เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - นาน่าผู้รอบคอบ

บทที่ 41 - นาน่าผู้รอบคอบ

บทที่ 41 - นาน่าผู้รอบคอบ


แจ็กที่บาดเจ็บอยู่แล้วทรุดตัวลงกองกับพื้นด้วยความหมดเรี่ยวแรงหลังจากวิดพื้นเสร็จ

ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปพยุงเขาขึ้นมา

"ไอ้เวรนี่มันโผล่มาจากไหนวะเนี่ย คราวหน้าถ้าเจออีกฉันเอาตายแน่"

แจ็กกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความโกรธแค้น พอเห็นว่าเฉินซีจากไปแล้วเขาก็ชกหมัดลงบนพื้นอย่างแรง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทันที

"เป็นเพราะเธอเมื่อคืนนั่นแหละ... ทำเอาวันนี้ฉันหมดสภาพเลย..."

แจ็กสาดอารมณ์โกรธทั้งหมดไปที่ผู้หญิงคนนั้น เธอได้แต่กลอกตาบนใส่โดยไม่ได้พูดอะไรตอบโต้เพราะยังอยากจะปอกลอกเงินจากเขาอยู่

ตอนนี้อารมณ์ของแจ็กขุ่นมัวสุดๆ วันนี้เขาเสียเงินไปตั้งสี่พันดอลลาร์แถมยังโดนหยามหน้ากลางฝูงชนอีก

ซาโอริก็ยังไม่ได้แอ้ม จู่ๆ ก็มีไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้มาฉกเหยื่อของเขาไปหน้าตาเฉย เรื่องแบบนี้ใครมันจะไปทนได้

"นมก็แบนเป็นไม้กระดาน ไปหาหมอทำนมให้มันใหญ่ๆ หน่อยไป"

พอนึกถึงหน้าอกอวบอิ่มของซาโอริแล้วหันกลับมามองผู้หญิงข้างๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด

ผู้หญิงคนนั้นได้ยินคำพูดของแจ็กก็ก้มมองหน้าอกตัวเองที่ไม่ถือว่าเล็กเลยสักนิด ในหัวของเธอมีแต่เครื่องหมายคำถามลอยเต็มไปหมด ก่อนจะแอบด่าบรรพบุรุษของแจ็กอยู่ในใจเป็นชุด

"เป็นไง ยังขับรถไหวไหม ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวฉันขับเอง" นาน่ามองเฉินซีด้วยสายตาเป็นห่วง

"ฉันดูอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ" เฉินซีกลอกตาใส่

"ก็นายดูแขนตัวเองสิ เขียวช้ำไปหมดแล้วเนี่ย"

"แค่นี้จิ๊บจ๊อย ฉันชินแล้วล่ะ"

หลังจากยื้อแย่งกันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายนาน่าก็เป็นคนรับหน้าที่ขับรถ

ตอนนี้เฉินซีรู้สึกได้เลยว่ามือของตัวเองกำลังสั่นเทา

เมื่อกี้เขาต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายดึงตัวเองขึ้นไปถึงยอด ตอนนี้แค่จะจับพวงมาลัยก็คงจะลำบากแย่แล้ว

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เฉินซีก็ล้มตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟาอย่างสบายใจเฉิบ ปล่อยให้ซาโอรินวดเฟ้นปรนนิบัติอย่างเอาอกเอาใจ

ส่วนนาน่าก็ยืนกอดอกส่ายหัวเบาๆ มองดูภาพตรงหน้า

"วันนี้ใช้พลังงานไปเยอะจังเลย คืนนี้พอจะมีเนื้อให้กินไหมเนี่ย" เฉินซีถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย

"นายรออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวฉันไปทำมาให้"

"ฉันอยากกินเนื้อย่างเกาหลีนะ แล้วก็ไม่เอาเผ็ดด้วย" เฉินซีตะโกนสั่งตามหลัง

วันนี้นาน่าทำตัวอ่อนโยนผิดปกติ สำหรับคำขอเอาแต่ใจของเฉินซีเธอกลับไม่ได้โต้เถียงอะไรเลย เพียงแค่ทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียวแล้วลุกเดินออกไป

"เฉินซี วันนี้นายเท่สุดๆ ไปเลยอ่ะ"

"เธอเป็นอะไรของเธอเนี่ย พูดประโยคนี้มาทั้งวันแล้วนะ"

คล้อยหลังนาน่า ซาโอริก็ผละมือจากการนวดแล้วทิ้งตัวลงนอนทาบทับบนโซฟา ค่อยๆ คลานกระดึบเข้าไปหาเขาทีละนิด

การกระทำของเธอทำเอาเฉินซีถึงกับสะดุ้ง เขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งแล้วค่อยๆ กระถดหนีไปจนมุมโซฟา

ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไรเนี่ย

ลางสังหรณ์แปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา

"เธอจะทำอะไรน่ะ" เฉินซีถามเสียงตะกุกตะกัก

"ฮิฮิ นายคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ"

