เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 120 ลูกหลานเซียน.

Chapter 120 ลูกหลานเซียน.

Chapter 120 ลูกหลานเซียน.


เป่ยชิงซือยังคงนอนอยู่บนผ้าห่ม นางที่ถูร่างไปมาบนผ้าห่มเบา ๆ พร้อมกับยกมันขึ้นมาปิดหน้าของนาง แววตาของนางเวลานี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ทว่านางยังคงไม่ลุกไปใหน ยังคงนอนอยู่เช่นนั้น ภายในใจที่คิดอะไรมากมาย นึกถึงความรู้สึกอบอุ่นก่อนหน้านี้ ใบหน้างามที่กำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเอง.

ในตอนเย็น เป่ยชิงซือพบว่าจงซานไม่กลับเข้ามาในถ้ำที่พัก แม้ว่าจะถึงเทียงคืนแล้ว ทว่าด้วยการตรวจสอบด้วยสัมผัสของนาง นางบอกได้ว่าเขากำลังนั่นบำเพ็ญอยู่ด้านนอก.

ด้วยสัมผัสเทวะของนาง เป่ยชิงซือที่ดูดโสมที่อยู่ในปากของนาง สายตาของนางที่ขยับไปมา ที่มุมปากนั้นเผยอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน.

เป่ยชิงซือที่รู้ว่าจงซานนั้นไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงเห็นนางเปลือยกาย ต้องไม่ลืมว่าจงซานเองก็เคยเห็นมาก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น จงซานก็ยังไม่เคยที่จะคิดเอาเปรียบนางอย่างงั้นรึ? จงซานที่ไม่เข้ามาในถ้ำเพราะเขาต้องการฝึกฝนบำเพ็ญพลัง และอาจจะเกรงว่าจะรบกวนนาง ด้วยขณะโคจรพลังนั้นอาจจะเกิดเสียง ด้วยการพยายามทะลวงชีพจรตัวเอง และจงซานยังเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของนางด้วย.

ด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้นางรู้สึกนอนหลับสบาย ทว่าเอาเข้าจริง นางกับนอนไปได้ไม่ได้นาน หลังจากผ่านเที่ยงคืน เป่ยชิงซือที่ลุกขึ้นนั่ง.

ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น เป่ยชิงซือก็รู้สึกตัวว่านางยังสวมชุดจงซานอยู่ ใบหน้าที่กลายเป็นสีแดงระเรื่อ จากนั้นจึงจ้องมองไปยังเสื้อผ้าของนางที่อยู่ในกำไลเก็บของ ก่อนที่จะเปลี่ยนชุดเป็นชุดของนางในชุดสีขาวล้วน.

นางที่ม้วนพับเสื้อผ้าของจงซาน จ้องมองพร้อมกับนึกคิดว่านางได้สวมชุดนี้มาหนึ่งเดือนแล้ว ภายในแววตาที่รู้สึกไม่อยากทิ้งมันไป นางที่จับจ้องมองไปยังเสื้อผ้าของเขาเม้มริมฝีปากแน่น คิดใคร่ครวญไปมาก่อนที่จะนำมันใส่เข้าไปในกำไลเก็บของของนาง.

จากนั้น เป่ยชิงซือที่เริ่มนั่งสมาธิบำเพ็ญควบคุมลมหายใจตัวเอง ที่รอบ ๆ ร่างกายของนางนั้นมีศิลาวิญญาณมากมาย เป่ยชิงซือเองไม่ต้องการถามเช่นกันว่าทำไมจงซานถึงได้มีศิลาวิญญาณมากมายขนาดนี้ เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรขนาดนั้น.

ที่ด้านนอก จงซานที่เสร็จสิ้นจาการบำเพ็ญ เขาได้ไปยังทะเลสาบขนาดเล็กเพื่อล้างหน้าล้างตาและเตรียมปลาเพื่อทำอาหารในตอนเช้า จากนั้นเขาได้จุดไฟ ตั้งหม้อปรุงรส พร้อมกับทำอาหารให้สุก ขณะที่ทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาที่เดินทางกลับไปยังถ้ำ.

ขณะที่จงซานกำลังจะกลับเข้าไปข้างในนั้น เขาก็พบว่า เป่ยชิงซือที่ยืนเด่นเป็นสง่าที่หน้าปากถ้ำดังกล่าวแล้ว.

"ชิงซือ เจ้าตื่นแล้วรึ?"สายตาของจงซานที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดีใจ.

"อืม."เป่ยชิงซือพยักหน้า สายตาของนางที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน.

"เจ้าฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่รึ?"จงซานที่สอบถามออกมาอีกครั้งในทันที.

แน่นอนว่า จงซานถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น ทว่าเมื่อเป่ยชิงซือได้ยิน กลับทำให้นางใบหน้าแดงซ่าน ตื่นเมื่อไหร่รึ? เขาถามทำไมล่ะ?

"เพิ่งตื่น ขอบคุณ."เป่ยชิงซือที่ตอบกลับมาในทันที.

"เฮ้ เฮ้ เจ้าตื่นขึ้นมาก็ดีแล้ว เจ้าบอกก่อนหน้านี้ว่าจะต้องหลับร้อยวัน ดูมันจะเกินจริงไปหน่อย นี่แค่เพียงหนึ่งเดือน เจ้าก็ตื่นแล้ว จึงทำให้ข้าประหลาดใจ."จงซานที่ส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเผยยิ้มอย่างนุ่มนวล.

"ไม่ ไม่ เมาร้อยวันนั่นไม่ได้เกินจริงเลย หากเป็นคนทั่วไปย่อมต้องหลับไปหนึ่งร้อยวันจริง ๆ  แต่นั่นเพราะว่าข้ามีสายโลหิตพิเศษ เช่นนั้นข้าจึงตื่นขึ้นก่อนเวลายังไงล่ะ เจ้าเองไม่เป็นไรอย่างงั้นรึ?"เป่ยชิงซือที่เอ่ยออกมาด้วยความสงสัย.

"อืม? เข้าไปข้างในก่อนเถอะ."จงซานซึ่งถือหม้อซุปเดินเข้าไปด้านใน.

ด้วยเหตุผลที่พิเศษ บางทีคงเป็นเพลิงหงหลวนจากเคล็ดวิชาหงหลวนเทียน ทว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถเปิดเผยได้ ดังนั้นจึงไม่อยากจะกล่าวออกมาในตอนนี้.

"อืม."เป่ยชิงซือที่พยักหน้าอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเดินตามเขาเข้าไป.

จงซานที่วางหม้อซุปไว้ด้านหน้า ซึ่งเป็นโขดหินยาวที่ดูเหมือนกับโต๊ะ เป่ยชิงซือเองก็นั่งอยู่อีกข้างเช่นกัน จงซานที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่จะทำการตักซุป ออกมาใส่ถ้วย ขณะที่พูดคุยกับนาง.

"สายโลหิตพิเศษ ทุกคนมีสายโลหิตสืบทอดกันหมดเลยรึ? หรือว่าเพียงแค่เพียงแค่ความสามารถยังไม่ตื่น?"จงซานที่สอบถามออกมาทันที.

เพราะว่าสายโลหิตตกทอดของนางนั้น จงซานสามารถบอกได้ว่าทรงพลังมาก หากว่าทุกคนต่างก็ได้รับการสืบทอด หากว่าสามารถปลุกมันขึ้นมาได้ล่ะก็ อาจจะเป็นเรื่องดีไม่ใช่รึ?

"ไม่ใช่อย่างงั้น สายโลหิตตกทอดที่มีทักษะพิเศษนั้น มีน้อยมาก ข้าเองค่อนข้างพิเศษ หรืออาจจะเรียกว่าตระกูลเป่ยนั้นค่อนข้างพิเศษมากกว่า."เป่ยชิงซือที่ส่ายหน้าไปมาจ้องมองไปยังหม้อซุปที่อยู่ด้านหน้า.

"ทำไมล่ะ? ทำไมถึงได้มีเพียงแค่บางตระกูลที่มี? แล้วมีสายโลหิตตกทอดมาได้อย่างไร?หรือเพราะว่าคนผู้นั้นจะต้องมีพรสวรรค์ที่ลึกล้ำอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วสอบถามด้วยความสงสัย.

"ที่ข้ามีสายโลหิตตกทอดนั้น นั่นเป็นเพราะว่าบรรพบุรุษของข้า ครั้งหนึ่งเคยเป็นเซียนมาก่อน."เป่ยชิงซือที่กล่าวออกมาอย่างนุ่มนวล.

"เซียนรึ?"จงซานที่ประหลาดใจตาโตเลยทีเดียว.

ก่อนหน้าที่ข้าจะเข้าสำนักไคหยาง เคยคิดว่าเซียนนั้นมีอยู่มากมาย ทว่าหลังจากที่เข้าสำนักไคหยางแล้ว ก็รับรู้ว่า ภายในโลกนี้การจะเป็นเซียนนั้นมีอยู่น้อยมาก ๆ  และแน่นอนว่าลูกหลานของเหล่าเซียนก็หาได้ยากเช่นกัน เรื่องนี้จงซานเชื่อในคำพูดของเป่ยชิงซือแน่นอน การที่นางมีทักษะพลังที่คนอื่น ๆ ยากจะมีได้ มีเพียงแค่เหตุผลนี้เท่านั้นที่สามารถอธิบายเรื่องนี้.

"เช่นนั้น ถ้าเป็นลูกหลานของเซียน จะทำให้ได้สืบทอดวิชาบางอย่างจากสายโลหิตอย่างงั้นรึ?"จงซานที่สอบถามออกมา.

"อืม เท่าที่ข้ารู้ คนที่เป็นลูกหลานเซียนนั้น อาจจะไม่ได้รับสืบทอดทักษะบางอย่างทุกคนก็ได้ เพราะว่ามันจะตื่นขึ้นมาในบางรุ่นเท่านั้น ตระกูลของข้านั้นมีหลายรุ่นแล้วแต่ก็ไม่ได้รับทักษะใดมา จวบจนมาถึงรุ่นของข้า."เป่ยชิงซือที่พยักหน้าและกล่าวตอบ.

"อืม."จงซานที่พยักหน้าและถอนหายใจยาว แน่นอนว่าตัวเขาไม่มีโอกาสเช่นนั้นแน่นอน เพราะเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาทั่วไปที่ทำงานสอดคล้องกับความเป็นจริง.

"วันนั้นเกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นรึ?พวกเราถูกใครช่วยมา?"เป่ยชิงซือที่จ้องมองไปยังจงซาน.

"เรื่องนั้น..."จงซนที่เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้นางได้รับฟัง.

เป็นเรื่องที่เขาสร้างประกายแสงสว่างจ้าและหนีมาได้ ทว่าเป่ยชิงซือที่ได้ยินก็สั่นสะท้านทีเดียว เป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ๆ  แต่ก็นับว่าจงซานเป็นคนที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมา เขาที่มีระดับเซียนเทียน กลับสามารถวิ่งหนีออกมาจากดงผู้ฝึกตนแกนทองร้อยคนได้อย่างคาดไม่ถึง แม้กระทั้งนำนางหนีออกมาได้ด้วย.

"ขอบคุณ!"เป่ยชิงซือที่รู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก.

"อืม เรื่องมันผ่านไปแล้ว นี่สำหรับเจ้า เป็นซุปปลาที่ข้าทำเอง เจ้าลองชิมดู แม้ว่าเจ้าจะก้าวไปยังระดับแกนทองแล้ว สามารถดูดซับพลังฟ้าดินปราณวิญญาณไม่จำเป็นต้องกินอาหารก็ตาม ทว่าอย่างน้อยก็ควรที่จะลิ้มลองสัมผัสรสชาติของอาหารบ้าง."จงซานที่ส่งถ้วยซุปให้กับนาง.

"อืม."เป่ยชิงซือที่พยักหน้า ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด.

ถ้วยซุปที่จงซานส่งให้นางนั้น มีเนื้อปลาที่ถูกตัดแบ่งออกเป็นสามส่วน ซึ่งส่วนที่มอบให้นางเป็นเนื้อชิ้นใหญ่ตรงกลาง ส่งให้เป่ยชิงซือพร้อมกับตะเกียบคู่หนึ่ง.

กับการดูแลเอาใจใส่ของจงซานนั้น ทำให้เป่ยชิงซือรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง มือทั้งสองข้างที่ยื่นออกไปรับ น้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ทว่าก่อนที่มันจะหยดออกมา นางก็ใช้แก่นแท้ของนางสลายไป.

