เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 อัลลูก้าก็ต้องฝึกฝนเหมือนกัน

บทที่ 27 อัลลูก้าก็ต้องฝึกฝนเหมือนกัน

บทที่ 27 อัลลูก้าก็ต้องฝึกฝนเหมือนกัน


บทที่ 27 อัลลูก้าก็ต้องฝึกฝนเหมือนกัน

ตลอดสามวันแรกหลังกลับถึงบ้าน ไซคิไม่มีโอกาสได้พบหน้าอัลลูก้าเลย... เขาถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้องเพื่อสะสางการเรียนที่คั่งค้าง

ในที่สุด... วันที่สี่ก็มาถึง เขาได้รับมอบหมายภารกิจภาคปฏิบัติ ตระกูลโซลดิ๊กเตรียมห้องที่อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ไฮเทคไว้ให้ อนุญาตให้เขาเลือกสรรและประดิษฐ์สิ่งใดก็ได้ตามปรารถนา

สิ่งแรกที่ไซคิลงมือทำคือการสร้าง ‘แขนกลช่วยผ่อนแรง’ เพื่อควบคุมพลังของตน... แม้มันจะดูยุ่งยากไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันไม่ให้คีย์บอร์ดต้องพังยับเยินจากการออกแรงเกินขนาดได้หลายอัน

เดิมทีเขาคงไม่สามารถสร้างของพรรค์นี้ได้ และคงไม่คิดจะเสียเวลาทำ เพราะพลังจิตของเขาสามารถเสริมแกร่งได้ทุกสรรพสิ่งอยู่แล้ว แต่ตอนนี้... เขาจำเป็นต้องพึ่งพา ‘องค์ความรู้’ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากตระกูลโซลดิ๊ก จึงจำต้องใช้วิธีอ้อมค้อมเช่นนี้

ทว่า... สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกควรจะเป็นอะไรดี? เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ ไซคิจึงมุ่งหน้าไปหาอัลลูก้า

อัลลูก้าถูกปล่อยปละละเลยมานานเกินไปอย่างเห็นได้ชัด เด็กน้อยจึงตื่นเต้นอย่างมากที่ได้เห็นหน้าไซคิ

“พี่ชาย! พี่ชาย!”

ไซคิใช้มือกลขยี้ผมของอัลลูก้าอย่างเบามือ... หากเป็นมือพลังจิต ศีรษะคงยุบเหมือนลูกโป่งไปแล้ว แต่มือกลที่เย็นเฉียบกลับสามารถลูบหัวด้วยเทคนิคความยากระดับสูงได้โดยไม่สร้างความบาดเจ็บ

“พี่ชาย กอดหน่อย!”

อัลลูก้ายื่นคำร้องขอโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“...”

อย่าเพิ่งรีบยื่นคำร้องขอตั้งแต่เปิดฉากสิ!

ไซคิถอนหายใจ... เขารู้ดีว่าอัลลูก้าและนานิกะเพียงแค่ต้องการใช้พลังเพื่อช่วยเหลือครอบครัว แต่ทำไมถึงต้องยื่นคำร้องขอกับเขาตลอด? คงเป็นเพราะเธอไม่กล้ายื่นคำร้องขอกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าสินะ

ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนนานิกะจะรู้ระแคะระคายว่าไซคิมีความปรารถนาที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม

ไซคิสื่อสารกับอัลลูก้าผ่านโทรจิต

‘อัลลูก้า นานิกะ... ฉันแข็งแกร่งมากและแทบไม่มีความปรารถนาอะไรเลย ฉันจะขอพรกับเธอแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้’

จากการสังเกตของไซคิ ขีดจำกัดสูงสุดในการใช้พลังของอัลลูก้าในตอนนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามการเติบโตตามธรรมชาติ... หรือจะเป็นเพราะขาดการฝึกฝน?

หากเป็นเช่นนั้น แม้แต่อัลลูก้าก็จำเป็นต้องฝึก... ไซคิตัดสินใจได้ทันที ในเมื่อวันเกิดของคิรัวร์กับมิลลูกิผ่านพ้นไปแล้วในช่วงสิบสี่วันนี้ และเขายังไม่ได้เตรียมของขวัญบรรลุนิติภาวะให้น้องชาย... งั้นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกก็คือของขวัญนี่แหละ

“พี่ชาย จะไปไหนเหรอ?”

จริงสินะ... อัลลูก้ายังต้องการเพื่อนแก้เหงา

แต่ในยามนี้ ทุกการกระทำของผู้ที่ปฏิสัมพันธ์กับอัลลูก้าล้วนตกอยู่ภายใต้การจับตามอง แม้แต่ไซคิเองก็ต้องลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด

‘ให้ตายสิ แบบนี้ก็แล้วกัน... อัลลูก้า เมื่อไหร่ที่เธอยกแก้วนี้ดื่มได้นิ่งสนิท เธอจะได้เจอฉัน’

ไซคิหยิบแก้วใบหนึ่งขึ้นมาจากตู้ในห้อง โดยไม่รู้ว่าใครเอามาวางประดับไว้

“แต่พี่ชายจะรู้ได้ยังไงว่าอัลลูก้าทำสำเร็จแล้ว?”

อัลลูก้าทำหน้าไร้เดียงสา

‘เมื่อพี่ชายให้แก้วหนูแล้ว หนูจะรีบยกมันเดี๋ยวนี้แหละ!’

‘แค่เรียกชื่อฉัน แล้วฉันจะได้ยินเอง ระยะทำการของโทรจิตแบบติดตัวของฉันกว้างมาก ตราบใดที่ฉันยังอยู่บนภูเขาคูคูลูแห่งนี้ ฉันจะได้ยินแน่นอน... อัลลูก้า จำไว้ว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับนะ’

ไซคิส่งแก้วใบนั้นให้อัลลูก้า นี่ไม่ใช่แก้วธรรมดา... มันหนักถึงสี่กิโลกรัม เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ถ่วงน้ำหนักทั่วไปในบ้านตระกูลโซลดิ๊ก

สำหรับเด็กสี่ขวบ การจะยกของหนักสี่กิโลกรัมเพื่อดื่มน้ำให้นิ่งคงเป็นเรื่องยากเอาการ

‘อ้อ... แล้วห้ามโกงโดยใช้พลังของนานิกะเด็ดขาด’

แม้ตัวนานิกะจะไม่ได้ปรากฏออกมา แต่ไซคิกลับมองเห็นสีหน้าผิดหวังของนานิกะซ้อนทับอยู่ในตัวอัลลูก้าได้อย่างน่าประหลาด

ให้ตายสิ จ้องจะโกงตลอดเลยสินะ?

‘พี่หวังว่าเธอจะแข็งแกร่งขึ้นนะ... จะยอมถูกทิ้งห่างจากคิรัวร์กับมิลลูกิไม่ได้ เข้าใจไหม?’

อัลลูก้ากำแก้วด้วยความงุนงง เธอออกแรงจนสุดตัว แต่กลับยกแก้วขึ้นมาได้เพียงวูบเดียวด้วยอาการสั่นเทิ้ม

สีหน้าของอัลลูก้าดูท้อแท้

‘ดูเหมือนจะยากจังเลย...’

บทสนทนาของไซคิไม่ได้ถูกปิดบังจากใคร คนในตระกูลรับรู้การตัดสินใจของเขาและยอมรับมันโดยดุษณี เพราะคำขอนี้ไม่ได้ล้ำเส้นแต่อย่างใด... มันก็แค่แก้วหนักสี่กิโลกรัม ปราศจากการฝึกที่เป็นระบบ จึงไม่น่าจะส่งผลอะไรมากนัก

อีกอย่าง ช่วงนี้อัลลูก้าเริ่มกระสับกระส่ายเพราะไม่ได้เจอคิรัวร์กับมิลลูกิ การมีแก้วใบนี้เป็นเป้าหมายอาจช่วยให้เธอว่านอนสอนง่ายขึ้นบ้าง

“รูรูริ ทำไมพี่คุสึโอะถึงอยากให้หนูยกแก้วล่ะ? ทำไมเขาถึงอยากให้หนูยกน้ำหนัก?”

หลังจากไซคิจากไป อัลลูก้าก็เอ่ยถามพ่อบ้านที่ดูแลเธอด้วยความสงสัย

“ท่านอัลลูก้า... นายน้อยคุสึโอะอาจจะคาดหวังให้ท่านอัลลูก้าแข็งแกร่งขึ้นขอรับ มันเป็นความปรารถนาดีครับ”

พ่อบ้านรูรูริตอบพลางส่งสัญญาณไปที่กล้องวงจรปิด เมื่อได้รับสัญญาณ ‘อนุญาต’ จึงกล้าตอบคำถามต่อ

นี่ไม่ใช่คำร้องขอ... จึงสามารถตอบได้

“นายน้อยคุสึโอะแตกต่างจากนายน้อยคนอื่นๆ แม้จะร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก แต่นายน้อยคุสึโอะนั้นพิเศษมาก! ล่าสุดเพิ่งจะรอดชีวิตจากบททดสอบที่นครดาวตกและกลับมาได้อย่างปลอดภัย! เขาได้แสดงความฉลาดเฉลียวให้ทุกคนประจักษ์! นายน้อยคุสึโอะกลายเป็นอัจฉริยะด้วยความพยายามของตัวเอง ท่านอัลลูก้าเองก็ต้องพยายามเหมือนกันนะครับ! ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น! ในอนาคตท่านอัลลูก้าอาจจะมีแรงแขนรวมกันถึง 16 ตันเหมือนนายน้อยอิรุมิก็ได้! นายน้อยคุสึโอะต้องปรารถนาเช่นนั้นแน่...”

ไซคิที่ยังเดินไปได้ไม่ไกลนัก:

...อย่ามโนเอาเองสิฟะ! ฉันแค่ต้องการให้เธอออกกำลังกายบ้างจะได้ไม่กลายเป็นง่อยต่างหาก แล้วจอมเวทที่มีพลังระดับทวีปมืดจะเอาการฝึกกล้ามเนื้อไปทำอะไร? อีกอย่าง ไอ้แรงแขน 16 ตันนั่นมันแปลกพิลึกเลยนะเฮ้ย!

โชคดีที่ผู้เป็นแม่ไหวตัวทันว่าพ่อบ้านพูดมากเกินไป จึงสั่งให้เงียบผ่านหูฟัง

ให้ตายสิ... ไซคิกลับมาที่ห้องแล้วนั่งลงใช้ความคิด

คิรัวร์กับมิลลูกิจะชอบอะไรนะ? ทิพยจักษุ... ไม่เอาดีกว่า ตอนนี้น่าจะกำลังฝึกกันอยู่ คงดูน่าสมเพชพิลึก อย่าไปดูเลย

ไซคินั่งขัดสมาธิ จ้องมองเพดาน สายตาทะลุผ่านกำแพงออกไปสู่ท้องฟ้าเบื้องบนเหนือภูเขาคูคูลู

แม้ตัวจะอยู่ในห้อง แต่ด้วยทิพยจักษุ เขารู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆบนท้องนภา เหมือนได้รับชมภาพโฮโลแกรมเสมือนจริง...

ทันใดนั้นไซคิก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ พริบตาเดียวก็กลับมาสู่โลกความจริง... จะว่าไปแล้ว ตระกูลโซลดิ๊กแทบไม่มีความบันเทิงอะไรเลย ส่วนใหญ่มีแต่ของเล่นทางกายภาพ แถมคิรัวร์ก็ยังไม่เริ่มติดเกมคอนโซลด้วยซ้ำ

สร้างเกมงั้นเหรอ? ไม่มีทาง การเขียนโปรแกรมไม่ใช่สิ่งที่พลังจิตสายควบคุมวัตถุจะแก้ปัญหาได้ จะให้มานั่งพิมพ์ทีละตัวอักษรก็ยุ่งยากเกินไป... แต่หนังสำเร็จรูปมีอยู่แล้ว งั้นทำ ‘โฮมเธียเตอร์’ ดีไหม? อัลลูก้ากับคนอื่นๆ จะได้สัมผัสเสน่ห์ของภาพยนตร์หลังจากฝึกเสร็จ

เมื่อก่อนไซคิเคยเป็นคอหนัง ด้วยพลังโทรจิต เขาหลงใหลความรู้สึกของ ‘ความไม่รู้’ ระหว่างดูหนัง ถึงจะโดนพวกคนที่ดูแล้วสปอยล์ใส่จนต้องไปดูหนังเกรดบีห่วยๆ ที่ไม่มีใครดูบ่อยๆ ก็เถอะ แต่เขาก็ยังสนุกกับมัน... ตั้งแต่มาโลกนี้ เขาก็เอาแต่อ่านหนังสือจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าโลกนี้ก็มีภาพยนตร์

แผนผังเทคโนโลยีในโลกฮันเตอร์พัฒนาช้ากว่าโลกเดิมของเขาเล็กน้อย ผู้คนยังใช้โทรศัพท์ฝาพับ การดูหนังต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ และการฉายภาพยังใช้โปรเจกเตอร์แบบพื้นฐานที่สุดวางไว้ด้านหลัง

เขาอยากสร้าง ‘จอภาพ’... เพราะหน้าจอคือหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ แม้โทรทัศน์ยุคนี้จะยังอยู่ในช่วงเทอะทะและหนักอึ้งก็ตาม

เมื่อมีเป้าหมาย ไซคิก็เริ่มค้นคว้าอย่างกระตือรือร้นทันที เมื่อเด็กเป็นฝ่ายเริ่มเรียนรู้เอง ตระกูลโซลดิ๊กย่อมสนับสนุนเต็มร้อย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือวัสดุอุปกรณ์ใดๆ ก็จัดหามาให้ไม่อั้น... ไซคิอาศัยความสามารถในการอ่านหนังสือสิบบรรทัดในพริบตา ทำให้การวิจัยคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว

แปดวันต่อมา ไซคิยื่นคำร้องต่อพ่อกับแม่ เขาถามน้องชายล่วงหน้าหนึ่งวันว่าอยากดูหนังเรื่องอะไร... เย็นวันนั้น ในช่วงเวลาอิสระสั้นๆ เพียงสองชั่วโมงหลังการฝึกซ้อม เขาพาคิรัวร์ มิลลูกิ และอัลลูก้ามายังโฮมเธียเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นกับมือ

ภาพหน้าจอเริ่มต้นคือ ‘ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว’... เป็นภาพฉายโฮโลแกรมสามมิติที่สมจริงราวกับได้หลุดเข้าไปในห้วงอวกาศ นี่คือประสบการณ์จริงที่เขาเคยสัมผัสในอวกาศ เพียงแค่นำมันมาจำลองขึ้นใหม่ในตอนนี้

“ว้าว...!”

“พี่คุสึโอะ ที่นี่ที่ไหน? สวยสุดยอดเลย!!”

“ทะ... ทำได้ยังไงเนี่ย? พี่คุสึโอะ!”

พวกผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากอาจไม่ได้ประหลาดใจนัก แต่สำหรับเด็กๆ แล้ว... สิ่งเหล่านี้คือปาฏิหาริย์ ตำแหน่งของไซคิในใจของน้องชายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล   จบตอน   By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล   ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 27 อัลลูก้าก็ต้องฝึกฝนเหมือนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว