- หน้าแรก
- ฟุตบอล เปิดตัวพลังเต็มพิกัด แซงหน้าโรนัลโดและเมสซี
- บทที่ 14 จอมตะกละหลินรุ่ย
บทที่ 14 จอมตะกละหลินรุ่ย
บทที่ 14 จอมตะกละหลินรุ่ย
บทที่ 14 จอมตะกละหลินรุ่ย
เขาเห็นอะไรนั่น?
มาร์เซโลแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เขาเห็นหลินรุ่ยซัดประตูด้วยลูกยิงหนักหน่วงลูกแล้วลูกเล่า บอลพุ่งแสกหน้าผู้รักษาประตูเข้าไปตุงตาข่ายอย่างไม่ปรานี
การวางเท้าที่เฉียบขาดและพละกำลังมหาศาลนั่น ทำเอาทุกคนในสนามขวัญผวา
โดยเฉพาะจังหวะที่ผู้รักษาประตูถึงกับถอดใจ ไม่กล้ารับลูกยิงของหลินรุ่ย จนบอลพุ่งชนคานสนั่นหวั่นไหว... จังหวะนั้นทำเอาเขาขนลุกซู่
เขารู้ทันทีว่าตัวเองขุดเจอ “ขุมทรัพย์” เข้าให้แล้ว
ไอ้หนุ่มที่ยิงหนักตีนระเบิดขนาดนี้ ไม่ใช่อาวุธหนักที่ทีมกำลังขาดแคลนเพื่อใช้เจาะแนวรับรถบัสหรอกหรือ?
แถมหมอนี่ยังมีทีเด็ดลูกโหม่งอีกต่างหาก... ครบเครื่องเรื่องถล่มประตูชัด ๆ
มีไอ้หมอนี่ยืนค้ำหอก... จู่ ๆ เขาก็มั่นใจขึ้นมาทันตาเห็นว่าแมตช์สุดสัปดาห์ที่ต้องเจอกับ แอธเลติก บิลเบา ทีมของเขาจะมีลุ้น
ทว่า... พอหลินรุ่ยเปลี่ยนไปซ้อมเดาะบอล คิ้วของมาร์เซโลก็ขมวดมุ่นทันที
“นั่นมันอะไรวะน่ะ?”
มองดูท่าทางเดาะบอลเงอะงะของหลินรุ่ย มุมปากมาร์เซโลกระตุกยิก ๆ
การครองบอลห่วยแตกบรม
มิน่าล่ะ ตอนทดสอบฝีเท้า สัมผัสบอลแรกของหมอนี่ถึงกระดอนไปไกลเป็นวา
ด้วยเบสิกบอลระดับนี้... นี่มันระดับมือสมัครเล่นชัด ๆ
เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าคนที่มีทักษะครองบอลห่วยแตกขนาดนี้ ยิงประตูสวย ๆ แบบเมื่อกี้ออกมาได้ยังไง... มันเหลือเชื่อเกินไป
ในสนามเวลานี้ เถียเสี่ยวกับจ้าวตงหยางยืนอ้าปากค้าง มองหลินรุ่ยซ้อมเดาะบอลอยู่ไม่ไกล
“1, 2... 9, เชี่ยเอ๊ย!”
“1, 2... 11, คุณพระช่วย!”
ฟังเสียงหลินรุ่ยนับเลขไป แล้วก็สบถออกมาทุกครั้งที่เดาะได้แค่สิบกว่าที ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเอง
นี่คือพี่หลินคนเดียวกับที่ยิงตีนระเบิดเมื่อกี้จริงดิ?
ระดับการเดาะบอลของพี่แก ห่วยกว่าเด็กฝึกที่กากที่สุดในทีมพวกเขาซะอีก
ฝีมือแค่นี้เข้าทีมชุดบีของแอตเลติโก มาดริด ได้ไงวะเนี่ย?
ความมั่นใจของทั้งสองคนกลับคืนมาทันควัน
ที่แท้ระดับของเซกุนด้า ดิวิชั่น ก็งั้น ๆ เองสินะ
หลินรุ่ยเองก็หน้าแดงเถือกด้วยความอาย... คราวนี้ขายขี้หน้าประชาชีจริง ๆ
ถึงจะไม่หันไปมองหน้าเจ้าสองคนนั้น เขาก็เดาได้ว่าพวกมันคงกำลังกลั้นขำจนตัวสั่น
แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น ทักษะการครองบอลไม่ใช่สิ่งที่จะเสกได้ในวันสองวัน
ได้แต่กัดฟันซ้อมต่อไป
การซ้อมช่วงหลังนี้กินเวลาไปอีกกว่าหนึ่งชั่วโมง
กว่าเขาจะหยุดซ้อม เวลาก็ปาเข้าไปสามทุ่มครึ่ง
สองหนุ่มที่รออยู่ข้างสนามเริ่มเบื่อจนรากงอก
เห็นหลินรุ่ยหยุดพักสักที ทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาหา
“พี่หลิน พอแค่นี้เถอะครับ วันนี้พวกผมไม่ไหวแล้วจริง ๆ”
เถียเสี่ยวโอดครวญหน้าบอกบุญไม่รับ
หลินรุ่ยเองก็รู้สึกว่าร่างกายล้าเต็มที เขาพยักหน้า ทั้งสามจึงเก็บข้าวของแล้วเดินออกจากสนาม
เห็นทั้งสามคนเดินจากไป มาร์เซโลในห้องทำงานถึงค่อยละสายตา
“เจ้าหนูพวกนี้ดูขยันขันแข็งดี หวังว่าจะไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟางนะ”
มาร์เซโลคิดในใจเงียบ ๆ
เขาเห็นนักเตะมานักต่อนัก ช่วงแรกที่เข้าทีมก็ขยันตัวเป็นเกลียว แต่พอนานไปก็เริ่มเฉื่อยชา เริ่มเหลวไหล
ในสายตามาร์เซโล นักเตะพวกนี้ไม่มีอนาคตหรอก
เพราะสิ่งที่กำหนดเพดานความสามารถของคน นอกจากพรสวรรค์แล้ว ก็คือความเพียรพยายามและความมุ่งมั่น
เมื่อพรสวรรค์ใกล้เคียงกัน คนที่กัดฟันทำเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ได้เป็นสิบปี คือคนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า
ความล้มเหลวของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะ “ไม่ทน”
ธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อทำอะไรนาน ๆ ย่อมเกิดความล้า ความเบื่อหน่าย และอารมณ์ด้านลบสารพัด
การเอาชนะอารมณ์พวกนี้ได้หรือไม่... นั่นคือเส้นแบ่งระหว่างผู้ชนะกับคนธรรมดา
มาร์เซโลยังคงมองหลินรุ่ยในแง่ดี
แต่ด้วยภาพจำที่ไม่ค่อยดีของนักเตะจีนในอดีต เขาจึงยังคงระมัดระวังในการประเมิน
เขาจะไม่ด่วนสรุปเพียงแค่เห็นฟอร์มดีช่วงสั้น ๆ
กว่าหลินรุ่ยจะกลับถึงหอพัก ก็เกือบสี่ทุ่ม
เขาอาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วเข้านอนแต่หัวค่ำ
เขาเช็กระบบ... ค่าการฝึกซ้อมเพิ่มขึ้นมาอีก 2 แต้ม รวมเป็น 3 แต้ม
ขาดอีกแค่ 7 ชั่วโมง เขาก็จะแลกแต้มคุณสมบัติได้ 1 แต้ม
คิดแล้วหลินรุ่ยแทบอยากจะลุกไปซ้อมต่อเดี๋ยวนี้เลย
แต่เขารู้ดีว่า “รีบร้อนไปก็เสียการ” นักกีฬาไม่ได้ต้องการแค่การฝึกซ้อม แต่ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอด้วย
ขืนซ้อมตะบี้ตะบันโดยไม่พัก ต่อให้เป็นยอดมนุษย์ก็พัง
หลินรุ่ยทิ้งตัวลงนอน แล้วหลับเป็นตายในเวลาอันรวดเร็ว
ค่ำคืนผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ตีสี่เช้าวันรุ่งขึ้น หลินรุ่ยตื่นจากฝันตรงเวลาเป๊ะ
สิ่งที่ทำให้หลินรุ่ยแปลกใจคือ แม้จะได้นอนแค่ห้าหกชั่วโมง แต่เขากลับรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน อาการงัวเงียอ่อนเพลียที่เคยเป็นหายไปปลิดทิ้ง
