- หน้าแรก
- ห้าปีที่พลัดพราก ภรรยาสุดสวยหอบลูกบุกค่ายทหาร
- บทที่ 7: มิติกำไลหยก ขนของหนีจากบ้านเกิด
บทที่ 7: มิติกำไลหยก ขนของหนีจากบ้านเกิด
บทที่ 7: มิติกำไลหยก ขนของหนีจากบ้านเกิด
บทที่ 7: มิติกำไลหยก ขนของหนีจากบ้านเกิด
เจียงถังไม่เพียงแต่ป้อนข้าวเด็กน้อยทั้งสองจนอิ่มหนำ แต่ยังพาพวกเขาไปอาบน้ำด้วย
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็นเด็กหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ทว่าเนื้อตัวกลับมอมแมมไปหมด ซ้ำยังสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อขาดวิ่น เจียงถังรู้สึกปวดใจและทนดูไม่ได้ พลางนึกสงสัยว่าเจ้าของร่างเดิมใจจืดใจดำลงคอได้อย่างไร
ระหว่างนั้น เจียงถังจงใจหาเรื่องเจียงชิงฮวน บังคับให้อีกฝ่ายไปต้มน้ำสำหรับอาบให้เด็กทั้งสอง
เจียงถังในตอนนี้เป็นคนอารมณ์ร้อนและไม่ยอมคน สำหรับการที่เจียงชิงฮวนกล้ารังแกเด็กสองคนนี้ แค่สั่งให้ไปต้มน้ำอาบก็นับว่าปรานีมากแล้ว เจียงถังแทบอยากจะจับหล่อนไปแบกของเสียแล้วปล่อยให้หิวโซสักสิบวันครึ่งเดือน เพื่อดูว่าหล่อนจะรู้สึกยังไง!
แม้เจียงชิงฮวนจะไม่เต็มใจทำงานบ้าน แต่เมื่อติงอวี่ฉินและเจียงเต๋อไห่ช่วยกันเกลี้ยกล่อม หล่อนจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำยอม และเดินไปต้มน้ำอาบอย่างว่าง่าย
ตอนอาบน้ำ เด็กหญิงตัวน้อยอย่างถังถังไม่ได้งอแงอะไร เธอถูกซื้อใจด้วยอาหารมื้อนั้นไปแล้ว จึงไม่รู้สึกกลัวเจียงถังเลยสักนิด
เธอยอมถอดเสื้อผ้าเมื่อถูกสั่ง และก้าวลงอ่างเมื่อบอกให้ลง
ครอบครัวตระกูลเจียงใช้อ่างอาบน้ำไม้ขนาดใหญ่ อ่างนี้ทั้งหนักและเทอะทะ ทำจากไม้ชั้นดี ลำพังแค่อ่างอาบน้ำใบนี้ตอนสั่งทำก็คงราคาแพงหูฉี่ บ่งบอกถึงฐานะทางการเงินอันมั่งคั่งของครอบครัว
ถังถังลูบพุงกะทิน้อยๆ ของตัวเอง แช่น้ำอุ่นสบายตัว แล้วหาวหวอดด้วยความง่วงงุน
เธอเอ่ยเสียงใส "หม่าม้า ถังถังง่วงแล้ว..."
ถังถังกำลังตกอยู่ในสภาวะหนังท้องตึงหนังตาหย่อนเพราะกินเข้าไปเยอะ
กินอิ่มนอนหลับ ช่างเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ไร้เดียงสาเสียจริง
เจียงถังประคองถังถัง ขัดสีฉวีวรรณให้เด็กน้อยจนสะอาดสะอ้าน จากนั้นก็ห่อตัวเธอด้วยผ้าห่มผืนเล็ก ทำให้เธอดูเหมือนก้อนข้าวเหนียวตัวน้อยนุ่มนิ่มน่ารักน่าชัง
เมื่อถึงคราวของเจาเจา เด็กชายตัวน้อยกลับรู้สึกเขินอาย เขาค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกอย่างเชื่องช้า เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้เจียงถังช่วยอาบน้ำให้
เจียงถังเท้าสะเอวแล้วขู่ว่า "ถ้าไม่ยอมอาบน้ำ ลูกก็จะกลายเป็นเด็กเหม็นตุ หม่าม้านอนกับเด็กตัวหอมๆ เท่านั้น ไม่นอนกับเด็กตัวเหม็นหรอกนะ เลือกเอา จะอาบหรือไม่อาบ?"
เจาเจาเงยหน้ามองเจียงถัง
อะไรนะ?! หม่าม้าอยากนอนกับเขาเหรอ?!
ดวงตาสีเข้มของเจาเจาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นออก
หลังจากได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของเด็กชายตัวน้อย เจียงถังก็พลันตระหนักว่า ความลังเลที่จะถอดเสื้อผ้าของเจาเจานั้น ไม่ใช่แค่ความเขินอายตามประสาเด็กผู้ชายที่จะต้องอาบน้ำให้คนอื่นเห็น แต่เป็นเพราะตามตัวเขามีแต่บาดแผลต่างหาก
มีทั้งรอยฟกช้ำดำเขียวและรอยบวมแดงที่เพิ่งเกิดใหม่
บาดแผลมีทั้งเก่าและใหม่ บ่งบอกว่าเขาถูกรังแกมาเป็นเวลานาน
เมื่อใดก็ตามที่ครอบครัวของเจียงชิงฮวนมาระบายอารมณ์โกรธแค้นใส่เด็กทั้งสอง เจาเจามักจะออกหน้ารับแทนเพื่อปกป้องถังถังเสมอ บาดแผลทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่ตัวของเจาเจา
เขายังมักจะเสียสละอาหารที่หามาได้ให้ถังถังกินก่อนเสมอ ส่วนตัวเองก็กินน้อยที่สุด ดังนั้นหลังจากถอดเสื้อผ้าออก ถังถังยังพอมีไขมันเด็กนุ่มๆ อยู่บ้าง แต่ร่างของเจาเจากลับผ่ายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่มีเนื้อหนังมังสาเลยแม้แต่น้อย
เจียงถังรู้สึกจุกที่จมูก
เธออุ้มเจาเจาลงในอ่างอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ เช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือ และถามเสียงอ่อนโยน "เจาเจา เจ็บไหมลูก?"
เจาเจาส่ายหน้า "เจาเจาไม่เจ็บ"
"เหลวไหล!" จู่ๆ เจียงถังก็สบถออกมาด้วยความสะเทือนใจ เธอพูดเสียงดังว่า "โดนตีขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไง! เจาเจา คราวหน้าถ้ามีใครมาตีลูก ลูกต้องตีกลับให้หนักๆ ไม่ต้องกลัว สู้กลับไปเลย! แล้วก็ต้องตะโกนให้ดังกว่าพวกมันด้วย ถ้าเจ็บก็ต้องร้อง ร้องให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้"
เจาเจานั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ แหงนหน้าดวงหน้าน้อยๆ มองเจียงถัง ดวงตาสีเข้มเต็มไปด้วยความสับสน
ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจที่หม่าม้าพูดเลยล่ะ?
เจียงถังลูบหัวเขาแล้วพูดว่า "ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ต่อไปนี้ถ้ามีใครมารังแกลูก ก็ทำตามที่หม่าม้าบอกก็แล้วกัน สู้กลับไปเลย แล้วก็ตะโกนดังๆ ด้วย!"
เจาเจาพยักหน้าอย่างว่าง่าย ราวกับเข้าใจ "ครับ"
เจียงถังอาบน้ำให้เขาทุกซอกทุกมุม ไม่เว้นแม้แต่ 'พริกขี้หนูเม็ดน้อย' ของเขา ขัดถูจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ทำเอาใบหน้าของเจาเจาแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด เขาก็ถูกห่อด้วยผ้าห่มและอุ้มพาไปที่ห้องเช่นเดียวกับถังถัง
ขณะที่เจียงถังอุ้มเด็กๆ เดินผ่านห้องของเจียงชิงฮวน เธอก็ยกเท้าเตะประตูอย่างแรงสองที
"เจียงชิงฮวน ลูกชายฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว ไปเทน้ำทิ้งด้วย!"
"เจียงถัง แกบ้าไปแล้วเหรอ? กล้าดียังไงมาสั่งให้ฉันไปเทน้ำอาบของลูกชายแก..."
เสียงสบถด่าทอดังแว่วมาจากห้องของเจียงชิงฮวนอย่างต่อเนื่อง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
เจียงถังไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เธอเอามือปิดหูเจาเจาแล้วหันหลังเดินจากไป ทุกสิ่งที่พวกมันทำกับเด็กสองคนนี้ เธอจะตามทวงคืนให้สาสม
ภายในห้องของเจียงถัง
เด็กสองคนที่มีกลิ่นหอมสบู่ถูกเจียงถังห่มผ้าผืนหนานุ่มให้จนมิดชิด
พวกเขาซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม โผล่มาให้เห็นเพียงใบหน้าเล็กๆ ที่สะอาดสะอ้านกับดวงตากลมโต ตุ๊กตาตัวน้อยสองตัวนอนเคียงข้างกันราวกับเป็นฝาแฝดที่ถอดแบบกันมา ช่างเป็นภาพที่ดูอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก
ลูกแฝด แถมยังเป็นแฝดชายหญิงอีกต่างหาก ช่างโชคดีอะไรเช่นนี้
ถังถังยังคงไม่อยากจะเชื่อ ภายใต้ผ้าห่ม เธอคว้ามือเจาเจาไว้แล้วกระซิบ "พี่จ๋า วันนี้พวกเรานอนที่นี่ได้จริงๆ เหรอ? ผ้าห่มของหม่าม้าหอมจัง นุ่มด้วย"
เมื่อได้ยินคำพูดของถังถัง เจาเจาก็ก้มหน้าลง เอาจมูกโด่งรั้นถูกไถไปกับผ้าห่ม และไม่เพียงแต่สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่ม แต่ยังได้กลิ่นหอมกรุ่นจริงๆ ด้วย
หม่าม้าก็มีกลิ่นหอมแบบนี้เหมือนกัน
ถังถังคะยั้นคะยอถาม "พี่จ๋า พวกเรานอนที่นี่ได้จริงๆ ใช่ไหม?"
เจาเจาเลิกสงสัยแล้ว แต่กลับย้ำคำพูดเดิม "หม่าม้าบอกว่าได้"
ถังถังยิ้มหวานเมื่อได้ยินดังนั้น แล้วซุกตัวเข้าหาไหล่ของเจาเจา
ปกติแล้ว เด็กสองคนนี้ต้องนอนบนพื้นแข็งๆ เย็นเฉียบ กอดกันกลมเพื่อคลายหนาว ดังนั้นตอนนี้ การได้นอนอยู่ใต้ผ้าห่มฝ้ายหนานุ่มจึงให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน และพวกเขาก็ยังคงกอดกันแน่นไม่ยอมปล่อย
เจียงถังนั่งฟังบทสนทนาของเด็กๆ พลางตบหน้าอกพวกเขาเบาๆ เพื่อกล่อมให้หลับ
บางทีฟูกนุ่มๆ คงจะนอนสบายเกินไปจริงๆ เพราะไม่นานเด็กทั้งสองก็ผล็อยหลับไป
หลังจากลูกแฝดชายหญิงหลับไปแล้ว เจียงถังก็เพิ่งจะมีเวลาสำรวจห้องของเจ้าของร่างเดิมอย่างละเอียด โต๊ะเก้าอี้แสนสวยนั่นทำมาจากไม้ชิงชัน! ภาพเขียนและตัวอักษรพู่กันบนผนังก็เป็นของเก่าตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิงเชียวนะ!
แจกันกระเบื้องเคลือบลายครามที่แต่เดิมเคยวางอยู่บนชั้นหนังสือ!
เจ้าของร่างเดิมดันไม่ชอบแจกันลายครามใบนี้ ก็เลยเอามันลงมาวางไว้บนพื้นเพื่อใช้เป็นถังขยะ!
ช่างทำลายของล้ำค่าเสียจริง!
ห้องใต้หลังคาสองชั้นแห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของตระกูลเจียงอีกด้วย ตระกูลเจียงเริ่มมีฐานะมั่งคั่งขึ้นมาอย่างเป็นทางการตั้งแต่สมัยปู่ของเจ้าของร่างเดิม มรดกตกทอดของตระกูลเก่าแก่นับร้อยปีถูกซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังนี้ เก้าอี้และโต๊ะทุกตัวล้วนประเมินค่ามิได้
และสิ่งของเหล่านี้ อีกสามวันให้หลัง จะถูกครอบครัวของเจียงเต๋อไห่ขนย้ายและลักลอบนำออกไปตกเป็นสมบัติของพวกมันทั้งหมด
เจียงถังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเคียดแค้นเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
เธอกำลังจะพาลูกๆ ไปอยู่กับทหาร และเธอไม่สามารถนำสิ่งของใดๆ ในบ้านเกิดติดตัวไปได้เลย แม้ว่าจะไม่ได้ตกเป็นของเจียงเต๋อไห่ แต่พวกมันก็จะถูกยึดโดยหน่วยตรวจสอบ ซึ่งนั่นก็น่าเสียดายเกินไปแล้ว!
ในเมื่อเธอทะลุมิติเข้ามาในนิยาย เธอไม่ควรจะได้รับระบบมิติหรือของวิเศษอะไรติดตัวมาบ้างหรอกเหรอ?
ขณะที่ความคิดกำลังโลดแล่น เจียงถังก็ดึงลิ้นชักออกมาอย่างลืมตัว และพบกับกำไลหยกวงหนึ่งวางแอบอยู่ตรงมุม
กำไลหยกวงนี้ดูธรรมดามาก มีสีขาวอมเขียวและเนื้อสัมผัสขุ่นมัว ภายในมีรอยตำหนิคล้ายปุยฝ้ายอยู่จำนวนมาก ทำให้ดูเหมือนเป็นของไร้ราคา
แต่ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม กำไลหยกวงนี้เป็นของที่พ่อแม่มอบให้เมื่อห้าปีก่อน โดยพวกท่านได้กำชับนักหนาก่อนที่จะถูกบังคับให้ส่งตัวไปใช้แรงงาน
"ถังถัง กำไลหยกวงนี้เป็นสมบัติประจำตระกูลเจียง เป็นของที่มีค่ามาก ลูกต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดีนะ ในยามคับขัน มันสามารถช่วยชีวิตลูกได้ ถังถัง จำไว้นะ ลูกต้องสวมมันไว้ตลอดเวลา ห้ามถอดออกเด็ดขาด ไม่ว่าในกรณีใดๆ..."
แม่เจียงพูดด้วยความจริงใจ แต่เจ้าของร่างเดิมกลับหัวทึบและไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังรังเกียจที่กำไลหยกวงนี้มีตำหนิ ใส่แค่วันเดียวก็ถอดออกแล้วโยนทิ้งไว้ในลิ้นชัก ไม่เคยหยิบออกมาใส่อีกเลย
ถ้าหากตอนที่เจ้าของร่างเดิมถูกแก๊งค้ามนุษย์จับไปขาย เธอมีกำไลหยกวงนี้ติดตัวอยู่ มันอาจจะช่วยชีวิตเธอไว้ได้ แทนที่จะตกไปอยู่ในมือของเจียงชิงฮวนและกลายเป็นนิ้วทองคำของหล่อน
ตอนนี้ เจียงถังหยิบกำไลหยกวงนั้นออกมาและเช็ดฝุ่นที่เกาะอยู่ออก
จากนั้น เธอก็หยิบเข็มกลัดขึ้นมาแทงเบาๆ ที่ปลายนิ้วขาวเรียว บีบเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งให้หยดลงบนกำไลหยก
ในชั่วพริบตา เลือดก็ถูกดูดซึมเข้าไปในกำไลหยกทีละเส้นสาย สีแดงเลือดถักทอและหลอมรวมเข้าด้วยกันภายในเนื้อหยก
แสงสีขาวเจ็ดสีสว่างวาบขึ้นตรงหน้าเจียงถัง พร้อมกันนั้น เสียงระบบเครื่องจักรก็ดังขึ้นในหูของเธอ
"ติ๊ด--"
"จับคู่ DNA เลือดสำเร็จ ยืนยันตัวตนเรียบร้อย--"
"กำลังเปิดระบบมิติ กำลังโหลดระบบ กรุณารอสักครู่..."
"ติ๊ด ติ๊ด--เปิดมิติสำเร็จ!"
"เรียนโฮสต์เจียงถัง ยินดีต้อนรับสู่มิติหลิงเป่า--"