เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 535 สนามรบโบราณแดนอเวจี.

Chapter 535 สนามรบโบราณแดนอเวจี.

Chapter 535 สนามรบโบราณแดนอเวจี.


เทียนหลิงเอ๋อที่จ้องมองประตูที่กำลังปิด แสดงท่าทางงงงวย.

"จงซานเจ้า เจ้าทั้งสองเหมือนกันอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่รู้สึกแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

จงซาน"............"

"เป็นคน ๆ เดียวกัน แน่นอนว่าเหมือนกันทุกอย่าง!"จงซานที่กล่าวออกมาเล็กน้อย.

เหล่าหญิงสาว"........."

ภายในตำหนักหยินหยาง.

ประตูตำหนักที่ปิดแน่น คนทั้งเก้าที่ยืนอยู่ รอคอยเส้นเทางหยินหยางเปิดใช้งาน พื้นที่รอบ ๆ นั้น มีกำแพงและหลังคาปิดแน่น รอบ ๆ ถูกสลักไปด้วยอักขระที่แปลกประหลาด สูงต่ำกระจาย ๆ ไปทั่ว มีรูปปั้นมังกรขนาดใหญ่ 16 ตน ที่หมุนวนอยู่รอบ ๆ ห้องโถง.

แผนที่ก่อเกิดบรรพกาลที่กางอยู่บนพื้น.

ก่อนที่มันจะค่อย ๆ หมุนวนไปมาช้า ๆ  ส่องประกายแสงเรื่อ ๆ ออกมา พร้อมกับกระจายไปยังอักขระที่อยู่รอบ ๆ รอบห้อง ทำให้อักขระเหล่านั้นส่องสว่างราวกับว่ากำลังกระโดดออกมาจากกำแพง.

ค่ายกลเปิดใช้งาน.

หนี่ปู่ซาที่ยืนอยู่ด้านหน้าแผนที่ก่อเกิดบรรพกาล ซึ่งเวลานี้ประกายแสงของอักขระกำลังกระพริบไปมารอบ ๆ .

ทันใดนั้นแผนที่ก่อเกิดบรรพกาลก็เริ่มโคจรเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  จนไม่สามารถมอบเห็นรูปร่างของมัน มองเห็นเพียงแค่ประกายแสงที่ส่องสว่างออกมา.

มังกรทองม่วงทั้ง 16 ตนทันใดนั้นก็พ่นพลังงานแสงสีเหลืองออกมา พุ่งตรงไปยังแผนที่ก่อเกิดบรรพกาล.

แสงบาง ๆ ของแผนที่และพลังงานสีเหลืองเข้าปะทะกัน ทันใดนั้นก็ปรากฏประตูค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่าปรากฏอยู่ด้านหน้า.

ที่ด้านหน้าเป็นประตูบานหนึ่ง ประตูที่มีสีดำสนิท ไม่สามารถมองเห็นแสงได้เลยแม้แต่น้อย.

"ไป!"หนี่ปู่ซาที่เอ่ยออกมาในทันที.

จากนั้น หนี่ปู่ซาก็ก้าวเข้าไปในประตู.

จงซานที่จ้องมองไปยังประตูด้านหน้า ก่อนที่จะก้าวตามไป.

ตามมาด้วยคนอื่น ๆ ที่เหลือที่ก้าวเข้าไปในประตู.

จงซานที่ก้าวเข้าไปในประตู นั้นสัมผัสความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก เหมือนกับแดนเทพพิสุทธิ์ที่มีทางเข้าขนาดเล็ก เขาที่ก้าวตรงไปยังช่องทางที่ลู่เข้าไปด้านใน.

จงซานสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม.

"ฟิ้ว!"

ทุกคนที่ก้าวเข้าไปในด้านใน ก่อนที่อีกฝั่งนั้นก็เป็นตำหนักหยินหยางของอีกฝั่ง.

?จงซานที่ตื่นตกใจเล็กน้อย.

ทุกคนที่พยามพยุงตัว ในเวลานี้พบว่ามีสะพานที่พลิกกลับ พวกเขากลับมาที่เดิมอย่างงั้นรึ?

"ภพหยิน นี่คือภพหยิน."หนี่ปู่ซากล่าว.

"ใช่รึ? นี่ไม่ใช่ตำหนักหยินหยางที่พวกเราเข้ามาก่อนหน้านี้หรอกรึ?"เห่าเม่ยลี่ที่เอ่ยออกมาในทันที.

"ที่นี่คือภพหยิน ตำหนักหยินหยางนั้น ข้าได้สร้างมันขึ้นมาสองแห่ง แห่งหนึ่งอยู่ในภพหยาง อีกแห่งอยู่ในภพหยิน ทั้งสองแห่งต่างก็มีเหมือน ๆ กัน ที่ด้านนอกนั้นก็คือภพหยินแน่นอน."หนี่ปู่ซากล่าว.

"กล่าวอีกอย่างหนึ่ง หลังจากนี้เส้นทางเคลื่อนย้ายจะถูกระบุตำแหน่งเอาไว้อย่างงั้นรึ?"จงซานที่ดวงตาส่องประกาย.

"ฝ่าบาททางเชาว์ปัญญานัก!"หนี่ปู่ซากล่าว.

หนี่ปู่ซาในเวลานี้รู้สึกดีเป็นอย่างมาก.

"เปิดประตูก็จะรู้เอง!"เซียนเซียนที่เอ่ยออกมาทันที ก่อนที่จะค่อย ๆ เปิดประตูออก.

ประตูหยินหยางที่เปิดออกเสียงดัง สายตาของทุกคนที่จับจ้องมองไปยังนอกตำหนัก เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาต่างก็คาดหวัง ที่ด้านหน้าคือภพหยิน บรรยากาศของภพหยินจะเป็นอย่างไร?

"แคก ๆ  ๆ  ๆ  ๆ ...."

พริบตาเดียวประตูตำหนักหยินหยางก็เปิดออกมา เสียงของประตูที่ดังเอี๊ยดอ๊าด จากนั้นก็มีโครงกระดูกมากมายยั้วเยี้ยเต็มไปหมด.

"อ๋า!!"

เซียนเซียนที่ตื่นตกใจจนต้องถอยหลังออกมา นางที่เป็นเหมือนกับเด็กสาว และยังถูกเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนกับดอกไม้ในเรือนกระจก เมื่อนางเปิดประตูออกมาเจอโครงกระดูกมากมาย ทำให้นางตื่นตกใจขึ้นมาในทันที.

"ครืนนนน"

ซาโพวที่ปล่อยแรงกดดันออกไป เหล่าโครงกระดูกที่ลอยโด่งออกไป.

เซียนเซียนที่ตั้งตัวได้ แลบลิ้นเล็ก ๆ ออกมา.

ปราณหยินมากมาย ทันทีที่เปิดประตูออกมา ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงปราณหยิน เซียนเซียนที่ต้องขมวดคิ้ว ซึ่งต่างจากเซียนเซิงซือที่หลับตาสูดหายใจลึก ดูเหมือนว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคย.

"ออกไปได้!"จงซานที่ก้าวเดินออกไปจากห้องโถง ซึ่งคนอื่น ๆ ที่ก้าวตามเช่นเดียวกัน.

หลังจากที่ก้าวออกมาจากห้องโถง จงซานที่สูดหายใจลึก.

ภพหยินและภพหยางนั้นแตกต่างกันมาก.

ในเวลาเดียวกันนี้ ภูเขาที่อยู่รอบ ๆ นั้น เต็มไปด้วยโครงกระดูกมากมาย นี่คือแดนนรก ไม่ ภพหยินก็คือแดนอเวจีนั่นเอง.

ภายใต้กองกระดูกมากมายนับไม่ถ้วน เหล่าโครงกระดูกที่เดินไปมารอบ ๆ  ไร้ทิศทาง เดิน แล้วก็เดิน ด้วยท่าทางแปลกประหลาด.

ทันใดนั้น ราวกับว่าเหล่าโครงกระดูกสัมผัสถึงอะไรได้ ก่อนหน้านั้นที่เดินไร้จุดหมาย ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นตรงมายังทิศทางของจงซานช้า ๆ .

เหล่าโครงกระดูกมากมายที่เดินตรงมา ล้อมรอบตำหนักหยินหยางอย่างรวดเร็ว.

คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะปรากฏขึ้นมามากมายขนาดนี้.

ซาโพวที่ปล่อยกลิ่นอายออกไป โครงกระดูกกว่าสิบร่างที่ลอยออกไป ผู้ฝึกตนระดับราชันย์แท้ แน่นอนแม้ว่าภพหยินและภพหยางจะต่างกัน ทว่าพลังฝึกตนราชันย์แท้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน.

พลังกดดันวิญญาณที่หนักหน่วง ของซาโพว ทำให้เหล่าโครงกระดูกไม่กล้าเข้าใกล้.

ที่ไกลออกไปนั้น จงซานสามารถมองเห็น ไม่ใช่แค่โครงกระดูกรูปมนุษย์ ยังมีม้าโครงกระดูก หมาป่าโครงกระดูก สัตว์อื่น ๆ อีกมากมาย ทว่าดูเหมือนว่ามันจะยังไม่มีเชาว์ปัญญา.

"สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นสนามรบโบราณ!"เซียนเซิงซือครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

"หืม?"ฝ่าบาทจ้องมองไปยังเซียนเซิงซือ.

"ฝ่าบาท หากว่ายังจำได้เมื่อครั้งที่ข้ายังอยู่ในราชวงศ์จักรพรรดิหยินเยว่ เพื่อต่อกรกับค่ายกลแปดประตูกุญแจทอง ข้าได้อัญเชิญกองทัพโครงกระดูกขึ้นมา."เซียนเซิงซือกล่าว.

"อืม!"

"ที่นั่นก็เป็นสนามรบโบราณ ที่ด้านล่างพื้นดินนั้นมีศพมากมายถูกฝังอยู่ หลังจากที่กายเนื้อเน่าเปื่อยไปแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่กระดูกมากมายนับไม่ถ้วน ในภพหยางนั้นปราณหยินจะน้อยและอ่อนแอ เมื่อกลายเป็นโครงกระดูกไปแล้วไม่สามารถที่จะใช้ปราณหยินในการชำระล้าง ทว่าภายในภพหยินนั้นแตกต่างออกไป ภายในสนามรบโบราณนั้น ยิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าไหร่ เหล่าโครงกระดูกที่ดูดซับปราณหยิน จะทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวได้ ทว่าการจะมีเชาว์ปัญญานั้นก็นับว่ายาก ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ นัก."เซียนเซิงซือกล่าวตอบ.

"เช่นนั้นสถานที่แห่งนี้ก็มีปราณหยินมากกว่าที่อื่นอย่างงั้นรึ?"จงซานสอบถาม.

"ครับ!"เซียนเซิงซือพยักหน้ารับ.

จงซานที่จ้องมองไปยังโครงกระดูกมากมายที่อยู่รอบ ๆ  พยักหน้ารับ ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้หวาดกลัวความตาย ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน.

"เอ๊ะ? บนท้องฟ้านั่น? นั่นดวงอาทิตย์? หรือดวงจันทร์กัน?"เซียนเซียนแสดงท่าทางสงสัยจ้องมองขึ้นไปบนฟ้า.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองขึ้นไป บนท้องฟ้านั้น มีดวงดาวมากมาย ทว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ต่างออกไปเพราะมันมีสีแดงทว่าไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์.

"นั่นคือจันทร์แดง!"เซียนเซิงซือตอบ.

"ภพหยางนั้นมีดวงอาทิตย์สีทองและดวงจันทร์สีเงิน ส่วนภพหยินมีดวงอาทิตย์สีม่วงและดวงจันทร์สีแดง เป็นสิ่งทั่วไป เพียงแค่รูปร่างแตกต่างกัน."เซียนเซิงซือกล่าวตอบ ๆ .

