เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 103 ราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง.

Chapter 103 ราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง.

Chapter 103 ราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง.


"อืม."เหว่ยไท่จงพยักหน้ารับคำ.

"ไท่จง เจ้ายังไม่บอกความจริงหยิงหลานอย่างงั้นรึ?"จงซานทอดถอนใจ.

"เฮ้ เฮ้  ปิดบังไปเช่นนี้ก็ดีแล้ว ข้าเป็นเพียงแค่ขันทีวังหลวง ไม่ต้องการให้หยิงหลานรับรู้ว่าข้าคือขันทีปู่สามของนาง ต้าเจี่ยก็ตายไปแล้ว พี่รองก็ยังมาจากไปอีก แม้แต่บุตรของพี่รองก็ยังตายไปทั้งหมดด้วย ตอนนี้ตระกูลพวกเราเหลือเพียงข้าและหยิงหลานแล้ว เวลานี้ ตราบเท่าที่หยิงหลานมีความสุข ข้าก็พอใจแล้ว."เหว่ยไท่จงส่ายหน้าไปมาด้วยความรู้สึกลึกล้ำ.

(shū gōng)ปู่(น้องของปู่)

เหว่ยไท่จง ก็คือน้องสามของกุยเอ๋อนั่นเอง.

จงซานที่จ้องมองไปยังน้องเขย ภายในดวงตาที่ดูเปล่งประกาย "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซูเหลียนเซียนไม่สงสัยตัวเจ้าอย่างงั้นรึ?"

"ซูเหลียนเซียน ฮึ!ข้ารู้ว่ามันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ทว่า เพราะว่ามัน พี่รองถึงต้องตาย? พี่รองถูกพวกมันฆ่าล้างไปทั้งตระกูล ข้าต้องการให้ซูเหลียนเซียนตาย ต้องการให้มันวอดวายทั้งตระกูล."สายตาของเหว่ยไท่จงที่เต็มไปด้วยความดุร้าย.

"แต่ว่าเจ้าก็ซ่อนตัวได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว."จงซานที่ส่ายหน้าไปมาพลางถอนหายใจ.

"ข้าก็แค่ขันทีธรรมดา ๆ  เข้าสู่ตำหนัก? แม่นางเป่าเอ๋อช่างเป็นคนที่น่าเคารพนัก แน่นอนอีกเรื่องหากไม่เพราะแม่นางเป่าเอ๋อ ท่านคงไม่ปล่อยซูเหลียนเซียนไป?ข้าคิดว่าไม่ว่าอย่างไรท่านก็ไม่ปล่อยเขาไปแน่ ท่านเป็นคนที่แข็งแกร่ง แม้แต่สวรรค์ก็ไม่สามารถขวางทาง ทว่าด้วยข้อตกลงที่เกิดขึ้นเพื่อแม่นางเป๋าเอ๋อ ข้าเองก็ไม่สามารถตำหนิท่านได้ อย่างไรก็ตามข้าก็ต้องขอบคุณแม่นางเป๋าเอ๋อที่ได้ปล่อยให้ข้าสามารถล้างแค้นด้วยตัวข้าเอง หลายสิบปีมานี้ ข้าเข้าไปในตระกูลซูแฝงตัวอยู่ในนั้นสำเร็จ ทว่าหากต้องการทำลายทั้งตระกูลยังคงเป็นเรื่องยาก เห็นได้ชัดเจนว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงได้ชักนำล่อลวงพวกเขาให้ทำลายข้อตกลงที่มีกับเจ้า เพื่อที่จะทำลายตระกูลซูให้พังทะลาย และนั่นก็จะถึงเวลาแก้แค้นของข้า ไม่เพียงแค่ท่าน ข้าก็ได้ล้างแค้นสำเร็จด้วย."เหว่ยไท่จงที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น ภายในดวงตาลึกเข้าไปนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าเคล้าน้ำตา.

"อืม เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตระกูลซูก็ถูกทำลายไปแล้ว เจ้าคงจงมีความสุขได้แล้ว."จงซานถอนหายใจ.

"ไม่เลย หลายปีมานี้ข้าเป็นผู้ดูแลวังหลวง ทำอะไรซ้ำ ๆ  เพื่อลืมเรื่องที่เกิดขึ้นบางทีความแค้นของข้ามันอาจจะมากจนเกินไป อีกอย่าง ข้าเองก็ยังไม่ได้แก้แค้นให้กับต้าเจี่ยเลย จะพึงพอใจได้อย่างไร."เหว่ยไท่จงที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"แค๊ก!!"

ถ้วยน้ำชาในมือจงซานถึงกับหล่นลงแตกกระจาย.

"เจ้าโปรดวางใจความแค้นของกุยเอ๋อนั้น ข้าสลักมันเอาไว้ในหัวใจ ไท่จื่อเหล่ยเทียน ข้าจะต้องนำหัวของมันมาเซ่นสังเวยดวงวิญญาณนางบนสวรรค์แน่ นอกจากนี้เกี่ยวกับไท่จื่อเหล่ยเทียน ข้าพอได้เบาะแสมาบ้างแล้ว."จงซานกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ขึงขัง.

"เบาะแส?เจ้ารู้รึว่าไท่จื่อเหล่ยเทียนเป็นใคร?"เหว่ยไท่จงที่กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น.

"เบาะแสเล็กน้อย ไท่จื่อเหล่ยเทียน เป็นไท่จื่ออัจฉริยะ เป็นคนที่ทรงพลังมาก ทว่าเมื่อข้าสร้างประเทศให้ยิ่งใหญ่เขาจะต้องโผล่ออกมาแน่ จนกว่าข้าจะมีพลังเทียบเท่ากับไท่จื่อเหล่ยเทียนเมื่อไหร่ วันนั้นข้าจะสังหารเขาด้วยมือข้าเอง เพื่อแก้แค้นให้กับกุยเอ๋อ."จงซานที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"เยี่ยม ฮ่าฮ่าฮ่า เยี่ยมเลย.ฮ่าฮ่าฮ่า."ดวงตาของเหว่ยไท่จงที่มีน้ำตาไหลซึมออกมา.

"อืม."จงซานพยักหน้า.

หลังจากนั้นหนึ่งเดือน วันที่ 7 ฉีเย่ว.

เมืองเสวียนทิศใต้ ที่หน้าประตูเมือง มีการสร้างเวทีขนาดใหญ่เอาไว้ เพื่อใช้ในพิธีบวงสรวง ตอนนี้มีกลุ่มคนที่ดูน่าเกรงขาม ได้เข้ามาโดยมีจงเทียนเป็นนำฝูงชนเหล่านี้ พวกเขาเป็นผู้นำทางทหารและเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนหลายคน พวกเขาเดิมทีก่อนหน้านี้เคยเป็นคนของอาณาจักรต้าคุน ในเวลานี้พวกเขาได้เดินทางมาเพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงแต่งตั้งผู้ปกครองแผ่นดินคนใหม่.

คฤหาสน์จง ห้องโถงกล้วยไม้ ซึ่งมีจงซานที่ยืนอยู่ด้านหน้าคนกลุ่มหนึ่ง จงเทียน จงเจิ้ง หยิงหลานและเหว่ยไท่จง และยังมีอีกคนผู้หนึ่งที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าที่แดงระเรื่อ มีหนวดเคราหรอมแหรม

"ต้าเกอ และแล้ววันนี้ก็มาถึง ข้ารอมานานแล้ว ต้องการเป็นเจ้าหน้าที่ภายใต้การปกครองของท่าน."ใบหน้าของชายคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น.

"หลินเซียว เจ้าคงจำได้ ข้าเคยบอกว่าเจ้าคือพี่น้องของข้าตลอดไป ไม่มีใครอีกแล้วที่เป็นพี่น้องที่ข้าไว้ใจที่สุด."จงซานที่ก้าวเข้ามาทักทายแม่ทัพที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งต้าคุน.

"อืม."หลินเซียวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนในตัวของจงซาน.

"แต่ว่า การที่สามารถสร้างชาติครั้งนี้ได้สำเร็จ โชคดีที่เจ้าเคลื่อนทัพได้อย่างรวดเร็ว."จงซานที่กล่าวออกมาในทันที.

"12 ปีแล้ว ข้าหลินเซียวรอวันนี้มานานแล้ว ในอดีตซูเหลียนเซียนที่บังอาจลบหลู่ต้าเกอ พวกเราเองก็เตรียมที่จะเข้ายึดต้าคุนมาก่อนแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นต้าเกอไม่ยินดี ตอนนี้เจ้านั่นบังอาจทำลายพันธสัญญาข้อตกลง แน่นอนข้าไม่สามารถละเลยได้เลย และมันยังเป็นวันที่ข้ารอคอย ชีวิตของข้า ต้าเกอช่วยชีวิตไว้นับสิบครั้ง ไม่งั้นข้าก็คงตายไปแล้ว ข้ายินดีที่จะติดตามต้าเกอไปชั่วลูกชั่วหลาน."หลินเซียวที่กล่าวอย่างขึงขัง.

จงซานที่ตบไปที่ไหล่ของหลินเซียว พร้อมกับพยักหน้าซาบซึ้งใจ.

หลังจากนั้น จงซานก็หันหน้าไปหาหยิงหลาน เขาขมวดคิ้วไปมา "หยิงหลาน ข้าเคยบอกเจ้าก่อนแล้ว หลังจากที่ข้าเป็นหวงตี้ ข้าจะประทานบรรดาศักดิ์ให้ แต่เจ้ากลับไม่ต้องการที่จะเป็นกงจูจริง ๆ รึ?"

"ค่ะ ข้าต้องการเป็นแม่ทัพ ข้าไม่ต้องการมีฉายาว่าเป็นกงจู."หยิงหลานที่ยืนยันอย่างหนักแน่น ในดวงตาของนางเป็นประกาย ราวกับว่าภายในใจของนางนั้นมีแผนการบางอย่างอยู่.

เหว่ยไท่จงที่ขมวดคิ้วไปมาเช่นกัน ทว่าก็ไม่ได้กล่าวอะไร ต้องไม่ลืมว่าหยิงหลานนั้นได้เลือกเอง เขาก็ต้องสนับสนุน.

"ได้ เจ้าจะได้เป็นแม่ทัพ และได้รับโชควาสนาของแผ่นดินด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าประเทศนี้ต้องล่มสลายหรือถูกทำลาย จะมีข้ากับเหล่าไท่จื่อ ทุกอย่างจะไม่มีผลต่อข้าราชบริพาร."จงซานที่จ้องมองไปยังหยิงหลานด้วยคำพูดที่จริงจัง.

เช่นนี้ เขาได้ให้ทางเลือกไว้กับหยิงหลาน เผื่อว่านางจะเปลี่ยนใจในวันข้างหน้า.

"กู่เหยี่ยเยี่ย หากว่ากู่เหยี่ยเยี่ยมีอันเป็นไป หยิงหลานยินดีที่จะใช้ชีวิตที่มี แก้แค้นให้กับกู่เหยี่ยเยี่ย."หยิงหลานที่กล่าวออกมาด้วยความกระวนกระวาย ใบหน้าท่าทางคำพูดของนางนั้นพูดจาลุกลี้ลุกลนเช่นกัน.

เห็นท่าทางของหยิงหลานแล้ว จงซานที่เผยยิ้มออกมา "ข้ารู้ ๆ ."

เหว่ยไท่จง ที่จับจ้องมองไปยังหยิงหลานด้วยท่าทางสงสัย.

"มุกคงหลิง ข้าจะมอบให้กับเจ้า ไว้ใช้งาน รู้วิธีใช้แล้วหรือยัง?"จงซานที่จ้องมองไปยังทุกคน.

"ครับ."หลินเซียว เหว่ยไท่จงและจงเจิ้งที่รับมาด้วยท่าทางตื่นเต้น.

"อืม เอาล่ะ ต่อไป พวกเราไปกันได้แล้ว."จงซานกล่าว.

"รับด้วยเกล้า"ทุกคนต่างก็พยักหน้าตอบรับอย่างพร้อมเพรียง.

นับจากนั้น จงซานที่แต่งกายที่หรูเลิศสง่างาม ก้าวเดินนำหน้าทุกคนผ่านพรมแดงที่เตรียมไว้ ก้าวออกมาที่ประตูของคฤหาสน์จง ย่างก้าวผ่านผ่านพรมแดงจากคฤหาสน์จงข้ามผ่านฝูงชนจำนวนมาก เดินตรงไปยังเวทีในดินแดนทิศใต้สถานที่บวงสรวง.

"เฮ้ เฮ้ และเฮ้!"

เสียงต้อนรับจงซาน กองกำลังหนึ่งล้านที่ส่งเสียงแซ่ซ้อง ดังสนั่นไปทั่วแผ่นดิน.

ที่บนเวทียักษ์ ยกเว้นเหว่ยไท่จง คนอื่น ๆ ต่างก็หยุดอยู่ด้านล่างเวที.

เวทีที่มีความสูงหนึ่งร้อยเมตร จงซานที่ก้าวขึ้นไปช้า ๆ  โดยมีเหว่ยไท่จงก้าวตามหลัง.

ที่ด้านบนของเวที เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ที่ตรงกลาง มีโต๊ะบูชาสัญลักษณ์บวงสรวงฟ้าดิน.

ที่บนโต๊ะบูชานั้นมีผ้าไหมปูเอาไว้ เป็นแท่นวาง เพื่อใช้วางของวิเศษ จงซานที่นำ ราชโองการ โองการฟ้า และตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์ นำมันไปวางบนแท่นพิธี.

เมื่อวางของวิเศษไว้แล้ว เขาก็คุกเข่าลง.

"คุกเข่าครั้งแรก คารวะสวรรค์."เหว่ยไท่จงเป็นคนดำเนินงานกล่าวตะโกนเสียงดังให้ทุกคนได้ยินกันทั่ว.

"คำนับ!"

จงซานที่โน้มตัวคำนับลงไปในทันที.

"คำนับอีกครั้ง."

"คำนับครั้งที่สาม."

"ลุกขึ้น!"

หลังจากคำนับครบสามครั้ง ก็ลุกขึ้นอย่างนุ่มนวล.

"คุกเข่าครั้งที่สอง คารวะปฐพี."

จงซานที่คุกเข่าลงอีกครั้ง.

"คำนับ"

"คำนับอีกครั้ง."

"คำนับครั้งที่สาม."

"ลุกขึ้น!"

จงซานที่ลุกขึ้นและถอยออกมา.

"คุกเข่าครั้งที่สาม คารวะอาณาจักร."

"คำนับ"

"คำนับอีกครั้ง."

"คำนับครั้งที่สาม."

"ลุกขึ้น!"

หลังจากคำนับครบเก้าครั้ง จงซานก็ลุกขึ้น.

ทว่าเหว่ยไท่จงในเวลานี้ ได้โค้งตัวลง พร้อมกับค่อย ๆ ถอยลงจากเวทีช้า ๆ  ก่อนที่จะมายืนอยู่ในตำแหน่งของตัวเองด้านล่าง.

จงซานที่กวาดตามองเหล่ากองกำลังนับล้าน ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความอหังการและน่าเกรงขามกับปุถุชนทั่วไป.

จงซานที่คลี่ ราชโองการ โองการฟ้าออกมา จากนั้นมือทั้งสองข้าก็ประทับตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์ลงไป พร้อมกับเผยราชโองการแรกออกมา.

"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าขอก่อตั้งอาณาจักร นาม "เจิ้ง" พร้อมประทับตรา รับโองการสวรรค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน "

ขณะที่จงซานกล่าวออกมาช้า ๆ  เมื่อเขาเปล่งอักษรราชวงศ์นาม เจิ้ง บนโองการฟ้า บนโองการฟ้าก็ปรากฏอักษรขนาดใหญ่ตัวหนึ่งขึ้นมา นามว่าเจิ้ง ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน นับจากนี้โองการฟ้าได้สร้างอีกหนึ่งราชวงศ์นามเจิ้งขึ้นมาบนแผ่นดินแล้ว.

ในเวลาเดียวกัน ที่ด้านซ้ายของโองการฟ้า นามของกษัตริย์ก็ปรากฏนาม จงซาน ขึ้นด้วยเช่นกัน.

ตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์ ก็มีชื่อกษัตริย์ปรากฏขึ้นด้วย.

ตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์ และโองการฟ้าได้เชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้ว.

"ครืน ๆ  ๆ  ๆ "

เสียงคำรามของมังกรที่ดังลั่น สั่นสะเทือนผืนปฐพี เป็นเสียงที่ทรงพลังราวกับว่าสามารถทะลวงหมู่มวลเมฆา ดังก้องกังวานไปทั่วเวที.

ในเวลานี้ ที่ด้านบนเวที ดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุที่ดูน่าเกรงขาม เป็นสายลมที่พัดแรงออกไปทุกทิศทุกทาง ราวกับว่ามังกรวารีได้มาเยือน บนหอคอยสูงเองก็ปรากฏเป็นสายลมรูปมังกร ทุก ๆ คนที่มองเห็นต่างก็รู้สึกตื่นตะลึง เป็นพายุหมุนที่รุนแรงกำลังพวยพุ่งทะยานขึ้นไปบนสรวงสวรรค์.

มังกรวายุที่พุ่งทะลวงขึ้นไปบนท้องฟ้า ทะลวงหมู่มวลเมฆ ผ่านขึ้นไปบนสวรรค์ พัดพาเหล่ามวลเมฆไปจนหมดทำให้เกิดอากาศที่ว่างเปล่า แสงอาทิตย์ที่สาดส่องไปทั่ว ส่องแสงสว่างกระทบมายังร่างของจงซานดูเด่นเป็นสง่าราวกับเทพสงคราม.

"ทรงพระเจริญ!"

"ทรงพระเจริญ!"

เสียงแซ่ซ้องดังสนั่น กลายเป็นคลื่นเสียงที่ดังลั่น เจ้าแผ่นดินต้าเจิ้ง จงซาน ผู้กุมดวงชะตา บุตรแห่งสวรรค์มังกรที่แท้จริง! ในเวลานี้สายตาของประชาชนทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความชื่นชม ภายในใจของพวกเขาที่เคยมีราชวงศ์ต้าคุนได้หายไปอย่างสิ้นเชิง โชคชะตาทั้งหมดได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่คือราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง หวงตี้ที่แท้จริง.

จงซานที่ยืนอยู่บนเวที สายตาที่ค่อนข้างตื่นตะลึงอยู่เล็กน้อย กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาไม่คิดคิดเลยว่าโองการฟ้าและตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์จะมีพลังเช่นนี้ มังกรวายุอย่างงั้นรึ?เสียงมังกรคำราม? ทั้งสองสิ่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิมังกรที่แท้จริง ไม่เพียงแต่ดูดซับวาสนาทั่วอาณาจักร โองการฟ้าที่ไม่เพียงแต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าของวิเศษทั้งสองอย่างนี้อยู่ในระดับสูงมาก.

เหล่าพสกนิกรต่างก็คุกเข่าด้วยความเคารพและชื่นชมอย่างถึงที่สุด จงซานที่เก็บตราลัญจกรหยกครรลองเก้ามังกรสวรรค์ พร้อมกับราชโองการกลับมา.

จบบทที่ Chapter 103 ราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง.

คัดลอกลิงก์แล้ว