไม่ได้!"

เนี่ยนเปิ่นรับรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าหวังจิงเหวินแม้ว่าจะมากความสามารถ แต่ก็ยังถือเป็นคนนอก ตัวเขามีสายโลหิตของเซิ่งหวัง เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามถึงแม้นว่าหวังจิงหวินจะไม่มีโอกาสถูกแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการ แต่ตัวเขาเองก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่อาจแสดงความสามารถที่น่าผิดหวังออกมาได้ ในอนาคตข้างหน้าไท่จื่อองค์อื่น ๆ อาจถูกส่งมาแทนก็เป็นได้.

"แต่ว่า ไท่จื่อสาม ............!”

"เอาล่ะ ไม่ต้องกล่าวอะไรอีกแล้ว! จบหัวข้อนี้เอาไว้ได้แล้ว!"

"ครับ!"เสนาธิการคนดังกล่าวทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น.

หลังจากผ่านไปแล้วสามวัน หวังจิงเหวินก็นำข้อมูลต่าง ๆ มามอบให้กับเนี่ยนเปิน.

"ไท่จื่อสาม การสอบเคอจีของตำหนักเทียนซี ตอนนี้มีผู้สมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก ข้าได้ขีดเส้นเป็นสีแดง สิบเมืองที่เพิ่งยึดครองมา ผู้น้อยคิดว่าคนที่ขีดเส้นสีแดงคือคนที่ปลอดภัยที่สุด."หวังจิงหวินกล่าว.

ไท่จื่อสามที่เพ่งพิศตรวจสอบรายชื่อที่มีเส้นสีแดงขีดไว้บนแผ่นริ้วหยก.

เนี่ยนเปิ่นจดจ้องมองบนชื่อที่ขีดเส้นสีแดงพร้อมกับขมวดคิ้วไปมา เพราะว่ากลุ่มคนเหล่านี้ แม้ว่าจะมีความสามารถ ทว่าหลังจากผ่านการสอบเคอจีแล้ว พวกเขาล้วนแต่ได้รับการชักชวนจากหวังจิงเหวินทั้งนั้น อีกทั้งดูเหมือนว่าคนเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นทายาทของหวังจิงเหวินอย่างงั้นรึ?

คิดได้ดังนี้ สายตาของเนี่ยนเปิ่นถึงกับหดเกร็ง หวังจิงเหวินกำลังสร้างอิทธิพลให้กับตัวเองอย่างงั้นรึ? สถานการณ์ไม่ดีแล้ว.

"อืม คนเหล่านี้ ข้าคิดว่ายังมีงานใหญ่ที่ต้องมอบหมายให้ ควรเก็บไว้ก่อน คนที่เข้ารอบสอบเคอจียังมีอีกสามคนที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่รึ? เช่นนั้นให้พวกเขาไป!"เนี่ยนเปิ่นที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"หืม?"ใบหน้าของหวังจิงเหวิ่นที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

เป็นความจริง! ภายในใจเนี่ยนเปิ่นที่เผยท่าทางดูแคลน คนกลุ่มนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนในสายโลหิตของเจ้าไม่ใช่รึ? คิดว่าข้ามองไม่เห็นรึไง.

"รับทราบ!"หวังจิงเหวินที่พยักหน้ารับ แม้ว่าจะไม่ได้กล่าวสิ่งใด ทว่าท่าทางที่แสดงความผิดหวังออกมา.

หลังจากที่หวังจิงเหวินจากไปแล้ว เนี่ยนเปิ่นที่รู้สึกพอใจ ดี ข้าจะเป็นคนฝึกฝนคนของเจ้าเอง ไม่ว่าหวังจิงเหวินจะได้รับความดีความชอบมากมายเท่าไหร่ ได้ดินแดนกลับมามากขึ้นเท่าใด หากคนที่ส่งไปดูแลเป็นคนที่เขาเชื่อใจได้ แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?

หวังจิงเหวินที่ออกมาจากตำหนักเทียนซีพร้อมกับเผยรอยยิ้มเหยียดหยัน.

"คนของข้าอย่างงั้นรึ? เจ้าคิดว่ารับไปแล้ว ในอนาคตจะทำให้กลายเป็นของตัวเองได้สินะ!"หวังจิงเหวินที่แสดงท่าทางดูแคลน.

เกี่ยวกับแผนการกลยุทธิ์ต่าง ๆ นั้น ไท่จื่อสามดูเหมือนว่าจะอ่อนด้อยอย่างชัดเจน.

ทว่าสงครามในภาคใต้ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของหวังจิงเหวินหมดแล้ว การขยายพื้นที่อย่างบ้าคลั่ง ไม่ได้ให้ใครหยุดพัก ศาลเทพอู๋เซี่ยงที่บุกเบิกชิงดินแดนได้เป็นจำนวนมาก ทว่าภายในการขยายอาณาเขตนั้นได้ซ่อนแผนร้ายบางอย่างเอาไว้ เมื่อแผ่นดินขนาดใหญ่และรวดเร็วจนเกินไป การควบคุมและความมั่นคงก็จะยากขึ้นไปด้วย ทำให้อนาคตจะต้องก่อให้เกิดปัญหาใหญ่กลับมาอย่างแน่นอน.

-------------------------------------------------------------------

อาณาเขตจวงหลุน แดนเทวะที่อยู่ไกลออกมา แดนเทวะหมางกู.

ห้องโถงภายในแดนเทวะหมางกู ในเวลานี้มีบัลลังก์สีทองห้าอันล้อมรอบเป็นวงกลม.

หากจงซานอยู่ที่นี่แล้วล่ะก็ ย่อมเต็มไปด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่าบัลลังก์เหล่านี้มีรูปแบบเหมือนกับบัลลังก์ทองแดงของหวังคู เพียงแต่ส่วนมากแล้วเป็นบัลลังก์สีทอง ส่วนของหวังคูเป็นบัลลังก์ทองแดง.

บนบัลลังก์สีทองนั้น ในเวลานี้มีร่างสีดำนั่งอยู่ แขนของเขาที่วางบนพนักพิง เป็นแขนที่เป็นโครงกระดูก แน่นอนว่าพวกเขาก็คือยอดฝีมือของเผ่าโครงกระดูก.

ภายในห้องโถงที่ปิดแน่น ยอดฝีมือเผ่าโครงกระดูกในเวลานี้ที่เอาแต่เงียบไม่มีใครกล่าวสิ่งใดออกมา.

หลังจากที่เงียบไปนานเหมือนกัน ท้ายที่สุดยอดฝีมือเผ่ากระดูกตนหนึ่งก็เริ่มเอ่ยออกมา.

"เอาล่ะ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าพวกเรามองเห็นปัญหาแล้วไม่ใช่รึ?"เผ่าโครงกระดูกคนดังกล่าวเอ่ยออกมาในทันที.

"ศาลเทพต้าเจิ้ง แม่ทัพกองกำลังที่เก้า หวังคู? เขาเองก็มีกองกำลังโครงกระดูกของตัวเอง นอกจากนี้ยังได้รับการสาบานรับใช้จากเหล่าโครงกระดูกด้วย."โครงกระดูกอีกตนที่เอ่ยปากออกมา.

"จากข้อมูลที่พวกเราได้รับมา ไฟวิญญาณของหวังคูนั้นมีระดับสูงมาก แม้นว่าพลังฝึกตนจะไม่ได้สูง แต่ก็ทำให้เขามีสถานะที่สูง เขาเป็นใครกันแน่?"โครงกระดูกอีกคนที่เอ่ยออกมา.

"แปลกมาก ไฟวิญญาณ มีเพียงแค่ลูกหลานของราชาโครงกระดูกเท่านั้นถึงจะมี!"โครงกระดูกคนแรกที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง.

"ลูกหลานของราชาอย่างงั้นรึ? ข้าไม่เคยเห็นว่าเคยมีลูกหลานของราชา ไฟวิญญาณของราชา แม้ว่าจะเป็นลูกหลานของเขาก็ต้องเบาบางลง ข้าคิดว่าไฟวิญญาณของลูกหลานราชายังด้อยกว่าหวังคู!"

"หวังคู? มหาเซียนอย่างงั้นรึ? ถูกจงซานในโลกใบเล็กกำราบ ต้นกำเนิดลึกลับ! ทว่าไฟวิญญาณของเขาทำไมถึงได้สูงกัน?"โครงกระดูกแรกที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง.

"โครงกระดูกในโลกใบเล็กเป็นไปไม่ได้ที่จะเติบโตได้เร็วขนาดนั้น มีเพียงแค่โครงกระดูกของโลกใบใหญ่เดินทางไปอาศัยเท่านั้น ทว่าเขาจะเป็นโครงกระดูกจากโลกใบใหญ่จริงรึ? ไฟวิญญาณที่มีระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นนิกายใหนก็ล้วนแล้วแต่ต้อนรับทั้งนั้น แม้แต่สามารถเป็นอาวุโสเลยก็ยังได้! แต่กลับยอมลดตัวไปเป็นเพียงแค่ขุนนางอย่างงั้นรึ?"

เหล่าโครงกระดูกที่ได้เปลี่ยนเป็นเงียบงัน.

"เหล่าหวู่ เจ้าจะไม่กล่าวสิ่งใดเลยรึ? ที่นี่ เจ้ามีความรู้มากที่สุด มีสิ่งใดหรือไม่?"โครงกระดูกแรกที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง.

เหล่าโครงกระดูกต่างก็จ้องมองไปยังโครงกระดูกขนาดเล็กในชุดคลุมสีดำที่นั่งอยู่ฝั่งทิศใต้.

"ข้า ข้าไม่รู้ว่าควรจะกล่าวออกไปหรือไม่!"เหล่าอู๋กล่าวด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน.

"มีสิ่งใดต้องปิดบังพวกเราด้วย พวกเราต่างก็ต้องพึ่งพากันและกัน มีสิ่งใดยังไม่กล่าวมาอีก."โครงกระดูกแรกที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง.

"ข้าเพียงแค่คาดเดา ไม่สามารถเชื่อถือได้มันเป็นเรื่องคาดเดา ข้าจึงไม่ได้คิดที่จะบอกทุกคน!"เหล่าหวู่ที่กล่าวออกมาในทันที.

"พูดมา! พวกเรารอรับฟังอยู่ ถึงเป็นการคาดเดาก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย."

เหล่าโครงกระดูกที่จ้องมองไปยังเหลาหวู่.

"เมื่อหกแสนปีก่อน มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นกับเผ่าโครงกระดูกของพวกเรา พวกเจ้ารู้หรือไม่?"เหลาหวู่กล่าว.

"หกแสนปีที่แล้วอย่างงั้นรึ?"โครงกระดูกตนหนึ่งที่ดูไม่เข้าใจนัก.

"ข้าเองก็ได้ยินมาบ้าง ในเวลานั้นราชาโครงกระดูก ไม่ใช่ราชาในปัจจุบัน เป็นราชารุ่นก่อน ทว่าไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงได้ร่วงหล่นลงจากสวรรค์ในทันที จากนั้นก็เกิดเป็นราชาคนใหม่ ซึ่งดำรงตำแหน่งจนมาถึงปัจจุบัน!"โครงกระดูกแรกครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

"ถูกแล้ว ราชารุ่นก่อน ร่วงหล่นจากสวรรค์ จากนั้นก็มีราชาคนใหม่ ทว่าที่จริงแล้วมีเรื่องเล่าว่าราชาคนใหม่นั้นเป็นคนช่วงชิงตำแหน่งมาจากราชารุ่นก่อน."เหล่าหวู่กล่าว.

"ราชาคนใหม่ช่วงชิงตำแหน่งราชากับราชารุ่นก่อนอย่างงั้นรึ? กล่าวอีกอย่างหนึ่งราชาคนปัจจุบัน เป็นองค์ราชินีของราชารุ่นก่อน เป็นคนช่วยช่วงชิงมาอย่างงั้นรึ?"โครงกระดูกแรกที่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"ถูกแล้ว นี่เป็นความลับสุดยอดของเผ่าโครงกระดูก นอกจากนี้หลายแสนปีมานี้ เป็นความลับที่ไม่มีใครกล้าเอ่ย บอกถึงสาเหตุทำไมราชารุ่นก่อนถึงได้ร่วงหล่นจากสวรรค์? ไม่ ต้องบอกว่าราชารุ่นก่อนหายตัวไปอย่างลึกลับต่างหาก ที่จริงมีเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไว้ใจต่างก็ออกไปค้นหาเบาะแสอยู่เหมือนกัน หากแต่หนึ่งแสนปีหลังจากนั้น การค้นหาก็ถูกยกเลิกไป!"เหล่าหวู่กล่าว.

"เหล่าหวู่ เจ้าหมายความว่า? หวังคูคือราชาโครงกระดูกรุ่นก่อนอย่างงั้นรึ?"พี่ใหญ่สุดที่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.

เหล่าโครงกระดูกตนอื่นต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ.

"หวังคู(ราชาโครงกระดูก) หวังคูโหลว(ราชากะโหลก) ราชาโครงกระดูก ไม่ใช่ว่านามหวังคูก็เป็นการบ่งบอกถึงสถานะอยู่แล้วหรอกรึ?"เหลาหวู่ที่เอ่ยออกมาด้วยความลึกล้ำ.

จบบทที่ Chapter 922 อดีตราชาโครงกระดูก.

คัดลอกลิงก์แล้ว