- หน้าแรก
- ชายผู้ไร้เทียมทาน ตำนานเริ่มที่ร้านแผงลอย
- บทที่ 1: ระบบเปิดทำงาน ทักษะการทำอาหารระดับเทพ
บทที่ 1: ระบบเปิดทำงาน ทักษะการทำอาหารระดับเทพ
บทที่ 1: ระบบเปิดทำงาน ทักษะการทำอาหารระดับเทพ
บทที่ 1: ระบบเปิดทำงาน ทักษะการทำอาหารระดับเทพ
เมืองหมัวตู
ท่ามกลางตลาดกลางคืนอันพลุกพล่าน ผู้คนเดินขวักไขว่เบียดเสียด
จ้าวเหยียนยืนอยู่หลังแผงลอยด้วยใบหน้าเหม่อลอย
เขายังจำได้ว่าตัวเองกำลังเที่ยวเล่นอยู่ริมชายหาด จู่ๆ ก็มีหอยเปลือกประหลาดงับเข้าที่น่อง สลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด
ด้วยความที่คิดว่ามันเป็นสัตว์ทะเล เขาจึงปิ๊งไอเดียกรอกน้ำทะเลใส่เปลือกหอยนั่น มันทนไม่ไหวจนต้องคายหลุดจากน่องเขาไป
ทว่ายังไม่ทันจะได้ดีใจ ภาพทุกอย่างก็ตัดฉับ พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็มาโผล่ที่นี่เสียแล้ว
ระหว่างที่กำลังคิดทบทวนอยู่นั้น เสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้น "เถ้าแก่? ทำไมยืนนิ่งล่ะครับ"
"หา? จะให้ขยับยังไงล่ะ" จ้าวเหยียนหันไปมองตามสัญชาตญาณ
เขาเห็นชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ ยืนอยู่หน้าร้าน
อีกฝ่ายดูอึ้งไปกับคำถามนี้ ก่อนจะเอ่ยอย่างจนคำพูด "เถ้าแก่ถามผมว่าจะให้ขยับยังไงเนี่ยนะ? ก็ผัดข้าวสิครับ!"
ผัดข้าว?
ตอนนั้นเองจ้าวเหยียนถึงเพิ่งรู้สึกว่ามือขวากำลังกำอะไรแข็งๆ อยู่
มันคือด้ามตะหลิว!
บนแผงตรงหน้ามีกระทะเหล็กสีดำกำลังส่งเสียงฉ่าๆ ข้างในมีข้าวและวัตถุดิบต่างๆ
เขาเผลอจับตะหลิวพลิกข้าวไปมาสองสามที ก่อนจะถามด้วยความมึนงง "แล้วไงต่อ?"
"??"
ลูกค้าหนุ่มถึงกับใบ้กินไปเหมือนกัน
"ถามจริง ถ้าทำข้าวผัดไม่เป็น แล้วเถ้าแก่มาเปิดร้านทำไมเนี่ย!"
"เกลือๆ ใส่เกลือลงไปสิ"
ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคอยกำกับ โชคดีที่เขาพอจะเคยเห็นแม่ทำกับข้าวมาบ้าง เลยคิดว่าจับนู่นผสมนี่ก็น่าจะพอกินได้
"เกลือ... เจอแล้ว!"
ตาของจ้าวเหยียนเป็นประกาย เขาตักเกลือมาครึ่งช้อนแล้วสาดลงไป
จากนั้นก็ถามอย่างถ่อมตัว "แล้วไงต่อ?"
ลูกค้าหนุ่มตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจ "ซีอิ๊ว... มั้ง?"
"จัดไป!" จ้าวเหยียนหยิบขวดซีอิ๊วมาเหยาะลงไปสองสามที
"ผงชูรสซองเขียวๆ นั่นด้วย"
"รับทราบ!"
ภายใต้การกำกับของชายหนุ่ม จ้าวเหยียนก็ลงมือทำอย่างขะมักเขม้น
ภาพนี้ทำเอาพ่อค้าแม่ค้าแผงข้างๆ รวมถึงลูกค้าพากันงงเป็นไก่ตาแตก
ให้ตายเถอะ คนนึงก็กล้าสอน อีกคนก็กล้าทำตามเนอะ
ไม่นานนัก ข้าวผัดควันฉุยก็เสร็จสมบูรณ์
จ้าวเหยียนตักข้าวผัดใส่ชามกระดาษแล้วยื่นให้
ลูกค้าหนุ่มมองข้าวผัดสีดำคล้ำหน้าตาดูไม่จืดแล้วก็เงียบกริบไปทันที
เขารับมา ดมดู แล้วถามอย่างหวาดหวั่น "เถ้าแก่ ข้าวผัดนี่หน้าตามันแปลกๆ นะ กินแล้วท้องจะไม่ร่วงใช่ไหม"
ได้ยินดังนั้นจ้าวเหยียนก็ทำหน้าประหลาดใจ "ฉันก็ทำตามที่คุณบอกเป๊ะๆ เลยนะ คุณคงไม่ได้กะจะฆ่าตัวตายหรอกใช่ไหม"
"..."
ลูกค้าหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก
เห็นสภาพข้าวผัดแล้ว จ้าวเหยียนเองก็ชักจะหวั่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง เขาจึงตัดสินใจกัดฟันพูด "เดี๋ยวฉันลองชิมพิสูจน์พิษให้ก่อนแล้วกัน"
ว่าแล้วเขาก็หยิบช้อนตักเข้าปากคำหนึ่ง
ทันทีที่สัมผัสลิ้น รสชาติสารพัดก็ระเบิดซ่านในโพรงปาก
"พรวด!"
จ้าวเหยียนบ้วนทิ้งทันที ตาเบิกกว้าง "ข้าวเจือปนยาพิษ!"
ลูกค้าหนุ่มหน้าซีดเผือด โล่งอกที่ตัวเองยังไม่ได้กินเข้าไป
หลังจากตั้งสติได้ จ้าวเหยียนก็รีบหยิบเงินจากกล่องบนแผงออกมา
"น้องชาย คืนเงินให้เต็มจำนวนเลย!"
"เอ่อ โอเคครับ"
จ้าวเหยียนเมินสายตาล้อเลียนจากรอบข้าง แล้วตัดสินใจปิดร้านก่อนเวลาทันที
ฝีมือทำอาหารแบบนี้ไม่ควรปล่อยให้ออกไปทำร้ายใคร...
ข่าวร้าย: ทะลุมิติมาแถมยังจนกรอบ
ข่าวดี: ยังมีข้อดีอยู่สองอย่าง คือหล่อและดูดีมาก
จ้าวเหยียนยืนอยู่ในห้องน้ำจ้องมองใบหน้าที่เหมือนกับชาติต่างรอยราวกับแกะ แล้วก็ได้ข้อสรุปนี้ออกมา
หากความทรงจำไม่ได้ขัดแย้งกัน เขาคงนึกว่าตัวเองข้ามเวลามาทั้งร่างกายเสียอีก
"เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กกำพร้า ตามกฎของการทะลุมิติ ฉันก็ต้องมีสูตรโกงสิ"
จ้าวเหยียนลูบปลายคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนอย่างมั่นใจ "จงตื่นขึ้น ระบบของฉัน!"
"..."
ไม่มีเสียง 'ติ๊ง' แต่อย่างใด
หรือว่าใช้วิธีผิด?
"นิวหนิวผู้กล้าหาญ?"
"จีหนี่ไท่เหม่ย?"
"คุณพ่อระบบ?"
[ติ๊ด ติ๊ด... รหัสผ่านถูกต้อง ตรวจพบโฮสต์ ระบบชีวิตสารพัดประโยชน์ผูกมัดสำเร็จ]
"..."
กวนโอ๊ยสิ้นดี!
จ้าวเหยียนตรวจสอบระบบด้วยใบหน้าดำทะมึน
เขาพบว่าระบบนี้ต้องการให้เขารับรางวัลผ่านการลองสวมบทบาทในสายอาชีพต่างๆ ส่วนจะเป็นอาชีพอะไรนั้นขึ้นอยู่กับการสุ่ม
เขาเปิดหน้าต่างสายอาชีพดู ก็พบช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เรียงรายอัดแน่นไปหมด
แต่ละช่องระบุชื่ออาชีพเอาไว้
เช่น เชฟ นักพรต ครู ผู้ตรวจสอบสื่อลามก ผู้เชี่ยวชาญด้านการกระตุ้นน้ำนม นักดมตด...
เดี๋ยวก่อนนะ! ยิ่งมองเขาก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ
บ้าเอ๊ย นี่มันอาชีพประหลาดอะไรกันเนี่ย?
จ้าวเหยียนถึงกับอึ้ง
บางอาชีพเขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนด้วยซ้ำ และดูจากชื่อแล้ว ไม่เห็นมีอันไหนดูเป็นอาชีพปกติเลย
"ระบบ เริ่มสุ่มอาชีพเดี๋ยวนี้เลย!"
จ้าวเหยียนกัดฟันตัดสินใจลองเสี่ยงดูสักตั้ง
ตอนนี้เขาแทบจะหมดหนทางแล้ว หากไม่พยายามให้เต็มที่ คงต้องไปเกาะเศรษฐีนีสูงวัยกินแน่ๆ
ถึงแม้เขาจะมีพรสวรรค์เหลือล้น แต่ก็คงทนรับการขัดถูกับฝอยขัดหม้อไม่ไหวแน่ๆ เขาไม่มีทางเลือกเส้นทางนั้นเด็ดขาดเว้นแต่จะจนตรอกจริงๆ
[ติ๊ง! อาชีพที่สุ่มได้สำหรับโฮสต์ในครั้งนี้คือ เชฟ]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับทักษะเฉพาะทางของอาชีพเชฟ—ทักษะการทำอาหารระดับเทพ หากคะแนนประเมินรวมถึง 80 คะแนนขึ้นไปหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาทดลองอาชีพ ทักษะนี้จะถูกผนึกให้กลายเป็นทักษะถาวร]
ชั่วพริบตาเดียว ข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว
จ้าวเหยียนเชี่ยวชาญวิธีการทำอาหารหลากหลายสไตล์ การเตรียมวัตถุดิบ การควบคุมไฟ ทักษะการใช้มีด และอื่นๆ อีกมากมายในทันที
"นี่มันบ้าไปแล้ว?" จ้าวเหยียนหน้าเหวอ รู้สึกเหมือนฝันไป
จากมือใหม่หัดขับที่ทำกับข้าวไม่เป็นสักอย่าง กลายเป็นเทพเจ้าแห่งการทำอาหารสุดเทพในชั่วข้ามคืน!
"คะแนนประเมินรวมพิจารณาจากอะไรบ้าง" เมื่อตั้งสติได้ จ้าวเหยียนก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
[คะแนนประเมินรวมจะประเมินจากสามส่วนหลัก ได้แก่ ความนิยม การยอมรับ และความโชว์พาว]
???
จ้าวเหยียนชะงักไป
สองอย่างแรกยังพอเข้าใจได้
แต่ความโชว์พาวนี่มันอะไร? เอาจริงดิ?
"มันวัดยังไงกันล่ะเนี่ย" จ้าวเหยียนมึนตึ้บ
[ในช่วงเวลาทดลองอาชีพ ระบบจะมอบหมายภารกิจที่เกี่ยวข้องให้]
"งั้นก็โอเค"
"เดี๋ยวนะ ฉันขอปฏิเสธอาชีพเชฟแล้วสุ่มใหม่ได้ไหม"
[หากโฮสต์ปฏิเสธอาชีพนี้ การสุ่มครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในอีกสามวัน]
จ้าวเหยียนรีบตัดสินใจยอมรับอาชีพเชฟทันที เขาไม่อยากทนรอไปเปล่าๆ ถึงสามวัน
ยังไงซะ ด้วยทักษะทำอาหารระดับเทพ เขาจะต้องกลายเป็นหนุ่มสุดฮอตประจำตลาดกลางคืนแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน
[ติ๊ด ติ๊ด... โฮสต์กระตุ้นภารกิจสุ่มสำเร็จ]
[โปรดขายข้าวผัดไข่จำนวน 10 จาน ในราคาจานละ 88 หยวน ภายในตลาดกลางคืน เมื่อทำภารกิจนี้สำเร็จจะได้รับคะแนนประเมินรวม +10 คะแนน]
"บ้าไปแล้ว? 88 หยวนเนี่ยนะ?"
เห็นภารกิจนี้ จ้าวเหยียนก็แทบสำลัก
ต่อให้ที่นี่จะเป็นเมืองหมัวตู แต่การขายข้าวผัดไข่ในราคา 88 หยวน นี่มันไม่เท่ากับบีบคอปล้นกันเลยหรือไง!
ตลาดกลางคืนไม่ใช่ภัตตาคารหรูหรานะเว้ย!
"เดี๋ยวก่อน ฉันก็แค่จ้างคนมาเหมาซื้อสิบจานก็สิ้นเรื่อง!"
ตาของจ้าวเหยียนเป็นประกาย รู้สึกเหมือนตัวเองหาช่องโหว่ของระบบเจอแล้ว
[ไม่อนุญาตให้โฮสต์ใช้วิธีโกง มิฉะนั้นรางวัลจะถือเป็นโมฆะ]
"..."
แผนการโกงพังทลายลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม
วันต่อมา
จ้าวเหยียนทำป้ายราคาอันใหม่ เตรียมวัตถุดิบ แล้วมุ่งหน้าไปยังแผงของเขาที่ตลาดกลางคืน
เมื่อบรรดาพนักงานออฟฟิศเริ่มเลิกงาน ตลาดกลางคืนก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
จ้าวเหยียนจัดเตรียมข้าวของบนแผงจนเสร็จสรรพ มองดูลูกค้าที่เดินผ่านไปมา แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ
นี่เป็นครั้งแรกของเขา เลยยังรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่
อากาศอบอวลไปด้วยควันไฟและกลิ่นของกินเล่นนานาชนิด ทั้งหอมและเหม็นปะปนกันไป
พอมันมาผสมกันแบบนี้ ความรู้สึกเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ในห้องน้ำไม่มีผิด
"เสี่ยวจ้าว มาแล้วเหรอ" เฒ่าหวังที่ขายไส้กรอกย่างอยู่แผงข้างๆ ส่งยิ้มเจื่อนๆ มาให้
มันแปลกประหลาดมาก ก่อนที่ไอ้หนุ่มนี่จะมา การค้าขายของเขาถือว่าใช้ได้เลย มีสาวๆ แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดแวะเวียนมาซื้อไส้กรอกย่างทุกวัน
ก็นะ ไส้กรอกย่างของเขาทั้งใหญ่ ทั้งยาว แถมปริมาณยังคับแน่นเต็มคำ
สาวๆ พวกนั้นคงไม่เคยเห็นไส้กรอกย่างที่ดูน่าเกรงขาม นุ่มละมุน และชุ่มฉ่ำขนาดนี้มาก่อน ทุกครั้งที่ย่างเสร็จใหม่ๆ เป็นต้องโดนรุมเหมาจนเกลี้ยง
แต่ตั้งแต่ไอ้เด็กนี่มาเปิดร้านขายข้าวผัดอยู่ข้างๆ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
เขาเองก็ไม่รู้ว่าพวกสาวๆ เบื่อกินไส้กรอกย่างแล้ว หรือเป็นเพราะตัวเขาเองที่เรี่ยวแรงถดถอยกันแน่ ตอนนี้ลูกค้าถึงได้หายหดไปหมด
ไม่สิ! ต้องเป็นเพราะฝีมือห่วยแตกของไอ้เด็กนี่ที่มาฉุดรั้งร้านเขาให้ตกต่ำลงไปด้วยแน่ๆ!
เฒ่าหวังส่ายหัว ถึงเขาจะแก่แต่ก็ยังฟิตปั๋งเว้ย จะไปไร้เรี่ยวแรงได้ยังไง!
"อืม ลุงหวัง วันนี้ขายดีไหมล่ะ"
จ้าวเหยียนปรายตามองชายวัยกลางคนหน้าตาซื่อๆ ข้างกาย เสื้อกล้ามสีขาวของอีกฝ่ายดูหมองเหลืองเล็กน้อย เขาสวมรองเท้าแตะหูคีบ มือใหญ่หนากำลังแคะง่ามนิ้วเท้าของตัวเองอย่างเมามัน
เวรเอ๊ย! ตาลุงร่างยักษ์นั่งแคะขี้ตีนเนี่ยนะ?
จ้าวเหยียนขนลุกซู่ มิน่าล่ะ ร้านของเจ้าของร่างคนเดิมถึงได้เจ๊ง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นความผิดของตาลุงนี่ก็ได้!