- หน้าแรก
- วิญญาณเพลย์บอยทะลุมิติมาสิงร่างไอ้หนุ่มซิมป์ พิชิตเทพธิดาสุดสวยตั้งแต่วันแรก
- บทที่ 16 สงสัยว่าโจวอี้โกงข้อสอบ? โชว์เหนือจนดาวมหา’ลัยต้องมองใหม่!
บทที่ 16 สงสัยว่าโจวอี้โกงข้อสอบ? โชว์เหนือจนดาวมหา’ลัยต้องมองใหม่!
บทที่ 16 สงสัยว่าโจวอี้โกงข้อสอบ? โชว์เหนือจนดาวมหา’ลัยต้องมองใหม่!
โจวอี้พูดด้วยท่าทีเรียบเฉย “นายไม่ต้องมาห่วงเรื่องของฉันหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”
กริ๊งงง! เสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มคาบเรียน
อาจารย์สวี่ เดินเข้ามาในห้องพร้อมหนังสือคณิตศาสตร์ แล็ปท็อป ปึกข้อสอบ และกระติกน้ำร้อนคู่ใจ เขากวาดสายตามองนักศึกษาด้านล่างแวบหนึ่ง ก่อนจะสั่งให้หัวหน้าห้องเริ่มเช็คชื่อ
วิชาคณิตศาสตร์ขั้นสูง ของห้อง 3 นั้นย่ำแย่จริงๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยชอบ "ปล่อยจอย" ของอาจารย์สวี่เอง แต่อีกส่วนก็เป็นเพราะตัวเด็กด้วย
เขาสอนควบสามห้องพร้อมกัน ดังนั้นถ้าจะมีปัญหา มันคงไม่ใช่ปัญหาที่ตัวเขา
โดยทั่วไปเด็กศิลป์จะทุ่มเวลาให้วิชาเอกของตัวเองจนแทบไม่มีเวลามานั่งแก้โจทย์เลข พวกเขาจึงเสียเปรียบในเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าหัวไม่ดี แต่แค่ "เวลาเรียน" ไม่พอ
ในบรรดาเด็กออกแบบทั้ง 3 ห้อง ห้อง 3 มีเด็กที่จบสายศิลป์มาเยอะที่สุด ค่าเฉลี่ยคะแนนเลขจึงต่ำสุด แต่กลับเก่งวิชาเฉพาะทางมากกว่าห้องอื่น
การจะไปชิงโควตาการแข่งขัน คณิตศาสตร์โมเดลลิ่งระดับชาติ กับอีกสองห้องจึงเป็นเรื่องยาก
แต่ละสาขาวิชาในคณะศิลปกรรมฯ จะได้โควตาเพียงที่เดียว และในสายตาอาจารย์สวี่ ห้อง 3 แทบไม่มีหวัง
เจ้าของร่างเดิมจริงๆ แล้วเป็นคนขยันเรียนนะ แต่เขาเสียเวลาไปกับงานพาร์ทไทม์และการ "เปย์" ผู้หญิงมากเกินไป
นอกจากวิชาของตัวเอง เขายังต้องไปช่วยทำการบ้านให้เซี่ยชิวจือและฉู่หานที่เรียนคนละคณะ เขาเลยต้องแอบไปศึกษาเนื้อหาวิชาของพวกเธอด้วย คิดดูเอาเถอะว่าเขาจะเหลือเวลาให้ตัวเองสักกี่น้ำ
ดังนั้น การสอบตกซ้ำซากจนรั้งท้ายตารางจึงเป็นเรื่องปกติของเขา
โจวอี้รู้ดีว่า ซูหนิง สนใจเรื่องอะไร... เธอสนใจเรื่อง "ผลการเรียน"
การจะดึงดูดสายตาจากดาวมหา’ลัยคนนี้ เขาต้องทำให้เธอ "ทึ่ง" จนต้องมองเขาใหม่เสียก่อน
ผู้ชายที่หล่อแค่หน้าตาน่ะไม่ใช่เทพบุตรที่สมบูรณ์แบบ เขาต้องโดดเด่นรอบด้านถึงจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟกต์!
จางอู่คิดว่าโจวอี้แค่แสร้งทำเท่ เขาแค่นเสียงหึแล้วเงียบไป
“ผลสอบไฟนอลเทอมที่แล้ว สาขาเราคะแนนแย่มาก รั้งท้ายของมหาวิทยาลัย ผมน่ะแก่จนใกล้เกษียณแล้ว อย่าให้ผมต้องเอาหน้าไปมุดปี๊บในปีสุดท้ายที่สอนพวกเธอเลยนะ”
คำพูดของอาจารย์สวี่ฟังดูเชือดเฉือน แต่สีหน้าเขาไม่ได้ตำหนิใครเป็นพิเศษ
เขาไม่ใช่ครูประเภทที่ต้องมาเคี่ยวเข็ญใคร ใครอยากเรียนเขาก็สอนเต็มที่ ใครไม่อยากเรียนเขาก็ไม่เสียเวลาตื้อ ทุกคนมีโชคชะตาเป็นของตัวเอง
“เอาล่ะนักศึกษาทุกคน เรามาทำควิซสั้นๆ กันหน่อย เรื่องนี้มีผลต่อการคัดเลือกตัวแทนแข่งโมเดลลิ่งด้วย ตั้งใจทำกันด้วยล่ะ”
“มีใครอยากขึ้นมาทำบนกระดานไหม? ผมจะตรวจให้ตรงนี้เลย แล้วจะได้อธิบายให้เพื่อนๆ ฟังด้วยว่าจุดไหนที่พวกเธอพลาดกัน”
ความหมายนัยๆ ก็คือ ใครอยากแข่งก็ขึ้นมาเถอะ เขาขี้เกียจเดินไปตรวจทีละคนข้างล่าง
นักศึกษาหัวกะทิของห้องหลายคนยกมือขึ้น แน่นอนว่ารวมถึง ซูหนิง ด้วย
อาจารย์สวี่ชี้ตัวนักศึกษา 5 คนให้ขึ้นไปเขียนคำตอบ แล้วเขาก็เดินลงจากโพเดียมพร้อมกระติกน้ำร้อน
เขาเดินสำรวจไปรอบห้องจนมาถึงโต๊ะของโจวอี้ และพบว่ากระดาษคำตอบของเขาว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่รอยขีดเขียน
“เธอยังไม่ทำสักข้อเลย ไม่อยากเรียนแล้วหรือไง?”
“อาจารย์ครับ โจทย์พวกนี้มันง่ายเกินไป ผมขี้เกียจทำครับ”
คำตอบของโจวอี้ทำเอาคนทั้งห้องระเบิดหัวเราะออกมา
จริงอยู่ที่โจวอี้หล่อขึ้นผิดหูผิดตา แต่เกรดและความฉลาดมันไม่ได้เปลี่ยนกันได้ปุบปับเหมือนหน้าตานี่นา
ด้วยดีกรี "บ๊วยของห้อง" โจวอี้เอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าพ่นคำนั้นออกมา?
อาจารย์สวี่ไม่โกรธ แต่ชี้ไปที่กระดาน: “งั้นขึ้นไปคำนวณให้ดูเดี๋ยวนี้เลย”
เขาเริ่มจะหมั่นไส้นิดๆ เลยกะจะใช้โจวอี้เป็นตัวอย่างสอนสั่งคนอื่นเสียหน่อย
โจวอี้ถือกระดาษคำตอบเดินขึ้นไปบนโพเดียม ด้วยค่า IQ 200 แค่เขาปรายตามองโจทย์เพียงแวบเดียว คำตอบก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที
ตอนที่โจวอี้ขึ้นไปยืน คนที่ยืนข้างๆ เขาพอดีก็คือ ซูหนิง
หญิงสาวปรายตามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยหลังจากเขียนคำตอบของเธอเสร็จ
โจวอี้ไม่ได้แม้แต่จะมองเธอ เขาจรดชอล์กแล้วเริ่มเขียนคำตอบลงไปอย่างรวดเร็ว
ท่าทางจดจ่อของเขาถูกคนอื่นมองว่าเป็นเพียงการ "โชว์พาว" แบบไร้สาระ
อาจารย์สวี่กะว่าต้องรอจนจบคาบถึงจะเห็นผลงานของโจวอี้ แต่ผิดคาด... โจวอี้ทำเสร็จทุกข้อในเวลาไม่ถึง 10 นาที!
“ถ้าเขียนมั่วมาล่ะก็ ผมจะสั่งให้เธอทำโจทย์เพิ่มอีก 3 ชุดนะ”
“อาจารย์ครับ ผมไม่ได้เขียนมั่ว นี่คือคำตอบที่ผมคำนวณมาอย่างดีแล้วครับ”
โจวอี้ยิ้มให้อาจารย์สวี่อย่างมั่นใจ ท่าทางดูสุขุมและควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด
ซูหนิงกลอกตามองบนใส่เขา ทำเลขทั้งชุดเสร็จใน 10 นาทีเนี่ยนะ? กล้าดียังไงถึงมาขี้คุยขนาดนี้ นึกว่าตัวเองเป็นใครกัน?
