เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 76 ทะลวงค่ายกล.

Chapter 76 ทะลวงค่ายกล.

Chapter 76 ทะลวงค่ายกล.


ด้วยสถานะของจงซานในเวลานี้ การจะหาจี้หยกเก้ามังกรสวรรค์นั้นแทบจะเป็นแค่ความฝัน ทว่าคงจะไม่ได้ลำบากนักหากว่าลอบตามคนเหล่านี่ไปอาจจะโชคดีคว้ามันมาได้.

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ยังไม่มืดนักเขาจึงยังไม่สามารถส่งร่างเงาออกไปได้ ตอนนี้จึงทำได้แค่รอ.

เวลาผ่านไป ในที่สุดวันที่จะทะลวงค่ายกลก็มาถึง ตราบเท่าที่ดวงจันทร์เต็มดวง พวกเขาก็จะเริ่มปฏิบัติการณ์ในทันที.

คนแปดกลุ่มที่ยืนอยู่หน้าฝั่งทางเข้าของแปดประตู เซียนเซิงสุ่ยชิงและพวกยืนอยู่กับกลุ่มของเทียนชา

จงซาน เทียนหลิงเอ๋อ หยิงหลาน เป่ยชิงซือ กงจูเฉียนโหยว กู่หลินและคนของกงจู่เฉียนโหยวอีกสิบคนยืนอยู่บนภูเขาสูงแห่งหนึ่ง.

กลุ่มของพวกเขาที่ยืนอยู่ด้านหน้าของประตูบาดเจ็บ(伤) ทว่ากลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ นั้น ต่างก็ไม่สามารถมองเห็นถึงเป้าหมายของกงจูเฉียนโหยวได้.

กงจูเฉียนโหยวที่จับจ้องมองไปยังประตูบาดเจ็บ(伤) จากนั้นก็หันหน้าไปมองฝั่งจงซาน."การทะลวงค่ายกลนั้นอันตรายมาก พวกเจ้าสามารถประจำอยู่ตำแหน่งตรงนี้ได้.

กงจู่เฉียนโหยวที่กล่าวแนะนำออกมา นางที่รู้สึกประทับใจที่เห็นจงซานได้ใช้ชีวิตของเขาช่วยชีวิตเทียนหลิงเอ๋อเอาไว้ในการเข้าโจมตีเห่าซานเมื่อครั้งที่แล้ว นอกจากนี้นางยังพบว่าสาวน้อยชุดดำที่รู้เรื่องค่ายกลแปดประตูกุญแจทองนั้นเป็นหลานสาวของจงซาน ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

จงซานรู้ดีด้วยสถานะของเขาในเวลานี้แตกต่างกับกงจูราวกับฟ้าและปฐพี และการที่จะให้นางยื่นมือเข้ามาช่วยก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเป็นอย่างมาก.

"ขอบคุณกงจูที่เป็นห่วง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ต้องการติดตามกงจูเข้าไปในค่ายกล "จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความเคารพ.

อีกด้านหนึ่ง จงซานก็ต้องการที่จะเห็นค่ายกลเพื่อตัวเขาเอง อีกด้าน เขาไม่คิดว่าจะมีที่ใหนปลอดภัยหากว่าอยู่ด้านนอก แต่หากอยู่ในกลุ่ม อย่างน้อยก็มั่นใจว่าเป่ยชิงซือจะปกป้องพวกเขาเมื่อพบกับอันตรายเกิดขึ้น.

"ชิ เจ้าต้องการจิตวิญญาณค่ายกล ด้วยความสามารถกระจิริดแค่นี้อย่างงั้นรึ?"กู่หลินที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางดูแคลน.

จงซานไม่ได้รู้สึกโกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด ไม่เพียงแต่ไม่มีผลอะไรกับจงซาน มันยังได้กลายเป็นข้อแก้ตัวในการเข้าไปข้างในได้ด้วย.

"ถูกแล้ว กงจู่กล่าวเอาไว้ ก่อนหน้านี้ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชควาสนาของแต่ละคนที่จะสามารถค้นหาจิตวิญญาณค่ายกลได้."จงซานกล่าวตอบ.

กู่หลินแค่นเสียงฮึดฮัด.

กงจูเฉียนโหยวที่เปี่ยมไปด้วยเชาว์ปัญญา นางย่อมเข้าใจถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ของจงซานได้ นางเองก็ไม่เชื่อว่าจงซานต้องการจิตวิญญาณค่ายกล ก่อนที่จะพยักหน้ายินยอม.

"อาต้า เจ้าดูแลคนทั้งสามนี้ก็แล้วกัน."กงจูเฉียนโหยวที่กล่าวกับผู้ติดตามด้านหลัง.

"ครับ."ชายที่กอดกระบี่อยู่ตลอดตอบรับออกมา เขาที่ติดตามกงจูเฉียนโหยวมาโดยตลอด.

"ขอบคุณ."จงซานที่กลาวออกมาด้วยเสียงจริงจัง.

"อืม."กงจูพยักหน้าตอบรับ หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้กล่าวอะไรตอนนี้กำลังเฝ้ามองประตูบาดเจ็บ(伤)ด้านหน้าพวกเขาอยู่.

ที่ไกลออกไปนั้น ด้านหน้าประตูความตาย(死) เซียนเซิงซือที่เฝ้ามองด้านหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วไปมา.

"เซียนเซิงซือ ทำไมพวกเราจะต้องเลือกประตูความตาย(死)ด้วยล่ะ?"บางคนข้างเขาสอบถามออกมา.

"เกิดตามมาด้วยตาย ตายแล้วก็เกิด หากเหนือหัวต้องการจิตวิญญาณค่ายกล แน่นอนว่าไม่สามารถเดินทางเข้าประตูความตาย(死)ได้ อย่างไรก็ตามหากว่าพวกเราต้องการจี้หยกเก้ามังกรสวรรค์ล่ะก็ ประตูความตาย(死) นี้มีโอกาสมากที่สุด ด้วยพลังที่หนักหน่วงรุนแรงของค่ายกล จะทำให้พวกเรารับรู้ตำแหน่งของจี้หยกเก้ามังกรสวรรค์ได้."เซียนเซิงซือที่ใช้มือลูบเคราของตัวเองเบา ๆ .

"พวกเราไม่ได้มาหาจิตวิญญาณค่ายกลหรอกรึ?"ชายอีกคนหนึ่งที่สอบถามออกมา.

"เชื่อฟังเซียนเซิงซือ."ชายผู้หนึ่งที่กล่าวอย่างขึงขัง.

"ครับ องค์เหนือหัว."ทุกคนที่ตอบรับอย่างแข็งขัน.

เซียนเซิงซือที่จ้องมองไปยังคนเหล่านั้น แม้ว่าพลังฝึกตนของเขานั้นจะด้อยกว่า ทว่าเรื่องความรู้เชาว์ปัญญาล่ะก็พวกเขาไม่มีทางเทียบตัวเองได้แน่นอน.

ความมืดกำลังคืบคลานมา ดวงตะวันที่ค่อย ๆ ลับตา ดวงจันทราที่กำลังเผยแสงโผล่ขึ้นมาบนทิศตะวันออก.

เซียนเซิงสุ่ยจิงที่ทำการคำนวณเวลาด้วยการนับนิ้วไปมาที่ด้านหน้าประตูชีวิต(生) เขาที่นำกลุ่มของเทียนชาซึ่งตอนนี้ กำลังรอเขาอยู่.

เมื่อคำนวนไปได้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาของสุ่ยจิงก็หรี่เล็กลง ก่อนที่จะหยุด ชำเลืองมองไปยังค่ายกล พร้อมกับสะพัด พร้อมกำลังจะออกคำสั่ง.

"กวีกกก!"

ที่บนท้องฟ้า เกิดเสียงที่กระจายออกไปรอบ ๆ ถูกส่งออกมาจากหมอกเมฆ.

เสียงดังกล่าวนี้สร้างความสุขสันต์ให้กับทุกคนที่ได้ยิน จนทำให้ทุกคนชะงักไป.

แทบจะทุกคนจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้า.

จงซานเองก็จ้องมองขึ้นไปบนทองฟ้า เห็นวิหคยักษ์กำลังบินอยู่ วิหคตนนี้บินอยู่สูงเหนือขึ้นไปบนพายุค่ายกล บินวนล้อมรอบค่ายกลแห่งนี้.

หงส์มรกต นี่คือหงส์มรกตอย่างงั้นรึ?

แม้ว่าจงซานจะไม่เคยเห็นหงส์มรกตมาก่อน แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้จัก เขาที่เคยเห็นภาพของมันในโลกปุถุชน วิหคลึกลับ? จำพวกเดียวกับหงส์เพลิงอย่างงั้นรึ?

จงซานที่สัมผัสได้ว่า ราวกับว่ามีใครบางคนขี่อยู่บนวิหคยักษ์นั่น ทว่ามันอยู่ไกลมาก เขาไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน.

หงส์มรกตที่บินโคจรอยู่รอบ ๆ ชั่วขณะจากนั้นมันก็เบนหัวมุ่งตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือทันที ดูเหมือนว่ามันจะผ่านเข้ามาเพียงแค่สงสัยเท่านั้น พริบตาเดียว วิหคยักษ์ก็บินหายลับตาไป.

หงส์มรกตบินไปแล้ว บินตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ.

"จงซาน หงส์มรกตนั่นมันตรงไปยังทิศทางของสำนักไคหยาง มันกำลังจะไปสำนักไคหยางอย่างงั้นรึ?"เทียนหลิงเอ๋อที่สอบถามออกมาด้วยท่าทางสงสัย.

"หืม เจ้ารู้ด้วยรึว่าสำนักไคหยางอยู่ทิศใหน?"จงซานที่ค่อนข้างประหลาดใจ.

"แน่นอน ข้าไม่เคยลืมหรือสับสนเรื่องทิศทาง."เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวอย่างมั่นใจ.

กงจูเฉียนโหยวเองก็จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยท่าทางสงสัย ทว่าหลังจากนั้นก็หันหน้ากลับมายังค่ายกลและกล่าวออกมาว่า"ถึงเวลาแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม."

"รับทราบ."ทุกคนตอบรับ.

"ดี."

อีกฝั่งหนึ่ง เซียนเซิงสุ่ยจิงที่ชี้พัดไปยังค่ายกลและทุกคนต่างก็ตามเขาไป พุ่งตรงไปด้านหน้า ไม่ว่าใครต่างก็ใช้ของวิเศษออกมาเพื่อทะลวงเข้าไปยังค่ายกล นอกจากนี้ไม่ว่าทิศใหน แม้แต่คนที่มีระดับเซียนเทียนต่างก็วิ่งตรงเข้าไปในค่ายกลด้วย.

ด้วยการเคลื่อนไหวของสุ่ยจิงส่งผลกับทุกทิศทุกทาง ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ทิศใหนต่างก็ตรงเข้าไปยังประตูต่าง ๆ ทั้งหมด.

จงซานที่ยืนอยู่ด้านหลังกงจูเฉียนโหยว รอคอยอย่างอดทน มีคนมากมายที่มารวมตัวกันที่ประตูบาดเจ็บ(伤) และพร้อมที่จะเคลื่อนที่เข้าไปข้างใน ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง กงจูเฉียนโหยวราวกับว่ากำลังรอบางสิ่งอยู่.

ในเวลาเดียวกันขณะที่จงซานก้าว ร่างแยกเงาที่แยกออกมาลงไปยังเนินเขาซ่อนตัวอยู่ในความมืด.

ร่างแยกเงาของจงซานนั้นได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังประตูความตาย(死) ตรงไปยังด้านหน้าของประตูที่เซียนเซิงซือเลือกนั่นเอง.

ความเร็วของร่างแยกเงานั้นรวดเร็วมาก ราวกับลูกศรที่ออกจากคัน เพียงพริบตาเดียวก็หายไป ข้ามผ่านภูเขา แทรกร่างเขาไปยังซอกหินและฝุ่นควัน ลอดผ่านไปราวกับว่าไม่มีสิ่งใดขวางกั้นมันได้.

เซียนเซิงซือเองก็ไม่ได้เร่งรีบเหมือนกับคนอื่น เขายังคงรอคอยเวลาอยู่เช่นกัน.

ร่างแยกเงานั้นได้เข้าไปใกล้กลุ่มคนของเซียนเซิงซือแล้ว ซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป ร่างแยกเงาที่รอคอยอย่างอดทน เขารอคอยเข้าร่วมการค้นหาจี้หยกเก้ามังกรสวรรค์ร่วมกับคนเหล่านี้.

มีคนจำนวนมากที่เข้าไปในค่ายกลแล้ว พายุทรายที่กำลังโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม ดูเหมือนว่ามันจะพลุ่งพล่านราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดออกมาเลยทีเดียว.

เพียงไม่นานเท่านั้น คนเป็นจำนวนมากที่เข้าไปในค่ายกล เหลือเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่กำลังรอคอยอย่างอดทน.

จงซานเองก็ยืนอยู่ด้านหลังกงจูเฉียนโหยวอย่างอดทนเช่นกัน.

"ได้เวลา เข้าไปในค่ายกล "กงจูเฉียนโหยวที่กล่าวออกมาในทันที.

"ครับ."

กงจูเฉียนโหยวที่ก้าวและเหยียบไปบนสายลม อาต้าที่นำเมฆออกมาพร้อมกับพาจงซาน หยิงหลานและเทียนหลิงเอ๋อไปด้วย.

มีอีกหลายคนที่เหยียบสายลมก้าวขึ้นไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเป็นเหมือนกับองค์รักษ์ของกงจูเฉียนโหยว และมีอีกคนที่นำเมฆออกมาพากู่หลินไปด้วย ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือต่างก็มีกระบี่เหิน พวกเขาที่บินตรงพุ่งไปยังค่ายกล ก่อนที่จะค่อย ๆ ร่อนลงบนพื้นด้านหน้าก่อนที่จะก้าวเข้าไปในพายุ.

กงจูเฉียนโหยวนั้นไม่ได้เลือกที่จะบินเข้าไปข้างใน นางที่นำกลุ่มคนของนางเดินเข้าไปข้างใน.

ขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปข้างในนั้นก็สามารถสัมผัสได้ว่าฝุ่นทรายมากมายกำลังพัดพาเข้ามาหาพวกเขา ทุกคนตอนนี้กำลังปล่อยกลิ่นอายและปราณแท้ออกมาเพื่อป้องกันรอบ ๆ ร่างกาย ไม่ให้พายุทรายพัดกระหน่ำใส่ร่าง.

แม้ว่าหยิงหลานจะไม่มีปราณแท้ป้องกันตัวเอง ทว่านางก็มีเสื้อคลุมสีดำที่สามารถปิดกั้นฝุ่นทรายพัดร่างนางได้.

จงซานที่กุมมือหยิงหลานและเทียนหลิงเอ๋อเอาไว้ก่อนที่จะเดินตามกงจูเฉียนโหยวไป.

ในเมื่อแทบจะมองไม่เห็นข้างหน้าได้ชัดเจน ทัศนะวิสัยที่ค่อยข้างแย่ จงซานจึงไม่ต้องการให้พวกเขาทั้งสามคนแยกจากกัน จึงได้กุมมือพวกนางเอาไว้แน่น.

เทียนหลิงเอ๋อเมื่อจงซานกุมมือเล็ก ๆ ของนาง ถึงกับตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้าที่ร้อนผ่าวเป็นสีแดงทว่าก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร ส่วนหยิงหลานที่อยู่ในชุดคลุมสีดำ ไม่สามารถที่จะเห็นท่าทางของนางได้.

เป่ยชิงซือที่เห็นการกระทำของจงซาน นางที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าก็เดินตามจงซานไป ราวกับว่ากำลังปกป้องความปลอดภัยให้กับเขา.

มีคนกลุ่มหนึ่งที่เดินตามหลังกงจู่เฉียนโหยวเข้าไปในค่ายกล.

จบบทที่ Chapter 76 ทะลวงค่ายกล.

คัดลอกลิงก์แล้ว