- หน้าแรก
- คุณหนูครับ อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทัน
- ตอนที่ 102 หินวิญญาณระดับสูงสุดสามหมื่นก้อน
ตอนที่ 102 หินวิญญาณระดับสูงสุดสามหมื่นก้อน
ตอนที่ 102 หินวิญญาณระดับสูงสุดสามหมื่นก้อน
ตอนที่ 102 หินวิญญาณระดับสูงสุดสามหมื่นก้อน
"ศิษย์น้อง" ชูไป๋เอ่ยพลางใช้พัดจีบเคาะลงบนตัวของเล่อเจิ้งเยี่ยนเบาๆ "เจ้าสนใจจะเข้าร่วมกับแผนกการทูตแห่งสำนักเสวียนหลิงหรือไม่?"
"ข้าได้อ่านงานที่เจ้าเขียนแล้ว เจ้าเป็นคนมีพรสวรรค์ หากเจ้ามาที่แผนกการทูตสำนักเสวียนหลิง ข้าจะให้เจ้าเป็นรองหัวหน้าแผนกเลย"
เล่อเจิ้งเยี่ยน "..." ท่านคิดว่าข้าหลอกง่ายนักหรือ?
ท่านเป็นหัวหน้า ส่วนข้าเป็นรองหัวหน้า แบบนี้ข้าก็ต้องเป็นคนทำงานอยู่คนเดียวไม่ใช่หรือไง?
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชื่นชม ข้า..." เล่อเจิ้งเยี่ยนประสานมือคารวะ เตรียมจะเอ่ยปฏิเสธ
"ข้าจะจ่ายเบี้ยหวัดรายเดือนให้เจ้าเป็นหินวิญญาณระดับสูงสุด 30,000 ก้อน" ชูไป๋กล่าวพลางคลี่พัดโบกเบาๆ
"ข้าย่อมไม่อาจปฏิเสธได้อยู่แล้วขอรับ" คำพูดของเล่อเจิ้งเยี่ยนหลุดปากออกไปแล้ว แต่เขาก็รีบเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว
ในชาติก่อน เขาเคยยากจนข้นแค้นอยู่ในสำนักเสวียนหลิง งานหนักงานสกปรกแบบไหนบ้างที่เขาไม่เคยทำ?
กะอีแค่ตำแหน่งรองหัวหน้าแผนก เขาทำได้อยู่แล้ว!
"หินวิญญาณระดับสูงสุด 30,000 ก้อน!" ดวงตาของลู่ซิงเหยียนเป็นประกายวาววับ นางผลักเล่อเจิ้งเยี่ยนไปด้านข้าง "ศิษย์พี่ ข้าก็อยากเข้าร่วมด้วย"
"ได้สิ ได้อยู่แล้ว ข้าจะให้เจ้าเป็นหัวหน้าแผนกเลย" ชูไป๋กล่าวพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
เล่อเจิ้งเยี่ยนจ้องมองชูไป๋ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
ลู่ซิงเหยียนเข้าร่วมทีหลัง แต่กลับได้ตำแหน่งสูงกว่าเขาเนี่ยนะ?
"นี่ เสี่ยวเยี่ยน ตั้งแต่นี้ไปพวกเราไม่ได้เป็นแค่ศิษย์ร่วมสำนักกันแล้วนะ แต่เป็นสหายร่วมงานกันด้วย" ลู่ซิงเหยียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นแค่ตำแหน่งในนามแต่นางกลับหาหินวิญญาณระดับสูงสุดได้ถึง 30,000 ก้อนต่อเดือนเลยเชียวนะ
"ศิษย์พี่..." เล่อเจิ้งเยี่ยนที่รู้สึกหดหู่ใจอยู่แล้วถึงกับไม่อยากจะเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
"พี่ใหญ่ เล่อเจิ้งเยี่ยนว่าอย่างไรบ้าง?" เล่อเจิ้งหวนเจียรีบปรี่เข้าไปหาทันทีที่เห็นเล่อเจิ้งฉางเจ๋อกลับมา
เล่อเจิ้งฉางเจ๋อกำลังเดือดดาลจนไม่อยากจะพูดจา
ทว่าบรรดาศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยน รวมถึงคนจากตระกูลเล่อเจิ้งบางคนที่เพิ่งสังเกตเห็นความวุ่นวายทางฝั่งสำนักเสวียนหลิง ต่างก็พากันมามุงล้อมรอบตัวเขา แล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกับสำนักเสวียนหลิงหรือ? พวกเราทุกคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของผู้พิทักษ์ขั้นหยวนอิงเลยนะ"
"เล่อเจิ้งฉางเจ๋อ เจ้าเพิ่งกลับมาจากสำนักเสวียนหลิงไม่ใช่หรือ? เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ ว่าทางนั้นเกิดอะไรขึ้น?"
"นี่เจ้าคงไม่ได้ไปก่อเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับคนของสำนักเสวียนหลิงมาหรอกใช่ไหม?"
ฝูงชนที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วต่างก็คาดเดากันไปต่างๆ นานา
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร ประสาทสัมผัสทั้งห้าของพวกเขาล้วนเฉียบคม ทว่าเมื่อการโต้เถียงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ชูไป๋ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหยวนอิงก็กางม่านพลังกั้นเอาไว้เสียแล้ว
แดนลับมายาฝันไม่ได้มีอันตรายมากมายนัก และต่อให้สำนักอื่นจะมีผู้ดูแลนำทีมมา ระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาก็อยู่แค่ขั้นหยวนอิงระดับกลางเป็นอย่างมาก
ทั่วทั้งบริเวณทะเลสาบหลิวกวง สำนักเสวียนหลิงถือว่ามีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงที่สุด
ในฐานะผู้นำทีม ชูไป๋อยู่ในขั้นหยวนอิงระดับปลาย
ส่วนผู้อาวุโสสายนอกที่คอยเฝ้าแดนลับมายาฝัน ณ ทะเลสาบหลิวกวง ก็อยู่ในขั้นหยวนอิงระดับกลาง
ในเมื่อชูไป๋กางม่านพลังไว้ที่นี่ ย่อมไม่มีใครสามารถทลายมันเข้ามาได้ และเหล่าศิษย์จากสำนักอื่นที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องสนุกก็ไม่ได้ยินสิ่งใดเลย
"ถ้าพวกเจ้าอยากรู้กันนัก ทำไมไม่ไปดูเอาเองเสียล่ะ!" เล่อเจิ้งฉางเจ๋อตวาดลั่นด้วยความโมโห
เขามองดูศิษย์ร่วมสำนักด้วยสายตาผิดหวัง
พวกเขาล้วนเป็นศิษย์สำนักเดียวกันแท้ๆ
ตอนที่เขาแค่เผลอพูดจาเสียงดังใส่เล่อเจิ้งเยี่ยนที่ค่ายสำนักเสวียนหลิง พวกศิษย์พี่ของหมอนั่นต่างก็แห่กันมาล้อมเขาไว้ ซ้ำยังเกือบจะใช้กระบี่แทงเขาเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนที่เขาถูกคนของสำนักเสวียนหลิงรุมล้อม ศิษย์ร่วมสำนักของเขาไปอยู่ที่ไหนกันหมด? กลับไม่เห็นแม้แต่เงา
พวกเขาชอบดูเรื่องสนุกสนาน และมักจะโผล่หัวมาเสมอเวลาที่มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น
"หลีกไป!" เล่อเจิ้งฉางเจ๋อผลักศิษย์ร่วมสำนักคนหนึ่งออกไปอย่างแรง ก่อนจะเดินกลับเต็นท์ของตนเองไปด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"ท่าทีแบบนั้นมันอะไรกัน? ไปเอาอารมณ์คุณชายมาจากไหนเนี่ย?" ศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนคนหนึ่งกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
ศิษย์คนที่ถูกผลักกระเด็นขมวดคิ้ว "เขาก็แค่อาศัยว่าตัวเองเป็นทายาทตระกูลเล่อเจิ้ง ถึงได้คอยอาละวาดในสำนักอยู่เรื่อย ทำแบบนั้นให้ใครดูกันล่ะ?"
"ฮึ่ม ถ้าอยู่กับตระกูลแล้วมันสุขสบายนัก ก็ไม่น่ามาร่วมสำนักเลย กลับบ้านไปเป็นคุณชายของเขาซะสิ จะมาอารมณ์เสียใส่คนอื่นแบบไม่มีเหตุผลทำไม?"
ในขณะที่ทางฝั่งสำนักเวิ่นเจี้ยนกำลังวุ่นวายใจกับเรื่องของสำนักเสวียนหลิง ทางด้านสำนักเสวียนหลิงกลับไม่มีใครสนใจพวกเขาสักคน
ลู่ซิงเหยียนหยิบปึกยันต์ออกมาปึกหนึ่งแล้วส่งให้เล่อเจิ้งเยี่ยน "ศิษย์น้อง เอาไปแจกให้ทุกคนนะ คนละสองแผ่น"
เล่อเจิ้งเยี่ยนรับมา และเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
มันคือยันต์ทำลายฝันระดับเซียนจริงๆ ด้วย
เล่อเจิ้งเยี่ยนเคยชินเสียแล้วกับการที่ลู่ซิงเหยียนซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐาน สามารถวาดใช้อักขระยันต์ระดับหยวนอิงได้