เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 515 หวังเฉิน.

Chapter 515 หวังเฉิน.

Chapter 515 หวังเฉิน.


ภายในเมืองกวงหลิง.

จงซานที่จ้องมองไปยังรายงานที่อยู่บนโต๊ะ.

"หืม สายไปอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ถอนหายใจออกมาในทันที.

"อย่างไร?"เฉียนโหยวที่จ้องมองไปยังข้อมูลในมือของจงซาน.

"เจ้าดูซิ!"จงซานยื่นบันทึกข้อมูลให้กับเฉียนโหยว จงซานก็คิดใคร่ครวญไปมาในทันที.

เฉียนโหยวที่จ้องมอง พลางขมวดคิ้ว.

"ไม่ใช่ว่าหยิงหลานไม่ได้อ่านจดหมายของเจ้ารึ?"เฉียนโหยวที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ดูเหมือนว่า จดหมายยังไปไม่ถึงมือของนาง ไม่ คงถึงแล้วแต่ไม่มีเวลาให้อ่าน ช้าไปแล้ว ยังไงหานเหว่ยก็ตายไปแล้ว!"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"คนก็ตายไปแล้ว คงช่วยอะไรไม่ได้ มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป!"เฉียนโหยวที่กล่าวปลอบ.

"อืม หานจื่อกวงคนนี้ นับเป็นคนที่ดุร้ายและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ที่ร้ายกาจ กับสถานการณ์ในเวลานี้ เขานับว่าเป็นศัตรูที่ทรงพลังมาก นอกจากนี้ยังมีความแค้นที่ลึกล้ำกับข้า ข้าไม่ต้องการให้หยิงหลานไปข้องเกี่ยวกับเขา!"จงซานที่ครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

"ในเมื่อมอบหน้าที่สำคัญให้กับหยิงหลาน คงหนีไม่พ้นต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามอยู่ดี ทุกอย่างควรจะทำอย่างสมดุล ด้วยเชาว์ปัญญาของนางไม่มีทางที่จะมีคนทำอะไรนางได้ ทว่าเมื่อไหร่ที่ข่าวนี้แพร่ออกไป คนทั่วหล้าก็จะจับจ้องมาที่นางเช่นกัน!"เฉียนโหยวกล่าว.

"ไม่ได้การ หยิงหลานจะต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตราบเท่าที่ข้ามีชีวิตอยู่ จะไม่มีใครทำร้ายนางได้แม้แต่เส้นผม!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

"หืม ดูเหมือนว่าจะเอ็นดูหยิงหลานจริง ๆ เลยนะ ข้าเองก็ทำงานหนักเช่นกัน! ข้าอยากให้เจี่ยเจี๋ยมาเห็นจริงเชียว ว่าเจ้าจะห่วงพวกนางบ้างใหม."ปากเล็ก ๆ ของนางที่บิดเล็กน้อย แสดงอาการหึงหวง.

เห็นท่าทางของเฉียนโหยวแล้ว จงซานที่เผยยิ้มออกมาอย่างขม ๆ  "จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ทว่าข้าไม่ต้องการให้หยิงหลานต้องมีความเสี่ยงใด ๆ ."

"แล้วท่านจะทำอย่างไรล่ะ?"เฉียนโหยวสอบถาม.

"ในเมื่อจดหมายก่อนหน้านี้ยังไม่ไปถึงมือนาง ข้าจะเขียนใหม่อีกฉบับ ตราบเท่าที่นางไม่ออกจากดินแดนแห่งความวุ่นวาย ย่อมไม่มีอันตรายใด ๆ  เพียงแค่จัดการราชวงศ์จักรพรรดิต้าซุนก็พอแล้ว!"จงซานกล่าว.

..........

ราชวงศ์จักรพรรดิต้ากวง! ห้องอักษรตำหนักหลวง.

"โครม!"

หานจื่อกวงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทำลายข้าวของ โยนถ้วยน้ำชาลงพื้น.

เหล่าข้าราชบริพารที่อยู่รอบ ๆ ไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมา ทำได้แค่มองเงียบลง.

ต้าไท่จื่อที่ยืนอยู่ จดจ้องมองไปยังทหารที่คุกเข่ารายงานที่ด้านหน้าหานจื่อกวง.

หานเหว่ยตายแล้วรึ?

ไม่สงสัยเลยว่าหานจื่อกวงจะโกรธเกรี้ยวขนาดนั้น.

เพียงแค่สงครามแรก กองกำลังสามล้านคนถูกทำลายย่อยยับอย่างงั้นรึ? แม้แต่ผู้บัญชาการหานเหว่ยยังตายไปด้วย หานจื่อกวงจะไม่โกรธได้อย่างไร  ในเวลานี้คนที่เขาเอ็นดีที่สุดตายไปแล้ว บุตรชายของเขาหานเหว่ยตายไปอย่างคาดไม่ถึง.

"ฟู่หวง บุตรขอเป็นคนนำทัพไปแก้แค้ให้น้องรองเอง!"ต้าไท่จื่อที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวก้าวออกมาด้านหน้า.

หานจื่อกวงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นราชันย์ ราชวงศ์ราชันย์ต้ากวง หลังจากที่โกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่นี้ จากนั้นก็ค่อย ๆ ระงับความโกรธกลับมา พร้อมกับจดจ้องข้อมูลต่าง ๆ อย่างระเอียด.

"ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง จงซาน?"ดวงตาของหานจื่อกวงที่หรี่ตาจ้องมอง.

"ฝ่าบาท ราชวงศ์ของพวกเรามีหลายร้อยสิ่งที่ต้องทำตอนนี้ ไม่สามารถเคลื่อนทัพได้ นอกจากนี้ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้งยังยากจะเผชิญหน้า ตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะเข้าห้ำหั่นพวกเขา."เสนาธิการคนหนึ่งที่กล่าวออกมา.

"ฝ่าบาท เฉินและคนอื่น ๆ ยินดีที่จะไปพร้อมกับต้าไท่จื่อเพื่อแก้แค้นให้ไท่จื่อรอง."เสนาธิการคนหนี่งกล่าวออกมาเช่นกัน.

"ฝ่าบาท ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้งนั้นมีผู้บัญชาการทัพทั้งหกที่แข็งแกร่ง ทัพที่ไท่จื่อหานเหว่ยพ่ายแพ้นั้นมีคนเพียงแค่ สามล้าน ราชวงศ์ของพวกเราตอนนี้ยังไม่มั่นคงนัก คงยากที่จะต่อต้านพวกเขาได้!"เสนาธิการอีกคนกล่าว.

"ไม่ เวลานี้ล่ะ พวกเราจะรอให้ต้าเจิ้งกำราบดินแดนแห่งความวุ่นวายไปหมดก่อนรึ? ยิ่งปล่อยไปพวกเราก็จะยิ่งไล่ตามพวกเขาไม่ทัน เวลานี้ควรที่จะเคลื่อนทัพ ต้าเจิ้งอย่างน้อยควรจะมีต้ากวงคอยรั้งพวกเขาเอาไว้."เสนาธิการคนหนึ่งกล่าวแย้ง.

"พอแล้ว.!"หนานจื่อกวงออกคำสั่งในทันที.

เหล่าข้าราชบริพารที่หยุดในทันที.

"ฟู่หวง!"สายตาของต้าไท่จื่อที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวัง.

หานจื่อกวงที่หลับตา สูดหายใจลึก ราวกับว่ากำลังตัดสินใจบางอย่าง.

"หานฉงเจ้าอยู่ก่อน คนอื่น ๆ ออกไปได้!"หานจื่อกวงที่หลับตา

"รับด้วยเกล้า!"เหล่าข้าราชบริพารที่ถอยออกไปในทันที.

"ฟู่หวง!"ต้าไท่จื่อหานฉงจ้องมองไปยังหานจื่อกวง.

"หานเหว่ยพ่ายแพ้ เป็นดั่งที่ข้าได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว ข้าต้องการให้โอกาสเขาฝึกฝน ต้องไม่ลืมว่าจะต้องพ่ายแพ้ในสนามรบเท่านั้นถึงจะทำให้เติบโตขึ้น คาดไม่ถึง การที่เขาพ่ายแพ้ถึงกับทำให้เขาต้องตายไป ต้าเจิ้ง จงซานรึ?"สายตาของหานจื่อกวงที่ปล่อยจิตสังหารออกมา.

"ฟู่หวง ท่านจะรวบรวมกองกำลังเหมันต์หรือไม่!"หานฉงที่เอ่ยออกมาในทันที.

หานจื่อกวงที่จ้องมองไปยังหานฉง สายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา จนทำให้หานฉงต้องเงียบไปในทันที.

"กองกำลังนั่น มีความสำคัญต่ออาณาจักรของเรา จะเอามาใช้เพื่อระบายความรู้สึกส่วนตัวได้อย่างไร?"หานจื่อกวงที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ทว่า!น้องรอง เขา...."ใบหน้าของหานฉงที่เต็มไปด้วยความเศร้า.

"หากว่าเป็นราชวงศ์จักรพรรดิอื่น การเคลื่อนทัพดังกล่าวแน่นอนย่อมไม่มีปัญหา มีเพียงแค่จงซาน ที่ต้องระวัง หลายปีมานี้ข้าเห็นเขามาก่อน คนผู้นี้มีความพิเศษ ลึกลับยังไม่เปิดออกมา และมันยังซ่อนเอาไว้ลึกเป็นอย่างมาก."หานจื่อกวงถอนหายใจ.

"ยังมีอะไรซ่อนเอาไว้อีก!"ใบหน้าของหานฉงไม่อยากเชื่อ.

"จงซานนั้นสามารถที่จะจัดการระดับราชันย์แท้ได้เลย."หานจื่อกวงกล่าว.

"มันจะเป็นไปได้อย่างไร?"หานฉงที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางตกใจ.

"สิบปีก่อนหน้านี้ เขาที่เพิ่งก้าวไปถึงระดับแกนทอง ในเวลานี้เขาก้าวไปถึงระดับราชันย์แท้แล้วรึ?"หานฉงที่กล่าวออกมาด้วยความตกใจ เรื่องนี้ หานฉงไม่อยากยอมรับแม้แต่น้อย.

"ข้าบอกเพียงว่าเขาสามารถจัดการระดับราชันย์แท้ได้ ไม่ได้บอกว่าเขาก้าวไปถึงระดับราชันย์แท้ได้."หานจื่อกวงขมวดคิ้ว ภายในใจรู้สึกไม่พอใจ ขุ่นเคืองกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่หาย.

"ฟู่หวงพูดจริง ๆ รึ?"หานฉงที่จ้องมองหานจื่อกวงด้วยท่าทางไม่มีความสุขนัก พร้อมกับตื่นตกใจขึ้นมาอีกครั้ง.

"ใช่แล้ว หลายปีก่อนหน้านี้ ที่แดนเทพอเวจี เขาและเจี้ยนอ้าวร่วมทีมกัน แม้ว่าพลังฝึกตนของเขาจะยังไม่สามารถเทียบเจี้ยนอ้าวได้ ทว่าเขาก็เป็นคนที่เจี้ยนอ้าวเลือก ความแข็งแกร่งย่อมไม่น้อยกว่ากันแน่ เจี้ยนอ้าวระดับจักรพรรดิแท้นั้น ที่จริงสามารถเอาชนะมารแท้ซังเหลียนได้ ข้าและจงซานไม่ได้ต่อสู้กัน ทว่าข้าก็สามารถมองออกว่า ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะก้าวไปถึงระดับจักรพรรดิแท้ขั้นปลายแล้วและยังสามารถจัดการระดับราชันย์แท้ได้อีกด้วย."หานจื่อกวงกล่าว.

"เช่นนั้น จะทำอย่างไรดี?เรื่องของน้องรองไม่ต้องจบแค่นี้หรอกรึ?"หานฉงที่อัดอั้นโกรธเกรี้ยวหากแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา.

หานจื่อกวงที่ได้แต่เงียบ.

"ฟู่หวง หากเป็นเช่นนี้ พวกเรายิ่งควรจัดการจงซาน หากว่าปล่อยไปเขายิ่งเติบโตไปอีก ยิ่งนานไป แน่นอนว่าจะยิ่งเป็นปฏิปักษ์กับเรามากขึ้น ตอนนี้พวกเรารีบสังหารเขาซะ หากไม่ทำบางทีคงไม่มีโอกาสแล้ว!"หานฉงที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

"มันยังไม่ถึงเวลา!"หานจื่อกวงที่ส่ายหน้าไปมา.

"แล้วเหว่ยหยิงหลานเล่า? นางเป็นคนสังหารน้องรอง พวกเราจะต้องสังหารนาง."หานฉงที่เอ่ยถึงหยิงหลานในทันที เห็นชัดเจนว่าเขาต้องการสังหารหยิงหลานในเวลานี้.

"ข้าต้องบอกเจ้าอีกสักกี่ครั้ง?"หานจื่อกวงที่จ้องมองอย่างเย็นชา.

เห็นท่าทางของหานจื่อกวงแล้ว หานฉงที่เงียบไปในทันที ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง.