หลินรุ่ยเข้าใจทันที... นี่ต้องเป็นฝีมือของระบบแน่ ๆ
เรื่องนี้ทำให้เขาดีใจเนื้อเต้น
แบบนี้ ในอนาคตเขาจะลดเวลานอนลงได้อีกเยอะ
เวลาที่ประหยัดได้ เอาไปทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อม... นี่คือกำไรมหาศาล
หลินรุ่ยดีดตัวลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกไปที่สนามซ้อมตอนตีสี่ครึ่งตรงเป๊ะ
โปรแกรมการฝึกซ้อมตอนเช้าของเขาเรียบง่าย... วิ่งและเวทเทรนนิ่ง
เริ่มด้วยจ็อกกิ้งเบา ๆ หนึ่งชั่วโมง ตามด้วยวิดพื้น 100 ครั้ง 5 เซต, สควอท 100 ครั้ง 5 เซต, และซิทอัพ 100 ครั้ง 5 เซต
หลังจากจบเซตเวทเทรนนิ่ง ก็ต่อด้วยกระโดดเชือกครึ่งชั่วโมง และกระโดดกบอีกครึ่งชั่วโมง
ปิดท้ายด้วยจ็อกกิ้งเบา ๆ เพื่อคลายกล้ามเนื้ออีกครึ่งชั่วโมง
ระหว่างการเปลี่ยนท่าบริหาร จะมีเวลาพักฟื้นร่างกาย 5 นาที
กว่าจะจบโปรแกรมชุดนี้ เวลาก็ปาเข้าไปแปดโมงเช้า
เวลานี้ หลินรุ่ยจะกลับหอพักไปอาบน้ำ แล้วไปโรงอาหารตอนแปดโมงสิบห้า
ตารางชีวิตประจำวันของสเปนค่อนข้างแปลกประหลาด
เริ่มงานเก้าโมงเช้านี่ถือว่าเช้ามาก หลายบริษัทเริ่มงานเก้าโมงครึ่ง หรือบางที่ปาไปสิบโมง
มื้อเที่ยงกินกันตอนบ่ายโมงหรือบ่ายสอง ส่วนมื้อเย็นลากยาวไปสองหรือสามทุ่ม
แต่แอตเลติโก มาดริด เป็นทีมกีฬา การฝึกซ้อมจึงเริ่มค่อนข้างเช้า คือเก้าโมงตรง
พักเที่ยงตอนเที่ยงครึ่ง พักสองชั่วโมง แล้วเริ่มซ้อมบ่ายตอนบ่ายสองครึ่ง เลิกห้าโมงเย็น
ดังนั้น มื้อเช้าที่โรงอาหารนักเตะจึงเริ่มประมาณแปดโมง
มื้อเที่ยงเที่ยงครึ่ง และมื้อเย็นเริ่มหกโมงถึงสองทุ่ม
ที่มื้อเย็นเริ่มเร็ว เพราะต้องรองรับนักเตะต่างชาติ
ถ้าเป็นนักเตะสเปนท้องถิ่น ป่านนี้คงเพิ่งเริ่มกินมื้อเย็นกันตอนหนึ่งหรือสองทุ่ม
ตารางเวลานี้ ตอนแรกเล่นเอาหลินรุ่ยที่มาจากจีน ประเทศที่แข่งขันกันดุเดือดตื่นเช้าเป็นบ้าเป็นหลัง ปรับตัวแทบไม่ทัน
ตอนอยู่จีน ทีมเรียกรวมพลกันเจ็ดโมงครึ่งด้วยซ้ำ
แต่เขาอยู่สเปนมาหลายเดือนแล้ว ก็เริ่มชินกับวิถีชีวิตแบบนี้
มื้อเช้าของหลินรุ่ยอลังการงานสร้าง... ไข่ไก่, นม, ข้าวโอ๊ต, ขนมปังโฮลวีต, สลัดผักผลไม้... กองพูนจานใบยักษ์
อาจเป็นเพราะระบบ ทำให้หลินรุ่ยเจริญอาหารผิดมนุษย์มนา
ปริมาณอาหารที่เขากินตอนนี้ เท่ากับผู้ใหญ่ปกติสี่ห้าคนรวมกัน หรือเกือบสองเท่าของที่เขาเคยกินเมื่อก่อน
โชคดีที่โรงอาหารเป็นบุฟเฟต์ กินมากกินน้อยก็จ่ายเท่ากัน ไม่งั้นด้วยกระเพาะหลุมดำแบบนี้ เขาคงถังแตกแน่
แต่พฤติกรรมการกินล้างผลาญนี้ ก็ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาในโรงอาหาร
ทั้งผู้จัดการโรงอาหารและนักเตะคนอื่นที่นั่งกินอยู่ ต่างพากันเหลียวมอง
ผู้จัดการโรงอาหารพนักงานแห่งนี้เป็นคุณป้าร่างท้วมวัยใกล้เกษียณ ชื่อ คลาวเดีย
เมื่อเห็นจานอาหารพูนทะลักของหลินรุ่ย ตาของเธอก็เบิกกว้าง อุทานเสียงหลง “คุณพระช่วย! พ่อหนุ่ม กินหมดนั่นจริงเหรอ? นั่นมันโควตาป้าสองวันเลยนะ”
“สบายมากครับป้าคลาวเดีย ผมกำลังโตน่ะครับ”
หลินรุ่ยฉีกยิ้มกว้างตอบกลับ
เขารู้สึกดีกับป้าร่างท้วมคนนี้ เพราะเมื่อวานตอนมื้อเย็น ที่เขาเพิ่งมาใหม่และทำตัวไม่ถูก ก็ได้ป้าคนนี้แหละช่วยแนะนำกฎระเบียบ วิธีหยิบจานชาม และแนะนำเมนูเด็ดให้อย่างใจดี
เห็นได้ชัดว่าแกเป็นคนอบอุ่นและใจดีมาก
เขาจึงตอบข้อสงสัยของแกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ได้ยินคำตอบของหลินรุ่ย คลาวเดียยังคงมีสีหน้าไม่เชื่อถือ เธอเตือนเสียงเข้ม “โรงอาหารมีกฎนะ ถ้ากินเหลือจะโดนลงโทษ หวังว่าเธอคงรู้นะ”
“โอเค! ไม่มีปัญหาครับ! ผมไม่กินทิ้งกินขว้างแน่นอน”
หลินรุ่ยรับปาก
เห็นท่าทีมั่นใจของหลินรุ่ย คลาวเดียแม้จะไม่เชื่อว่าจะมีใครยัดทะนานได้ขนาดนั้น แต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ
หลินรุ่ยเลิกคุยแล้วก้มหน้าก้มตาจัดการมื้อเช้าตรงหน้า
ไม่นาน ทุกสายตาก็ต้องจับจ้องมาที่หลินรุ่ยเป็นจุดเดียว
พวกเขามองดู ไข่ไก่สิบกว่าฟอง, ขนมปังเจ็ดแปดแผ่น, นมสี่แก้ว, ข้าวโอ๊ตสามชามโต, และกะละมังสลัดผักผลไม้... ค่อย ๆ ถูกหลินรุ่ยลำเลียงลงกระเพาะไปอย่างเป็นระบบระเบียบ
จนกระทั่งหลินรุ่ยกระดกนมแก้วสุดท้ายลงคอ เสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่ถึงดังขึ้นพร้อมกันทั่วโรงอาหาร
“พระเจ้าช่วย! หมอนี่มันจอมตะกละหรือไง? กินเข้าไปได้ยังไงขนาดนั้น”
“อาหารสามมื้อของฉันรวมกัน ยังไม่เท่ามื้อเดียวของหมอนั่นเลยมั้ง”
“หมอนี่อดอยากปากแห้งมาจากไหนเนี่ย? กินทีเดียวขนาดนี้ ไม่กลัวท้องแตกตายเหรอ?”
“ดูเขาชิลมาก น่ากลัวชะมัด! เห็นเขากินแล้วฉันอยากกินขนมปังเพิ่มอีกแผ่นเลย”
คนอื่น ๆ ในโรงอาหารวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส
ส่วนคลาวเดียยืนอึ้ง ทึ่งในความสามารถ
เธอไม่นึกเลยว่าไอ้หนูจีนจะฟาดเรียบวุธขนาดนี้
เธอรู้ตัวแล้วว่าประเมินเขาผิดไปถนัดใจ
เธอเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าซับซ้อน มองหน้าหลินรุ่ยแล้วเอ่ยว่า “โอ้ พ่อหนุ่ม ป้าต้องยอมรับเลยว่าเธอทำให้ป้าเซอร์ไพรส์มาก แต่กินเข้าไปขนาดนี้... จะไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?”
“สบายมากครับ! จริง ๆ ผมกินได้อีกนะ แต่เดี๋ยวมีซ้อมเช้า กินเยอะไปเดี๋ยวจุก”
หลินรุ่ยตอบพลางหัวเราะร่า
“โอเค พ่อหนุ่มจอมเวทย์จากแดนตะวันออก ดูท่าป้าต้องสั่งให้ครัวทำอาหารเพิ่มแล้วล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวคนอื่นจะไม่มีกินเอา”
คลาวเดียหยอกล้อ
หลินรุ่ยเกาหัวแก้เก้อ รู้สึกเขินนิด ๆ
ท่าทางนั้นทำให้คลาวเดียหัวเราะคิกคัก... เป็นเด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดูจริง ๆ
เธอจึงพูดต่อ “พ่อหนุ่ม กินเข้าไปเยอะขนาดนี้ สุดสัปดาห์นี้ต้องโชว์ฟอร์มให้ดีล่ะ ต้องสั่งสอนไอ้พวกแอธเลติก บิลเบา ให้รู้สำนึกถึงความเก่งกาจของพวกเรา ไม่งั้นเสียดายข้าวสุกแย่”
“ไม่มีปัญหาครับ! ขอแค่โค้ชให้โอกาส ผมจัดหนักพวกมันแน่ ป้าจะมาเชียร์ไหมครับ?”
หลินรุ่ยตบหน้าอกรับประกันเสียงดัง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═