ตอนนี้เฉินซีนอนราบอยู่บนโซฟา ส่วนซาโอริก็ใช้สองมือค้ำยันโซฟาเอาไว้ ปีนขึ้นมาคร่อมร่างเขาเหมือนลูกแมวแสนซน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

ยัยหื่นนี่เอาอีกแล้วเหรอ

ไอ้ท่าทางเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายก่อนหน้านี้มันก็แค่ภาพลวงตาสินะ ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงจะน่ากลัวได้ขนาดนี้

ฉันอยากกลับบ้าน

จู่ๆ เฉินซีก็รู้สึกว่าข้อมือของเขาถูกจับกดไว้แน่น ใบหน้าของซาโอริค่อยๆ โน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ

นี่มันสถานการณ์อะไรกันวะเนี่ย

จะโดนปล้ำงั้นเหรอ แต่ตอนนี้ฉันเหนื่อยแทบขาดใจแล้วนะ

"วันนี้สภาพฉันไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ ขืนทำไปเธอคงไม่ค่อยสนุกหรอก ไว้เราค่อยหาโอกาสวันหลัง..."

"เลือกวันไหนก็สู้วันนี้ไม่ได้หรอก"

"ยัยญี่ปุ่น ไปแอบจำภาษาจีนพวกนี้มาจากไหนเนี่ย"

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ริมฝีปากของเขาก็ถูกปิดสนิท เสียงที่เปล่งออกมากลายเป็นเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอ

ในฐานะชายหนุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสามสิบหกปี เมื่อสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนดั่งไฟสุมของอีกฝ่าย สองมือของเขาก็เริ่มขยับทำหน้าที่อย่างรู้ใจทันที

"ปัง"

"หิวแล้วใช่ไหม ฉันรื้อเนื้อแช่แข็งในตู้เย็นออกมาหมดเลย"

จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง นาน่าเดินหอบแฮ่กๆ เข้ามาพร้อมกับถุงเนื้อแช่แข็งกองโตในมือ

สองหนุ่มสาวบนโซฟาสะดุ้งโหยงผละออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต ต่างคนต่างรีบจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าของทั้งคู่แดงก่ำไปถึงใบหู

"ทำไมพวกนายสองคนถึงได้ดูร้อนขนาดนี้ล่ะ เดี๋ยวฉันไปลดแอร์ให้ก่อนนะ"

นาน่ามัวแต่วุ่นวายอยู่กับการหอบหิ้วเนื้อแช่แข็งเลยไม่ได้คิดอะไรมาก

ซาโอริรีบเด้งตัวลุกจากโซฟาวิ่งเข้าไปช่วยถือของเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย

ส่วนเฉินซียังคงนอนนิ่งอยู่บนโซฟา เขายกมือขึ้นลูบริมฝีปาก สัมผัสเมื่อครู่ยังคงตราตรึงไม่จางหาย

ยัยนี่ทำไมกลับมาเร็วนักเนี่ย นึกว่าออกไปซื้อกับข้าวที่ซูเปอร์มาร์เก็ตซะอีก

เมื่อกี้ยังกินเนื้อไม่ทันอิ่ม เดี๋ยวต้องขอจัดหนักจัดเต็มซะหน่อยแล้ว

แต่ยัยเด็กนี่ตัวหอมชะมัด

เฉินซีแอบเหลือบมองหญิงสาวสองคนที่กำลังวุ่นวายอยู่ในครัว สายตาของซาโอริก็ลอกแลกไปมา แอบชำเลืองมองมาทางเขาเป็นระยะๆ พอสบตากันประกายไฟก็แล่นแปลบปลาบขึ้นมาอีกครั้ง

ทำไมนาน่าถึงกลับมาเร็วนักล่ะ

เมื่อกี้ฉันเป็นฝ่ายเริ่มรุกหนักไปหรือเปล่านะ

แต่ฉันชอบเขามากๆ เลยนี่นา

โอ๊ย หงุดหงิดชะมัด แล้วต่อไปจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย

ซาโอริเผลอยกมือขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตีรวนสับสนวุ่นวายอยู่ในหัว

นาน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นอาการผิดปกติก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นไข้ จึงยื่นมือไปแตะหน้าผากซาโอริเบาๆ แล้วสลับมาแตะหน้าผากตัวเอง

พอแน่ใจว่าเพื่อนไม่ได้ตัวร้อน นาน่าก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองซาโอริด้วยสายตาสงสัยจับผิด ภายในใจเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เตาปิ้งย่างเหล็กหล่อถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะอาหารอย่างเป็นระเบียบ เนื้อสัตว์ที่นำออกมาละลายน้ำแข็งก็เตรียมพร้อมเสร็จสรรพ

แต่เฉินซีก็ยังคงนอนทอดหุ่ยบนโซฟาราวกับคุณชาย สายตาของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ทีวีเลยสักนิด แต่กลับจับจ้องไปที่ซาโอริตาไม่กะพริบ

