เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 96 เจ้ากล้ามาก

Chapter 96 เจ้ากล้ามาก

Chapter 96 เจ้ากล้ามาก


"ตระหนักได้ถึงผลประโยชน์?"หยิงหลานที่จำได้ถึงคำนี้ที่จงซานเคยพูดตั้งแต่นางยังเด็ก.

"ตระหนักได้ในผลประโยชน์? ฮ่าฮ่า นั่นสินะ."จงซานที่หัวเราะออกมา เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทว่าไม่ว่าหยิงหลานจะเคยเป็นแม่ทัพก็ตาม ก็ยังมีเรื่องอีกมากที่นางยังไม่รู้.

ทว่าที่ด้านหลังจงเทียนและจงเจิ้ง ต่างก็เผยยิ้มออกมา.

"เอาล่ะ ไปกันได้แล้ว พวกเราต้องไปเตรียมตัวทำสงครามระหว่างรัฐขึ้นมาแล้ว."จงซานที่เอ่ยออกมา.

สงครามใหญ่ สงครามระหว่างรัฐอย่างงั้นรึ? ราวกับว่าจงซานมองไปยังสงครามข้างหน้าแล้ว คำพูดของฟูอี้ราวกับว่าพวกเราเป็นรัฐ ๆ หนึ่งไปแล้วรึ? ตอนนี้กำลังต่อกรกับอาณาจักรต้าคุน มันเหมือนว่าฟู่อี้นั้นได้เตรียมการเช่นนี้มาก่อนแล้ว เป็นแผนการที่จะสร้างชาติขึ้นมาจริง ๆ รึ?

เมื่อทุกคนอยู่ในห้องโถงกล้วยไม้แล้ว ทุกคนก็เริ่มหารือกันอีกครั้ง ทุกอย่างราวกับอยู่ในการคาดการณ์ของจงซาน ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามเอง ก็มีปัญหาภายในเช่นกัน ตลอดจนการรุกรานจากรัฐอื่น ตอนนี่จงซานได้วางแผนหลาย ๆ อย่าง ราวกับว่าเขาก็มีแผนการในใจอยู่แล้ว เขาที่ต้องการที่จะใช้เมืองเสวียนแห่งนี้ เผยให้เห็นความแข็งแกร่งของเขา.

"จงเทียน เจ้ากลับมาในครั้งนี้มีอะไรหรือไม่?"จงซานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ จ้องมองไปยังบุตรบุญธรรมคนโตจงเทียน.

"ความจริงลูกกลับมาในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะกล่าวลาฟู่อี้."จงเทียนที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวออกมา.

"อย่างงั้นรึ?"จงซานจ้องมองไปยังจงเทียน.

"หลายวันก่อนข้าได้สำเร็จระดับเซียนเทียน อาจารย์บอกกับข้าว่าพรสวรรค์ที่หมื่นปีถึงจะพบสักครั้ง เขาจึงต้องการนำข้าไปยังดินแดนแห่งหนึ่งที่เรียกว่า"ทวีปศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งที่นั่นมีสำนักหลักตั้งอยู่ ข้าต้องการไปฝึกฝนที่นั่นไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ เช่นนั้นข้าจึงได้ขออาจารย์ กลับมาลาฟู่อี้ที่นี่ก่อน."จงเทียนที่ขมวดคิ้วและกล่าวออกมา.

"ดีแล้ว."จงซานที่เผยยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น.

"แต่ว่า..."จงเทียนที่ต้องการกล่าวอะไรบางอย่างออกมา.

"เจ้าไม่จำเป็นต้องห่วงข้า ในเมื่อข้าเองก็อยู่ในระดับเซียนเทียนแล้ว ก็เหมือนกับปลาที่ว่ายในท้องทะเล เจ้าจงไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์ ฝึกฝนให้ดีเถอะ ด้วยอิทธิพลของข้า ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องก้าวไปถึงทวีปศักดิ์สิทธิ์ได้ เมื่อถึงเวลานั้น เมื่อเจ้าทรงพลังเพียงพอก็สามารถกลับมาช่วยข้าได้."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างหนักแน่น.

"ครับ."จงเทียนที่หายใจยาว ด้วยความวางใจ ในเมื่อฟู่อี้บอกว่าเขาแข็งแกร่งพอ ก็ทำให้เขาวางใจได้.

จงซานที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง"ทวีปศักดิ์สิทธิ์ อาจารย์ของเจ้าบอกว่าจะพาเจ้าเดินทางไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์ สถานที่เรียกว่าทวีปศักดิ์สิทธิ์เป็นแบบใหนกัน เช่นนั้นสถานที่พวกเราอยู่นี่ พวกเขาเรียกว่าอะไรอย่างงั้นรึ?"

"อาจารย์ของข้าเองก็ไม่ได้เอ่ยถึงเช่นกัน ทว่าดินแดนที่พวกเราอยู่นี้ ถูกเรียกว่า เกาะหมาป่าสวรรค์."จงเทียนที่ครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

เกาะหมาป่าสวรรค์?เป็นเกาะอย่างงั้นรึ? เป็นเกาะขนาดใหญ่มาก? คาดไม่ถึงเลยว่าที่แห่งนี้เป็นเกาะขนาดใหญ่?

จงซานที่ขมวดคิ้วไปมาก จากนั้นก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องภายในต่อ.

"หยิงหลาน ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้บัญชาการทหารของเมืองเสวียน."จงซานกล่าว

"ค่ะ."หยิงหลานที่พยักหน้าตอบรับด้วยท่าทางตื่นเต้น.

"จงเจิ้ง."จงซานที่จ้องมองไปยังบุตรบุญธรรมของเขา.

"ครับ จงเจิ้งที่เร่งรีบตอบรับคำในทันที.

"บางทีเจ้าอาจจะยังไม่รู้ ทว่าต้องรู้ด้วยว่าฟู่อี้ของเจ้านั้นได้ให้เจ้าศึกษาทักษะในการบริหาร และศึกษาความเป็นไปได้ต่าง ๆ  หลายปีมานี้ ข้าให้เจ้ารับผิดชอบเกี่ยวกับการค้า ให้เจ้าเข้าใจเกี่ยวกับสินค้า รู้จักบริหารสินค้าและบริหารคน หลังจากนี้ข้าจะทำการสร้างชาติขึ้นมา และก่อตั้งราชวงศ์ผู้ปกครอง เจ้าเตรียมพร้อมแล้วรึยัง?"จงซานที่จ้องมองไปยังบุตรบุญธรรมพร้อมกับรอยยิ้ม.

บางที ยกเว้นหยิงหลาน จงเทียนและจงเจิ้งอาจจะได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากเขาเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับการสร้างชาติ.

"ครับ ตั้งแต่เด็กแล้วข้าก็รอคอยวันนี้มาตลอด."จงเจิ้งกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"ดีเช่นนั้นจะต้องเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของผู้คน หยิงหลานจะรับผิดชอบดูแลกองทัพ ทว่าเจ้าจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับประชาชนทั่วไปในเมือง รักษาความสงบดูแลความปลอดภัยของคนในเมือง แผนการขึ้นอยู่กับเจ้า ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย สอดส่องดูแลความเป็นไปในเมืองทั้งหมด เจ้าจะต้องเป็นผู้ดูแลกองปราบ ตัดสินและลงโทษพวกเรา."จงซานที่กล่าวอย่างจริงจัง.

"ครับ."จงเจิ้งที่รับคำสั่งมา.

"ส่วนเจ้าจงเทียน."จงซานที่จ้องมองไปยังจงเทียน.

"บุตรพร้อมแล้ว."จงเทียนที่กล่าวออกมาทันที.

จงซานที่นำศิลาหยินและศิลาหยางออกมาจากแหวนเก็บของพร้อมกับยื่นให้กับจงเทียนและกล่าวว่า"เจ้าเองเพิ่งก้าวไปถึงระดับเซียนเทียน ในตอนนี้ จงเร่งรีบบำเพ็ญ ให้ก้าวไปอีกระดับให้พร้อมที่จะรับมือกับเหล่าศัตรู."

"ครับ"จงเทียนที่รับมาในทันที แม้เขาค่อนข้างประหลาดใจเป็นอย่างมากที่เขาได้รับศิลาวิญญาณทั้งสองชนิดมา.

"อืม พวกเจ้าออกไปได้แล้ว."จงซานที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

"รับทราบ."คนทั้งสามรับคำและจากไปในทันที.

ขณะที่ทุกคนจากไปแล้ว จงซานที่เอ่ยออกไปเบา ๆ  "อันหวง เข้ามา."

"ขอรับ จู่เหริน."ปรากฏเงามืดขึ้นที่มุม ๆ หนึ่ง ก่อนที่เขาจะก้าวออกมาช้า ๆ ในชุดคลุมสีดำ.

"นั่ง."จงซานที่กล่าวต่ออันหวง.

"ครับ."อันหวงพยักหน้า พร้อมกับนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ถัดมาจากจงซาน.

"หลายวันมานี่ ข้าคิดว่าอันเย่ตังถูกส่งออกมาหมดแล้ว พวกเจ้าคงจะประจำการอยู่นอกเมือง?"จงซานสอบถาม.

"ครับ อันเย่ตังของพวกเราได้รวบรวมนักฆ่าเป็นจำนวนมากผสมรวมเข้ากับกองทัพแล้ว พวกเราได้แฝงตัวอยู่ในกองทัพได้อย่างสมบูรณ์ตราบเท่าที่จูเหรินสั่งการ พวกเราไม่ลังเลเลยถ้าจะเด็ดหัวเหล่าขุนพลของศัตรู ทว่าพวกเขาได้ร่วมมือกับตระกูลใหญ่และตระกูลราชวงศ์ซึ่งมีผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนขั้นสูง บางทีอาจจะไม่ใช่งานง่ายนัก."อันหวงที่คิดครู่หนึ่งก่อนที่จะกล่าวออกมา.

" 12 ผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนอย่างงั้นรึ? นับว่ามีไม่น้อย แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับคนพวกนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนเทียนเอง ก็ยากที่จะรอดพ้นจากหน้าไม้เพลิงหลายพันได้ ทว่าผู้เชี่ยวชาญเซียนเทียนระดับสูงนั้น จำเป็นต้องใช้หน้าไม้แปดแรงวัวเท่านั้น พวกเขาย่อมไม่กล้าที่จะเข้ามารุกรานเข้ามาโดยไร้ซึ่งแผนการ ส่วนเหล่าขุนพลคนอื่น ๆ  ข้าต้องการข้อมูลและรายชื่อพวกเขา ตลอดจนที่ตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ของค่าย หากเสร็จแล้วให้ถอนตัวออกมาในทันที."จงซานที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"ครับ."อันหวงพยักหน้า.

สองวันหลังจากนั้น เมืองเสวียนทิศใต้ ภายในค่ายทหาร  12 ผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนประชุมกันอีกครั้ง.

บรรพชนตระกูลซูเป็นคนเอ่ยปากกล่าวออกมาคนแรก "ผ่านมาหกวันแล้ว เหลียนเซียน เจ้าบอกว่าภายในเมืองจะเกิดโกลาหล และเมืองเสวียนจะพังทลายด้วยตัวเอง ตอนนี้ไม่เห็นมีวี่แววจะเกิดขึ้นเลย นอกจากนี้ ที่เหนือกำแพงเมือง คนทั่วไปยังช่วยกันสร้างเครื่องป้องกันมากขึ้นและก็มากขึ้นอีกด้วย."

ไทซ่างหวงตี้ ซูเหลียนเซียนขมวดคิ้วไปมา ภายในดวงตามีความกังวลแฝงอยู่ "บางทีข่าวที่ได้มาจากบุตรบุญธรรมของจงซาน อาจเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อรบกวนการตัดสินใจขอพวกเรา."

太上皇Tàishànghuáng  หวงตี้ที่สละราชสมบัติ.

"ไม่น่าจะใช่เช่นนั้น ฟู่หวง."หวงตี้ซูเจิ้งเต๋อที่เอ่ยปากออกมาในทันที.

"ทำไมอย่างงั้นรึ?"ทุกคนที่จ้องมองไปยังซูเจิ้งเต๋อ.

"บางที จงซานอาจจะไม่ได้บาดเจ็บหนักจริง ๆ  ตอนนี้เหล่าคนทั่วไปเข้ามาช่วยเหลือการป้องกัน อาจจะเป็นเพราะกระทำตามคำสั่งจงซาน เพราะว่า แม้ว่าประชาชนเมืองเสวียนนั้นจะไม่ได้ซาบซึ้งในบุญคุณของรัฐต้าคุน ทว่าก็ไม่กล้าที่จะก่อกบฏ ตอนนี้กลับตัดสินใจที่จะกบฏ มีเพียงแค่เหตุผลเดียว คือจงซานออกมาแล้ว."ซูเจิ้งเต๋อที่เอ่ยปากออกมาทันที.

กับคำพูดของซูเจิ้งเต๋อนั้น ทุกคนต่างก็เห็นด้วย หากว่านี้เป็นการกระทำของจงซาน ก็ดูสมเหตุผล การที่ไม่เกิดจลาจล เนื่องด้วยมีศูนย์รวมจิตใจ หากปรกติทั่วไปประชาชนย่อมไม่กล้าที่จะก่อกบฏแน่นอน.

ท้ายที่สุดทุกคนต่างก็เห็นตรงกัน ไท่ซ่างหวง ซูเหลียนเซียนที่เอ่ยปากออกมา "พรุ่งนี้ ข้าจะนำกองกำลังไปท้าทายประตูทิศใต้ เพื่อดูว่าจงซานออกมาจริงหรือไม่?"

"อืม."ทุกคนต่างก็พยักหน้า.

เช้าวันถัดมา กองกำลัง 200,000 ได้ยกเข้ามาเตรียมเข้าโจมตีที่ประตูทิศใต้ นำมาโดย 12 ผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียน ทุกคนต่างนั่งอยู่บนม้าศึก จ้องมองออกไปยังประตูเมืองที่สูงตระหง่าน

เหนือขึ้นไปบนป้อมปราการกำแพงเมือง หยิงหลานที่กุมกระบี่ยืนอยู่ จ้องมองอย่างไม่แยแส พื้นที่รอบ ๆ กำแพงเมืองนั้น ได้มีการติดตั้งเครื่องยิงหน้าไม้เอาไว้หมดแล้ว หยิงหลานที่ไม่ตื่นตกใจเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าที่ด้านนอกกำแพงเองก็เต็มไปด้วยคูน้ำ แม้ว่าจะไม่ได้กว้างขวางนัก ทว่าก็ยากที่กองกำลัง ม้าศึกจะเข้ามาได้ และกองกำลังด้านหน้าตอนนี้ได้ทำการล้อมประตูเมืองทิศใต้อยู่เพียง 200,000 นายไม่ใช่กองกำลังทั้งหมด.

12 ผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียน และมีชายอีกหนึ่งคนที่มีอายุราว ๆ  40 ปี ซูเหลียนเซียน ที่นั่งอยู่บนม้าศึกเป็นผู้นำทัพมาในครั้งนี้.

"จงซาน เจ้าอยู่ใหน?"ซูเหลียนเซียนที่ตะโกนคำรามออกไปยังกำแพงเมืองที่อยู่ด้านหน้า.

ด้วยการตะโกนของผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนนั้น สามารถได้ยินกว่าสิบลี้ ไม่ต้องเอ่ยเลยว่า คนทั่วทั้งเมืองต่างก็ได้ยินเสียงคำรามที่ทรงพลังนี้ทั้งหมด.

ในเมืองเสวียน ในเวลาเดียวกัน จงซานก็เคลื่อนไหว เดินทางมายังประตูเมืองทางทิศใต้ด้วยเช่นกัน.

ภายใต้การควบคุมสถานการณ์ภายในเมืองโดยจงเจิ้งโดยเฉพาะ ประชาชนทั่วไปส่วนมากจะอยู่ในบ้าน หรือโรงแรม ไม่ได้มาวุ่นวายอยู่รอบ ๆ ถนน จงซานที่ผ่านถนน มีประชาชนมากมายหลากหลายต่างก็เผยสีหน้าที่ชื่นชม เทิดทูนเขาเป็นอย่างมาก.

ทุกคนรอบทิศทางมีจำนวนไม่น้อย ที่อยู่ตามร้านค้า พ่อค้าและคนงานต่างก็ยืนให้ความเคารพเขาอย่างที่สุด ขณะที่จงซานกำลังเดินทางไปยังหอคอยประตูเมืองทิศใต้.

"เซียนเซิงจง."

"ประมุขจง."

เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญจงซาน ดังก้องไปรอบ ๆ .

สภาพภูมิประเทศของเมืองเสวียนนั้นไม่ธรรมดา คูน้ำรอบ ๆ เมืองเสวียนนั้น ทำให้ที่ด้านในเมืองเป็นคูน้ำสูงขึ้นไปเป็นธรรมดา จงซานที่ก้าวขึ้นไปบนประตูเมือง โดยมีทหารผู้คุ้มกันอยู่รอบ ๆ ด้วย.

เมื่อจงซานเดินทางมาถึงป้อมปราการประตูเมืองทิศใต้ ขณะที่เข้ายืนอยู่บนป้อมปราการก็สามารถที่จะมองเห็นกองกำลังทั้งหมด.