"มันยังไม่ถึงเวลา หากว่าเจ้าเริ่มตอนนี้ ก็เหมือนกับราดน้ำมันลงบนไฟ พวกเราไม่ควรที่จะหาเรื่องจงซาน การหาเรื่องจงซานก็เหมือนกับฆ่าตัวตายเท่านั้น."หานจื่อกวงที่กล่าวสอน.

"ครับ ลูกผิดไปแล้ว!"หานฉงที่กล่าวตอบแม้ว่าจะไม่อยากยอมรับ.

"ฝ่าบาท ท่านอ๋องขอเข้าพบ!"ที่ด้านนอกห้องอักษรขันทีได้กล่าวรายงานออกมาในทันที.

"อาสอง?"หานฉงที่นิ่ง จากนั้นก็เผยท่าทางประหลาดใจ.

หานฉงที่จ้องมองไปยังหานจื่อกวง หานจื่อกวงที่ขมวดคิ้วไปมา หรี่ตาจ้องมองออกมาเล็กน้อย.

"ให้เขาเข้ามา!"หานจื่อกวงที่กล่าวออกมา.

"พี่ใหญ่ นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เจอกัน คงไม่คิดว่าน้องคนนี้ตายไปแล้วนะ." ที่ด้านนอกห้องอักษรได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่งที่ดังลั่น ทว่ากับแฝงไปด้วยความรุ่มร้อน จนผู้ฟังรู้สึกประหลาดใจ.

คนกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในตำหนักอย่างรวดเร็ว.

คนผู้หนึ่งที่หน้าตาคล้ายคลึงกับหานจื่อกวงเป็นอย่างมาก เขาสวมชุดสีแดง เป็นน้องชายของหานจื่อกวง หานฉวง เขาที่เข้ามาพร้อมกับชายในชุดสีม่วงอีกคนที่ปิดรัดไปทั่วร่าง จนไม่เห็นรูปร่างหน้าตาเลย.

"อาสอง!"หานฉงที่กล่าวออกมาด้วยความสุภาพ.

"นี่? หืมเจ้าใหญ่หรอกรึ? ฮ่าอ่าฮ่า!"

"มาทำอะไร?"แววตาของหานจื่อกวงที่เปลี่ยนเป็นเย็นชา.

"พี่ใหญ่ พูดเช่นนั้นได้อย่างไรพวกเราเป็นพี่น้องกัน ไม่คิดที่จะให้ข้ากลับมาช่วยท่านอย่างงั้นรึ?"หานฉวง

"เจ้ารึ? ช่วยข้า? เพียงแค่เจ้าไม่สร้างปัญหาให้ข้าเพิ่มก็ดีแล้ว."หานจื่อกวงที่กล่าวดูแคลน.

"พี่ใหญ่ ข้าเคยบอกท่านว่ารอให้ข้าฝึกฝนเพียงพอ ข้าจะกลับมาช่วยเหลือท่าน."หานฉวงกล่าวตอบ.

"หืม? นี่เจ้ารู้จักฝึกวิชาด้วยอย่างงั้นรึ?"แววตาของหานจื่อกวงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยัน.

หานฉวงที่จ้องมองไปยังหานจื่อกวง ทันใดนั้นทั่วร่างก็ปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังระเบิดออกมา.

"ระดับจักรพรรดิแท้?"ต้าไท่จื่อหานฉงที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นตกใจ.

หานจื่อกวงที่ปรบมือ ทว่าหานฉวงไม่พอใจเท่าใดนัก แม้นว่าพลังของเขาจะเพิ่มขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ตำแหน่งหน้าผากของหานฉวง ก็ปรากฏอักษรสีม่วงขึ้นมาในทันที.

เหยา!

อักขระ"เหยา"หากจงซานมาเห็น ย่อมบอกได้ว่ามันคือผนึกเทวะ ของกองกำลังอาชาทมิฬปิศาจมายาซึ่งทุกคนต่างก็มีกัน หากแต่หานฉวงมีได้อย่างไร?

กลิ่นอายที่เพิ่มสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อย ๆ  จนหานจื่อกวงต้องแสดงท่าทางจริงจัง จากนั้นก็จ้องมองไปยังอักขระบนหน้าผากของหานฉวง.

"นี่มัน นี่มัน นี่........"ต้าไท่จื่อที่ถูกกลิ่นอายผลักดันให้ถอยหลังออกไป.

