เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: สติแตก

บทที่ 5: สติแตก

บทที่ 5: สติแตก


บทที่ 5: สติแตก

"โอ๊ะ! จริงด้วย จ้าวเหยียน ฉันอุตส่าห์เห็นนายเป็นเพื่อน แต่นายกลับเห็นพวกเราเป็นไอ้โง่หลอกฟันกำไรอย่างนั้นเหรอ?" สีหน้าของจางเหมียวเหมียวเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นป้ายราคา

"หึ! เสี่ยวจ้าว ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะสั่งสอนนายหรอกนะ แต่อายุแค่นี้มาตั้งแผงขายของมันก็เรื่องหนึ่ง ทว่าการใช้วิธีสกปรกหลอกลวงคนอื่นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ทำแบบนี้ไม่กลัวพ่อแม่จะขายหน้าบ้างหรือไง?"

"ทำไมนายไม่ทำตัวแบบฉันล่ะ ขยันทำงานตั้งใจไต่เต้าจนได้เป็นระดับผู้บริหาร?" หลี่เหวินเซียงเข้าสู่โหมดสั่งสอน ใครที่ไม่รู้เรื่องคงคิดว่าพวกเขาสองคนเป็นเพื่อนซี้กันแน่ๆ

"นายพูดถูก"

จ้าวเหยียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างว่าง่าย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ถึงฉันจะไม่ได้มีหน้าที่การงานดีเท่านาย แต่ฉันก็เคยนอนกับแฟนของนายแล้วล่ะนะ"

"?"

"..."

ทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

บรรดาลูกค้าที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่รอบๆ แอบเงี่ยหูฟังอย่างเงียบๆ นี่มันเรื่องซุบซิบระดับชาติชัดๆ!

"ที่รัก อย่าไปฟังเขานะคะ ระหว่างเราไม่มีอะไรกันจริงๆ" จางเหมียวเหมียวรีบอธิบายเป็นพัลวัน

แม้ว่าเมื่อก่อนเธอจะเคยสนใจจ้าวเหยียนมาก แต่เธอก็สงวนท่าทีมาโดยตลอดเพื่อรักษาภาพลักษณ์ 'เทพธิดา' ของตัวเองเอาไว้

พอถึงเวลาที่เธออยากจะสานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและลองทอดสะพานให้ หมอนี่กลับซื่อบื้อไม่เข้าใจคำใบ้ของเธอเลยสักนิด ทำเอาเธอถึงกับพูดไม่ออก

เมื่อเห็นสายตาที่มีเลศนัยของจ้าวเหยียน หลี่เหวินเซียงก็รู้สึกเหมือนมีเขาป้อมๆ งอกขึ้นมาบนหัว

"เหมียวเหมียว ฉันเชื่อใจเธอนะ บางคนคิดว่าจะใช้แผนตื้นๆ มายุแยงให้เราแตกกันได้ ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!"

หลี่เหวินเซียงปรับอารมณ์ แสร้งทำเป็นใจกว้างและก้มลงจุมพิตจางเหมียวเหมียว

"คิกคิก ที่รัก คุณดีกับฉันจังเลยค่ะ" จางเหมียวเหมียวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ความจริงมักจะโหดร้ายเสมอ"

จ้าวเหยียนถอนหายใจ จ้องมองหลี่เหวินเซียงเขม็งพลางเอ่ยอย่างเนิบนาบ "การที่นายสามารถเข้าไปได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น นายควรจะรู้ไว้นะว่าไม่ใช่เพราะนายเก่งกาจอะไรหรอก แต่เป็นเพราะคนก่อนๆ เขาเบิกทางสัญจรเอาไว้ให้หมดแล้วต่างหาก"

???

สิ้นเสียงของเขา บริเวณโดยรอบก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ

แม้แต่เสียงเคี้ยวอาหารก็ยังเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

"พรวด..." ลูกค้าบางคนถึงกับพ่นข้าวออกมา

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืนใหญ่

เสียงหัวเราะที่ดังก้องอยู่ในหูช่างบาดลึกเข้าไปในใจของหลี่เหวินเซียง จู่ๆ เขาก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำขึ้นมาทันทีขณะหันขวับไปมองจางเหมียวเหมียว

มิน่าล่ะตอนนั้นถึงมีเลือดออก แต่ความรู้สึกคับแน่นมันถึงได้ต่างกันลิบลับ ที่แท้เธอก็ผ่านการใช้งานจากคนอื่นมาแล้วงั้นสิ? หรือว่าเธอไปทำรีแพร์เยื่อพรหมจารีมา?

"ที่รัก ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ทำ เขาใส่ร้ายฉัน!" จางเหมียวเหมียวละล่ำละลักอธิบายอย่างไม่เป็นภาษา

แม้ว่าระหว่างเธอระจ้าวเหยียนจะไม่มีอะไรลึกซึ้ง แต่กับคนอื่นน่ะ...เคยมีมาแล้ว

"ใช่แล้วล่ะ เธอรักนายจริงๆ นะ เพียงแต่หัวใจของเธอแตกสลายออกเป็นหลายเสี่ยง และแต่ละเสี่ยงก็มอบให้ผู้ชายคนละคนไปแล้วแค่นั้นเอง อย่าไปโทษเธอเลย"

จ้าวเหยียนยืนอยู่ข้างๆ ช่วย 'ปลอบใจ' หลี่เหวินเซียง

"บัดซบ นี่แกหลอกฉันงั้นเหรอ?"

คำพูดของจ้าวเหยียนเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ตกลงบนหลังอูฐ

เกราะป้องกันของหลี่เหวินเซียงพังทลายลงในพริบตา เขาตบหน้าจางเหมียวเหมียวฉาดใหญ่

บ้าเอ๊ย เขาต่างหากที่เป็นคนแย่งผู้หญิงของคนอื่นมา แล้วทำไมตอนจบเขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองโดนสวมเขาแทนซะได้วะ!

"นี่นายกล้าตีฉันเหรอ??" จางเหมียวเหมียวกุมแก้มตัวเอง กรีดร้องออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"นายมีสิทธิ์อะไรมาตีฉัน!"

เมื่อตั้งสติได้ จางเหมียวเหมียวก็แผดเสียงร้องลั่น พุ่งเข้าไปใช้สองมือข่วนหน้าเขา

คู่รักที่เพิ่งจะสวีทหวานแหววกันเมื่อครู่นี้ ตอนนี้กลับกำลังตบตีกันอุตลุดต่อหน้าธารกำนัล

ไม่นานนัก พวกเขาทั้งสองคนก็ถูกตำรวจเชิญตัวไป

บรรดาลูกค้าต่างพากันอ้าปากค้าง ก่อนจะพร้อมใจกันยกนิ้วโป้งให้จ้าวเหยียน

เถ้าแก่หนุ่มคนนี้ร้ายกาจจริงๆ!

ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ทำเอาคู่รักแตกหักกันได้

ชายร่างล่ำหัวโล้นที่ขายบะหมี่ผัดยืนมองเหตุการณ์ด้วยสายตาเย็นชา บนหน้าผากของเขามีพลาสเตอร์ยาแปะอยู่

เขารู้สึกเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของหลี่เหวินเซียงอย่างสุดซึ้ง

เมื่อวานนี้เขากลับบ้านเร็วกว่าปกติ แล้วก็เจอชายแปลกหน้ากำลังทะลวงท่ออยู่ในบ้าน โดยที่เมียของเขาก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรเลย

เขาโกรธจัดจนทุบตีช่างซ่อมคนนั้นซะเละเทะตรงนั้นเลย แล้วหลังจากโยนมันออกไปนอกบ้าน เขาก็กลับมาทุบตีเมียตัวเองอย่างหนัก จนเกือบจะทำให้ตัวเองเสียโฉมไปด้วย

เมื่อเห็นว่าวันนี้ยอดขายก็ยังคงซบเซาเหมือนเดิม ชายร่างล่ำก็แสยะยิ้มเย็นชา เก็บข้าวของปิดแผงแล้วเดินจากไป

หลังจากความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ผ่านพ้นไป วัตถุดิบที่เหลืออยู่ก็ถูกลูกค้าที่ตามมาเหมาซื้อไปจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว

หนึ่งในนั้นก็คือเฉิงจื่อหลานที่เพิ่งมาอุดหนุนเมื่อวานนี้ด้วย

"ลุงหวัง ผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน!"

หลังจากเก็บกวาดแผงเสร็จ จ้าวเหยียนก็เอ่ยลาลุงหวังแล้วหันหลังเดินกลับบ้าน

เมื่อเห็นว่าจ้าวเหยียนขายหมดเกลี้ยงอีกแล้ว ลองคำนวณรายได้คร่าวๆ น่าจะเหยียบหมื่นหยวน ลุงหวังก็อิจฉาจนตาร้อนผ่าว

เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป หยิบป้ายราคาที่เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันขึ้นมาติดทันที

ครู่ต่อมา มีลูกค้าคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าแผงของลุงหวัง

เขาเอ่ยถามด้วยความลังเล "เถ้าแก่ ไส้กรอกนี่มันคือไส้กรอกอะไร ทำไมถึงขายตั้งไม้ละ 66 หยวนล่ะ?"

มีลูกค้ามาแล้วเหรอเนี่ย?

ลุงหวังดีใจเนื้อเต้น พยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้พลางอธิบาย "ไส้กรอกนี่ทาด้วยซอสสูตรลับประจำตระกูลของฉันเอง กัดคำเดียวรับรองว่าหนุ่มจะไม่อยากกินไส้กรอกแบบอื่นอีกเลย! ถ้าไม่เชื่อก็ลองชิมดูได้เลย ถ้าไม่อร่อย อนุญาตให้พังแผงฉันได้เลย!"

"จริงดิ?" ลูกค้าหนุ่มยังคงลังเล

เขาชื่อ หวังชง ครอบครัวเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า ปกติเขามักจะชื่นชอบอาหารเลิศรสและสาวงามเป็นชีวิตจิตใจ

เขาตระเวนกินอาหารฝีมือเชฟส่วนตัวชื่อดังมาแล้วนับไม่ถ้วน จึงเริ่มเบนเข็มมาที่ตลาดนัดกลางคืนบ้าง

เขาตั้งใจจะมาหาของกินเล่นที่คนไม่ค่อยรู้จักแต่อร่อยเด็ดไปอวดเพื่อนๆ

เขาได้ยินมาว่าข้าวผัดไข่จานละ 88 หยวนของที่นี่อร่อยเลิศล้ำ วันนี้เลยกะจะมาลองชิมดูเสียหน่อย แต่กลับพบว่าร้านปิดไปเสียแล้ว

ในเมื่อข้าวผัดจานละ 88 หยวนยังอร่อย ไส้กรอกไม้ละ 66 หยวนนี่ก็คงจะไม่เลวเหมือนกันล่ะมั้ง

"แน่นอนสิ ฉันไม่หลอกใครหรอก" ลุงหวังพูดพร้อมกับรอยยิ้มใจดีบนใบหน้า

"งั้นเอามาไม้หนึ่ง" หวังชงจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล

เงินแค่ 66 หยวนสำหรับเขามันก็แค่เศษเงิน ขอแค่อร่อยถูกใจ ต่อให้ไม้ละ 666 หยวนก็ไม่ใช่ปัญหา

"ได้เลย นี่ไส้กรอกของพ่อหนุ่ม" ลุงหวังหยิบไส้กรอกออกมาทาซอสอย่างแคล่วคล่องว่องไวแล้วยื่นส่งให้

แจ็กพอตแตกแล้ว! ฉันกำลังจะรวยแล้ว!

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนเงินโอนเข้าบัญชี ลุงหวังก็ตื่นเต้นดีใจจนแทบจะกระโดดตัวลอย

เสี่ยวจ้าวนี่มันร้ายกาจจริงๆ!

ถ้ารู้ว่าเงินมันหาดง่ายขนาดนี้ เขาคงขึ้นราคาไปตั้งนานแล้ว!

ป่านนี้เขาอาจจะบรรลุอิสรภาพทางการเงินไปแล้วก็ได้!

พอคิดถึงไส้กรอกทั้งหมดที่เขาเคยขายไปในราคาถูกๆ ลุงหวังก็รู้สึกเหมือนตัวเองสูญเงินไปเป็นร้อยล้าน

หวังชงกัดไส้กรอกเข้าไปหนึ่งคำ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นี่มันก็แค่ไส้กรอกธรรมดาๆ แถมดูเหมือนจะยังปิ้งไม่สุกด้วยซ้ำ?

หรือว่าเขากินผิดวิธีกันนะ?

หวังชงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองกัดเข้าไปอีกคำ

ในที่สุดเขาก็ยืนยันได้ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ว่า นี่มันก็แค่ไส้กรอกธรรมดาๆ ที่ยังไม่สุกดี!

"ตาเฒ่า นี่แกกล้าหลอกฉันงั้นเหรอวะ?"

หวังชงปาไส้กรอกที่เหมือนเป็นของจ่ายค่าโง่ทิ้ง กำหมัดแน่นแล้วชกออกไปเต็มแรง!

"โอ๊ย!"

ลุงหวังร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด เอามือกุมจมูกตัวเองขณะหงายหลังล้มลงไปกองกับเก้าอี้สตูลด้านหลัง

เขากำลังวาดฝันถึงชีวิตที่สวยงามในอนาคตอยู่แท้ๆ ใครจะไปคิดว่าไอ้เด็กนี่จะไม่มีน้ำใจนักกีฬาแถมยังมาลอบกัดกันแบบนี้

"ไอ้หนุ่ม! แกทำบ้าอะไรเนี่ย?! กินไส้กรอกฉันแล้วยังมาตีฉันอีกงั้นเหรอ??" ลุงหวังน้ำตาร่วงเผาะด้วยความเจ็บปวดขณะเอ่ยถามด้วยความโกรธจัด

"หึ ฉันทำอะไรน่ะเหรอ? แกคิดว่าเงินของฉันมันหลอกกันได้ง่ายๆ หรือไง? ไส้กรอกธรรมดาๆ แกเอามาขายตั้ง 66 หยวน? แถมยังย่างไม่สุกอีกต่างหาก?"

หวังชงแค่นเสียงหยัน ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห

วันนี้เขาก็อารมณ์เสียมากพอแล้วที่ไม่ได้กินข้าวผัด แล้วยังต้องมาโดนตาแก่คนนี้ต้มตุ๋นเอาอีก

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ก้าวฉับๆ เข้าไปหา เตรียมจะสั่งสอนบทเรียนทางสังคมอันโหดร้ายให้พ่อค้าหน้าเลือดคนนี้ได้ลิ้มรส!

เมื่อได้ยินดังนั้น ลุงหวังก็รู้สึกผิดขึ้นมาตงิดๆ

ซอสสูตรลับประจำตระกูลอะไรกัน มันก็แค่มุกขายของที่เขาก๊อปปี้มาจากเสี่ยวจ้าวก็เท่านั้นแหละ

เมื่อเห็นลูกค้าตรงหน้ากำลังบิดข้อมือดังกรอบแกรบพร้อมกับแสยะยิ้ม ลุงหวังก็หน้าซีดเผือด ตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! แกจะทำอะไร? อย่าเข้ามานะ... อ๊าก!~"

จบบทที่ บทที่ 5: สติแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว