เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 104 สถาปนาแต่งตั้ง.

Chapter 104 สถาปนาแต่งตั้ง.

Chapter 104 สถาปนาแต่งตั้ง.


"รับการแต่งตั้ง จงเทียนและจงเจิ้งคือไท่จื่อของราชวงศ์ต้าเจิ้ง."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"รับด้วยเกล้า ฟูหวง."จงเทียนและจงเจิ้งรับบัญชา.

ในเวลาเดียวกัน โองการฟ้าที่ด้านขวาก็ปรากฏอักษรขึ้นอีกแถวต่อจากราชา เป็นไท่จื่อสองชื่อ โดยมีจงเทียนชื่อแรกและจงเจิ้งเป็นชื่อที่สอง.

อาณาจักรแห่งนี้มีไท่จื่อสองคน การกระทำของจงซานนั้นแตกต่างจากอาณาจักรอื่น ๆ  ซึ่งส่วนมากนั้นจะมีไท่จื่อเพียงแค่คนเดียว ทว่าด้วยการยอมรับของจงซาน อาณาจักรแห่งนี้จึงมีไท่จื่อสองคน โดยมีจงเทียนเป็นอันดับหนึ่ง.

"รับการแต่งตั้ง หลินเซียวรับตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ดินแดนลำดับหนึ่งของราชวงศ์ต้าเจิ้ง."

"รับการแต่งตั้ง หยิงหลานรับตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์ดินแดนลำดับสองของราชวงศ์ต้าเจิ้ง."

ราชวงศ์ต้าเจิ้งในวันข้างหน้าเมื่อมีพลังอำนาจเพียงพอก็จะเลื่อนจากราชวงศ์หลักก้าวไปเป็นราชวงศ์สูง.

หลังจากนั้น ที่โองการฟ้า ก็ปรากฏ แม่ทัพลำดับหนึ่งและแม่ทัพลำดับสองขึ้น เป็นหลินเซียวและหยิงหลาน ถูกสลักเอาไว้เช่นกัน.

"รับการแต่งตั้ง เหว่ยไท่จงรับตำแหน่งจงกวนของราชวงศ์ต้าเจิ้ง."

总管(zóng guǎn)หัวหน้าควบคุมทั่วไป

...

จงซานที่เริ่มแต่งตั้ง เจ้าหน้าทีข้าราชบริพารต่าง ๆ  เพื่อให้ปรากฏขึ้นบนโองการฟ้า.

เมื่อเตรียมการเสร็จแล้ว จงซานก็ได้ลงนามช้า ๆ ในโองการฟ้า หลังจากนั้นก็จะสร้างวาสนาและถวายบัญชาต่อสวรรค์ต่อไป เพื่อเป็นรายงานต่อเทพ.

"ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"

เหล่าเจ้าหน้าที่หลายร้อยและเหล่าทหารกว่าล้านคนพร้อมกับคุกเข่าคำนับอีกครั้ง.

"อืม เปิดตำหนักได้."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

จากนั้นเขาก็ ก้าวลงเวทีช้า ๆ .

ด้วยการอารักขาจากเจ้าหน้าที่ร้อยคน เขาก็ก้าวเดินผ่านเมืองเสวียนอีกครั้ง ที่ใจกลางเมืองเสวียน ใกล้ ๆ กับคฤหาสน์จง ได้มีการสร้างตำหนักขนาดใหญ่ขึ้นมา.

มีชื่อตำหนักว่า"ซ่างเฉิงเตียน"

จงซานที่ก้าวเข้าไปในตำหนังซ่างเฉิงเตียนก้าวเข้าสู่ห้องบัลลังก์.

ภายในห้องโถงนั้น มีบัลลังก์เก้ามังกร จงซานก้าวขึ้นไปบนบัลลังก์ช้า ๆ  พร้อมกับนั่งลง ถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง กวาดตามองไปยังที่นั่งด้านล่าง ซึ่งที่แห่งนี้เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ เหล่าเจ้าหน้าที่ข้าราชบริพารถูกจัดออกเป็นสองแถว.

"ทรงพระเจริญ!"เหล่าเจ้าหน้าที่นับร้อยที่คุกเข่าคำนับ รวมทั้งไท่จื่อทั้งสองด้วย พวกเขาก็แสดงความเคารพเช่นกัน.

"ลุกขึ้น."จงซานกล่าว.

"ขอบพระทัยฝ่าบาท."เจ้าหน้าที่นับร้อยกล่าวออกมาพร้อม ๆ กัน.

นับตั้งแต่ที่เกิดปรากฏการบุตรมังกรโอรสสวรรค์ เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างก็ชื่นชมเทิดทูนเขาเป็นอย่างมาก.

"หลินเซียว."จงซานที่เอ่ยปากออกมาทันที.

"ฝ่าบาท."หลินเซียวที่ก้าวออกมารับคำสั่ง.

"อาณาจักรต้าสงได้รุกรานดินแดนของพวกเรามาตลอด เจ้าจงนำทหารกองกำลังที่หนึ่ง ออกไปจัดการพวกเขาในทันที."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"รับด้วยเกล้า."หลินเซียวรับคำสั่งในทันที.

"หยิงหลาน."จงซานกล่าว.

"รับบัญชาเหนือหัว."หยิงหลานก้าวออกมารับคำสั่ง.

"อาณาจักรต้าคุนได้ล่มสลายแล้ว ภายในยังมีความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่ เจ้านำกองกำลังที่สองออกไปกำจัดเหล่ากบฏที่ต่อต้าน รวมทั้งกลุ่มของสี่ตระกูลใหญ่ที่ยังคงหลงเหลือ."จงซานกล่าว.

"รับด้วยเกล้า."หยิงหลานรับคำนั่งในทันที.

หลังจากนั้น จงซานก็ได้ออกคำสั่งหลายอย่างเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชากร เขาที่ทำการสำรวจดินแดนและจำนวนประชากรต่าง ๆ  ตลอดจนได้ทำการประกาศให้เมืองเสวียนกลายเป็นเมืองหลวง ตลอดทั้งทำการขยายเมืองให้มีขนาดใหญ่ขึ้นให้มีประชาชนเข้ามาอาศัยอยู่ได้ แม้ว่าการรบครั้งนี้จะได้รับความเสียหายไม่น้อย และราชวงศ์ต้าเจิ้งเพิ่งเริ่มต้นราชวงศ์ ทว่าจงซานก็ได้วางแผนในการสร้างราชวงศ์มาก่อนแล้ว.

แม้ว่าราชวงศ์ต้าเจิ้งจะตั้งขึ้นไม่นาน มีหลายร้อยสิ่งที่ต้องทำ อย่างไรก็ตามด้วยการบริหารของจงซาน ตามแผนการที่เขาวางไว้ ทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว กว่าราชวงศ์เดิมต้าคุนมาก.

"ออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว."

เหว่ยไท่จงกล่าว.

"ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน!"

เหล่าเจ้าหน้าที่ก็ถอยออกไป.

หลังจากนั้น จงซานก็ออกจากตำหนักซ่างเฉิงเตียน กลับไปยังคฤหาสน์จง.

เมื่อการสร้างชาติได้เสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ จงเทียนก็เข้ามาหาจงซานในเวลาเย็น.

"ฟู่หวง."จงเทียนที่กล่าวอย่างเคารพ.

"อืม เจ้ากลับสำนักได้ และเตรียมตามอาจารย์ของเจ้าเดินทางไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์ดังที่ควรจะเป็น ไม่จำเป็นต้องกังวล จำเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรในอนาคต เจ้าคือไท่จื่อราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง."จงซานกล่าวอย่างจริงจัง.

"ครับ ฟู่หวง."จงซานที่ตอบรับ.

"อืม นี่คือศิลาวิญญาณ 500 ก้อน เพื่อช่วยเจ้าฝึกฝน สำหรับในเวลานี้น่าจะเพียงพอ."จงซานกล่าว.

"จากนั้นเขาได้กองศิลาวิญญาณเป็นจำนวนมาก วางเอาไว้บนโต๊ะ.

"ขอบพระทัยฟู่หวง."จงซานพยักหน้ารับ.

"อืม ไปได้แล้ว."จงซานกล่าว.

"ครับ."จงเทียนพยักหน้ารับจากนั้นก็จากไปในทันที.

ในห้องโถงกล้วยไม้ที่ว่างเปล่า.จงซานที่กล่าวออกมาเบา ๆ ."อันหวง ออกมา."

"ขอรับ จู่เหริน."อันหวงที่ออกมาจากที่ซ่อน.

เขาที่จ้องมองไปยังอันหวง จงซานที่เอ่ยปากออกมาในทันที "นับจากวันนี้ข้าได้วางแผนเอาไว้แล้ว ข้าจะก่อตั้งกององค์รักษ์วังหลวงขึ้น ซึ่งมีสองหน่วยงาน หน่วยงานแรกอยู่ในที่สว่างเรียกว่า"จินอี้เว่ย."ส่วนอีกกองอยู่ในที่มืด ข้าจะทำการเปลี่ยนอันเย่ตังทั้งหมดเข้ามาเป็นองค์รักษ์วังหลวงให้มีชื่อว่า หยิงเหว่ย นับจากวันนี้เจ้าเป็นหัวหน้าองค์รักษ์ดูแลองค์รักษ์เงาทั้งหมด."

[***จิ่นอีเว่ย - 锦衣卫 หรือ กององครักษ์เสื้อแพร.

***影卫  Yǐng wèi กององค์รักษ์เงา]

"ครับ"อันหวงที่ตอบรับในทันที.

"อืม เจ้าจงรวบรวมหยิงเหว่ยขึ้นมากองหนึ่ง คอยอารักษ์ขาหยิงหลานเอาไว้ให้ดี."จงซานกล่าว.

"ขอรับ."อันหวงที่ตอบรับในทันที.

.......

ห้องโถงไคหยาง ยอดเขาไคหยาง สำนักไคหยาง.

เทียนซวินจื่อที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ซึ่งมีอีกสองคนคือเสวียนซวินจื่อและกู่ซ่างจื่อนั่งอยู่ด้านข้าง ทว่าตั้งแต่แรกแล้ว มีสาวน้อยที่ใบหน้าแดงกล่ำด้วยความตื่นเต้นเทียนหลิงเอ๋ออยู่ห่างออกมา ตลอดจนใบหน้าที่ไม่เป็นมิตรกับใครเนี่ยชิงชิง ที่ขมวดคิ้วไปมา ราวกับว่าไม่สนใจใคร หากว่าไม่เพราะหลิงเอ๋อ เนี่ยชิงชิงคงจะสะบัดกายจากไปนานแล้ว.

ภายในห้องโถงหลักนี้ ยังมีอีกคนหนึ่ง หลังจากที่ปลงผม ทำความสะอาดร่างกาย ตลอดจนสวมชุดสีขาวล้วน ซึ่งก็คือจงซานนั่นเอง.

จงซานที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่างเทียนซวินจื่อ พร้อมกับคำนับสามครั้ง เป็นขั้นตอนหลักของสำนักไคหยางนั่นเอง.

"ศิษย์จงซาน คารวะอาจารย์."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง จากนั้นก็เสิร์ฟน้ำชา ต่อเทียนซวินจื่อ.

นับจากวันนี้ จงซานก็ได้เข้าพิธีเข้าเป็นศิษย์หลักของสำนักแล้ว เขามีใบหน้าที่ภาคภูมิเป็นอย่างมาก ในเวลานี้เขาได้ทำการสร้างราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง กลายเป็นเจ้าแผ่นดิน ทำไมเขาต้องทำเช่นนี้ด้วยล่ะ แน่นอนว่านี่จะทำให้พลังฝึกตนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าเมื่อก่อนนั่นเอง ในสำนักไคหยางนั้น หากว่ามีใครในระดับแกนทองแนะนำก็ทำให้จงซานซาบซึ้งแล้ว ทว่าตอนนี้เทียนซวินจื่อที่มีระดับก่อตั้งวิญญาณ เรื่องนี้ย่อมทำให้เขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก.

เป่ยชิงซือที่อยู่ในขอบเขตแกนทอง ยังสามารถแนะนำเรื่องหลายเรื่องให้กับจงซานก่อนหน้านี้ได้ ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจไม่น้อยกับคำแนะนำจากนาง ตอนนี้เขาได้รับการชี้แนะจากประมุขสำนัก จะไม่ทำให้จงซานพอใจได้อย่างไร.

หลังจากผ่านพิธีการคารวะและเสิร์ฟน้ำชา เทียนซวินจื่อก็เผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล "ตามกฎระเบียบของสำนัก เจ้าเพิ่งอยู่ในระดับเซียนเทียน เป็นศิษย์ลำดับสาม ข้าจึงสามารถรับเจ้าเข้ามาในนามเท่านั้น เมื่อไหร่เจ้าสำเร็จระดับแกนทอง เจ้าก็จะกลายเป็นศิษย์ของข้าอย่างเป็นทางการ."

"ครับ อาจารย์."จงซานที่ตอบรับ.

ทุกคนในห้องโถงต่างก็เป็นพยานในวันนี้.

"นี่คือหยกอักขระสองชิ้น ข้าคิดว่าเจ้าคงเคยเห็นหลิงเอ๋อใช้ นี่เป็นของที่อาจารย์มอบให้กับศิษย์."เทียนซวินจื่อที่มอบหยกอักขระให้กับจงซาน.

"ขอบคุณท่านอาจารย์."จงซานพยักหน้าด้วยความตื่นเต้นและรับมันมา หนึ่งคือหยกอักขระวิหคเหมันต์ อีกหนึ่งคือหยกอักขระวิหคเพลิง.

เขาได้เห็นเทียนหลิงเอ๋อใช้แล้ว มันสามารถจัดการผู้ฝึกตนแกนทองระดับต้นได้เลย ทว่า ในเมื่อมันมาอยู่ในมือของจงซาน มันจะทรงพลังมากกว่านั้นอย่างไม่ต้องสงสัย.

"อืม ในเมื่อทุกคนรับรู้แล้วว่าเขาได้อาจารย์ ข้าคงต้องขอตัวล่ะ หลิงเอ๋อพวกเราไปเถอะ."เนี่ยชิงชิง ที่เอ่ยออกมาในทันที เขาไม่ได้ไว้หน้าเทียนซวินจื่อเลยแม้แต่น้อย.

"ไม่ ๆ  อี้เหนียง ท่านไปก่อนเถอะ!"เทียนหลิงเอ๋อที่ส่ายหน้าไปมา.

นับตั้งแต่เหตุการณ์หุบเขาแมงป่องอสนี เทียนหลิงเอ๋อก็รับรู้ตัวแล้วว่า ใครคือคนที่นางต้องการ ตอนนี้จะให้นางจากไปได้อย่างไร?

นางที่จ้องมองไปยังจงซานพร้อมกับขมวดคิ้วไปมา.

"เชอะ!"เนี่ยชิงชิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา สะบัดกายออกไปจากห้องโถงไคหยางทันที.

ในห้องโถงหลังนั้น กู่ซ่างจื่อที่จ้องมองอย่างเย็นชา เห็นชัดเจนว่านางเองไม่ค่อยต้อนรับเนี่ยชิงชิงเท่าใดนัก ส่วนเสวียนซวินจื่อนั้นไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ  ส่วนเทียนหลิงเอ๋อนั้นไม่ได้รับรู้สิ่งใด นางที่ไม่เห็นสิ่งใดทั้งนั้น ในเวลานี้ภายในหัวของนางมีแต่จงซานเท่านั้น ส่วนเทียนซวินจื่อที่ถอนหายใจเบา ๆ  ภายในใจของเขาเองรู้สึกติดค้างต่อนางอยู่เล็กน้อยเช่นกัน.

"ศิษย์พี่ใหญ่ท่านมีตาทิพย์จริง ๆ ที่มองเห็นพรสวรรค์ของจงซาน ไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ นับตั้งแต่เขานำชิ้นส่วนหยกมายังสำนักไคยาง ทุกคนไม่เคยคิดเลยว่าพลังฝึกตนของเขาจะรวดเร็วขนาดนี้ ตอนนี้อยู่ในระดับห้าเซียนเทียน ในกลุ่มของศิษย์ใหม่ คนที่ก้าวไปถึงระดับห้าเซียนเทียนมีไม่มากเลย."เสวียนซวินจื่อที่กล่าวออกมาทันที.

"มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก นี่เป็นเพราะจงซานเขาพยายามมากว่าใคร มีจิตใจที่แข็งแกร่ง ที่ยากที่จะมีใครทำได้."เทียนซวินจื่อกล่าวตอบ.

"ศิษย์เพียงแค่โชคดีเท่านั้น."จงซานที่กล่าวออกมาเช่นกัน.

ทุกคนที่จ้องมองไปยังจงซาน พร้อมกับพยักหน้าให้ด้วยความพอใจ.

"ข้าเองก็คงต้องไปเหมือนกัน."กู่ซ่างจื่อที่กล่าวออกมาเช่นกัน.

"อืม."เทียนซวินจื่อพยักหน้า.

"ขอลา." "ขอลาเช่นกัน."

เสวียนซวินจื่อและกู่ซ่างจื่อทั้งคู่กล่าวลาพร้อมกัน.

เทียนซวินจื่อพยักหน้าให้ จากนั้นทั้งคู่ก็จากไป.

ในห้องโถงเวลานี้ มีคนอยู่สามคน เทียนซวินจื่อ จงซานและเทียนหลิงเอ๋อ.

"จงซาน ร่างกายของเจ้า ข้าได้ตรวจสอบแล้ว เจ้าอยู่ในระดับห้าขั้นปลาย จวนจะสามารถสร้างแกนแท้ได้แล้ว เมื่อเจ้าสามารถทะลวงพลังฝึกตน สร้างแกนแท้ได้ ข้าจะแนะนำเจ้าอีกครั้งในการทะลวงจุดชีพจร."เทียนซวินจื่อกล่าว.

"ครับ."จงซานที่กล่าวตอบรับ.

"หลิงเอ๋อ."เทียนซวินจื่อที่กล่าวออกมาในทันที.

"หา?"เทียนหลิงเอ๋อที่จ้องมองไปยับงเทียนซวินจื่อด้วยความสงสัย.

"เจ้าออกไปครั้งนี้ ถือว่าสามารถเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ เจ้าก้าวไปถึงระดับสิบเซียนเทียน หลังจากนี้ครึ่งเดือนเจ้าจะต้องเก็บตัวฝึกฝนเพื่อทะลวงไปยังระดับแกนทอง."เทียนซวินจื่อกล่าวอย่างจริงจัง.

"หะ? เร็วขนาดนั้นเลยรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่อุทานออกมา ใบหน้าที่ดูไม่ค่อยยินดีนัก.

จงซานที่ได้ยินค่อนข้างหดหู่ พลังฝึกตนของนางนับว่ารวดเร็วมาก ทว่าตัวเขากับเป็นเรื่องยากมาก ๆ ?

เทียนซวินจื่อที่ได้ยินคำพูดดังกล่าวถึงกับสะอึกพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว.

"มีปัญหาอะไรกัน?ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการก้าวไปยังระดับแกนทองอย่างงั้นรึ?"เทียนซวินจื่อสอบถาม.

"ก็ขั้นตอนที่เก็บตัวทะลวงไปยังขั้นแกนทอง จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยตั้งหนึ่งปี และต้องเก็บตัวอยู่ในห้องแคบ ๆ  ข้าคงเบื่อแย่เลย."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาในทันที ขณะที่นางกล่าว นางแอบชำเลืองมองไปยังจงซานเป็นระยะ.

"ไม่ช้าก็เร็วเจ้าก็ต้องเข้าไป อีกครึ่งเดือนหลังจากนี้ เจ้าจะต้องอยู่ในห้องลับ ขังตัวในห้องที่มีพลังจิตวิญญาณหนาแน่น ซึ่งนั่นจะช่วยให้เจ้าสามารถทะลวงผ่านขั้นได้ง่ายขึ้น."เทียนซวินจื่อกล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"ก็ได้."เทียนหลิงเอ๋อที่พยักหน้ารับในทันที.

"อาจารย์ ภายในนิกายของพวกเรามีบันทึกเกี่ยวกับสมบัติสวรรค์และตำราเกี่ยวกับสมุนไพร ข้อมูลสัตว์อสูรและอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือไม่?"จงซานสอบถาม.

"เจ้าต้องการจะดูอย่างงั้นรึ?"เทียนซวินจื่อที่จ้องมองไปยังจงซานขณะพูด.

"ครับ ศิษย์ต้องการเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ล่วงหน้า เกรงว่าหากพลาดไป คงจะน่าเสียดาย."จงซานกล่าว.

"ได้ หลิงเอ๋อ เจ้าพาจงซานไปยังหอสมบัติหายากก็แล้วกัน."เทียนซวินจื่อ.

"ได้ ได้ ได้."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"อาจารย์ เช่นนั้นศิษย์ไม่รบกวนแล้ว."จงซานกล่าวออกมาอย่างสุภาพ.

หลังจากนั้น เทียนหลิงเอ๋อก็พาเขาข้ามภูเขาหลายลูก ตรงไปยังหอสมบัติหายากอย่างรวดเร็ว.

เทียนซวินจื่อที่จ้องมองอยู่บนยอดเขา กวาดตามองคนสองคนที่กำลังข้ามภูเขาไป จ้องมองใบหน้าของเทียนหลิงเอ๋อที่ตื่นเต้น และจ้องมองไปยังจงซาน สายตาของเขานั้นมีประกายแสงความอ่อนโยนแฝงอยู่.

หอสมบัติหายากนั้น เป็นโถงใหญ่ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา สถานที่ดังกล่าวนั้นดูประณีตงดงามไม่น้อยทีเดียว เป็นป่าไผ่ ที่เขียวชอุ่ม ดูเงียบสงบเป็นอย่างมาก.

อย่างไรก็ตาม เมื่อจงซานและเทียนหลิงเอ๋อเข้ามาในภูเขา ชายชราสองคนก็ได้ยินเสียงในทันที.

ไม่ไกลออกไปนั้น จงซานสามารถจดจำชายชราคนหนึ่งได้ในทันที.

เขาคือผู้พิทักษ์ขุนเขา เป็นคน ๆ แรกที่เขาเจอเมื่อครั้งเดินทางมายังสำนักไคหยาง ชายชราดังกล่าวเป็นคนดูแลทางเข้าในครั้งนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะมีสัญญาณแห่งความตายปรากฏขึ้นมาแล้ว ทำให้จงซานสัมผัสได้ว่าเขาเป็นชายชราที่ดูลึกลับเป็นอย่างมาก.

ส่วนอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ ผู้พิทักษ์ขุนเขา เป็นชายแก่อีกคนที่กำลังนั่งโขกหมากรุกกับเขาอยู่ บางทีคนทั้งสองก็โต้เถียงไปมา ต่างคนต่างไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว.

"ซานเหยี่ยเยี่ย ตงเหยี่ยเยี่ย มีใครกำลังลืมเวลาขลุกอยู่แต่ที่นี่เป็นเวลานานหรือไม่?"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มต่อหน้าชายชราทั้งสอง ดวงตาที่ส่องประกายล้อเลียนอยู่ ทว่าใบหน้ากับดูบ้องแบ้วไร้เดียวสาดูน่ารักน่าชัง.

ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาที่กล่าวออกมาทันที "ตงเหยี่ยเยี่ยของเจ้านะซิหน้าด้าน ไม่ยอมเลิกซักที."

"เจ้าสิหน้าด้าน ตาเมื่อกี้เจ้าเพิ่งแพ้ เลยขอแก้มือ หัวของเจ้ามีแต่ขี้เลื่อยรึไง."ชายชราอีกคนที่โต้เถียงออกมาทันที.

"เจ้านะสิแพ้ หลิงเอ๋ออยู่ที่นี่แล้ว อย่าทำอะไรขายหน้า."ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาที่กล่าวโต้ในทันที.

เทียนหลิงเอ๋อที่จ้องมองชายชราทั้งสองที่โต้เถียงกันไปมา.

"ศิษย์จงซาน คารวะอาวุโสทั้งสอง."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างขึงขัง.

ชายชราสองคนที่จ้องมองมายังจงซาน.

"เป็นเจ้าใช่ใหม่ที่เป็นคนนำชิ้นส่วนหยกมาส่ง?"ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขากล่าวต่อจงซาน.

"เป็นศิษย์เอง."จงซานที่กล่าวออกมาในทันที.

"ข้าเคยบอกเจ้ามาก่อนแล้วข้าเป็นแค่เพียงคนเฝ้าประตู ส่วนเขาเป็นเพียงคนเฝ้าหอสมบัติหายาก."ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาที่ส่ายหน้าไปมา.

"ซานเหยี่ยเยี่ย ตงเหยี่ยเยี่ย จงซานได้กลายเป็นศิษย์หลักของท่านพ่อแล้ว ท่านพ่อให้ข้านำเขามายังหอสมบัติหายากเพื่อศึกษาตำรา."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาในทันที.

"อย่างงั้นรึ?"ชายชราสองคนที่หันหน้ามาจ้องมองจงซานอีกครั้ง ภายในสายตาส่องประกายสายตาที่ประหลาดใจ.

"ใช่แล้ว เช่นนั้นข้าไม่รบกวนพวกท่านเล่นหมากรุกแล้ว ข้าและจงซานขอเข้าไปในหอสมบัติก่อน เอาล่ะ ข้าคิดว่าตอนนี้ถึงตาของซานเหยี่ยเยี่ยแล้ว."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาอย่างซุกซน จากนั้นก็ดึงมือจงซานวิ่งเข้าไปในหอคอยสมบัติหายาก.

จากคำพูดของเทียนหลิงเอ๋อถึงกับทำให้ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาต้องกินเม็ดยาเซียนในทันที ด้วยหันไปพูดคุยกับจงซานกับเทียนหลิงเอ๋อทำให้พวกเขาลืมกระดาษหมากรุกไปซะสนิท.

"ฮ่าฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่า หลิงเอ๋อจะเห็น ตาต่อไปเป็นของข้า ตงเหยี่ยนเจ้าว่าจริงหรือไม่?"ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขาที่กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น.

"ไม่ใช่ว่าหลิงเอ๋อบอกตาก่อนหน้านี้หรอกรึ? นั่นก็หมายความว่า ตาต่อไปต้องเป็นข้า "ชายชราอีกคนก็โต้เถียงออกมาในทันที.

...

ชายชราทั้งสองคนยังคงโต้เถียงกันไปมาไม่หยุด ส่วนจงซานและเทียนหลิงเอ๋อได้เข้ามาในหอคอยสมบัติหายากแล้ว.

"หลิงเอ๋อ คนทั้งคู่เป็นใครอย่างงั้นรึ?"จงซานที่สอบถามเทียนหลิงเอ๋อ.

"เจ้าหมายถึงตงเหยี่ยเยี่ยและซานเหยี่ยเยี่ยนะรึ?ข้าเองก็ไม่รู้ ข้าเห็นพวกเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ซานเหยี่ยเยี่ยนั้นถูกเรียกว่าผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา ส่วนตงเหยี่ยเยี่ยนั้นถูกเรียกว่าผู้พิทักษ์สำนัก พวกเขาไม่เคยพูดคุยกับคนอื่นเลย มีเพียงแค่ข้าเท่านั้น ร้ายกาจไหมล่ะ?"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิ.

"ร้ายกาจ."จงซานที่พยักหน้า.

ผู้พิทักษ์ขุนเขา?ผู้พิทักษ์นิกาย?

จบบทที่ Chapter 104 สถาปนาแต่งตั้ง.

คัดลอกลิงก์แล้ว