เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 77 ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็นกองทหารทั้งสิ้น

Chapter 77 ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็นกองทหารทั้งสิ้น

Chapter 77 ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็นกองทหารทั้งสิ้น


草木皆兵 Cǎomùjiēbīng “เฉ่ามู่เจียปิง” หรือ เหมาว่าต้นไม้ใบหญ้าต่างเป็นทหารศัตรู ถูกนำมาเป็นสุภาษิต ใช้เปรียบเทียบกับอาการกลัวเกินกว่าเหตุ กลัวจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน

หลังจากที่เข้ามาในพายุทรายหลายร้อยก้าว ทันใดนั้น พายุทรายที่ทรงพลังมากมายดูเหมือนจะซัดตลบอบอวล ราวกับว่ามันถูกขวางกั้นด้วยอะไรบางอย่างที่ลึกอยู่ด้านใน.

มีประตูบานหนึ่ง ที่มีขนาดใหญ่สูงกว่า 300 เมตร รอบ ๆ ประตูนั้นมีพายุทรายที่เกรี้ยวกราดกำลังหมุนวนอยู่รอบ ๆ  ประตูโทน ๆ ที่ปรากฏขึ้นบนอากาศ ราวกับว่ามันเป็นประตูที่จะไขเข้าไปสู่อีกมิติหนึ่ง ดูแข็งแกร่งทรงพลังน่าเกรงขามมาก.

ที่ด้านหน้าของประตูนั้นดูเหมือนว่าจะมีหมอกสีขาวจาง ๆ อยู่ ทำให้ทุกคนไม่สามารถมองเห็นด้านในได้อย่างชัดเจน ทว่าที่ด้านบนของประตูเหนือขึ้นไปนั้น มีป้ายหยก พร้อมกับสลักอักษรขนาดใหญ่ บาดเจ็บ(伤) เป็นประตูบาดเจ็บ(伤) ที่เขียนด้วยอักษรที่น่าขนลุกน่าเกรงขามไม่น้อย.

ประตูบาดเจ็บ(伤)!

ท่ามกลางประตูทั้งแปดนั้น ประตูบาดเจ็บ(伤) หมายถึงตำแหน่งแห่งอันตรายและความโชคร้าย.

ด้วยการนำของกงจูเฉียนโหยว นางไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ยังคงนำคนทั้งหมดตรงเข้าไปในประตูดังกล่าว.

จงซาน ที่กุมมือหญิงสาวทั้งสองและตามเข้าไป.

ทันใดนั้น สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก็เปลี่ยนไปในทันที จากตอนแรกที่เป็นพายุทรายที่พัดกระหน่ำ ทันใดนั้นก็ลายเป็นทุ่งหญ้าที่สุดลูกหูลูกตา มองเห็นท้องฟ้าที่สูงขึ้นไปและพื้นดินเป็นสีแดง เป็นสีแดงที่ถูกชโลมไปด้วยโลหิต จากนั้นไม่นาน ก็ปรากฏกองทัพหนึ่งกองขึ้นมาด้านหน้าในทันที เป็นกองทัพที่ปรากฏขึ้นมาจากทุ่งหญ้า พร้อมกับพุ่งตรงตวัดอาวุธเข้าห้ำหั่นมายังทุกคน.

เป็นทหารที่ดูทรงพลังน่าหวาดกลัวมาก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระหายโลหิต ร่างกายที่โชกไปด้วยสีแดงอาบโลหิต ทหารเกือบทุกคน มีบาดแผลเต็มไปหมด พวกเขาที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่า.

เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดวงตาของจงซานที่หรี่เล็กลง เพ่งพิศไปยังกองทัพดังกล่าว.

หึ.

ทั้งหมดนั่นเป็นภาพลวงตา จงซานที่สามารถยืนยันได้ทันที เขาที่อดทนใช้ชีวิตมาหลายต่อหลายปีด้วยความเจ็บปวด ได้ขัดเกาปราสาทสัมผัสและหัวใจให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา เพียงแค่ภาพลวงตาที่อ่อนแอเช่นนี้คิดจะมาหลอกลวงเขาได้อย่างงั้นรึ?

แทบจะในทันที จงซานที่ราวกับว่าถูกดีดออกมาจากสนามรบ ทันใดนั้น เหล่าทหารก็ถอยออกไปในทันที ทุกอย่างรอบ ๆ กำลังถูกผลักให้ถอยออกไป และจงซานก็ถูกส่งเข้าไปในความว่างเปล่า ราวกับว่าพื้นที่รอบ ๆ นั้นไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย ทว่าจงซานก็ยังสัมผัสได้ว่า ทุกอย่างนั้นกำลังโคจรหมุนวนอยู่รอบ ๆ ร่างกายของเขา.

สภาพแวดล้อมที่หมุนวนรอบ ๆ ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วนั้น ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง พื้นที่รอบ ๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว สนามรบได้เปลี่ยนไป มันกลายเป็นถ้ำแห่งหนึ่งที่มีอสรพิษมากมาย เป็นอสรพิษที่กำลังเลื้อยไปมาพร้อมกับมีศพมากมายที่นอนกองกันอยู่รอบ ๆ  อสรพิษที่ปล่อยพิษออกมาไม่หยุดหย่อน และจงซานก็พบว่าเขาตอนนี้ได้ยืนอยู่ใจกลางของหลุมที่เต็มไปด้วยอสรพิษ เป็นใจกลางหลุมที่มีอสรพิษนับหมื่นตัว.

จงซานยังคงใจเย็น ในเมื่อเขารู้ว่ามันเป็นภาพลวงตา จงซานจึงยังรักษาสมาธิได้ เหล่าอสรพิษรอบ ๆ ร่างกายของเขานั้นไม่มีผลอะไรกับเขาเลย จากนั้นพื้นที่รอบ ๆ ก็เปลี่ยนไปอีกเป็นปิศาจร้ายที่หิวโหยกำลังเข้ามาแทะร่างกายของเขา..........

เกิดภาพลวงตาทั้งหมดแปดอย่าง ทว่าจงซานก็ยังสุขุมไร้ซึ่งผลกระทบ ไม่มีภาพลวงตาใหนที่จะสั่นคลอนจิตใจเขาได้เลย?

หลังจากนั้นภาพลวงตาทั้งหมดก็สลายไป ก่อนที่จงซานจะกลับมาสู่โลกความจริง.

มีคนทั้งหมด 16 คนในกลุ่มของเขา ทุกคนกำลังยืนอยู่บนลานกว้างแห่งหนึ่ง ทว่าที่ไกลออกไปนั้น ดูเหมือนว่าจะมีคนหลายร้อยคนที่เข้ามาก่อนพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังอยู่ในสภาวะสับสน หลาย ๆ คนอยู่ในท่าทางประหลาด หลายคนที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับเริ่มต่อสู้กับคนอื่น ๆ  ที่ไกลออกไปนั้น มีประตูอีกบานที่มีขนาดใหญ่ ทว่าที่ด้านบนประตูนั้นไม่มีป้ายใด ๆ อยู่บนประตูดังกล่าวนั่น.

จงซานที่เห็นว่ามีบางคนที่เข้าไปในประตูแห่งนั้นหลังจากที่พวกเขาได้สติขึ้นมา ดูเหมือนว่าคนที่หลุดออกมาได้จากภาพลวงตาถึงจะมีสิทธิเข้าไปในประตูต่อไป.

ไม่นานหลังจากนั้น หยิงหลานก็ได้สติ เทียนหลิงเอ๋อและเป่ยชิงซือเองก็ดูเหมือนว่าจะได้สติก่อนจงซานอีกด้วย.

"จงซาน เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาอย่างงั้นรึ? เจ้าเองก็เหมือนกัน เมื่อเจ้าเข้ามา เห็นนิ่งเงียบไปเป็นอะไรอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามจงซานด้วยเสียงแผ่วเบา.