"กินสิ."จงซานกล่าวด้วยรอยยิ้มที่นุ่นนวล.

"อืม."เป่ยชิงซือพยักหน้า นางที่ซดน้ำซุปเบา ๆ  พร้อมกับใช้ตะเกียบคีบเนื้อปลาขึ้นมากิน ขณะที่กำลังเคี้ยวอย่างระมัดระวังนั้น.

จงซานที่คิดว่าเป่ยชิงซือช่างเป็นคนที่สมบูรณ์แบบมาก แม้แต่ยามกิน ใบหน้าของนางก็ยังดูงดงาม.

"เจ้าไม่กินอย่างงั้นรึ?"เป่ยชิงซือที่เอ่ยออกมาทันที.

"อืม กินสิ!"จงซานที่เริ่มตักซุปใส่ถ้วยของตัวเอง ก่อนที่จะเริ่มซดน้ำซุป.

จงซานที่กินอย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียวก็กินหมดหนึ่งชามแล้ว.

เขาวางมันลงบนโต๊ะโขดหิน ก่อนที่จะจ้องมองไปยังเป่ยชิงซือที่ที่กำลังขมวดคิ้วไปมา พร้อมกับดื่มน้ำซุป เห็นใบหน้าท่าทางของจงซาน นางก็ถามออกมาด้วยความสงสัย "มีอะไรอย่างงั้นรึ?"

"ชิงซือ เจ้าอย่าเพิ่งแก้แค้นได้ไหม? อย่างน้อยก็อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลย."จงซานที่คิดครู่หนึ่งและกล่าวมันออกมา.

ต้องไม่ลืมว่า กลุ่มคนในชุดสีแดงนั้นร้ายกาจมาก ๆ  พวกเขาได้รับการฝึกฝันมาเป็นอย่างดี หนำซ้ำยังเชี่ยวชาญในการโจมตีระยะไกล เป็นศัตรูที่น่ากลัว พวกเขามีพลังที่น่าเกรงขาม หากเป่ยชิงซือไปในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นการแส่ไปหาความตายหรอกรึ?

เห็นท่าทีเป็นห่วงของจงซานแล้ว เป่ยชิงซือรู้สึกอาบไปด้วยความอบอุ่นในใจของนาง นางที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน"อืม เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงว่าข้าจะกลับไปล้างแค้นให้เร็วที่สุด ที่จริงข้ายังมีนัดหมายกับใครคนหนึ่งที่อาจจะเดินทางร่วมกับข้า...."

นางที่กล่าวได้ครึ่งหนึ่งก็หยุดในทันที.

"ใครอย่างงั้นรึ?"จงซานที่สอบถามด้วยความสงสัย.

นางที่จ้องมองไปยังจงซาน ต้องการจะเอ่ยออกมา ทว่าในสายตาของนางนั้นเต็มไปด้วยความความลำบากใจที่จะกล่าวออกมา.

เห็นท่าทางที่เป่ยชิงซือรู้สึกยากลำบาก จงซานที่พยักหน้าให้ "อืม เช่นนั้น เจ้าต้องรักษาตัวให้ดี."

จงซานรู้ดีว่าไม่สามารถห้ามนางได้ ทำได้แค่ถอนหายใจเบา ๆ  ทว่าเป่ยชิงซือที่เห็นจงซานถอนหายใจเล็กน้อย ภายในใจของนางที่รู้สึกบีบรัด นางที่ต้องการบอกกับจงซานเป็นอย่างมาก ทว่าด้วยคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ทำให้ไม่สามารถเอ่ยปากออกมาได้ ภายในแววตาของนางในเวลานี้ รู้สึกผิดเป็นอย่างมาก.

นางที่จับจ้องมองไปยังจงซานที่กำลังเริ่มเก็บโต๊ะอาหารแล้ว เป่ยชิงซือที่กัดริมฝีปากแน่น ขณะที่เขากำลังทำความสะอาดเช็ดโต๊ะหิน เป่ยชิงซือที่เอ่ยออกมาทันที "พวกเราจะต้องรออีกสักพักก่อนที่จะออกไปอย่างงั้นรึ?"

จงซานที่จ้องมองไปยังเป่ยชิงซือพลางพยักหน้า "คนเหล่านั้น แน่นอนว่าจะต้องรอพวกเราอยู่รอบ ๆ ทุกทิศทุกทาง พวกเราจะต้องรอก่อน อย่างน้อยก็ต้องเลยหนึ่งร้อยวันไปซะก่อน ภายในหนึ่งร้อยวันนี้คนเหล่านั้นต้องรอคอยพวกเราอยู่อย่างแน่นอน.จากนั้นก็ค่อยหาโอกาสออกไป"

เมื่อจงซานตัดสินใจแล้ว ดวงตาของนางที่เปล่งประกายพร้อมกับพยักหน้าให้.

"เอาล่ะ หลายวันมานี้ ข้าได้เตรียมบางอย่างเพื่อช่วยเหลือเจ้า."จงซานที่กล่าวออกมาในทันที.

"อะไรรึ?"เป่ยชิงซือสอบถามด้วยความสงสัย.

จงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย "ไปที่ทะเลสาบกันเถอะ ข้าจะทำอะไรให้เจ้าดู และจะสอนเจ้าทุกขั้นตอน."

"หืม?"เป่ยชิงซือที่เต็มไปด้วยความสงสัย ทว่านางก็ตามเขาออกไป ตรงไปยังทะเลสาบขนาดเล็กกับจงซาน.

เขาที่พาเป่ยชิงซือมานั่งอยู่บนโขดหินแห่งหนึ่ง จงซานที่นำพืชบางอย่างออกมา ซึ่งดูแล้วเป็นวัตถุดิบธรรมชาติทั่วไป วัตถุดิบเหล่านี้ไม่มีพลังวิญญาณแต่อย่างใด ทุกชนิดนั้นสามารถหาได้ทั่วไป ไม่รู้ว่าจงซานต้องการใช้วัตถุดิบเหล่านี้ทำอะไร.

"เจ้าจงดูและจดจำวัตถุดิบเหล่านี้เอาไว้ให้ดี แม้ว่ามันจะไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรนัก ทว่าบางครั้งก็สามารถใช้ประโยชน์บางอย่างได้ พืชเหล่านี้ เจ้ารู้จักใช่ไหม?"จงซานที่จ้องมองไปยังเป่ยชิงซือ

เป่ยชิงซือที่กวาดตามอง พร้อมกับพยักหน้า."ข้ารู้จัก แม้ว่าบางอย่างข้าจะไม่รู้จักชื่อแต่ว่าก็เคยเห็นมันมาก่อน."

"ดีแล้ว."จงซานพยักหน้าพร้อมกับเผยยิ้มให้กับนาง.

"ข้าจะเริ่มแล้ว."จงซานกล่าว.

ต่อจากนั้น จงซานก็ทำการสกัดวัตถุดิบเหล่านั้นให้เหลือแต่น้ำ ด้วยการกลั่นวัตถุดิบจากพืชทุกอย่างออกมา จากนั้นก็เริ่มผสมมันเข้ากัน ผสมลงไปในชามใบใหญ่ ซึ่งตอนนี้มันเริ่มกลายเป็นของเหลวหนืดสีดำ.

เห็นของเหลวในชามดังกล่าวแล้ว เป่ยชิงซือขมวดคิ้วไปมา ไม่รู้ว่าจงซานต้องการทำอะไร.

ทว่าหลังจากนั้นเขาก็หยิบแผ่นรองออกมา ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาเป่ยชิงซือ.

"อย่าขยับ."จงซานกล่าว.

จากนั้นเขาก็ใช้แผ่นรอบปะไปรอบ ๆ หน้าผากและรอบคอของนาง.

เป่ยชิงซือที่ไม่ขยับ ทว่า ก็เต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าจงซานต้องการทำอะไร.

"จะทำอะไรอย่างงั้นรึ?"เป่ยชิงซือที่ถามด้วยเสียงอ่อนโยน.

จงซานเผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล พร้อมกับเตรียมแปรงหลายขนาดออกมา "ข้าจะสอนเจ้าย้อมผม."

จบบทที่ Chapter 120 ลูกหลานเซียน.

คัดลอกลิงก์แล้ว