- หน้าแรก
- ฟุตบอล คุณลุงของผมคืออินซากี
- บทที่ 16 ใช่ ผมมั่นใจ!
บทที่ 16 ใช่ ผมมั่นใจ!
บทที่ 16 ใช่ ผมมั่นใจ!
บทที่ 16 ใช่ ผมมั่นใจ!
มันชินี อาจกล่าวได้ว่าพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า
ต่างจาก อาร์เซนอล แมนเชสเตอร์ ซิตี ชนะรวดสามนัดตั้งแต่เปิดฤดูกาล
ซึ่งรวมถึงชัยชนะนาทีบาปเหนือ ลิเวอร์พูล ในนัดที่สอง และการถล่ม ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ หกต่อศูนย์ในนัดที่สาม
ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี เริ่มสลัดภาพลักษณ์ “เศรษฐีใหม่” ออกไปได้บ้างแล้ว...เพราะพวกเขาคว้าแชมป์มาครองได้แล้ว!
พวกเขาคือแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลที่แล้ว
ต้องขอบคุณประตูของ อากูเอโร ในนาทีที่ 93 กับอีก 20 วินาที ของนัดสุดท้ายในฤดูกาลที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อย่างเป็นประวัติศาสตร์
ด้วยถ้วยแชมป์ใบนี้เพียงใบเดียว มันชินี ก็จารึกชื่อตัวเองลงในหน้าประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี ได้อย่างมั่นคง
คู่แข่งในลีกนัดที่สี่ของพวกเขาคือการเปิดบ้านรับมือ อาร์เซนอล
มันชินี ไม่ได้ประมาทเลย
หลังจากรายชื่อผู้เล่น อาร์เซนอล ประกาศออกมา เขาก็รีบศึกษากับทีมงานทันที
ไม่นาน พวกเขาก็คาดการณ์ผู้เล่นตัวจริงที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดของ อาร์เซนอล ออกมาได้อย่างรวดเร็ว
ส่วน หลี่โม่ ในสายตาของ มันชินี เขาเป็นแค่ดาวรุ่งที่เพิ่งมีชื่อติดทีม ซึ่งน่าจะมานั่งดูเกมพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญจากม้านั่งสำรองมากกว่า
ตอนนี้ เอติฮัด สเตเดียม เดือดพล่านสุด ๆ
การแข่งขันยังไม่ทันเริ่ม
เสียงร้องเพลง ตะโกน ปรบมือ และโห่ร้องดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
บวกกับระยะห่างระหว่างอัฒจันทร์และสนามในอังกฤษที่ใกล้มาก ทำให้รู้สึกเหมือนเสียงเหล่านั้นเขย่าไปถึงขั้วหัวใจ
“เป็นไง? เจ๋งใช่ไหมล่ะ?”
ดาเมียน มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูสำรองชาวอาร์เจนตินา หัวเราะพลางโอบไหล่ หลี่โม่
หลี่โม่ ส่ายหน้าเบา ๆ “ก็งั้น ๆ แหละ”
เขาเคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อน
ยังไงซะ ในฐานะเด็กปั้นที่เข้า เอซี มิลาน ตั้งแต่เจ็ดขวบ การเป็นเด็กเก็บลูกบอลที่ ซาน ซีโร ก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเขา
ผู้เล่นสำรองเดินไปที่ม้านั่ง
ผู้เล่นตัวจริงเดินลงสู่สนาม
หลังจากจับมือกัน เฮดโค้ช ทั้งสองทีมก็เดินกลับไปยังซุ้มม้านั่งสำรองของตน
มันชินี มีรอยยิ้มมั่นใจประดับบนใบหน้า
ผู้เล่นตัวจริงของ อาร์เซนอล เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้เป๊ะ
เมื่อเทียบกับสามนัดแรก อาร์เซนอล ปรับเปลี่ยนแค่แนวรุกในนัดนี้
แชร์วินโญ ถูกแทนที่ด้วย โพดอลสกี นักเตะใหม่
โพดอลสกี ขยับไปเล่นปีกซ้าย วัลคอตต์ โยกไปทางขวา และ ชิรูด์ ยืนเป็นหน้าเป้า
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ของ อาร์เซนอล อยู่ในการคาดการณ์ของ มันชินี ทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็มีการวางแทคติกรับมือไว้แล้ว
มันชินี ไม่กังวลเรื่องเกมรุกของ อาร์เซนอล
ในความเห็นของเขา กุญแจสำคัญที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี จะชนะนัดนี้ได้ อยู่ที่คู่หัวหอก เซโก้ กับ อากูเอโร จะเจาะตาข่าย อาร์เซนอล ได้สำเร็จหรือไม่!
ในโซนสื่อมวลชน นักข่าวยังคงพูดถึงประเด็นเดิม ๆ ที่สื่อส่วนใหญ่เคยวิเคราะห์ไว้ก่อนเกม
พวกเขามองว่า ถ้า อาร์เซนอล บุกมาเสมอที่ เอติฮัด สเตเดียม ได้ ก็ถือเป็นผลงานที่ดีแล้ว
รูปเกมดูเหมือนจะเป็นไปตามที่คนส่วนใหญ่คาดไว้
ในครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกรับ
อาร์เซนอล มีโอกาสบ้าง แต่ไม่มาก
แมนเชสเตอร์ ซิตี บุกหนักอย่างต่อเนื่อง แต่ เซโก้ กับ อากูเอโร ดูเหมือนจะลืมพกสตั๊ดคู่ใจมาในวันนี้
ครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอแบบไร้สกอร์
ครึ่งหลัง
ผู้เล่นตัวหลักกลับเข้าห้องแต่งตัว เฮดโค้ช รีบปรับแก้แทคติกและปลุกใจลูกทีมในช่วงสิบห้านาทีนั้น
ส่วนผู้เล่นสำรองวอร์มอัปกันอย่างรวดเร็วภายใต้การดูแลของผู้ช่วยโค้ช พร้อมลงสนามทุกเมื่อ
ไม่นานหลังจากเริ่มครึ่งหลัง ในนาทีที่ห้าสิบสาม แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็ทำประตูได้
อากูเอโร หยุดบอลและเลี้ยงหลบ กอสเซียลนี ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะชิพบอลอย่างเหนือชั้นข้ามมือ มานโนเน เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่าย
ประตูของ อากูเอโร จุดไฟให้ เอติฮัด สเตเดียม ลุกโชน
ทั้งสนามราวกับภูเขาไฟระเบิด
ผู้เล่น สตาฟโค้ช ตัวสำรอง และแฟนบอลบนอัฒจันทร์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี ต่างเฉลิมฉลองประตูกันอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ยืนอยู่ข้างสนาม ขมวดคิ้วจ้องมองไปในสนาม ก่อนจะหันมองไปทางม้านั่งสำรอง
สายตาของเขามาหยุดอยู่ที่ หลี่โม่
“หลี่! ไปวอร์ม!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่โม่ รีบสวมเสื้อกั๊กฝึกซ้อมแล้ววิ่งไปที่จุดวอร์มอัปข้างสนามทันที
กล้องถ่ายทอดสดจับภาพไปที่ หลี่โม่ ทันควัน
“หลี่โม่ กำลังวอร์มครับ!”
จางจวิน นักพากย์ของ ซีน่า สปอร์ตส์ ที่กำลังบรรยายเกม ตื่นเต้นจนเสียงสั่น
“อาร์เซนอล เสียประตูแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี อาจจะเน้นรับแล้วรอสวนกลับ ตอนนี้ อาร์เซนอล ต้องการกองหน้าที่ทำประตูได้ ในสถานการณ์แบบนี้ การที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เลือกส่ง หลี่โม่ ลงมา แสดงให้เห็นว่าทีมสตาฟโค้ช อาร์เซนอล เชื่อใจ หลี่โม่ มากครับ!”
แฟนบอลในห้องไลฟ์สดต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่
“ส่ง หลี่โม่ ลงตอนตามหลังเนี่ยนะ?”
“เขาเพิ่งสิบเจ็ดเองนะ”
“อาร์แซน เวนเกอร์ จะรักเด็กไปถึงไหน?”
“เขาเก่งจริงเหรอ?”
ชั่วขณะหนึ่ง กล้องจับภาพ หลี่โม่ ที่กำลังตั้งใจวอร์มอัป
ในโซนสื่อมวลชน นักข่าวอังกฤษหลายคนประหลาดใจ
“ฉันนึกว่าเรื่อง ‘ตัวแทน ฟาน เพอร์ซี’ เป็นแค่เรื่องตลก แต่ตอนนี้คุณ อาร์แซน เวนเกอร์ อาจจะเอาจริงแฮะ”
“ส่งเด็กสิบเจ็ดที่ไม่เคยเล่นเกมลีกอาชีพลงมาตอนทีมตามหลังเนี่ยนะ?”
“หลี่โม่ เขาไปทำอีท่าไหนถึงซื้อใจทีมสตาฟโค้ช อาร์เซนอล ได้ขนาดนี้?”
นักข่าวอังกฤษบ่นกันพึมพำ
บนอัฒจันทร์ ในโซนทีมเยือนของแฟนบอล อาร์เซนอล มีเสียงเชียร์ประปราย
แฟนบอล อาร์เซนอล ส่วนใหญ่เงียบกริบ
พวกเขาไม่คุ้นเคยกับ หลี่โม่ แต่ก็รู้ว่าทีมต้องการประตูเดี๋ยวนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ การส่ง หลี่โม่ ลงมา...เขาจะช่วยอะไรได้?
“เหอะ ๆ ส่งเด็กสิบเจ็ดลงมาจะมีประโยชน์อะไร? มีประโยชน์อะไร? ฤดูกาลของเราจบเห่แล้ว! นี่มันฤดูกาลแห่งความผิดหวังซ้ำซากอีกแล้ว!”
ดีที บ่นเสียงดังลั่นบนอัฒจันทร์
คำบ่นของเขาทำให้แฟนบอล อาร์เซนอล หลายคนขมวดคิ้ว
แต่ก็ไม่มีใครเถียงเขา
เพราะแฟนบอล อาร์เซนอล ผิดหวังมาไม่ใช่แค่ปีหรือสองปี แต่ติดต่อกันมาหลายฤดูกาลแล้ว
พูดตามตรง การลงทุนของ อาร์เซนอล กับผลงานที่ได้ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ และเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่ลงไป ผลงานที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
แต่ใครใช้ให้ อาร์แซน เวนเกอร์ เคยพา อาร์เซนอล ไปถึงจุดสูงสุดกันล่ะ?
แฟนบอลที่เคยเห็น อาร์เซนอล ในยุครุ่งเรืองคงรู้สึกเหนื่อยหน่ายและผิดหวังกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ “ลุ้นที่สี่และโควตา ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ทุกปี แล้วไปตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือ บาเยิร์น หรือ บาร์ซ่า”
แฟนบอล อาร์เซนอล เงียบกริบ
แต่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี ไม่เกรงใจกันเลย
เมื่อเห็น หลี่โม่ ออกมาวอร์ม พวกเขาก็เริ่มร้องเพลงเสียงดังลั่น
“โอ้ โอ้ โอ้ โอ้ มาดูกันซิใครเอ่ย? ตัวแทน ฟาน เพอร์ซี ของพวกแกหรือเปล่า?”
“โอ้ โอ้ โอ้ โอ้! ตัวแทน ฟาน เพอร์ซี มาแล้วจ้า!”
ทำนองง่าย ๆ กับเนื้อร้องง่าย ๆ ติดหูคนฟังได้รวดเร็ว
อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ยืนอยู่ข้างสนาม ขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน
โบลด์ ผู้ช่วยของเขา เอ่ยอย่างจนปัญญา “อาร์แซน นี่มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสำหรับการประเดิมสนามเลยนะ”
อาร์แซน เวนเกอร์ ย่อมรู้ดี
เกมเยือน ตามหลัง สื่อประโคมข่าวจับจ้อง แฟนบอลคู่แข่งจ้องล้อเลียน และอื่น ๆ
ขนาดนักเตะเก๋าเกมยังอาจรับมือเรื่องพวกนี้ไม่ไหว นับประสาอะไรกับเด็กอายุสิบเจ็ด?
“คุณคิดจริง ๆ เหรอว่า หลี่ จะรับมือไหวถ้าต้องลงเล่นในสถานการณ์แบบนี้?” โบลด์ ถาม
อาร์แซน เวนเกอร์ เงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อหันไปมอง หลี่โม่ ที่กำลังวอร์มอัปอย่างสงบนิ่งอยู่ในเขตวอร์ม สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาก็เกิดความมั่นใจในตัว หลี่โม่ ขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้
“ใช่ ผมมั่นใจ” อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าว
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═