ทุกคนต่างรอดูโจวอี้หน้าแตก
อาจารย์สวี่เหลือบมองคำตอบ แล้วเขาก็ต้องชะงักพลางทำหน้าแปลกใจ
เขาวางกระติกน้ำร้อนลงแล้วเริ่มเช็คคำตอบที่โจวอี้เขียนบนกระดานทีละข้อ
โจวอี้ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ซูหนิง ถ้ามองแค่หน้าตา ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกับพระนางในซีรีส์วัยรุ่นที่หลุดออกมาจากจอ
นักศึกษาอีก 4 คนบนกระดานเริ่มสังเกตเห็นว่า คำตอบของโจวอี้มันไม่ได้ดูมั่วเลย
คำตอบของเขาเหมือนกับของพวกเธอถึง 90% จะมีต่างกันก็แค่โจทย์ปรนัย 2 ข้อ และโจทย์ใหญ่อัตนัยข้อสุดท้าย
พูดตามตรง โจทย์ชุดนี้ยากเอาการ พวกเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าโจวอี้จะคิดเองได้
“เขาลอกพวกเราหรือเปล่า?”
“ชัวร์ คำตอบต่างจากเราแค่สองสามข้อเอง”
“คิดว่าเปลี่ยนคำตอบนิดหน่อยแล้วพวกเราจะดูไม่ออกเหรอว่าลอกมา?”
“นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการโกงหรอก ลอกคนอื่นมาชัดๆ”
ยกเว้นซูหนิงที่ยังเงียบ อีก 4 คนที่เหลือมองโจวอี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม
พวกเด็กเรียนอาจจะไม่ดูถูกคนเรียนไม่เก่ง แต่พวกเขา "ขยะแขยง" คนโกงโดยธรรมชาติ
ในสายตาพวกเขา โจวอี้คือเด็กหลังห้องที่ไม่รักดี แถมยังชอบขี้โกงเพื่อเอาหน้า
อาจารย์สวี่เดาะลิ้นแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา: “มาดูคะแนนกันดีกว่า”
เขาหยิบชอล์กสีแดงขึ้นมาวงกลมและกากบาททีละคน
คนที่หนึ่ง... ผิดโจทย์ปรนัย 2 ข้อ โจทย์ใหญ่ 1 ข้อ
คนที่สอง... ผิดโจทย์ปรนัย 1 ข้อ โจทย์ใหญ่ 1 ข้อ
คนที่สาม... ผิดโจทย์ปรนัย 1 ข้อ โจทย์ใหญ่ 2 ข้อ
คนที่สี่... ผิดโจทย์ปรนัย 1 ข้อ โจทย์ใหญ่ 1 ข้อ
และคนที่ห้า... โจวอี้
“มาดูของโจวอี้กัน...”
“—ถูกหมดทุกข้อ!”
ทันทีที่อาจารย์สวี่พูดจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความโกลาหล!
“บ้าน่า! ขนาดซูหนิงยังผิดตั้ง 2 ข้อ แล้วเขาจะถูกหมดได้ไง?”
“เลขหมอนี่เคยอยู่อันดับบ๊วยนะเว้ย!”
“อาจารย์สวี่ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย?”
“เขาไปขโมยเฉลยมาจากไหนหรือเปล่า?”
“แมวตาบอดเจอหนูตายล่ะมั้ง (ฟลุ๊ค)?”
“เป็นไปไม่ได้ โจทย์ใหญ่ข้อสุดท้ายไม่ใช่มัลติเปิลชอยส์นะ ต่อให้ดวงดีแค่ไหนก็ไม่มีทางเดาเลขหลังทศนิยมให้ตรงเป๊ะขนาดนั้นได้หรอก!”
...
ไม่ต้องพูดถึงเด็กข้างล่าง แม้แต่คนที่ยืนอยู่บนกระดานด้วยกันยังทำหน้าไม่อยากเชื่อ
ซูหนิงหันมามองโจวอี้ด้วยความประหลาดใจ: “นายไปเอาเฉลยมาจากไหนก่อนล่วงหน้า แล้วให้คนอื่นคำนวณให้ใช่ไหม?”
คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเชื่อแบบนั้น
แต่อาจารย์สวี่กลับไม่พูดแบบนั้น เขาบอกให้โจวอี้เขียน "วิธีทำ" ของโจทย์ข้อสุดท้ายให้ดูบนกระดานเดี๋ยวนี้เลย
โจวอี้หันไปตอบซูหนิงก่อนเป็นอันดับแรก: “ผมคำนวณเองครับ ถ้าคุณไม่เข้าใจตรงไหน ค่อยมาถามผมหลังจบคาบก็ได้นะ”
ซูหนิงแค่นหัวเราะเยาะ เย้ยหยันเขาอย่างไร้ความปราณี: “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านายพยายามจะทำอะไร นายคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะประทับใจงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ”