เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 หล่อจนหุบขาไม่ลง

บทที่ 10 หล่อจนหุบขาไม่ลง

บทที่ 10 หล่อจนหุบขาไม่ลง


บทที่ 10 หล่อจนหุบขาไม่ลง

เมื่อได้ยินคำตอบของเย่หนิงอวี่ เซี่ยเทียนก็ชะงักไป

เดิมทีเขาแค่อยากจะพูดหยอกเล่น เพราะรู้ดีว่าด้วยนิสัยของเย่หนิงอวี่ เธอจะต้องไม่มีทางตกลงอย่างแน่นอน

ใครจะไปคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะตอบตกลงด้วยท่าทางงุนงงแต่น่ารักน่าชังซะได้!

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเซี่ยเทียน ใบหน้าของเย่หนิงอวี่ก็แดงซ่าน เธอรีบก้มหน้าลงงุดทันที

"ยัยเด็กโง่คนนี้ ไม่รู้จักปฏิเสธคำขอของฉันเลยจริงๆ!"

เซี่ยเทียนลอบถอนหายใจในใจ

"กริ๊ง~"

ไม่นานนัก เสียงออดเลิกเรียนคาบสุดท้ายก็ดังขึ้น

เดิมทีเซี่ยเทียนตั้งใจจะไปกินข้าวมื้อเย็นกับเย่หนิงอวี่ แต่จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่ายางรถจักรยานของเขาโดนเจาะตอนที่มาโรงเรียนเมื่อเช้านี้

คืนนี้เขายังต้องไปส่งเย่หนิงอวี่ที่บ้านอีก ขืนยางแบน เขาก็คงต้องเข็นรถกลับบ้านไปตลอดทางแน่ๆ

แบบนั้นไม่ได้การแน่ ขืนให้เดินกลับบ้านตามลำพังในซอยบ้านเธอ เขาคงกลัวตายชัก

ดังนั้น

เซี่ยเทียนจึงเดินไปที่ห้องเรียนข้างๆ แล้วลากฟางอวี่ ลูกชายสุดที่รักของเขา ให้ไปปะยางเป็นเพื่อน... บริเวณหน้าร้านซ่อมรถข้างโรงเรียน

ฟางอวี่มองเซี่ยเทียนด้วยสีหน้าเคลือบแคลงใจ

"เซี่ยเทียน วันนี้นายไม่ได้ไปแอบดูสวี่หยวนกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารจริงๆ ด้วย ฉันชักจะเชื่อแล้วแฮะว่านายเลิกตามจีบเธอแล้วจริงๆ"

"หึๆ ฉันไม่ตามจีบเธอแล้วจริงๆ นั่นแหละ"

"แต่ฉันได้ยินเพื่อนในห้องบอกว่า เมื่อคืนเห็นนายเดินอยู่กับเสี่ยวหยา... เอ่อ เสี่ยวเย่ เพื่อนร่วมโต๊ะของนายหนิ นายไปส่งเธอที่บ้านมาเหรอ?"

เซี่ยเทียนพยักหน้า "ใช่ แถมยังซื้อถังหูลู่ให้เธอด้วย เมื่อเช้าฉันก็ซื้อข้าวเช้าไปให้ ขากลับมาโรงเรียนยางรถก็เลยโดนเจาะไง"

ฟางอวี่ตกตะลึงอ้าปากค้าง

"เชี่ยเอ๊ย นายนี่มันไม่ได้เลิกเป็นไอ้โบ้รับใช้เลยนี่หว่า แค่เปลี่ยนเป้าหมายไปเลียแข้งเลียขาคนอื่นแทนชัดๆ!"

"เฮ้ย พูดงี้ก็ไม่ถูกนะ!"

เซี่ยเทียนเถียงกลับด้วยสีหน้าจริงจัง "ปรมาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า การทุ่มเทอยู่ฝ่ายเดียวเขาเรียกว่าการเลียแข้งเลียขา แต่ฉันกับเย่หนิงอวี่ใจตรงกัน แบบนี้จะเรียกว่าเลียแข้งเลียขาได้ยังไง?"

