เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 759 กระบี่ที่ยากจะประเมิน.

Chapter 759 กระบี่ที่ยากจะประเมิน.

Chapter 759 กระบี่ที่ยากจะประเมิน.


รอบ ๆ เทือกเขาเหมยซานนั้นมีเหล่ายอดฝีมือไร้สังกัดมากมาย กลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ  แม้แต่ราชวงศ์วาสนาขนาดใหญ่ทั้งสามก็สนใจ ดังนั้นการที่มีผู้ชมมากมายไม่ใช่เรื่องประหลาดอันใด.

หลี่ซือยืนอยู่มุมหนึ่ง เขาที่รับคำสั่งของหยิงให้มาสังเกตการณ์.

เจี้ยนอ้าวและจงซานยังคงพูดคุยกันบนศาลาซิวเหมย เต๋าจวินเย่ชิงเฉิง เฉินฉีเทียนและฮามาไลที่ร่อนลงบนยอดเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน.

"มาแล้ว เต๋าจวินเซิ่งหยาและเฉินฉีเทียน ฮามาไล แล้วอีกคนนั้นเป็นใครกัน?"

"ไม่รู้เหมือนกัน แต่น่าจะเป็นเต๋าจวินอีกคนของแดนเทพอมตะ!"

"หืม? แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร?"

"เจ้าไม่เห็นกระบี่จิวเซียนที่เขาถืออยู่รึไง? ก่อนหน้านี้ที่สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว ข้าเคยเห็นมันมาด้วยตัวเองเลย!"

"กระบี่จิวเซียนอย่างงั้นรึ?"

"แล้วเฉินฉีเทียนไปร่วมมือกับแดนเทพอมตะตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

"หรือพวกเขาร่วมมือกันเพื่อจัดการกับเจี้ยนอ้าว.

เสียงของทุกคนที่ดังเซ็งแซ่ สี่ยอดฝีมือบนเทือกเขาเสวี๋ยซาน พวกเขาที่จ้องมองลงไปยังยังศาลาซิวเหมยซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางหุบเขานั่นเอง.

สายตาของพวกเขาที่เห็นจงซานอยู่ในศาลาซิวเหมย.

สี่ยอดฝีมือที่ดวงตาหดเกร็ง แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงแผ่ออกมา.

เย่ชิงเฉิง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจดจ้องมองไปยังจงซาน จงซานที่ทำให้เขาต้องสูญเสียโลกอมตะ แม้แต่กระบี่ลู่เซียนก็ยังเสียไปที่ทะเลดำ.

เฉินฉีเทียน นับเป็นโจทย์เก่าของจงซานเช่นกัน แม้นว่าเขาจะไม่เคยคิดว่าจงซานคู่ควรจะเป็นคู่ต่อกรกับเขาก็ตาม ทว่าเฉินฉีเทียนรู้ดีว่ากระบี่ลู่เซียนนั้นถูกจงซานกลืนไปแน่ เฉินฉีเทียนเองก็มีประสบการณ์เช่นนั้นเหมือนกัน เป็นความแค้นเมื่อครั้งที่อยู่ในราชวงศ์สวรรค์ต้าโหลว ที่ไม้เท้าทองม่วงลายมังกรของเขาถูกอสุรกายของจงซานกัดไปครึ่งด้วย.

ฮามะไลและจงซานไม่ได้รู้จักจงซานมากมายนัก มีเพียงแค่เหตุการณ์ที่เกาะลอยฟ้าสวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว เขาถูกจงซานเล่นงาน จนอยู่ในสภาพอนาถเป็นอย่างมาก แม้แต่นวีชิงเฮวยที่เขาเล็งเอาไว้ก็ถูกจงซานจับไป ได้ยินมาว่าถูกจงซานจับไปเป็นผู้หญิงของเขาไปแล้ว.

ส่วนเต๋าจวินเซิ่งหยา ไม่ต้องกล่าวเลยว่าเกลียดจงซานขนาดใหน เขาคือศัตรูอันดับหนึ่งของแดนเทพอมตะเลยก็ว่าได้.

สี่ยอดฝีมือ ต่างก็ต้องการสังหารจงซานให้ตกตายไป ทว่าในเวลานี้พวกเขาจำต้องระงับความโกรธในใจเอาไว้.

ในเวลานี้ พวกเขามีเป้าหมายอยู่แล้วนั่นเอง.

จงซานเวลานี้กำลังนั่งดื่มสุรากับเจี้ยนอ้าว.

พญามารแดนเทพอเวจี เจี้ยนอ้าว!

แดนเทพอเวจีนั้น ถือเป็นหนึ่งในสี่แดนเทวะ สืบทอดมาหลายพันปี ตั้งอยู่ในสถานที่แปลกประหลาด เทียบกับแดนศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ แล้ว พวกเขามีประวัติความเป็นมาไม่นานนัก หากแต่มีชื่อเสียงที่ไม่ธรรมดาทีเดียว.

พญามารแต่ละรุ่นนั้น มีความแข็งแกร่งระดับสูง เป็นตัวตนระดับต้น ๆ ของทวีปศักดิ์สิทธิ์ในทุก ๆ รุ่น.

พญามารแต่ละรุ่นนั่น ล้วนแล้วแต่ลึกล้ำ ทำไมพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งเช่นนี้กัน? ประมุขรุ่นก่อนหน้านี้ที่พวกเขารู้จัก คือยอดฝีมือค่ายกลอันดับหนึ่ง รุ่นต่อมาก็คือมือกระบี่อันดับหนึ่งผู้จุติขึ้นมาใหม่ในวิถีกระบี่.

ทุกคนไม่เข้าใจนัก ทว่าพวกเขาคิดว่าเต๋าจวินเซิ่งหยานั้น ต้องการที่จะกำจัดแดนเทพอเวจีจริง ๆ รึ?

แดนเทวะเทพอเวจีนั้นไม่มีใครกลัวตาย แต่ละคนล้วนแล้วแต่บ้าคลั่ง พวกเขาที่ปกครองกันด้วยกฏป่า ปกครองด้วยความสามารถและความแข็งแกร่ง สุดท้ายเป็นเป็นเจี้ยนอ้าวที่กลายเป็นผู้ปกครอง.

หนานกงเซิ่งในอดีตที่ได้รับคัดเลือกนั้น แดนเทพอเวจีในเวลานั้นได้ให้มารและมารแท้ฆ่าฟันกันและกัน แม้นว่าจะมีพลังฝึกตนต่างกันก็ตาม แต่พวกเขาก็ฆ่าและก็ฆ่า จนได้ผู้แข็งแกร่งที่สุด.

การคัดเลือกประมุขของแดนเทพอมตะในแต่ละครั้งนั้น มียอดฝีมือตกตายไปอย่างมากมาย.

แน่นอนว่าวิธีนี้สำหรับแดนเทพอมตะนั้นไม่ต้องการกระทำการเป็นแน่ เพราะว่าพวกเขาต้องสูญเสียไปมากมาย ดังนั้นนโยบายนี้ของแดนเทพอเวจี แดนเทวะอื่น ๆ จึงไม่กล้านำมาใช้ แต่ถึงกระนั้นแดนเทพอเวจีก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน.

สำหรับคนแดนเทพอเวจีที่นิยมการไล่ล่าสังหารนั้น ผู้คนส่วนมากมักเรียกพวกเขาว่าผู้ฝึกตนวิถีมาร.

การการต่อสู้ไล่ล่าสังหารกันและกัน ทำให้คนของแดนเทพอมตะมีไม่มาก หากแต่ศิษย์ของพวกเขาแต่ละคนล้วนแล้วแต่แข็งแกร่ง.

เจี้ยนอ้าว!

สายตาของยอดฝีมือที่กำลังจ้องมองไปยังพญามารเจี้ยนอ้าว.

เจี้ยนอ้าวนั้นไม่สามารถมองเห็นจิตสังหารที่รุนแรงได้เลย ไม่รู้ทำไมว่าแตกต่างจากพญามารของแดนเทพอเวจี หรือว่ากฎเกณฑ์ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปแล้ว หรือเป็นไปได้ว่าเขาสามารถเก็บจิตสังหารเอาไว้ได้.

หนานกงเซิ่งเองก็เช่นกันที่ต่างกับพญามารในอดีตและตอนนี้ก็เป็นเจี้ยนอ้าว.

"เต๋าจวินเซิ่งหยา? เย่ชิงเฉิง? มาพร้อมกัน กำลังวางแผนอะไรไว้รึ?"จงซานที่กล่าวสอบถามออกไป.

เจี้ยนอ้าวที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย "มีแผนแล้วอย่างไรล่ะ?"

"ต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?"จงซานเอ่ยออกไป.

"ไม่จำเป็น วันนี้เจ้าเป็นเพียงผู้ชมก็พอ!"เจี้ยนอ้าวที่กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ.

"อืม!"จงซานพยักหน้า.

คนทั้งสองที่ก้าวออกไป เตรียมพร้อม.

"เจี้ยนอ้าว! เจ้าสังหารลูกหลานของข้ามากมาย วันนี้ถึงคราวที่เจ้าต้องย่อยยับบ้าง!"เฉินฉีเทียนที่กล่าวออกมาด้วยความเย็นชา.

เจี้ยนอ้าวที่กวาดตามองคนทั้งสี่ จากฮามะไล ก่อนที่จะหันหน้าไปมองเย่ชิงเฉิง ที่ด้านหลังของเย่ชิงเฉิงสะพายกระบี่จิวเซียว มีเพียงแค่เจี้ยนอ้าวเท่านั้น ที่มีเจตจำนงกระบี่ สามารถมองเห็นเจตกระบี่ที่หนักหน่วงรุนแรงแผ่ออกมา.

"วูซซซซ!"

กระบี่จูเซียนที่สั่นไหวไปมาเล็กน้อย.

"วูซซซซ!"

กระบี่ของเหล่ายอดฝีมือรอบ ๆ ต่างก็สั่นไปมาอย่างรุนแรงเช่นกัน ดูเหมือนว่ากระบี่จูเซียนที่เป็นเหมือนกับจักรพรรดิกระบี่เป็นคนทำ เป็นการบอกให้รับรู้ตัวตนของมัน.

เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่รอบ ๆ ถึงกับต้องกุมกระบี่ของตัวเองเอาไว้ด้วยท่าทางตื่นตระหนก ไม่ให้กระบี่ของตัวเองสั่นไหว.

ทว่าที่ด้านหน้าเจี้ยนอ้าว ปรากฏสายลมอ่อนที่พัดวนออกมา จงซานที่อยู่ไกลที่สุด จ้องมองไปรอบ ๆ มองเห็นอย่างชัดเจน ไม่ใช่กระแสลมหากแต่เป็นปราณกระบี่ขนาดเล็กมากมายกำลังปะทุขึ้นมา.

กระบี่จิวเซียนกำลังยั่วยุเจี้ยนอ้าวอย่างงั้นรึ?

"นับเป็นกระบี่ชั้นยอด!"เจี้ยนอ้าวที่สูดหายใจลึก.

เจี้ยนอ้าวที่จ้องมองกระบี่จิวเซียนเสร็จก็หันหน้าจ้องมองเต๋าจวินเซิ่งหยา เต๋าจวินเซิ่งหยาที่แบกน้ำเต้าขนาดใหญ่อยู่ตลอดเวลา เป็นน้ำเต้าที่เป็นสมบัติชั้นเซียน และยังมีจุดแสงสีต่าง ๆ เล็กกระจายไปทั่วน้ำเต้า.

ท้ายที่สุด เจี้ยนอ้าวก็จ้องมองไปยังเฉินฉีเทียน.

เฉินฉีเทียนจ้องมองกลับมา เจี้ยนอ้าวเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะโบกมือเบา ๆ  จากนั้นสตรีที่อยู่ไม่ไกลในชุดสีแดงก็บินออกมา.

"เฉินฉีเทียน เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่?"สตรีในชุดสีแดงที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย.

ในอดีตนางที่ดูเต็มไปด้วยความสง่าราวกับวีระสตรีที่ไล่ล่าเฉินฉีเทียนไปทุกที่ ทว่าในเวลานี้ นางมีบิดาคอยหนุนหลัง เจี้ยนหงในเวลานี้เป็นเหมือนกับเด็กสาวที่เต็มไปด้วยความอหังการทั่วไป เอ่ยชื่อเฉินฉีเทียนออกมา.

"เจี้ยนหง?"เฉินฉีเทียนที่ดวงตาหดเกร็ง.

แววตาของเฉินฉีเทียนที่เต็มไปด้วยความโกรธ นับตั้งแต่เขาพบกับเจี้ยนหง ก็พบแต่โชคร้ายมาตลอด ถูกไล่ล่า! จนวันนี้เขาแทบจะเหลือตัวคนเดียว!

"เจี้ยนหง ไป!"เจี้ยนอ้าวกล่าว.

"ค่ะ!"เจี้ยนหงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ในมือของนางที่มีกระบี่สีดำทมิฬ.

เจี้ยนหงที่ลอยออกไป พร้อมกับใช้กระบี่ชี้ไปยังทิศทางของเฉินฉีเทียน.

"เฉินฉีเทียน รับความตายไปซะ!"เจี้ยนหงที่ตะโกนออกมาเสียงดัง.

กับคำพูดของเจี้ยนหงนั้น ทุกคนที่ตะลึงงัน เป็นใครกันแน่ที่จะสังหารใคร?

"นั่นคือเจ้าตำหนักเทพกระบี่ เจี้ยนหงรึ? ได้ข่าวมาว่าถูกเฉินฉีเทียนสังหารไปแล้วไม่ใช่รึ?"

"ได้ยินมาว่านางคือธิดาของเจี้ยนอ้าว?"

"นี่นางต้องการต่อสู้กับเฉินฉีเทียนที่มีระดับสวรรค์แท้? กำลังคิดอะไรอยู่?"

ทุกคนที่เห็นเจี้ยนหงที่กำลังเข้าปะทะเฉินฉีเทียน ทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ นี้เจี้ยนหงตื่นขึ้นมาจากสุสานได้อย่างไร นางฟื้นคืนชีพได้อย่างงั้นรึ และที่คาดไม่ถึงอีกคือตอนนี้นางกำลังท้าทายเฉินฉีเทียน?

ที่ไกลออกไปนั้น สี่ยอดฝีมือที่ขมวดคิ้วไปมา.

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวต่อเจี้ยนอ้าวที่อยู่ไกลออกมา "พญามารเจี้ยนอ้าว เจ้าจะให้บุตรสาวของเจ้าออกมาต่อสู้อย่างงั้นรึ? เจ้าไม่คิดจะลงมือรึอย่างไร?"

"นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของครอบครัวข้า ไม่รู้ว่าเต๋าจวินเซิ่งหยามีปัญหาอะไร!"เจี้ยนอ้าวที่กล่าวออกมาเล็กน้อย.

"ข้าเป็นผู้รับรองการต่อสู้นี้ แล้วจะไม่เกี่ยวกับข้าได้อย่างไร?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ข้าไปขอให้เจ้ามารับรองเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"เจี้ยนอ้าวที่กล่าวหยัน.

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ขมวดคิ้วไปมา จากนั้นก็ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา.

เฉินฉีเทียนจ้องมองไปยังเจี้ยนอ้าว จ้องมองไปยังเจี้ยนหงที่ลอยอยู่บนอากาศ พร้อมกับเผยยิ้มอย่างเย็นชา "ในเมื่อรนหาที่ตาย ข้าจะสนองเจ้าเอง!"

เฉินฉีเทียนที่ลอยออกไป.

เจี้ยนหงที่ตวัดกระบี่สีดำ พร้อมกับชี้ตรงไปยังตำแหน่งของเฉินฉีเทียน ปรากฏปราณกระบี่พุ่งออกไป.

เจี้ยนหงที่มีระดับ ราชันย์แท้ ถึงอย่างงั้น นางกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเฉินฉีเทียนแม้แต่น้อย เฉินฉีเทียนที่ได้พลังและความทรงจำกลับคืน จนมีระดับสวรรค์แท้ขั้นที่สิบ! มีหรือที่ระดับราชันย์แท้จะเทียบได้?

การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว.

เหล่าผู้ชมต่างก็จับจ้องมองกันอย่างเงียบ ๆ .

กระบี่ของเจี้ยนหงไม่ได้ปล่อยปราณกระบี่ออกมามากมาย หากแต่เป็นเพียงปราณกระบี่เส้นเดียวที่พุ่งตรงไปยังเฉินฉีเทียนด้วยความเร็ว.

เป็นปราณกระบี่ที่ยืดยาวขายออกไป หลายร้อยเท่า.

"เป็นเพลงกระบี่ที่ดี!"เย่ชิงเฉิงที่อยู่ไกลออกไปกล่าวชมออกมา.

จงซานที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงเจี้ยนอ้าวที่กล่าวออกมาเบา ๆ  "ใหญ่!"

"ตูมมมมมม!"

ปราณกระบี่ของเจี้ยนหง ทันใดนั้นก็ขยายออกไปอีกหลายแสนเท่า!

ราวกับว่าฟ้าดินทันใดนั้นก็เปลี่ยนไป ช่วยเหลือนางโจมตีเฉินฉีเทียน.

การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ราวกับลูกศรที่ขยายขนาดออกเป็นแสนเท่า เหมือนลูกศรขนนกที่พุ่งออกไปแล้วเปลี่ยนเป็นภูเขาในทันที กับขนาดของพลังที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว.

เหล่าผู้ชมที่อยู่รอบ ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง.

เฉินฉีเทียนที่กำลังจะปล่อยฝ่ามือออกไปทำลายปราณกระบี่ ทว่าทันใดนั้นทั่วร่างกลายเป็นหลั่งเหงื่อที่เย็นเยือบออกมา จนทำให้เขาตัดสินใจหลบ.

ทว่าเมื่อเฉินฉีเทียนหลบ ปราณกระบี่ขนาดหนึ่งแสนเท่านี้ก็ได้พุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเต๋าจวินเซิ่งหยาทันที.

ส่วนคนทั้งสามเองก็เร่งรีบตอบสนองหลบในทันทีเช่นกัน.

"ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!"

ปราณกระบี่ขนาดใหญ่โจมตีเข้ากับภูเขาที่พวกเขายืนอยู่ระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ในทันที.

ปราณกระบี่ที่ใหญ่โตนี้ เป็นฝีมือของผู้ฝึกตนระดับราชันย์แท้อย่างงั้นรึ?

เฉินฉีเทียนที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจไม่แน่ใจ ทว่าเจี้ยนหงที่หันหน้าไปมาเจี้ยนอ้าว.

กับรอยยิ้มของบิดา ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เป็นความตื่นเต้นที่ยากจะได้เห็นมัน.

แววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ กระบี่สีดำในมือของนางที่เข้าโจมตีเฉินฉีเทียนอีกครั้ง เจี้ยนหงแม้ว่าจะด้อยกว่าเจี้ยนอ้าว ทว่าเพลงกระบี่ของนางนั้นทรงพลังน่าเกรงขาม ปราณกระบี่มากมายที่หมุนวนโคจรไปรอบ ๆ ร่างกายของเจี้ยนหง.

ปราณกระบี่นี้ไม่ใช่มีไว้เพื่อโจมตี หากเป็นเหมือนกับโล่ที่ป้องกันร่างกายของนาง และยังทำให้กระบี่ของนางรวดเร็วกว่าเดิมด้วย ทำให้เพลงกระบี่ของเจี้ยนหงแทบไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า.

เพลงกระบี่ของเจี้ยนหงที่บุกโจมตีเฉินฉีเทียนอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้เจี้ยนหงที่เป็นเหมือนกับราชันย์นักฆ่า และปราณกระบี่ของนางยังสามารถขยายออกเป็นหนึ่งแสนเท่าได้ในทันที ทำให้เพลงกระบี่ของนางน่าหวาดกลัวยิ่งขึ้นไปอีก เป็นพลังอำนาจที่สามารถฉีกกระชากมิติให้บิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่นได้เลย.

จบบทที่ Chapter 759 กระบี่ที่ยากจะประเมิน.

คัดลอกลิงก์แล้ว