"นี่คือดวงจันทร์ภพหยินสินะ!"เซียนเซียนที่สูดหายใจลึก.

"ฝ่าบาท เมื่อคราวอยู่ภพหยาง เฉินเคยเอ่ยต่อฝ่าบาทว่า สายโลหิตของหนี่ปู่ซานั้นได้ทิ้งอะไรบางอย่างไว้ในภพหยิน เฉินต้องการไปนำมันกลับมา อาจจะใช้เวลาราว ๆ สามปี แล้วหนี่ปู่ซาจะกลับมารับใช้ฝ่าบาทอย่างแน่นอน!"หนี่ปู่ซาที่เอ่ยปากกล่าวต่อจงซานในทันที.

จงซานที่จ้องมองไปยังหนี่ปู่ซา ไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพิ่ม เพียงแค่พยักหน้ารับรู้.

"ตำหนักหยินหยางอยู่ที่นี่ หวังว่าคงจะไม่ถูกทำลาย!"หนี่ปู่ซาที่โค้งคำนับให้กับจงซานเล็กน้อย.

"โปรดวางใจ พวกเรายังจำเป็นต้องใช้เส้นทางหยินหยาง แน่นอนว่าข้าจะต้องปกป้องมันเอาไว้."จงซานพยักหน้า.

หนี่ปู่ซาที่โค้งคำนักอีกครั้ง ก่อนที่จะบินจากไป ราวกับว่ารับรู้เส้นทางที่นี่.

หนี่ปู่ซาจากไปแล้ว เซียนเซิงซือที่จ้องมองไปยังทิศทางที่หนี่ปู่ซาจากไปพลางสูดหายใจลึก สถานที่นี่ ยกเว้นจงซานแล้ว หนี่ปู่ซาคือคนที่เซียนเซิงซือไม่สามารถเข้าใจได้เช่นกัน.

เส้นทางหยินหยางรึ?

ผู้ฝึกตนฮวงจุ้ย? เซียนเซิงซือรู้สึกสนใจขึ้นมาเช่นกัน.

"จงซาน ข้าและอาจารย์ก็ต้องการจะไปเช่นกัน!"เห่าเม่ยลี่ที่กล่าวออกมาทันที.

"หืม?"จงซานที่จ้องมองเห่าเม่ยลี่ด้วยท่าทางประหลาดใจ.

"ไปกับพวกเรา ไม่ดีกว่ารึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ข้าไม่ต้องการรู้สึกผิดมากกว่านี้แล้ว!"เห่าเม่ยลี่ที่เผยแววตาที่มุ่งมั่นออกมา.

ไม่อยากให้ตัวเองดูน่าสงสารรึ? แน่นอนเห่าเม่ยลี่ย่อมรับรู้ว่าการที่จงซานนำนางมาด้วยนั้น เกรงว่านางจะถูกอ้าวซือไห่จับตัว ดังนั้นเขาจึงได้นำนางมายังภพหยินด้วย บนภพหยางเอง ไม่มีที่ใหนที่ปลอดภัย มีเพียงที่นี่ หลังจากที่นางฝึกฝนจนแข็งแกร่งแล้ว หลังจากนั้นค่อยกลับไปยังภพหยาง ซึ่งจะสามารถที่จะกำราบอ้าวซือไห่และเผ่ามังกรทั้งหมดได้.

กับการช่วยเหลือของจงซานนั้น เห่าเม่ยลี่รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก การที่นางขอแยกตัวออกไป นั้นเป็นเพราะความอหังการของตัวเอง เพื่อที่จะลดความเสียใจที่มีต่อผู้อื่นอย่างงั้นรึ?

จักรพรรดิพิษที่อยู่ข้าง ๆ ฝืนยิ้มออกมา.

จงซานที่จ้องมองไปยังเห่าเม่ยลี่พอจะคาดเดาความคิดของเห่าเม่ยลี่ได้ ก่อนที่จะสูดหายใจลึก ไม่ได้กล่าวห้ามอีกต่อไป ก่อนที่จะนำหยกบันทึกสีขาวออกมา!

"ในเมื่อเจ้าต้องการจากไปตามเส้นทางของเจ้า ก็จงระมัดระวังให้ดี ข้าคิดว่ายกเว้นระดับสวรรค์แท้ ไม่มีใครสามารถขวางเจ้าได้ หากหลังจากนี้มีอะไรเกิดขึ้นให้กลับมาหาข้า สิ่งนี้ข้าได้รับมาโดยบังเอิญ วิชาอาคมมารสวรรค์ ข้าได้ยินมาว่า มันเหมาะกับกายสถิตเช่นเจ้า และมันยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันจากอาคมย้อนกลับอีกด้วย เจ้าศึกษาดู เจ้าอาจจะเห็นวิธีที่จะจัดการกับอ้าวซือไห่ได้."จงซานที่นำหยกบันทึกสีขาวมอบให้กับนาง.

วิชาอาคมมารสวรรค์ นี่คือไพ่ลับของหานจื่อกวง เป็นวิชาลับสืบทอดของมารเฒ่าส่วยจิง หลังจากที่เขาตกตายไปอันหวงได้นำมันมาด้วย นี่เป็นอาคมวิชาคำสาปซึ่งมันได้ตกมาอยู่ในมือของจงซานนั่นเอง.

เห่าเม่ยลี่จ้องมองจงซานด้วยสายตาที่ซับซ้อน ไม่ได้ปฏิเสธพร้อมกับรับมันมา.

"จงซาน เจ้ายังจำได้หรือไม่ ว่าเจ้าจะช่วยข้าหาอนุสาวรีย์อมตะอีก 22 อัน."

"โปรดวางใจ!"จงซานพยักหน้า.

"อาจารย์ พวกเราไปเถอะ!"เห่าเม่ยลี่กล่าว.

ดูเหมือนว่านางจะยอมรับจักรพรรดิพิษเป็นอาจารย์ของนางอย่างเต็มใจแล้ว.

จักรพรรดิพิษที่ฝืนยิ้มออกมา ทำได้แค่กล่าวว่า "ลาก่อน"ก่อนที่จะตามเห่าเม่ยลี่ไป.

"ฝ่าบาท ข้าคิดว่าฝ่าบาทจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างรากฐาน ทว่าข้าคงรอไม่ได้ บ่าวชราขอไปตามหาด้วยตัวเอง"เหว่ยไท่จงที่โค้งคำนับให้จงซานในทันที.

"เจ้าเองก็ต้องการจะไปอย่างงั้นรึ?"เซียนเซียนที่ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย.

จงซานที่จ้องมองไปยังเหว่ยไท่จง พลางถอนหายใจเบา ๆ  "ระวังตัวให้ดีด้วย.

"ขอบพระทัยฝ่าบาท!"เหว่ยไท่จงที่โค้งคำนับให้จงซาน.

จากนั้นเหว่ยไท่จงก็บินไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว.

ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีสี่คนที่จากไป ตอนนี้ยังคงเหลือจงซาน เซียนเซียน ซาโพว เซียนเซิงซือและหลินเซียวห้าคน.

เซียนเซียนที่เห็นคนอื่น ๆ จากไป นางที่จีบปากเล็ก ๆ ของนางออกมา.

คนทั้งสามที่หันหน้ามามองจงซาน รอให้จงซานสั่งการ.

"ซาโพว เจ้าไปตรวจสอบพื้นที่รอบ ๆ  ว่ามีสถานที่ใดบ้าง.

"รับทราบ!"ซาโพวที่บินจากไปอย่างรวดเร็ว.

ด้วยการใช้ผู้ฝึกตนระดับราชันย์แท้เป็นผู้สังเกตการณ์ บางทีคงมีแค่จงซานเท่านั้น.

"เซียนเซิงซือ โครงกระดูกเหล่านี้ เจ้าสามารถควบคุมได้หรือไม่?"จงซานที่หันหน้าจดจ้องมองไปยังเซียนเซิงซือ.

จบบทที่ Chapter 535 สนามรบโบราณแดนอเวจี.

คัดลอกลิงก์แล้ว