หยิงหลานที่เห็นจงซานเดินทางมา ทันใดนั้นก็กุมกระบี่ประจำการเตรียมพร้อมเอาไว้.

"จงซาน เจ้ายังจำข้าได้อยู่รึ?"ซูเหลียนเซียนที่นั่งอยู่บนม้าศึกจ้องมองขึ้นไปบนป้อมปราการ.

และคนอื่น ๆ ตอนนี้ต่างก็เห็นจงซานก้าวออกมาแล้วเช่นกัน

สายตาที่เย็นชาจ้องมองอย่างเย็นชา กวาดตามองเหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียน ก่อนที่สายตาสุดท้ายจะจับจ้องไปที่ซูเหลียนเซียน.

"ซูเหลียนเซียน."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างขึงขัง.

"จงซานเจ้ายังจำข้าได้อยู่รึ?เจ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างรึไงที่ได้กระทำอาชญากรรม ซ่องสุมกองกำลังทหาร และต่อต้านการปกครองของอาณาจักรต้าคุน เวลานี้ข้าและคนอื่น ๆ ได้เตรียมการกำจัดเจ้าที่บังอาจเป็นโจรกบฏแล้ว เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีก."ซูเหลียนเซียนที่ตะโกนออกไปเสียงดัง.

ซูเหลียนเซียนไม่เพียงตะโกนให้จงซานได้ยินเท่านั้น เขายังจงใจให้เหล่าทหารที่อยู่ด้านหลังได้ยินด้วย แม้ว่าจงซานจะเป็นพ่อค้า ทว่าเขากลับมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในอาณาจักรต้าคุน เขามีเงินมากมายที่สุด และยังกระทำการสนับสนุนการกุศลนับไม่ถ้วน คนทั่วทั้งรัฐหนึ่งในห้าของประชาชนทั่วไป ต่างก็ได้รับการช่วยเหลือจากเขา และแน่นอนว่าภายในกองทัพนั้นก็ยังมีคนไม่น้อยที่ยังคงจงรักภักดีต่อจงซาน การที่เคลื่อนทัพออกมาจัดการจงซานเช่นนี้ แน่นอนว่ามีโอกาสที่จะนำความพินาศและความอับอายมาสู่ตัวเองสูงเช่นกัน.

สายตาของจงซานที่จับจ้องมองไปยังซูเหลียนเซียน.

"ซูเหลียนเซียน เจ้าคือไท่ซางหวงตี้ของอาณาจักรต้าคุน ในอดีตนั้นเจ้าเคยพูดคุยกับข้าที่ห้องโถงกล้วยไม้ เจ้าได้ดื่มสุราสาบานและให้คำมั่นกับข้าว่า ตราบเท่าที่ตระกูลซูไม่เข้าโจมตีข้า, ข้าจงซานก็จะไม่มีวันทรยศอาณาจักรต้าคุน และข้าเองก็ไม่เคยก่อกบฏเลยแม้แต่น้อย ข้าเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า ไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้เจ้าจะตะบัดสัตย์ นำกองกำลังกว่า 800,000 คนเข้ามาสังหารข้า."จงซานที่กล่าวออกไปเสียงดัง.

กับคำพูดของจงซาน ก่อนที่ซูเหลียนเซียนจะได้กล่าวอะไรออกไป จงซานก็ได้กล่าวว่าซูเหลียนเซียนนั้น ว่าเป็นคนละเมิดสัญญาก่อน แล้วเช่นนี้จะให้เขาทำเช่นไร?

"ในความเห็นของข้า เจ้าเดินทางมาหาข้า คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะส่งมือสังหารมา พร้อมกับสังหารบุตรบุญธรรมของข้าไป  เจ้ากล้ามาก!"จงซานที่ตะโกนออกไปเสียงดังชัดเจน.

เจ้ากล้ามาก!

ทุกคนถึงกับหยุดชะงัก กับคำพูด"เจ้ากล้ามาก"คำพูดเช่นนี้เป็นคำพูดที่จงซานนั้นยืนอยู่เหนือหวงตี้ การที่เขากล่าวออกมาเช่นนี้ต่อซูเหลียนเซียน เป็นหนึ่งในอุบายที่จะใช้โค่นบัลลังก์อย่างงั้นรึ?

จบบทที่ Chapter 96 เจ้ากล้ามาก

คัดลอกลิงก์แล้ว