พูดจบ เขาก็ลูบคางครุ่นคิดอยู่สองสามวินาที ก่อนจะเสริมว่า:

"พวกปัญญาชนอย่างเรามักจะเรียกสิ่งนี้ว่า ความรัก ต่างหากล่ะ"

"..."

"เซี่ยเทียน นายนี่มันตอแหลได้แปลกใหม่จริงๆ"

ฟางอวี่ถึงกับพูดไม่ออก

ความรักบ้าบออะไรล่ะ!

แต่เขาก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่มั่นใจได้แล้วว่าเซี่ยเทียนไม่ได้ตามตื้อสวี่หยวนอีกต่อไป

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาเห็นกับตาว่าเพื่อนรักของเขาทำตัวต่ำต้อยขนาดไหน

มีเงินเมื่อไหร่ เป็นต้องเอาไปเปย์ซื้อของให้สวี่หยวนจนหมด

มีเวลาว่างเมื่อไหร่ เป็นต้องหาโอกาสไปแอบมองสวี่หยวนตลอด บางครั้งพอสวี่หยวนมีเรื่องอะไร เขาก็พร้อมจะสแตนด์บายรอรับใช้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จนแทบไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง

ดังนั้น พอตอนนี้เซี่ยเทียนหันไปชอบคนอื่น ฟางอวี่จึงรู้สึกว่านี่แหละคือเรื่องโคตรดี

เซี่ยเทียนกอดคอฟางอวี่ "อ้อ ว่าแต่เสาร์อาทิตย์นี้นายว่างไหม? เดี๋ยวฉันพาไปหาเงินพิเศษ"

"หาเงินพิเศษ? ทำไงวะ?"

"ขออุบไว้ก่อน ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เองแหละ"

เซี่ยเทียนคิดหาวิธีหาเงินก้อนแรกในช่วงเวลาสั้นๆ ได้แล้ว

ตอนนี้ก็แค่รอให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างเงียบๆ ก็พอ

หลังจากเถ้าแก่ร้านซ่อมจักรยานจัดการปะยางเสร็จ เซี่ยเทียนก็เลี้ยงหม่าล่าทั่งฟางอวี่ที่ร้านอาหารนอกโรงเรียน

ฟางอวี่มองเซี่ยเทียนด้วยสีหน้าหวาดผวา

เขาจ้องหน้าเซี่ยเทียนอยู่นาน มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด

เซี่ยเทียนชักจะรำคาญ จึงเอาตะเกียบคอโต๊ะ:

"กินๆ ไปเถอะน่า จะมองหน้าฉันทำไมหนักหนา? คิดว่าฉันอร่อยนักหรือไง... ไม่นะ ลุงโรคจิต เราจะไม่ออกเดตกันเด็ดขาด!"

"ไสหัวไปเลย... ฉันแค่กำลังสงสัยว่านายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายหรือเปล่าเนี่ย? คนขี้งกอย่างนายเนี่ยนะ จะใจป้ำเลี้ยงข้าวฉัน?!"

"จะพูดมากทำไมเนี่ย? คราวหน้าเดี๋ยวเลี้ยงสเต็กเลยเอ้า"

"เชี่ย พูดจริงปะเนี่ย พ่อทูนหัว?"

เซี่ยเทียนยิ้มแต่ไม่พูดอะไร

ในบรรดาอาวุธทั้งหมดบนโลกใบนี้ อดีตคือสิ่งที่ทิ่มแทงใจคนได้เจ็บปวดที่สุด!

สาเหตุที่ชาติก่อนเขาขี้ตระหนี่ถี่เหนียวขนาดนั้น ก็เพราะต้องเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ไปซื้อของขวัญให้สวี่หยวน

อย่าว่าแต่เลี้ยงข้าวฟางอวี่เลย ขนาดกางเกงในตัวเองเปื่อยยุ่ยแล้วยังไม่กล้าซื้อเปลี่ยนใหม่ด้วยซ้ำ...

หลังเกิดใหม่ เขาไม่ได้ตามจีบสวี่หยวนอีกแล้ว

แถมเขายังมีวิธีหาเงินในแบบของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตประหยัดมัธยัสถ์แบบนั้นอีกต่อไป

การเลี้ยงข้าวเพื่อนรักสักมื้อ มันจะไปผิดตรงไหนกัน?

ปรมาจารย์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า:

จ่ายเงินร้อยหยวนเลี้ยงข้าวเทพธิดา เธอจะมองว่าคุณไม่คู่ควร

แต่จ่ายเงินร้อยหยวนเลี้ยงข้าวเพื่อนรัก มันจะนึกว่าคุณเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย...

พอกินข้าวเสร็จ เซี่ยเทียนก็ลูบผมทรงกะลาครอบของตัวเอง แล้วตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนทรงผมสักที

ทรงนี้มันดูเหมือนไอ้หนุ่มหัวแตงโมเกินไปแล้ว!

"รูปหน้าฉันคล้ายๆ กับอู๋เยี่ยนจู่ เหมาะกับการเปิดหน้าผากครึ่งหนึ่งพอดี"

"ถ้าฉันเปิดหน้าผาก แล้วปัดเศษขึ้นหรือลง ฉันก็ ≈ อู๋เยี่ยนจู่ ดีๆ นี่เอง"

เซี่ยเทียนคิดไปคิดมา ก็รู้สึกว่าตรรกะนี้ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน

เขาจึงลากฟางอวี่เข้าร้านตัดผมข้างโรงเรียนทันที

"นักเรียน อยากได้ทรงไหนดีครับ?"

ช่างตัดผมโทนี่ขยี้หัวฟางอวี่เบาๆ พลางเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู

ฟางอวี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง สั่งตรงๆ เลยว่า: "ไถข้างออกให้หมด ตรงกลางปล่อยยาว!"

ครู่ต่อมา ฟางอวี่ก็ถึงกับน้ำตาตกใน

"ลูกพี่ เชื่อไหมว่าฉันจะพังร้านพี่ทิ้งซะ?"

เซี่ยเทียนกลั้นขำแทบตาย พลางคิดในใจว่าไอ้หมอนี่มันยังไม่เข้าถึงแก่นแท้ของช่างตัดผมโทนี่ซะแล้ว

ถ้าคุณไม่อธิบายให้ละเอียดว่าอยากให้ตัดออกมาเป็นแบบไหน แล้วบอกแค่กว้างๆ ให้ช่างโทนี่ไปคิดเอาเอง มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเปิดกล่องสุ่มนั่นแหละ

เมื่อมีบทเรียนของฟางอวี่เป็นตัวอย่าง เซี่ยเทียนจึงเรียบเรียงคำพูดอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ อธิบาย:

"เถ้าแก่ เอาทรงซอยสั้นแสกกลางบางๆ ครับ"

เมื่อได้ยินคำตอบของเซี่ยเทียน ช่างโทนี่ก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"นักเรียน แสกกลางบางๆ ก็ส่วนแสกกลางบางๆ ผมซอยสั้นก็ส่วนผมซอยสั้น ไอซอยสั้นแสกกลางบางๆ นี่มันคือยังไงกัน?"

เซี่ยเทียนชะงักไป

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในปี 2013 มันยังไม่มีคำศัพท์เรียกทรงผมซอยสั้นแสกกลางบางๆ

"ถ้างั้นเอาแบบนี้ ตัดตามที่ผมบอกนะ... เอ่อ ตอนแรกทำแบบนี้ แล้วก็ทำแบบนั้น จากนั้นก็ทำแบบนี้"

ช่างโทนี่ถึงบางอ้อทันที:

"ก็ไม่บอกแต่แรก! ที่แท้ก็ต้องทำแบบนี้ก่อน แล้วก็ทำแบบนั้น จากนั้นก็ทำแบบนี้..."

สิบห้านาทีต่อมา

เซี่ยเทียนมองตัวเองในกระจก รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาสูสีกับอู๋เยี่ยนจู่ ทำให้เขายกนิ้วโป้งให้ช่างโทนี่อย่างชื่นชม

"ลูกพี่ ฝีมือยอดเยี่ยมไปเลย!"

ทรงกะลาครอบหนาเตอะของเขาถูกซอยให้บางลง หน้าม้าก็ถูกตัดให้สั้นลงมาก เผยให้เห็นหน้าผากครึ่งหนึ่ง

ภาพลักษณ์โดยรวมของเขาดูสดใสและสะอาดสะอ้านขึ้นเป็นกอง

พระเอกซีรีส์เกาหลีเดินดินชัดๆ!

ฟางอวี่เดินกลับมาจากห้องน้ำ มองดูเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

"เชี่ย?! เซี่ย... เซี่ยเทียน? นายไปศัลยกรรมมาเหรอเนี่ย?"

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเพื่อนสมัยเด็กของเขา แค่เปลี่ยนทรงผมก็หล่อกระชากใจได้ขนาดนี้!

เซี่ยเทียนหัวเราะหึๆ "ศัลยกรรม? ฉันไม่สนของพวกนั้นหรอกน่า"

"ช่างตัดผมโทนี่คนเดียวกันแท้ๆ ทำไมเขาสานฝันให้นายด้วยสองมือ แต่กลับทำลายความฝันฉันด้วยมืออีกข้างล่ะเนี่ย... บ้าเอ๊ย นายมันน่าหมั่นไส้ชะมัด!"

ฟางอวี่ทำหน้าเหมือนคนหัวใจสลาย

ความล้มเหลวของตัวเองก็เจ็บปวดอยู่หรอก แต่ความสำเร็จของเพื่อนรักมันปวดร้าวยิ่งกว่า!

เซี่ยเทียนกอดคอฟางอวี่ แล้วตบเศษเงินทอนจากกระเป๋ากางเกงวางลงบนโต๊ะ

"เถ้าแก่ เก็บตังค์ด้วย!"

"10... 10 หยวนครับ"

หลังจากรับเงินไป ช่างโทนี่ก็เอาแต่จ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังเดินจากไปอย่างเหม่อลอย

เขาเรียกสติกลับคืนมาไม่ได้อยู่นานสองนาน

เขาก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะพึมพำกับตัวเอง

"นี่... นี่ฉันเป็นคนตัดทรงนี้จริงๆ เหรอเนี่ย? ที่แท้ฝีมือตัดผมของฉันก็เทพขนาดนี้เลยสินะ!"

"ได้เวลาเปลี่ยนงานไปทำร้านซาลอนหรูๆ ข้างๆ ซะแล้ว..."

และไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า

ลูกค้าสาวที่กำลังดัดผมอยู่ที่มุมร้าน ได้เห็นการเปลี่ยนทรงผมของเซี่ยเทียนตั้งแต่ต้นจนจบ

เธอแทบจะน้ำลายสออยู่แล้ว

สมัยนี้เด็กหนุ่มรุ่นน้องงานดีกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?

เธอปาดน้ำลาย แล้วรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิททันที

"แก! จะบอกอะไรให้นะ! เมื่อกี้ฉันเจอผู้ชายหล่อมากที่ร้านตัดผม หล่อแบบสุดๆ ไปเลย!"

"จริงดิ?"

"จริงสิ หล่อยังกับทายาทอู๋เยี่ยนจู่อะแก!"

"ไหนบรรยายมาซิว่าหล่อขนาดไหน ฉันอยากจินตนาการตาม!"

ลูกค้าสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความขวยเขิน:

"หล่อจนฉันหุบขาไม่ลงเลยล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 10 หล่อจนหุบขาไม่ลง

คัดลอกลิงก์แล้ว