"ราชันย์ ระดับราชันย์แท้อย่างงั้นรึ?"ต้าไท่จื่อที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"อาคมของกองกำลังอาชาทมิฬปิศาจมายารึ? เจ้ามีมันได้อย่างไร?"ดวงตาของหานจื่อกวงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเองก็รับรู้เรื่องราวของกองกำลังอาชาทมิฬปิศาจมายามาด้วยเช่นกัน.

"กองกำลังอาชาทมิฬปิศาจมายาก็แค่ผนึกเทวะขั้นต้น จะเอามาเทียบกับข้าได้อย่างไร?"หานฉวงที่เก็บกลิ่นอาย พร้อมกับปลดผนึกเทวะลง.

"ผนึกเทวะ? เจ้ามีสิ่งนี้ได้อย่างไร?"หานจื่อกวงกล่าวด้วยเสียงเย็นชา.

"เรื่องนี้พี่ใหญ่อย่าสนใจเลย ที่ข้ากลับมานี้ เรื่องหลัก ๆ นั้นได้ยินว่าพี่ใหญ่และจงซานได้เข้าปะทะกัน ข้าจึงมาช่วยท่าน."หานฉวงกล่าว.

"ช่วยข้า?"หานจื่อกวงที่เผยสีหน้าไม่อยากเชื่อ.

"แน่นอน แล้วข้าจะเรียกท่านว่าพี่ใหญ่ทำไม? ลืมเลย ข้าจะแนะนำศิษย์น้องของข้าให้รู้จัก เขามีนามว่า ‘หวังเฉิน’เขาจะช่วยข้าจัดการกับราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง!"หานฉวงกล่าว.

ใบหน้าของหานจื่อกวงที่แสดงท่าทางไม่อยากเชื่อจ้องมองไปยังชายในชุดคลุมสีม่วง.

หวังเฉิน? ช่วยเจ้าล้มจงซานรึ? คิดว่าหานจื่อกวงจะเชื่ออย่างงั้นรึ?

"คารวะจักรพรรดิหาน!"เสียงของหวังเฉินที่แหบเครือ เป็นเสียงที่สั่นสะท้านแตกพล่า.

"เจ้าจะช่วยข้าล้มจงซานอย่างงั้นรึ?"หานจื่อกวงที่จ้องมองไปยังชายคนดังกล่าว.

"เป็นเช่นนั้น!"หวังเฉินกล่าว.

"ทำไมเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากใหน?"หานจื่อกวงพลางชำเลืองมอง.

"เพราะว่าข้าเข้าใจจงซาน!"หวังเฉินที่กล่าวออกมาไม่ช้าไม่เร็ว.

"เข้าใจจงซานรึ? ฮ่าฮ่าฮ่า!"หานจื่อกวงที่ราวกับพบเรื่องที่ตลกขบขันเข้า.

เข้าใจจงซานอย่างงั้นรึ?ตัวตนของจงซานนั้นน้ำไม่เคยรั่วสักหยด คิดว่าง่ายที่จะเข้าใจรึ? หากว่าหวังเฉินกล่าวจริง ไม่ใช่ว่าเขากลายเป็นสุดยอดฝีมือไปแล้วเหรอ.

"ถูกแล้ว ข้าเป็นคนที่เข้าใจจงซาน เป็นคนที่รู้จุดอ่อนของจงซาน เขามีจุดอ่อนที่ไม่มีใครในทวีปศักดิ์สิทธิ์ล่วงรู้."หวังเฉินกล่าวออกมาอีกครั้ง.

"จุดอ่อนรึ?"หานจื่อกวงชำเลืองมองไปยังหวังเฉิน แววตาที่แสดงท่างล้อเลียนและอยากรู้ไปพร้อมกัน ชายผู้นี้พูดจาใหญ่โตนัก ทั่วทั้งทวีปศักดิ์สิทธิ์ยังไม่มีใครกล้าบอกเลยว่าเข้าใจจงซาน จุดอ่อน สามารถหาจุดอ่อนของจงซานได้ง่าย ๆ รึอย่างไรกัน?

เขาบอกว่าจงซานมีจุดอ่อนอย่างงั้นรึ? เรื่องน่าขันอะไรกัน? แน่นอน ถึงอย่างงั้นกับคำว่าจุดอ่อน แม้นไม่รู้ว่าเป็นจริงใหม่ ก็ทำให้หานจื่อกวงอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน.

จบบทที่ Chapter 515 หวังเฉิน.

คัดลอกลิงก์แล้ว