จิตใจของเขาเริ่มสับสนว้าวุ่น ตอนแรกเขาก็มั่นใจว่าหลังจากได้เกิดใหม่ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องผู้หญิงมามีอิทธิพลเหนือความคิดอีก แต่เพียงแค่เดือนกว่าๆ เขากลับพบว่ากำแพงน้ำแข็งในใจเริ่มละลายลงทีละน้อย

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่

ในอนาคตเขากะจะปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่จีนแน่นอน แต่ความคิดของซาโอริจะเป็นยังไงเขาก็เดาไม่ออกเลย

ไว้หาจังหวะเหมาะๆ คงต้องจับเข่าคุยกับเธอให้รู้เรื่องซะแล้ว

ถ้าความต้องการของซาโอริขัดแย้งกับเขา ความสัมพันธ์นี้ก็คงต้องจบลงตรงนี้

ยังดีที่ตอนนี้พวกเขาสองคนยังไม่ได้ล้ำเส้นเกินเลยไปกว่านั้น การจะยุติความสัมพันธ์ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

"นายนี่ทำตัวเป็นคุณชายจริงๆ เลยนะ รีบลุกมากินข้าวได้แล้ว จะรอให้พวกฉันป้อนถึงปากเลยหรือไง"

นาน่ายืนท้าวสะเอว สวมวิญญาณนางพญาเสือโคร่งจอมดุอีกครั้ง เฉินซีถึงยอมลุกจากโซฟาเดินเอื่อยเฉื่อยมาที่โต๊ะอาหาร

"เหอะ ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นเนื้อย่างธรรมดาๆ ซะอีก ที่แท้ก็อาหารประจำชาติของประเทศกิมจินี่เอง"

พอมองเห็นผักกาดหอมกับซอสโคชูจังบนโต๊ะ ภาพข่าวจากชีวิตก่อนก็แวบเข้ามาในหัวเขาทันที

เมนูขึ้นชื่อของประเทศกิมจิก็คงหนีไม่พ้นกิมจิ เนื้อย่าง แล้วก็บูเดชิเกหรือหม้อไฟทหารนี่แหละ

"ซาโอริ หมอนี่ก็มีมือมีเท้า ทำไมเธอต้องไปป้อนข้าวป้อนน้ำให้ด้วยล่ะ ขืนทำแบบนี้เดี๋ยวก็เคยตัวหรอก" นาน่าจ้องมองทั้งสองคนด้วยความไม่สบอารมณ์

"ไม่เป็นไรหรอกนาน่า วันนี้เฉินซีเขาเหนื่อยมามากแล้ว" ซาโอริมองเฉินซีด้วยสายตาอ่อนโยน

"จะสปอยล์อะไรกันนักหนาเนี่ย" นาน่ายกมือขึ้นกุมขมับ ทำหน้าเหมือนคนยอมแพ้

เฉินซีอ้าปากรับเนื้อย่างห่อผักกาดหอมคำโตที่ซาโอริป้อนให้ถึงปาก ภายในใจรู้สึกฟินสุดๆ

เขาปรายตามองนาน่าที่นั่งอยู่ข้างๆ

ยัยนี่ชอบแส่ไม่เข้าเรื่อง ฉันไม่ได้ขอให้เธอมาป้อนสักหน่อย

"ว่าแต่ตกลงวันนี้เรื่องของไอ้แจ็กมันเป็นยังไงมายังไงเนี่ย"

กินข้าวไปได้ครึ่งทาง นาน่าก็ชิงถามซาโอริขึ้นมาก่อน เฉินซีสังเกตเห็นว่าเธอน่าจะจงใจเปิดโอกาสให้ซาโอริได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง เพื่อไม่ให้เขาต้องเก็บไปคิดมากหรือเกิดความเข้าใจผิด

เขาเพิ่งจะค้นพบว่าผู้หญิงที่ดูภายนอกกระโดกกระเดกโผงผางคนนี้ จริงๆ แล้วกลับมีความละเอียดอ่อนซ่อนอยู่ ซึ่งมันทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อย

"ก็เพื่อนที่อาร์เอ็มไอทีนั่นแหละ ชอบมาตามตื๊อฉันที่มหาวิทยาลัยอยู่ได้ ปัญหาก็คือหมอนั่นมันมีแฟนอยู่แล้ว แถมไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วยนะ มันคิดว่าแค่มีเงินก็ซื้อผู้หญิงได้ทุกคน"

"แล้วฉันก็เลยเมินใส่ แต่มันก็ยังไม่เลิกวอแว สุดท้ายฉันทนไม่ไหวก็เลยเตะผ่าหมากมันไปทีนึง คราวนี้มันก็เลยหายหัวไปเลย"

ซาโอริเล่าวีรกรรมของแจ็กให้ฟังอย่างหมดเปลือก ระหว่างที่เล่าเธอก็แอบชำเลืองมองเฉินซีเป็นระยะๆ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 41 - นาน่าผู้รอบคอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว