เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 565 เจ้าไม่ควรทดลอง

Chapter 565 เจ้าไม่ควรทดลอง

Chapter 565 เจ้าไม่ควรทดลอง


"พรตเต๋ามือใหม่ราชวงศ์สวรรค์ต้าฉิน สวีฟู่."ชายในชุดสีม่วงที่กล่าวแนะนำตัวออกมาทันที.

"สวีฝู่?" ดวงตาของจงซานที่หรี่เล็กจดจ้องมองด้วยท่าทางประหลาดใจ.

สวีฝู่? ได้ยินนามนี้ จงซานที่ต้องคิดใคร่ครวญอย่างละเอียดทีเดียว เขาไม่รู้ว่าสวีฝู่น่าเกรงขามขนาดใหน ขณะที่เขากำลังค้นหาความทรงจำทั้งหมดที่เขาเคยมี.

สวีฝู่ นักปรุงยาราชวงศ์ฉิน จักรพรรดิฉิน ซือหยิงต้องการความเป็นอมตะจึงได้เดินทางข้ามทะเลไปหาเซียนเม็ดยา สวีฝู่!

หากจะกล่าวล่ะก็ จงซานไม่คิดว่าจะมีคนที่มีนามว่าสวีฝู่สองคน หรือว่าพวกเขาจะคือคน ๆ เดียวกัน.

ราชวงศ์สวรรค์ต้าฉิน เซิ่งซ่างหยิง เมืองหลวงเซียนหยาง นามที่คล้ายกันจริง ๆ  หรือว่าแค่บังเอิญซ้ำกัน ต้องไม่ลืมว่าเซิ่งซ่างเจียงซือหยิงนั้นได้หลับไปกว่าหมื่นปี ทว่าในเวลานี้ต้าฉินได้ปรากฏออกมาบนผืนโลกในยุคนี้ ส่วนอีกฝั่งก็คือจักรพรรดิฉินซี หากแต่เรื่องนี้มีอายุเพียงไม่กี่พันปีเท่านั้น มันแตกต่างกันเกินไป ราชวงศ์ฉินที่เหมือนว่าจะไม่เกื้อหนุนเรื่องเวลากันเท่าใดนัก.

ทว่า จากท่าทางของสวีฝู่แล้ว ทำให้จงซานไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาคาดเดานั้นผิดหรือไม่ สวีฝู่ผู้นี้คือ ปรมาจารย์ปรุงยาสวีฝู่อย่างงั้นรึ?

ราชวงศ์สวรรค์ต้าฉินนั้น ความจริงแล้วอาจจะมีเส้นสายอยู่มากมายก็เป็นได้.

"โอ้ว? นี่ท่านรู้จักพรตมือใหม่ด้วยอย่างงั้นรึ?"สวีฝู่ที่แสดงท่าทางประหลาดใจ.

ไป๋เย่ที่จ้องมองจงซานด้วยสายตาแปลกประหลาด.

"ได้ยินมาเล็กน้อย!"จงซานที่พยักหน้ารับ.

ได้ยินมาเล็กน้อย? ราวกับสายฟ้าฟาดก้องอยู่ในหู! สวีฝู่ ที่ครั้งหนึ่งคือจักรพรรดินักแปรธาตุ

"หืม?"สวีฝู่ที่แสดงท่าทางประหลาดใจจดจ้องมองจงซานด้วยสายตาแดง สายตาคู่นี้ ราวกับว่าต้องการเข้าใจตัวตนของจงซาน.

ไป๋เย่ที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับใบหน้ากระตุก จดจ้องมองจงซานด้วยสายตาแปลกประหลาด.

"จักรพรรดิจงช่างมีทักษะเทวะที่กว้างขวางจริง ๆ !"สายตาของสวีฝู่ที่จ้องมองจงซาน ราวกับคิดอะไรบางอย่าง เผยรอยยิ้มแปลก ๆ พร้อมกับพยักหน้าให้.

ได้ยินคำพูดของสวีฝูงจงซานรับรู้ว่าไม่ค่อยดีนัก ราวกับว่าเขาได้เตือนจงซานว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด.

"จักรพรรดิจงที่เข้าใจราชวงศ์สวรรค์ต้าฉิน! ที่จริงข้าเองก็พอจะเข้าใจราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้งเล็กน้อย นี่คงจะเป็นเจ้าสำนักไท่ต่านสินะ!"สวีฝู่ที่จ้องมองไปยังเป่าเอ๋อ.

จงซานที่ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อยจดจ้องมองไปยังสวีฝู่.

"คารวะสหายเต๋าสวี!"เป่าเอกล่าว.

"สำนักหวานกู่ในอดีตก็คือสำนักไท่ตานที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ภายใต้สวรรค์แห่งนี้คือนักปรุงยามือหนึ่ง แม้แต่กล่าวได้ว่าแท่นปรุงยาหมื่นเม็ดยาบรรพกาล ก็คือสิ่งของสำนักเจ้า ซึ่งเคยเป็นสำนักปรุงยาอันดับหนึ่งมาก่อน สวีฝู่คาดหวังเป็นอย่างมาก!"สวีฝู่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

ได้ยินคำพูดของสวีฝู่แล้ว ดวงตาของเป่าเอ๋อแสดงท่าทางประหลาดใจ นี่เขารู้ได้อย่างไร?

เป๋าเอ๋อที่จ้องมองไปยังจงซานทันที เพราะเรื่องนี้เอง นางก็เพิ่งรับรู้จากจงซาน แม้แต่คนอื่น ๆ เหล่าอาวุโสของสำนักยังไม่มีใครรับรู้ เกี่ยวกับความลับของเจ้าสำนักไท่ต่าน จวบจนประมุขคนก่อนได้สิ้นชีวิตไป ในเวลานี้สวีฝู่รู้ได้อย่างไร?

จงซานที่แสดงท่าทางประหลาดใจ ต้องรู้ด้วยว่าเจ้าสำนักไท่ตานจงใจที่จะปิดความลับดังกล่าวนี้เอาไว้ด้วย.

สำนักหว่านกู่(เม็ดยานิรันดร์)ที่เริ่มตกต่ำลง จึงได้หลบเลี่ยงจากทวีปศักดิ์สิทธิ์และได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักไท่ตาน ต้องไม่ลืมว่าหลังจากนั้นสำนักไท่ตานอีกหลายรุ่นที่กลับมารุ่งเรืองขึ้นมาในทวีปศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง จนกลายเป็นอีกหนึ่งสำนักที่มีชื่อเสียง แม้ว่าผ่านมาอีกยุคจะตกต่ำลงอีกครั้ง แต่ไม่มีใครคิดว่าทั้งสองคือสำนักเดียวกัน.

กับท่าทางประหลาดใจของเป่าเอ๋อ สวีฝู่ที่เผยยิ้มที่แปลกประหลาด.

"สหายเต๋าสวีช่างมีความจำที่เป็นเลิศ! เชวียนเป่าเอ๋อขอชื่นชม!"เป๋าเอ๋อที่กล่าวออกมาในทันที

สวีฝู่ที่พยักหน้า จดจ้องมองจงซานคราหนึ่ง ที่มุมปากเผยยิ้มที่แปลกประหลาด เผยท่าทางเหยียดหยัน.

สวีฝู่ที่โค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนที่จะนำไป๋เย่จากไป ขณะที่ทั้งสองจากไปแล้ว ไป๋เย่ที่เผยท่าทางประหลาดใจจ้องมองจงซานคราวหนึ่ง.

"ทำไมท่าทางของคนทั้งสองถึงได้แปลกประหลาดนัก?"กู่เฉียนโหยวที่กล่าวออกมาหลังจากทั้งคู่จากไป.

"สวีฝู่?"ดวงตาของจงซานที่หดเล็ก หรือว่าเขาจะเข้าใจผิดไป.

เกี่ยวกับการปกครองของจงซาน แน่นอนว่าเขาจะต้องส่งสายสืบกระจายไปทั่วแผ่นดิน แม้ว่าจะไม่สามารถรับรู้เรื่องได้ทั้งหมด ทว่าอย่างน้อยภายในราชวงศ์สวรรค์ทั้งสามย่อมมีคนของเขาแฝงตัวอยู่ แน่นอนว่าเหล่าทหารสังเกตการณ์ที่แฝงอยู่เป็นเหมือนกับประชาชนทั่วไป.

เกี่ยวกับข้อมูลที่เขาได้มาจากต้าฉินนั้น ไม่มีคนที่มีนามว่าสวีฝู่ หรือว่าคนผู้นี้เป็นคนที่ไม่เปิดเผยตัว หากแต่ก่อนหน้านี้เขาก็เคยได้ยินคนที่มีคนที่มีนามนี้ หากแต่ได้ข้อมูลมาเล็กน้อยเท่านั้น.

คราวแรกที่เขาบอกว่าได้ยินนามนี้มา ไม่สงสัยเลยว่าคนทั้งสองแสดงท่าทางประหลาดใจ และยังแสดงท่าทางเหยียดหยันด้วยซ้ำ ก่อนที่เขาจะแสดงสิ่งที่เขารู้ตบหน้าจงซานออกมา แสดงให้รับรู้ว่าจงซานไม่ได้รับรู้อะไรเลย.

อย่างไรก็ตาม เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว.

จงซานที่จ้องมองสวีฝู่ที่จากไป พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.

กงไป๋เย่ นับว่าเป็นตัวตนที่น่าเกรงขามของต้าฉินทว่าไป๋เย่กับยืนอยู่ด้านหลังสวีฝู่ ดูเหมือนว่าสถานะของสวีฝู่สูงกว่าอย่างชัดเจน!

สวีฝู่ ผู้นี้เป็นใครกัน?

"เหล่าเย่ มีอะไรอย่างงั้นรึ?"เป่าเอ๋อสอบถามออกไป.

"ไม่มีอะไร!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา ระงับความสงสัยเอาไว้ในใจ.

ทุกคนที่ก้าวเดินตรงเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ที่อยู่ไม่ไกลออกไป.

"ทุกท่านต้องการเข้าร่วมแข่งขันงานชุมนุมหมื่นเม็ดยาอย่างงั้นรึ?"เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่กล่าวสอบถาม.

"ใช่แล้ว! นี่คือเทียบเชิญ!"เป่าเอ๋อที่ส่งเทียบเชิญออกไป.

เจ้าหน้าที่รับมาตามมารยาท ก่อนที่จะกล่าวออกมา "ไม่ว่าจะมีเทียบเชิญหรือไม่ ก็จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าสำนักไท่ต่าน คาดไม่ถึงเลยว่าเซิ่งต่านจะเชิญ ทุกคนล้วนแล้วแต่ทรงเกียรติ ทว่าประเพณีไม่สามารถละเลยได้ ต้องขออภัยด้วย!"

"อืม!"เป่าเอ๋อพยักหน้า.

"แล้วจะตรวจสอบอย่างไร?"จงซานสอบถาม.

"ง่ายมาก เพียงแค่หลอมเม็ดยาระดับเจ็ดขึ้นมาหนึ่งหม้อ ถึงจะลงทะเบียนได้เสร็จสิ้น และอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ ถึงจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการได้! ในเวลานี้ เซิ่งต่านจะเป็นคนตรวจสอบด้วยตัวเอง!"เจ้าหน้าที่กล่าว.

จงซานและเป่าเอ๋อที่จ้องมองหน้ากันและกัน ก่อนที่เป่าเอ๋อจะพยักหน้า.

เม็ดยาระดับเจ็ด ด้วยวิธีนี้จะสามารถคัดแยกเหล่านักปรุงยาทั่วไปออกไปได้ คนที่สามารถหลอมเม็ดยาระดับเจ็ดได้นั้น ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นปรมาจารย์ปรุงยาทั้งนั้น ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่ปรมาจารย์ปรุงยาเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันหมื่นเม็ดยาครั้งนี้ได้.

"เจ้าสำนัก ไท่ต่าน ถือว่าเป็นแขกของเซิ่งต่าน เช่นนั้นเชิญเลือกเตาปรุงยาได้ ต้องไม่ลืมว่าหลังจากนี้ต้องปรุงยาขึ้นมา หากว่าสามารถ  ข้าจะมอบตราเข้าร่วมการแข่งขันให้!"เจ้าหน้าที่กล่าว.

"อืม!"ทุกคนพยักหน้ารับ.

จากนั้น เป่าเอ๋อที่เลือกเตาปรุงยา ที่อยู่ไกลออกมา.

"สำหรับวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการปรุงยา สามารถซื้อได้จากฝังนั้น?"เจ้าหน้าที่กล่าว.

"พวกเราเตรียมมาเอง!"จงซานส่ายหน้าไปมา.

"เชิญ!"เจ้าหน้าที่กล่าว.

เป่าเอ๋อพยักหน้าก่อนที่จะเดินตรงไปยังด้านหน้าเตาปรุงยา สะบัดมือ ฝ่าหม้อยาก็เปิดขึ้น เป่าเอ๋อนำกล่องหยกมากมายออกมา วัตถุดิบปรุงยามากมายที่เปิดออกมา ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว.

"โสมทองม่วงหมื่นปี ปลาฟูหลิงหมื่นปี หญ้าเฉียนเย่หมื่นปี จิตวิญญาณทมิฬสามหมื่นปี......."ใบหน้าของเจ้าหน้าที่อ้าปากค้างด้วยความงงงวย.

สำนักไท่ตานอยู่ที่ใหนกัน? ถึงได้มีวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพขนาดนี้? ทุกอันล้วนแล้วแต่มีอายุหมื่นปี นี่นำมาใช้เพียงแค่รอบทดสอบเองอย่างงั้นรึ?

ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่อยากเชื่อกับวัตถุดิบที่เป่าเอ๋อนำมาใช้ สมุนไพรทั้งหมดที่ถูกส่งเข้าไปในเตาหลอมยา ฝ่าเตาปุรงยาที่ปิดลง กระบวนการหลอมก็เริ่มขึ้น.

ปราณวิญญาณมากมายกำลังถูกดึงเข้ามาในหม้อปรุงยา กลิ่นของสมุนไพรที่อบอวล ปราณของเตาปรุงยาที่ลุกโชนทำให้ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ส่งเสียงฮือฮา.

ถ้าจะให้กล่าวล่ะก็ การหลอมยานั้นจะต้องทำให้ปราณวิญญาณจากวัตถุดิบไม่กระจายหายไป ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของยาไม่ลดลง ส่วนการปรุงยาของเป่าเอ๋อนั้นเป็นการดึงพลังปราณวิญญาณทั่วทุกสารทิศดูดเข้าไปในเตา.

สำหรับการหลอมยาแล้ว สมุนไพร 100 ส่วน 70 ส่วนจะกลายเป็นของเสีย.

เจ้าหน้าที่ข้าง ๆ ที่จ้องมองเป่าเอ๋อที่นำสมุนไพรทั้งหมดใส่ลงไปในเตา แทบไม่สามารถทนมองได้เลย มันจะเกินไปแล้ว เป็นใครมาจากใหนกัน ถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้! มั่งคั่ง จนไม่สนใจว่าจะสิ้นเปลื้องอย่างงั้นรึ?

การปรุงยาแต่ละครั้ง ยิ่งใช้วัตถุดิบมากเท่าไหร่ ของเสียก็จะมากขึ้นเท่านั้น เช่นนั้นการปรุงยาแต่ละครั้ง ทุกคนจึงจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ครุ่นคิดอย่างละเอียด.

การปรุงยานั้น โดยปรกติต้องใช้เวลาสามชั่วยามในการหลอมเม็ดยาระดับเจ็ดขึ้นมา ซึ่งในเวลานี้มีคนอยู่ไม่น้อยที่กำลังหลอมยาอยู่ ส่วนเป่าเอ๋อนั้นใช้เวลาไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น!

หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป เป่าเอ๋อที่ใช้วิชากายกลางในการขึ้นรูปเม็ดยาในทันที.

เหล่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้าง ๆ  ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองกันและกัน เสร็จแล้วรึ? เร็วขนาดนี้เลยรึ?เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเม็ดยาระดับสองก็ยังไม่รวดเร็วขนาดนี้.

ในเวลาเดียวกัน กลิ่นของเม็ดยาที่ลอยฟุ้งไปในอากาศ ทำให้สายตาของคนจำนวนมากจับจ้องมองมาเป็นสายตาเดียวกัน จดจ้องมองมายังทิศทางของกลุ่มจงซาน.

"หนึ่งก้านธูปอย่างงั้นรึ? ใช้เวลาหลอมหนึ่งก้านธูปอย่างงั้นรึ?"ไม่รู้ว่าจะต้องอุทานอะไรออกมา.

"ไม่มีทาง! ใช้เวลาแค่หนึ่งก้านธูปรึ?

"บิดาเห็นกับตา นับตั้งแต่พวกเขาใส่วัตถุดิบลงไป ข้าเห็น ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งก้านธูป."

"ใช้เวลาหนึ่งการธูปหลอมยา ยาที่ได้มีแต่ขยะเท่านั้น!"

..............................

..................

ผู้คนรอบ ๆ ที่แค่นเสียงวิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา.

ส่วนเป่าเอ๋อ ที่สะบัดมือ เม็ดยาระดับเจ็ดที่มีสีเขียวและส่องประกายแสงก็ลอยออกมาอยู่ในมือของนาง

"หลอมเสร็จจริง ๆ รึ?นี่เม็ดยาอะไร? ได้เพียงไม่กี่เม็ด?"

"เพียงแค่เจ็ดเม็ดรึ? ด้วยวัตถุดิบที่ใช้ก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบที่มีอายุหมื่นปีทั้งหมด ใช้เงินหลายล้านศิลาวิญญาณ การปรุงยาครั้งนี้ใช้วัตถุดิบ 13 ชนิด มันมีราคาถึงพันล้านศิลาวิญญาณระดับสูง!"

ทุกคนที่เข้ามาล้อมรอบอย่างบ้าคลั่ง.

เหล่าเจ้าหน้าที่ที่กลืนน้ำลายเดินเข้ามา จดจ้องมองเม็ดยาในมือเป่าเอ๋ออย่างระมัดระวัง สีเขียวมันเงาแทบจะมองผ่านเข้าไปด้านใน.

"นี่คือ?"เจ้าหน้าที่ที่แสดงท่าทางประหลาดใจและไม่แน่ใจ.

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลงทะเบียน ที่เข้าใจและรู้จักเม็ดยาเป็นอย่างดี ทว่าเม็ดยาที่อยู่ด้านหน้านั้น คาดไม่ถึงว่าเขาไม่รู้จัก.

"ไม่ว่าอย่างไรคงต้องของลองชิมดูก่อนสักเม็ด?"เจ้าหน้าที่กล่าว.

โดยปรกติแล้ว ไม่สามารถให้กระทำเช่นนี้ได้ ต้องไม่ลืมว่าเม็ดยาทุกเม็ดล้ำค่ามาก มีราคาแพง หากไม่เพราะว่าเขาเห็นวัตถุดิบก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวคงไม่กล้าร้องขอเช่นนี้อย่างแน่นอน.

ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างรู้สึกอิจฉา ใช่แล้ว หาว่ามันคือเม็ดยาระดับเจ็ดจริง ๆ  แม้นเพียงกินแค่เม็ดเดียว ก็จะเกิดผลประโยชน์มหาศาล แม้แต่คนมากมายต่างก็ต้องการทดสอบเม็ดยาดังกล่าวนี้ด้วย.

"เจ้าต้องการทดสอบอย่างงั้นรึ? คงไม่ดี!"เป่าเอ๋อส่ายหน้า.

"แต่ว่าหากข้าไม่ทดสอบ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าทำได้สำเร็จ!"เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว คิดว่าเป่าเอ๋อที่ใช้วิธีแปลก ๆ  อาจจะกำลังเสแสร้งหลอกลวงอยู่.

เม็ดยาระดับเจ็ดนั้น หากไม่ทดสอบ จะรู้ได้อย่างไรว่าผ่านคุณสมบัติ?

"ใช่ เม็ดยาของเจ้าไม่มีใครเคยเห็น ใครรู้บ้างว่าเม็ดยาระดับเจ็ดนี้คือเม็ดยาอะไร?

"ที่เจ้าไม่ให้ทดสอบไม่ใช่ว่ากำลังหลอกลวงเพื่อโกงสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันหรอกรึ?"

ผู้คนรอบ ๆ เวลานี้ส่งเสียงอื้ออึ้งขึ้นมาในทันที.

เจ้าหน้าที่แสดงท่าทางไม่เป็นมิตรกับเป่าเอ๋อเป็นอย่างมาก.

เป่าเอ๋อที่ฝืนยิ้มออกมา "ข้าไม่ได้ห้ามเจ้าทดสอบ เพียงแค่เจ้าไม่สามารถลอง เนื่องจากเจ้าไม่สามารถทนได้!"

"น่าขัน เม็ดยาระดับแปดข้ายังทดสอบมาแล้ว เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่สามารถทนได้?"เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเอ่ยออกมาด้วยความเหยียดหยัน.

"เม็ดยานี้มีชื่อว่า "หมื่นพิษกร่อนใจละลายกระดูก หากว่าเจ้าสามารถทนได้แล้วล่ะก็ ข้าจะไม่ห้ามเจ้า!"เป่าเอ๋อที่ยื่นเม็ดยาออกไปขณะพูด.

จบบทที่ Chapter 565 เจ้าไม่ควรทดลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว