- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- ตอนที่ 107 คนหนึ่งถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกใต้ อีกคนถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกเหนือ
ตอนที่ 107 คนหนึ่งถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกใต้ อีกคนถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกเหนือ
ตอนที่ 107 คนหนึ่งถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกใต้ อีกคนถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกเหนือ
ตอนที่ 107 คนหนึ่งถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกใต้ อีกคนถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกเหนือ
ด้วยวิธีนี้ คนอื่นๆ จะมองเห็นเพียงแถบแพรชั้นหนึ่งที่พันรอบเอวของเขาและลู่ซิงเหยียนเท่านั้น และจะไม่มีใครสังเกตเห็นว่าแท้จริงแล้วพวกเขาทั้งสองถูกผูกติดกันอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณใกล้เคียงยังมีอีกสองคนที่ถูกล่ามติดกันด้วยโซ่เหล็กของสำนักเสวียนหลิงที่ใช้สำหรับพันธนาการสัตว์มาร
ภาพนี้ดึงดูดความสนใจของศิษย์จากสำนักอื่นๆ ในทันที
แม้จะมีโซ่เหล็กหนักร้อยชั่งห้อยอยู่ตรงเอว เจียงจื่อโหยวก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเกะกะแต่อย่างใด เขายังคงยืนถือกระบี่อยู่ข้างกายเฟิงอวี่เจ๋อด้วยสีหน้าเย็นชา
ทว่าเฟิงอวี่เจ๋อกลับรู้สึกเพียงว่าน้ำหนักร้อยชั่งบนเอว ยิ่งทำให้ลมหายใจที่รวยรินอยู่แล้วของเขาติดขัดมากยิ่งขึ้น
โชคดีที่เบื้องล่างของทะเลสาบหลิวกวงที่ไหลทะลักเข้ามานั้นกำลังเกิดเกลียวคลื่นปั่นป่วน ก่อนที่น้ำวนขนาดยักษ์จะปรากฏขึ้นเหนือน้ำทะเลสาบ
"แดนลับมายาฝันเปิดออกแล้ว! นำป้ายมายาฝันของพวกเจ้าออกมาแล้วรีบเข้าไปเร็วเข้า!" ชูไป๋ร้องเตือน
สิ้นคำกล่าว ศิษย์จากสำนักต่างๆ ที่มีป้ายมายาฝันไว้ในครอบครองต่างก็พากันกระโจนลงสู่กระแสน้ำวน
ลู่ซิงเหยียนคว้ามือของเล่อเจิ้งเยี่ยนเอาไว้แน่น แล้วรีบกระโจนตามลงไปเช่นกัน
ทันทีที่เข้าสู่กระแสน้ำวน แรงดึงดูดมหาศาลก็กระชากร่างอย่างรุนแรง บังคับให้สองคนที่จับมือกันไว้แน่นต้องแยกออกจากกัน
คนหนึ่งถูกเหวี่ยงกระเด็นไปขั้วโลกใต้ อีกคนถูกเหวี่ยงไปขั้วโลกเหนือ
ทว่าก่อนที่พวกเขาจะแยกห่างจากกันเกิน 3 เมตร แถบแพรสีฟ้าอ่อนก็รั้งตัวทั้งสองกลับมาเข้าหากันอีกครั้ง
"เห็นไหมล่ะ? ข้าบอกแล้วว่ามัดติดกันไว้น่ะมีประโยชน์" ลู่ซิงเหยียนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มสบายๆ ขณะที่นางถูกกระแสน้ำวนเหวี่ยงไปมาจนมาปะทะเข้ากับเล่อเจิ้งเยี่ยน
เล่อเจิ้งเยี่ยนกำลังจะอ้าปากตอบ แต่แรงหมุนของกระแสน้ำวนก็กระชากร่างของพวกเขาให้แยกออกจากกันอีกครั้ง
แถบแพรถูกดึงตึงด้วยแรงมหาศาล ดูเหมือนว่าทั้งสองกำลังจะถูกเหวี่ยงให้กระจัดกระจายห่างกันไปเป็นร้อยเมตร คนหนึ่งไปทางทิศตะวันออก อีกคนไปทางทิศตะวันตก
ลู่ซิงเหยียนออกแรงดึงแถบแพร และมันก็กระชากตัวเล่อเจิ้งเยี่ยนที่ถูกเหวี่ยงไปทางทิศตะวันตกให้ปลิวกลับมาหานางอย่างรวดเร็ว จนพุ่งเข้าชนลู่ซิงเหยียนอย่างจัง
ลู่ซิงเหยียนอาศัยแรงส่งของกระแสน้ำวนเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ทว่าเล่อเจิ้งเยี่ยนที่ไม่อาจควบคุมทิศทางได้เนื่องจากแรงกระชากอันมหาศาล กลับพุ่งทะลุกระแสน้ำวนออกไปทางทิศตะวันออกอย่างรวดเร็ว
และนั่นก็ส่งผลให้ลู่ซิงเหยียนถูกแถบแพรรั้งให้กระเด็นหลุดออกมาจากกระแสน้ำวนก่อนกำหนดด้วยเช่นกัน
ร่างของลู่ซิงเหยียนกลิ้งหลุนๆ ลงบนกองหญ้าสีชมพูอมม่วง นางยันตัวลุกขึ้นและแหงนมองท้องฟ้าที่อาบไล้ไปด้วยแสงสีม่วงราวกับในเทพนิยาย
ในรัศมี 10 เมตรรอบตัวนาง มีเห็ดหลากสีสันที่สูงใหญ่ยิ่งกว่าตึกระฟ้าเสียอีก
เมื่อมองทอดสายตาออกไปไกล ทิวทัศน์ยิ่งบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนราวกับภาพวาดของแวนโก๊ะ
แม้กระทั่งดวงอาทิตย์ที่สาดแสงเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้าสีชมพูอมม่วง ก็ยังถูกบิดเบี้ยวจนกลายเป็นรูปตัวเอส
ลู่ซิงเหยียนขยี้ตาที่กำลังพร่ามัวจากการวิงเวียนศีรษะ นางออกแรงดึงแถบแพรที่เอวเพื่อเตรียมรั้งตัวเล่อเจิ้งเยี่ยนกลับมาจากปลายอีกฝั่ง
ทว่าหลังจากดึงกลับมาได้นับร้อยเมตร ปมที่ปลายอีกด้านของแถบแพรยังคงผูกแน่นอยู่เหมือนเดิม แต่กลับไร้วี่แววของเล่อเจิ้งเยี่ยน
"ศิษย์น้องตัวเบ้อเริ่มของข้าหายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย?" ลู่ซิงเหยียนถึงกับยืนอึ้ง
แถบแพรเส้นนี้เป็นถึงของวิเศษระดับเซียนและได้ทำพันธสัญญากับนางไว้ หากมันถูกโจมตี นางย่อมต้องสัมผัสได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เงื่อนตายนับสิบปมที่ผูกเอาไว้ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เล่อเจิ้งเยี่ยนจะแก้มัดออกด้วยตัวเอง
[โฮสต์ ท่านเคยได้ยินเรื่องสายว่าวบาดคอคนตายบ้างหรือไม่?]
ระบบเหล่าลิ่วคาดเดาด้วยความสยดสยอง
[เป็นไปได้หรือไม่ว่าแรงเหวี่ยงของกระแสน้ำวนนั้นรุนแรงเกินไป ประกอบกับพลังฝึกตนของวายร้ายน้อยก็ยังต่ำต้อยนัก ภายใต้แรงเหวี่ยงและแรงกระชากอันมหาศาล เขาอาจจะถูกแถบแพรเส้นนั้นรัดจนขาดสองท่อนไปแล้ว? แบบว่าตายไปแล้วน่ะ]
[ถ้าเขาตายไปแล้วจริงๆ มันก็ต้องมีการแจ้งเตือนมรณกรรมส่งมาให้ข้าสิ?]
[เออ จริงด้วย ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน?]
ลู่ซิงเหยียนเก็บแถบแพรลงไปแล้วหยิบเข็มทิศออกมา นางเลิกสนใจเรื่องการตามล่าหาสมบัติในแดนลับไปชั่วขณะ
ท้ายที่สุดแล้ว จุดประสงค์หลักในการลากเล่อเจิ้งเยี่ยนเข้ามาในแดนลับครั้งนี้ ก็เพื่อคอยเก็บเกี่ยวคะแนนจากเขาได้ทุกที่ทุกเวลา จะได้นำไปแลกเปลี่ยนเป็นแผนที่ได้อย่างสะดวกสบาย
...
อีกด้านหนึ่ง เล่อเจิ้งเยี่ยนที่ถูกเหวี่ยงหลุดออกมาจากกระแสน้ำวน ก็ร่วงหล่นลงมาบนกลีบดอกไม้สีชมพูพอดิบพอดี
เขายันตัวลุกขึ้นและกวาดสายตามองดูโลกรอบตัวที่ทุกสิ่งล้วนมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร เขายกมือขึ้นคลำที่เอว ก็พบว่าแถบแพรที่ลู่ซิงเหยียนใช้มัดตัวเขาเอาไว้ได้หายไปแล้ว
หลังจากลองตรวจสอบดูแล้วพบว่าพลังวิญญาณของเขายังคงใช้งานได้ตามปกติ เล่อเจิ้งเยี่ยนก็กระโดดลงจากกลีบดอกไม้ แล้วเริ่มออกเดินค้นหาร่างของลู่ซิงเหยียนในบริเวณใกล้เคียง
เขาไม่พบร่องรอยของลู่ซิงเหยียน แต่กลับได้พบกับบุคคลที่ไม่คาดคิดแทน
"แค่กๆ!" เฟิงอวี่เจ๋อที่ตกลงไปในดงหญ้าสูงเสียดฟ้า ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง และกำลังกวาดสายตาสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว
เขาไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อยว่าเบื้องหลังของตนเองนั้น กำลังมีดวงตาอันเย็นเยียบขั้วหัวใจคู่หนึ่งจับจ้องมา
หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าบริเวณนี้มีเพียงเขาและเฟิงอวี่เจ๋อเท่านั้น ไร้ซึ่งวี่แววของทั้งลู่ซิงเหยียนและเจียงจื่อโหยว
สายตาของเล่อเจิ้งเยี่ยนก็ตวัดกลับมามองเฟิงอวี่เจ๋อด้วยแววตาอันตราย
การตื่นรู้ของตัวละครสินะ?
ในเมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่แล้ว เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ความทุกข์ทรมานจากชาติก่อนหวนกลับมาทำร้ายเขาได้อีก
เฟิงอวี่เจ๋อไร้ความผิดงั้นหรือ? แต่เขาคือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการสับเปลี่ยนรากวิญญาณนะ จะเอาความบริสุทธิ์ผุดผ่องมาจากที่ใดกัน!
ตัวเขาต้องรอนแรมเพียงลำพังมานับพันลี้เพื่อเข้าสำนักเสวียนหลิง เพียงเพื่อแสวงหาหนทางรอดชีวิต เขาทำผิดอันใดกัน!
เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้ดูถูกเหยียดหยามสรีระการบำเพ็ญเพียรของเขา ในขณะเดียวกันก็เกิดความละโมบอยากได้พรสวรรค์ด้านรากวิญญาณของเขาไปครอง?
เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้พรากหนทางสู่ความเป็นเซียนของเขาไป แล้วยังมาใส่ร้ายป้ายสีว่าเขาร่วงหล่นสู่วิถีมารอีก?
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็จะสนองความปรารถนาของพวกมันให้จงได้
เขาต้องต่อสู้ดิ้นรนฝ่าฟันออกมาจากห้วงเหวมารนานถึง 3 ปี กว่าจะก้าวเข้าสู่ดินแดนมารได้สำเร็จ
3 ปีนั้นได้สอนให้เขาเรียนรู้ถึงกฎเกณฑ์การอยู่รอดในโลกใบนี้ นั่นคือผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง และหนี้แค้นย่อมต้องได้รับการชำระ
เล่อเจิ้งเยี่ยนค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเฟิงอวี่เจ๋อทีละก้าว เขายกมือขึ้นพร้อมกับเรียกกระบี่ประจำกายออกมา
จะตื่นรู้แล้วอย่างไร? พวกมันทั้งหมดก็สมควรตายอยู่ดี!
เล่อเจิ้งเยี่ยน: จบสิ้นกันที!