จงซานถึงกับพูดไม่ออก เทียนหลิงเอ๋อไม่ได้พบกับภาพลวงตาเลยอย่างงั้นรึ?มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

"กู่เหยี่ยเยี่ย ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย ข้าเคยใช้ค่ายกลเพื่อลวงหลอกศัตรูมาตลอด วันนี้ต้องพลาดท่าตกอยู่ในค่ายลที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ น่าอัศจรรย์ใจนัก"หยิงหลานที่อุทานออกมา.

เป่ยชิงซือที่อยู่ข้าง ๆ เขา นางไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพียงแค่จ้องมองไปรอบ ๆ พร้อมกับขมวดคิ้วไปมา ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่.

กงจู่เฉียนโหยวเองก็กลับมาสู่ความเป็นจริงนานแล้วเช่นกัน นางเองก็เหมือนกับจงซาน ที่รับรู้ได้ว่าทั้งหมดที่พบเจอนั้นคือภาพลวงตา อย่างไรก็ตาม นางก็ไม่ได้พยายามที่จะปลุกคนอื่น ๆ  นางที่สังเกตท่าทางผู้ติดตามทั้งสิบคน.

นี่คือ "ค่ายกลลวงใจ."เป็นค่ายกลที่สะกดปราสาทสัมผัสของคนอื่น ๆ  หากว่าไม่มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งพอ จะทำให้สับสนบ้าคลั่ง จนบางครั้งอาจจะสามารถสังหารพวกเดียวกันได้เลย ถือว่าเป็นค่ายกลที่ทรงพลังที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากในการเอาชนะศัตรู.

องค์รักษ์ซ้ายขวาของนาง อาต้าและอาเอ้อ ไม่ได้ทำให้นางผิดหวัง พวกเขาเองก็คืนสติได้ ในเวลาไม่นาน.

กู่หลิน ในเวลานี้กำลังลงไปนอนกลิ้งไปมา ร่างกายสั่นสะท้าน ตัวสั่นงันงก กงจูเฉียนโหยวที่จ้องมองไปที่เขาด้วยท่าทางรังเกียจ.

ผู้ใต้บังคับบัญชาของนาง 8 คน ห้าคนตอนนี้ฟื้นแล้ว มีเพียงแค่สามคนที่ยังไม่ได้สติ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังจะอยู่ย่ำแย่ทีเดียว หนึ่งคนที่กำลังถอดเสื้อผ้าออก อีกหนึ่งคนที่ยกกระบี่ขึ้นพร้อมกับทะลวงไปรอบ ๆ  ส่วนคนที่สามตัวสั่นงันงกเหมือน ๆ กันกับกู่หลิน.

ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการตรวจสอบความแข็งแกร่งด้านจิตใจผู้ติดตามของนาง แต่ที่คาดไม่ถึงนั้นนางพบว่ากลุ่มของจงซานนั้นฟื้นคืนสติได้อย่างรวดเร็ว พวกเขามีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนในระดับแกนทองเลยอย่างงั้นรึ?

นางยังพอเข้าใจได้ว่าหญิงสาวผมขาวนั่นอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นแกนทองแล้ว ทว่าอีกสามคนล่ะ?เทียนหลิงเอ๋อที่ราวกับว่าจะไม่ได้รับผลอะไรเลย เพราะว่านางยังไร้เดียงสาและไม่ได้มีจิตใจชั่วร้ายอะไร อย่างไรก็ตาม อีกสองคนที่เหลือล่ะ?จงซาน?หรือหญิงสาวชุดดำ?

หญิงสาวในชุดคลุมดำนั่นยังไปไม่ถึงระดับเซียนเทียนด้วยซ้ำ นางกลับสามารถหลุดออกมาจากภาพลวงตาง่าย ๆ เลยรึ? แน่นอนว่ากงจูเฉียนโหยวอาจจะไม่รู้ว่าหยิงหลานนั้นได้เข้าสู่สนามรบตั้งแต่อายุ 12 ปี นางที่ผ่านความเป็นความตายมากมายหลายครั้งนับไม่ถ้วน สภาพจิตใจของนางย่อมแข็งแกร่งเพียงพอที่จะผ่านภาพลวงตาได้.

กงจู่เฉียนโหยวที่ชำเลืองมองไปยังสามผู้ใต้บังคับบัญชาและกู่หลินพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น นางรู้สึกไม่พอใจกับพวกเขาที่ไร้ความสามารถจริง ๆ

"หึ!"

กงจูเฉียนโหยวที่แค่นเสียงส่งพลังที่แปลกประหลาดกระแทกเข้าไปในรูหูของคนทั้งสี่ที่กำลังสับสนบ้าคลั่งอยู่.

ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง.

พวกเขาที่นิ่งงันสั่นสะท้านก่อนที่จะค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา.

"เฉียนโหยว เฉียนโหยว เกิดอะไรขึ้น? มันเกิดอะไรขึ้น?"กู่หลินที่ชโลมไปด้วยเหงื่อใบหน้าที่ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังหวาดกลัวในภาพลวงตาอย่างรุนแรง.

"อาเอ้อ."เฉียนโหยวที่เอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล.

"ครับ."อาเอ้อที่โค้งคำนับตอบรับในทันที.

ด้วยการสะบัดมือไปมา ก้อนกวาดอีกหลายก้อนที่ถูกลอยออกไปยังกลุ่มคนด้านหน้าที่ยังติดอยู่ในภาพลวงตา เขาที่ใช้กำลังพอเหมาะโจมตีไปยังคนที่อยู่รอบ ๆ .

เป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ด้านหน้าก็ราวกับว่าจะตื่นจากฝันร้าย พวกเขาได้สติกลับคืนมา กลับมาสู่ความเป็นจริง หลังจากที่พวกเขามองเห็นประตูขนาดใหญ่ด้านหน้า ทุกคนก็รีบเร่งเข้าไปด้านในโดยที่ไม่หันหลังกลับมาเลย.

กงจูเฉียนโหยวที่ชำเลืองมองกลุ่มของจงซานด้วยความประหลาดใจ ปรากฏรอยยิ้มและความสนใจอยู่เหมือนกัน.

"เดินทางต่อ."กงจูเฉียนโหยวที่ออกคำสั่ง.

พวกเขาทุกคนที่ตามกงจู่เฉียนโหยวเข้าไปยังประตูต่อไป.

ก่อนที่จะเข้าประตู กงจูเฉียนโหยวที่หยุดและหันกลับมายังผู้ติดตามและกล่าวออกไปว่า"ค่ายกลลวงใจ คือค่ายกลที่ทดสอบความแข็งแกร่งของจิตใจ ในประตูบาดเจ็บ(伤) เป็นตำแหน่งของอันตรายและความโชคร้าย ทดสอบทั้งจิตใจและร่างกายตามที่เซียนเซิงสุ่ยจิง ได้บอกไว้ เพียงแค่ทดสอบจิตใจก็ย่ำแย่แล้ว ต่อไปทดสอบทั้งร่างกายและจิตใจอย่าได้ทำให้ข้าขายหน้าอีก."

"ครับ."ชายสามคนที่ถูกครอบงำจิตใจก่อนหน้านี้ตอบรับด้วยความอับอาย.

ส่วนกู่หลิน ยังคงเงียบ ราวกับว่าเขานั้นไม่มีตัวตน.

"เช่นนั้น ไปกันได้."กงจู่เฉียนโหยวกล่าว.

เมื่อพวกเขาเข้ามาในประตูที่สอง ก็ปรากฏเป็นทุ่งหญ้าเหมือนกับที่เคยเห็นก่อนหน้า ทว่าตอนนี้กลับไม่มีร่องรอยของประตูที่สามเลย.

โลกแห่งนี้ไม่มีดวงตะวันบนท้องฟ้า มีเพียงแค่ดวงตาขนาดมหึมาที่ส่องประกายแสงส่องลงมายังพื้นด้านล่าง ราวกับกำลังจ้องมองด้านล่างอยู่.

"นี่คือค่ายกลดวงตาอย่างงั้นรึ?"กู่หลินที่จ้องมองไปยังบนท้องฟ้าที่ไม่มีดวงตะวันแต่กลับเป็นเป็นดวงตาขนาดใหญ่ก็รู้สึกประหลาดใจ.

"นี่คือค่ายกลดวงตา ดวงตามังกรกำลังจ้องมองพวกเราอยู่ พวกเราจะต้องหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อไปให้ถึงดวงตามังกร."เฉียนโหยวกล่าวออกมาพร้อมกับพยักหน้า.

"เช่นนั้นก็บินขึ้นไปบนนั้น."กู่หลินที่ตอบกลับออกมาในทันที.

"ที่นี่ไม่ใช่โลกด้านนอก บินอย่างงั้นรึ? ดวงตามังกรนั้นอยู่สูงเกินกว่าที่เจ้าจะบินขึ้นไปถึง นี่คือค่ายกลที่ผสมระหว่างความจริงและภาพลวงตา การจะไปถึงดวงตามังกรนั้น พวกเราจะต้องค้นหาประตูล่องหนให้เจอ."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"ประตูล่องหน? มันอยู่ที่ใหนล่ะ?"กู่หลินถาม.

"พวกเราจะมองเห็นมันในไม่ช้า รอคอยให้เซียนเซิงสุ่ยจิงทำภารกิจในฝั่งของเขาเสร็จ ประตูล่องหนก็จะปรากฏตัวออกมา พวกเราแค่รักษาที่มั่นเอาไว้ก็พอ."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"เช่นนั้นพวกเราก็ถอยออกไปก่อน ให้อาต้าอยู่ที่นี่ เมื่อประตูล่องหนปรากฏ ค่อยให้เขาไปแจ้งพวกเรา."กู่หลินที่กล่าวออกมาอย่างอหังการ ราวกับว่าเขาเป็นคนที่สามารถแสดงความคิดที่ยอดเยี่ยมได้.

"ถอยอย่างงั้นรึ? ในเมื่อเจ้าเข้ามาในประตูแล้ว ไม่สามารถกลับออกไปได้."กงจู่เฉียนโหยวกล่าว.

"ไม่สามารถออกไปได้?"กู่หลินที่แสดงท่าทางประหลาดใจ.

"หากว่าเจ้าออกไปยังประตูอื่นแล้ว ตำแหน่งนั่นจะไม่ใช่ประตูบาดเจ็บ(伤)อีกต่อไป พวกเราจะไปปรากฏที่ประตูอื่น ๆ ที่เหลือทั้งเจ็ด เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมายังที่นี่อีกครั้ง."กงจู่เฉียนโหยวกล่าวเตือน.

"หืม?"กู่หลินไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาได้ยินเลยแม้แต่น้อย.

จงซานที่จ้องมองรอบ ๆ ทุ่งหญ้าแห่งนี้.

แม้ว่าพื้นดินนั้นจะไม่ได้โชกไปด้วยโลหิต อย่างไรก็ตามเขายังสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ไม่มีสิ้นสุดแฝงเอาไว้อยู่.

จงซานสามารถมองเห็นได้ว่ากลุ่มคนที่เข้ามาก่อนพวกเขานั้นกำลังถูกกองทัพเข้าปิดล้อมพวกเขาอยู่.

กองทัพ?กองทัพมาจากใหนกัน?ไม่ใช่ว่าค่ายกลนี้มีแค่เพียงคนเดียวเป็นผู้ควบคุมหรอกรึ?

ขณะที่จงซานสงสัย ทันใดนั้นเขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งไม่ไกลออกไป ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นหญ้า มันเติบโตขึ้นมาในทันที จากนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรูปร่างของมนุษย์ กิ่งก้านของพวกมันกลายเป็นอาวุธ พร้อมกับพุ่งตรงเข้าล้อมรอบกลุ่มคนดังกล่าวเพื่อสังหารพวกเขา? วัชพืชต่าง ๆ เปลี่ยนเป็นกองทัพ?ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็นกองทหาร?

จบบทที่ Chapter 77 ต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็นกองทหารทั้งสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว