- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- ตอนที่ 106 เจียงจือโย่ว
ตอนที่ 106 เจียงจือโย่ว
ตอนที่ 106 เจียงจือโย่ว
ตอนที่ 106 เจียงจือโย่ว
เมื่อเห็นว่าการถูกมัดด้วยโซ่เหล็กเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เล่อเจิ้งเยี่ยนจึงรู้สึกว่าเขายังพอดิ้นรนขัดขืนได้อีกสักหน่อย "ศิษย์พี่ เราใช้วิธีอื่นมัดไม่ได้หรือขอรับ?"
โซ่เหล็กนี่มัน... ในอนาคตเขาจะได้เป็นถึงจอมมารเชียวนะ เขาจะไม่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองเลยหรือไง?!
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีคนจากสองสำนักใหญ่และหกสำนักย่อยจากเขตแดนตะวันออกและเขตแดนใต้อีกด้วย
หากเขาถูกมัดด้วยโซ่เหล็ก เขาคงได้ขายหน้าไปครึ่งค่อนแดนเซียนหลิงเป็นแน่
"แต่เหล็กนิลมันทั้งแข็งแรงทนทานแถมยังราคาถูกที่สุดเลยนะ" ลู่ซิงเหยียนตอบ
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามขึ้นมาว่า "หรือว่าเจ้าชอบสีชมพู?"
เล่อเจิ้งเยี่ยน: "..." มัดเลยเถอะ! เขาขอใส่หน้ากากได้ไหมเนี่ย?!
"ช่างเถอะ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบากใจ เดี๋ยวข้าจะตกแต่งให้เจ้าเสียหน่อยก็แล้วกัน" ลู่ซิงเหยียนกล่าวพลางหยิบแถบผ้าแพรออกมาผูกเป็นโบไว้ที่ปลายโซ่ฝั่งที่จะใช้มัดเล่อเจิ้งเยี่ยน
เล่อเจิ้งเยี่ยนรู้สึกเหมือนหัวใจแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน อยากจะอาละวาดโวยวายเต็มที แต่ลู่ซิงเหยียนกลับมีอารมณ์ร้ายกว่าเขาเสียอีก
เขาจึงทำได้เพียงยกมือขึ้นยอมจำนน ปล่อยให้ลู่ซิงเหยียนนำโซ่เหล็กมามัดรอบเอวแต่โดยดี
"ไม่มีทาง เจ้ากินอาหารวิญญาณเข้าไปตั้งเยอะแยะ ทำไมเอวเจ้าถึงไม่หนาขึ้นเลยล่ะ?" ลู่ซิงเหยียนอุทานด้วยความประหลาดใจ
ด้วยความสงสัยว่าเล่อเจิ้งเยี่ยนจะยังผอมแห้งเป็นไม้เสียบผี นางถึงขั้นเอื้อมมือไปลูบคลำเอวของเขา
สัมผัสผ่านเนื้อผ้า แม้เขาจะดูผอมบาง แต่ก็ไม่ได้ไร้ซึ่งกล้ามหน้าท้องที่บุรุษพึงมีแต่อย่างใด
เมื่อดึงแผ่นเหล็กของเกราะป้องกันเอวที่เห็นได้ชัดว่าถูกตีขึ้นมาให้กว้างเกินไป ลู่ซิงเหยียนก็ต้องปลดมันออกอย่างเสียไม่ได้
เมื่อไม่ต้องถูกมัดด้วยแผ่นเหล็กที่ติดกับโซ่เส้นนี้อีกต่อไป เล่อเจิ้งเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
แต่เมื่อลู่ซิงเหยียนเงยหน้าขึ้นมามอง เขาจึงรีบหุบยิ้มทันที
"เจ้านี่นะ วันนี้ข้าจะต้องมัดเจ้าให้ได้" ลู่ซิงเหยียนเก็บโซ่เหล็กนิลกลับไป แล้วหยิบแพรไหมสีฟ้าครามออกมาแทน
เมื่อมองดูอาวุธเวทธาตุน้ำระดับเซียนที่ลู่ซิงเหยียนเป็นผู้หลอมขึ้นมาเองกับมือชิ้นนี้ เล่อเจิ้งเยี่ยนก็ถึงกับเงียบไป
คงไม่หรอกมั้ง?
การใช้เหล็กนิลก็เรื่องหนึ่ง
แต่เพื่อมัดผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานตัวเล็กๆ อย่างเขา ถึงกับต้องใช้อาวุธเวทระดับเซียนเชียวหรือ?
ลู่ซิงเหยียนนำแพรไหมมาผูกรอบเอวของเขาด้วยเงื่อนตายสารพัดรูปแบบ ส่วนปลายอีกด้านหนึ่งนางก็นำมาผูกไว้ที่เอวของตนเอง
ในขณะที่หมอกสีม่วงบนผิวน้ำของทะเลสาบหลิวกวงเริ่มหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ เกลียวคลื่นในทะเลสาบม้วนตัวกลับ เป็นสัญญาณว่าแดนลับมายากำลังจะเปิดออกแล้ว
ชูไป๋ยืนอยู่ริมทะเลสาบ พลางโบกพัดจีบในมือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุผิดปกติใดๆ ขึ้นในยามที่เหล่าศิษย์เข้าสู่แดนลับ
เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าลู่ซิงเหยียนและเล่อเจิ้งเยี่ยนถูกผูกติดกันด้วยแพรไหมเส้นเดียวกัน และเห็นได้ชัดว่าแพรไหมเส้นนั้นคืออาวุธเวทระดับเซียนที่สามารถปรับความยาวได้เองโดยอัตโนมัติ
ลู่ซิงเหยียนเหลือระยะห่างให้เล่อเจิ้งเยี่ยนเคลื่อนไหวได้เพียงสามเมตรเท่านั้น
ไม่ว่าทั้งสองจะไปที่ใดก็ต้องไปด้วยกัน
มุมปากของชูไป๋กระตุกเล็กน้อย "ศิษย์น้อง พวกเจ้าสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ?"
"เพื่อป้องกันไม่ให้พลัดหลงกันตอนเข้าไปในแดนลับเจ้าค่ะ" ลู่ซิงเหยียนตอบ
"มันได้ผลจริงๆ หรือ?" จู่ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของบุรุษผู้หนึ่งก็แทรกขึ้นมา
ลู่ซิงเหยียนหันไปมองและพบว่าเป็นเจียงจือโย่วที่สวมชุดคลุมยาวสีขาวราวหิมะและถือกระบี่อยู่ในมือเป็นคนเอ่ยถาม
ดวงตาที่เคร่งขรึมของเขาทอดมองไปยังแพรไหมที่ลู่ซิงเหยียนใช้ผูกเล่อเจิ้งเยี่ยน แล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง "ถ้ามัดไว้ ตอนเข้าไปในแดนลับก็จะไม่คลาดกันงั้นหรือ?"
"ตามทฤษฎีแล้วก็เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ" ลู่ซิงเหยียนตอบ
ท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางได้เข้ามาในแดนลับ และในเนื้อเรื่องต้นฉบับก็ไม่ได้ระบุเจาะจงถึงความแตกต่างระหว่างการถูกมัดกับการไม่ถูกมัดตอนเข้าสู่แดนลับเสียด้วย
แต่มัดไว้ก็ยังดีกว่าไม่มัดใช่ไหมล่ะ?
"ขอบคุณศิษย์น้องที่ชี้แนะ" เจียงจือโย่วประสานมือคารวะพร้อมกับพยักหน้า
เขาหยิบโซ่เหล็กออกมาจากถุงมิติ มันมีขนาดใหญ่กว่าโซ่เหล็กนิลที่ลู่ซิงเหยียนเพิ่งหยิบออกมาถึงสองเท่า เขามองไปที่เฟิงอวี่เจ๋อผู้บอบบางที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าขึงขัง "ศิษย์น้อง พวกเรามามัดกันเถอะ"
เฟิงอวี่เจ๋อเบิกตากว้าง เขาหยุดหอบ หยุดไอ และก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ศิษย์พี่ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลยนี่ขอรับ?" เฟิงอวี่เจ๋อเอ่ยอย่างลังเล
"เจ้าเพิ่งอยู่ขั้นรวบรวมลมปราณระดับ 1 เท่านั้น ในฐานะศิษย์พี่ของเจ้า ข้าได้รับปากกับท่านอาจารย์ไว้แล้วว่าจะปกป้องเจ้าให้ดีในการเดินทางเข้าแดนลับครั้งนี้" เจียงจือโย่วกล่าวอย่างดื้อรั้น
เขาไม่จำเป็นต้องรอให้เฟิงอวี่เจ๋อตกลง เพราะตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะขอความเห็นจากเฟิงอวี่เจ๋ออยู่แล้ว
เขาถือโซ่เหล็กไว้ในมือพลางมองลู่ซิงเหยียนเป็นแบบอย่าง แล้วจัดการมัดมันรอบเอวของเฟิงอวี่เจ๋ออย่างบังคับขืนใจ
"ศิษย์พี่ โซ่ของท่านนี่มันเอาไว้ใช้มัดสัตว์อสูรไม่ใช่หรือขอรับ?" เฟิงอวี่เจ๋อร้องตะโกนออกมาด้วยความสิ้นหวัง
"ใช่แล้ว ข้ามีแค่เส้นนี้นี่แหละ" เจียงจือโย่วตอบกลับ แต่กระนั้นมือที่กำลังลงมือมัดก็ไม่ได้หยุดพักเลย
เล่อเจิ้งเยี่ยนที่มองดูฉากนี้อยู่แทบจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา
เขายกมือขึ้น ดึงรั้งแพรไหมตรงกลางเข้ามา แล้วขยับตัวเองเข้าไปใกล้ลู่ซิงเหยียนมากขึ้น