เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ฉันต้องการนักเตะคนนี้

บทที่ 9 ฉันต้องการนักเตะคนนี้

บทที่ 9 ฉันต้องการนักเตะคนนี้


บทที่ 9 ฉันต้องการนักเตะคนนี้

ซิลวิโอกระชากบอลจี้เข้าหาเส้นหลัง ก่อนจะโยกหลอกตัวประกบที่พุ่งเข้ามาขวาง แล้วตวัดเปิดบอลโด่งโค้งเข้าไปที่กลางประตู

ทว่า ทันทีที่ลูกบอลลอยออกจากเท้า ซิลวิโอก็สบถในใจ “เวรเอ๊ย!”

ลูกนี้เขารีบร้อนเปิดเกินไป ควบคุมน้ำหนักเท้าได้ไม่ดี

วิถีบอลที่พุ่งออกไปจึงเบี่ยงเบนจากเป้าหมายเล็กน้อย

ถ้าปล่อยให้ลอยไปตามวิถีนี้ จุดตกของบอลจะอยู่ห่างจากหลินรุ่ยออกไปอีก และตรงจุดนั้นมีกองหลังคู่แข่งยืนออกันอยู่หลายคน หลินรุ่ยไม่มีทางเข้าถึงบอลได้แน่นอน

เท่ากับว่าการประสานงานเกมรุกครั้งนี้ล้มเหลวโดยสมบูรณ์

ดูท่าคราวนี้ไอ้หนูจีนคงทำให้เฮดโค้ชผิดหวังอีกตามเคย

เขาได้แต่หวังว่าตัวเองจะไม่โดนหางเลข ถูกเฮดโค้ชกาหัวไปด้วย

ซิลวิโอรู้สึกผิดลึก ๆ

แต่ทว่า วินาทีถัดมา ภาพเหตุการณ์ชวนตะลึงก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

ขณะที่ลูกบอลลอยโด่งข้ามเขตโทษ ดูเหมือนเจ้าหนูจีนจะสังเกตเห็นแล้วว่าจุดตกของบอลมีปัญหา

แต่เขาไม่ยอมแพ้ กลับระเบิดฝีเท้าพุ่งทะยานเข้าหาฝูงคนที่ยืนรอรับบอลอยู่อย่างบ้าคลั่ง

“หมอนั่นจะทำบ้าอะไร?”

หลายคนที่จับตาดูการเคลื่อนไหวของหลินรุ่ยอุทานออกมาพร้อมกัน

แต่แล้วในชั่วพริบตา ผู้คนก็ได้เห็นหลินรุ่ยที่วิ่งถมเข้ามา ดีดตัวลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า

อาศัยแรงส่งจากการวิ่ง ความสูงที่เขากระโดดนั้นเหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไป เขาเหินข้ามหัวทุกคน! ราวกับขุนเขาที่กำลังถล่มทับลงมาเหนือศีรษะของแนวรับทั้งหมด

และจังหวะนั้นเอง ลูกบอลก็มุดต่ำลงมาพอดี

หน้าผากของหลินรุ่ยปะทะเข้ากับลูกบอล ตัดหน้าทุกคนที่ยืนขาตาย

“ปึ้ก!”

เสียงกระแทกหนักหน่วงดังก้องสนาม

ลูกฟุตบอลเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ พุ่งวาบเสียบตาข่ายที่อยู่ไม่ไกลราวกับจรวดนำวิถี

ในขณะเดียวกัน ร่างของหลินรุ่ยก็ร่วงลงจากอากาศ ทับลงบนตัวกองหลังหลายคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง

กองหลังเหล่านั้นล้มกลิ้งระเนระนาด กลายเป็นภาพความโกลาหลที่ดูทุลักทุเล

ส่วนหลินรุ่ย... รอดตัวสบาย ๆ เพราะมีเบาะเนื้อมนุษย์รองรับไว้หลายชั้น

หลังจากรีบลุกขึ้นจากพื้น หลินรุ่ยหันไปมองกองหลังคู่กรณีที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นด้วยสายตารู้สึกผิด

“โทษทีพวก”

หลินรุ่ยเอ่ยขอโทษพลางยื่นมือไปช่วยดึงพวกเขาขึ้นมา

เผชิญหน้ากับมือที่ยื่นมาของหลินรุ่ย เหล่ากองหลังไม่ได้ปฏิเสธ

ทว่าสายตาที่พวกเขามองหลินรุ่ยนั้นเปลี่ยนไป... มันเต็มไปด้วยความทึ่งปนสยอง

ทุกคนต่างตกตะลึงกับลูกโหม่งเมื่อครู่ของหลินรุ่ย

“บ้าเอ๊ย! นี่มันยังใช่คนอยู่ไหม? บินสูงขนาดนั้น ทำไมไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยล่ะพ่อคุณ?”

คนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ช็อกกับฟอร์มของหลินรุ่ยเมื่อครู่เช่นกัน

พวกเขาไม่เคยเห็นลูกพุ่งโหม่งที่ดุดันขนาดนี้มาก่อน

พลังกระโดดและทักษะการโหม่งของหมอนี่มันระดับปีศาจชัด ๆ... นี่มันสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์

ซานเชซที่ข้างสนาม หลังจากยืนอึ้งไปชั่วขณะ ก็กำหมัดแน่นแล้วชกอากาศอย่างสะใจ

“ฉันบอกแล้วไง ว่าเจ้านี่คือจ้าวเวหา นายเห็นหรือยัง? เห็นลูกโหม่งนั่นไหม? มันทำให้คิดถึง ‘ฉลามขาว’ คลินส์มันน์ เลยไม่ใช่หรือไง?”

ซานเชซเขย่าไหล่มาร์เซโลอย่างตื่นเต้นพลางตะโกนลั่น

มาร์เซโลเองก็ตกใจกับลูกโหม่งของหลินรุ่ยไม่น้อย แต่เขาดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ยอมรับว่าไม่เลว แต่ถ้าเก่งแค่ลูกโหม่ง มันก็ดูมิติเดียวไปหน่อย ในทีมของฉัน เขาคงเป็นได้แค่ตัวสำรองที่ลงมาแก้เกมในบางจังหวะเท่านั้น”

เห็นได้ชัดว่ามาร์เซโลยังคงลังเลที่จะเก็บหลินรุ่ยไว้

ถึงอย่างนั้น ท่าทีของเขาก็ดีขึ้นกว่าตอนแรกมากโข

อย่างน้อยตอนนี้ หลินรุ่ยก็เริ่มอยู่ในสายตาเขาแล้ว

“รอดูกันต่อไป”

ซานเชซผิดหวังเล็กน้อยกับท่าทีของมาร์เซโล แต่เขาก็รู้ว่ามุมมองของมาร์เซโลนั้นถูกต้อง

ลำพังแค่โหม่งเก่งอย่างเดียว มันไม่พอที่จะยืนหยัดในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ที่เน้นความสามารถรอบด้าน

เขาจึงไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่เฝ้าดูเกมในสนามเงียบ ๆ

เนื่องจากลูกโหม่งเมื่อครู่ของหลินรุ่ยงดงามหยดเยิ้ม เพื่อนร่วมทีมคนอื่นจึงเริ่มยอมรับในความสามารถลูกกลางอากาศของเขา

ผู้เล่นคนอื่นเริ่มจงใจเปิดบอลโด่งไปให้เขา

นั่นทำให้โอกาสของหลินรุ่ยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไม่นาน โอกาสทองก็มาถึงอีกครั้ง

คราวนี้ยังคงเป็นซิลวิโอ เขาเปิดบอลครอสจากแนวลึกฝั่งขวาที่ระยะ 45 องศา โยนยาวเข้าไปหน้าปากประตู

จังหวะนี้ หลินรุ่ยยืนปักหลักอยู่ที่หัวกะโหลกเขตโทษ โดยมีกองหลังสองคนประกบติดซ้ายขวาแน่นหนา

ทันทีที่เห็นลูกเปิดของซิลวิโอ หลินรุ่ยจับจังหวะได้แม่นยำ เร่งสปีดพุ่งไปข้างหน้าทันที

แต่ทว่า... เขาเกือบเสียหลักเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่เสื้อจากด้านหลัง พยายามรั้งไม่ให้เขาพุ่งออกไป

ไม่ต้องหันไปมอง หลินรุ่ยก็รู้ว่าเป็นฝีมือตัวประกบที่พยายามหยุดเขาไม่ให้เข้าถึงบอล

แต่วินาทีนี้ เขาไม่มีเวลามามัวพะวงกับคู่แข่ง หลินรุ่ยระเบิดพลังกล้ามเนื้อทั้งหมด ฝืนแรงดึงแล้วกระชากร่างพุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง

ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าเสื้อที่รัดตึงกระตุกเฮือก ตามมาด้วยเสียงผ้าฉีกขาด

“แควก!”

แรงต้านหายวับไป ร่างของเขาพุ่งทะยานเป็นอิสระ

เขาพุ่งเข้าหาลูกบอลที่ลอยมา แล้วทิ้งตัวโหม่งแบบตอร์ปิโดบกเต็มแรง

“ปึ้ก!”

สิ้นเสียงปะทะ ลูกฟุตบอลเปลี่ยนทิศทางพุ่งเสียบสามเหลี่ยมมุมบนซ้ายอย่างเฉียบขาด

ผู้รักษาประตูคู่แข่งไม่มีโอกาสแม้แต่จะขยับตัว บอลเข้าไปนอนนิ่งในก้นตาข่ายเรียบร้อย

เมื่อส่งบอลเข้าประตู ร่างของหลินรุ่ยก็ไถลไปกับพื้นหญ้า

เขาเงยหน้าขึ้นเห็นบอลตุงตาข่าย ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นทันที

จากนั้นเขาวิ่งไปหาซิลวิโอคนเปิดบอล แล้วแท็กมือฉลองชัย

“ลูกเปิดสวยมากเพื่อน!”

ซิลวิโอเองก็หน้าบาน

นักเตะสายเปิดป้อนอย่างพวกเขา โปรดปรานนักเตะแบบหลินรุ่ยที่สุด... คนที่สามารถเปลี่ยนลูกจ่ายธรรมดาให้กลายเป็นประตู

และตอนนี้ หลินรุ่ยมีคุณสมบัตินั้นครบถ้วน

เขาจึงไม่รีรอที่จะเอ่ยชม

เพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็กรูเข้ามาแสดงความยินดีกับหลินรุ่ย

เห็นได้ชัดว่าประตูเมื่อครู่ สร้างความตื่นตะลึงให้พวกเขาไม่น้อย

“เฮ้! เพื่อน ฉันว่านายต้องเปลี่ยนเสื้อแล้วล่ะ”

เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งดึงชายเสื้อหลินรุ่ยแล้วทักขึ้น

หลินรุ่ยเพิ่งสังเกตเห็นว่าเสื้อแข่งของเขาขาดเป็นทางยาว เผยให้เห็นกล้ามท้องที่เป็นลอนสวยงาม

ร่องรอยจากการโดนกองหลังฉุดกระชากเมื่อครู่

เห็นภาพนี้ ผู้เล่นคนอื่นยิ่งทึ่งหนักเข้าไปอีก

ไอ้หนูจีนนี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ ขนาดโดนดึงเสื้อจนขาดวิ่น ยังฝืนพุ่งไปโหม่งทำประตูได้สวยสดขนาดนี้

นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้แน่ ๆ

ที่ข้างสนาม ซานเชซคว้าแขนมาร์เซโลเขย่าอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ตะโกนลั่นด้วยความสะใจ “เห็นหรือยังเพื่อน? ไอ้หนูนั่นดุไหม? นายตอบมาซิว่ามันดุไหม?”

คราวนี้ มาร์เซโลพยักหน้าหงึก ๆ ไม่ถือสาที่โดนซานเชซเขย่าตัวโยกคลอน

“ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าหมอนี่มีของ ฉันขอถอนคำพูดเมื่อกี้... บางทีหมอนี่อาจจะยึดตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าในทีมฉันได้ ฉันต้องการนักเตะคนนี้”

มาร์เซโลฟันธงตัดสินใจขั้นสุดท้ายทันที

“เยี่ยมไปเลย! เชื่อฉันเถอะเพื่อน นายจะไม่มีวันเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้”

ได้ยินมาร์เซโลบอกว่าจะเอาหลินรุ่ย ซานเชซตื่นเต้นสุดขีด ตบหน้าอกรับประกันเสียงดัง

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เกมการทดสอบก็ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินต่อ

มาร์เซโลสั่งยุติการซ้อมแข่งทันที

เขากวักมือเรียกหลินรุ่ยเข้ามา แล้วเอ่ยถาม “เอ่อ... หลิน นายมีเอเยนต์ส่วนตัวไหม? ฉันคิดว่าเรามาคุยเรื่องสัญญากันได้เลย”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 9 ฉันต้องการนักเตะคนนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว